23 มีนาคม 2026
905

“เป้าหมายในชีวิตผมคือการเชิญชวนให้คนเข้าใจวิถีเกษตรอินทรีย์และใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข ผมคิดว่าทุกวันนี้เรามุ่งเน้นการผลิตแบบอุตสาหกรรมมากเกินไป เราผลิตและทิ้งขว้างสิ่งต่าง ๆ ที่มากเกินจำเป็น จนทำร้ายโลกใบนี้” 

ไม่ว่าจะช่วงวัยใด ชีวิตของ โช โอกะ มีปณิธานในการดูแลรักษาธรรมชาติเป็นเครื่องนำทางอยู่เสมอ

เขาคือผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นวัย 70 ปีที่ย้ายมาอยู่ประเทศไทยเกือบครึ่งชีวิต เป็นผู้ก่อตั้งและบริหาร ฮาร์โมนี ไลฟ์ (Harmony Life) ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ลงมือทำด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ

ทั้งผักผลไม้ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล
เครื่องดื่มน้ำหมักเอนไซม์จากผลผลิตกว่า 32 อย่าง ใช้เวลาหมักกว่า 3 ปี

บะหมี่ผักโมโรเฮยะที่ส่งออกไปหลายสิบประเทศ 

ชาสมุนไพร น้ำสลัด แยมผลไม้ เบเกอรีโฮมเมด

น้ำยาทำความสะอาดผสมสมุนไพร และอีกสารพัดสิ่ง

รวมถึงเปิด Sustaina Organic Shop & Restaurant ร้านอาหารสุขภาพสไตล์ญี่ปุ่นที่ใครหลายคนหลงรัก ภายในร้านเรียงรายไปด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติของแบรนด์ 

ทั้งหมดมีจุดร่วมคือการใช้วัตถุดิบและกรรมวิธีที่เป็นมิตรต่อโลก ไม่มีสารเติมแต่งที่เป็นพิษภัย ตรงกับชื่อแบรนด์ที่อยากให้มนุษย์ได้ใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ 

แม้จะทำยากกว่า ใช้เวลานานกว่า แต่นี่เป็นแนวทางที่เขาเลือกมาเป็นเวลานานแล้ว

ในช่วงวัย 20 ปี เขาเลือกเรียนวิชาการประมง เพราะความรักในผืนน้ำและท้องทะเล

ในช่วงวัย 40 ปี โอกะคือผู้บริหารในบริษัทเครื่องมือแพทย์ที่มีชีวิตมั่นคง แต่เลือกลาออกมาคลุกคลีกับผืนดิน ทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในวันที่คนยังไม่คุ้นชินกับคำนี้ จนปัจจุบันฟาร์มพื้นที่กว่า 50 ไร่แล้ว

ในช่วงวัย 60 ปี หลายคนเริ่มเกษียณอายุ แต่เขายังคงเรียนรู้ศาสตร์การทำอาหารใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ล่าสุดเขาหลงรักการทำซาวร์โดมาก

ในวัย 70 ปี เขายังคงมีไฟแรงกล้าในการทำงาน เขาเพิ่งย้ายร้าน Sustaina Organic Shop & Restaurant จากย่านพร้อมพงษ์มาที่ซอยอ่อนนุช 74 และเฝ้ารอยิ้มทักทายต้อนรับลูกค้าอย่างอบอุ่น

อะไรทำให้เขามุ่งมั่นในแนวทางที่เชื่อได้อย่างยาวนาน และยังใช้ความเชื่อนี้ดูแลธุรกิจให้งอกงาม

บทความนี้เราขอให้โอกะและธรรมชาติเป็นผู้ให้คำตอบ

น้ำ : สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

“ผมเลือกเรียนประมง เพราะชอบการใช้ชีวิตกับทะเลมาก แต่พอได้เรียนก็พบว่าเนื้อหาไม่ได้เป็นไปตามที่คิดเสียทีเดียว”​ โอกะเล่าย้อนกลับไปเมื่อเป็นวัยรุ่นที่ญี่ปุ่น

แม้เขาได้ดำลึกลงไปใต้ท้องทะเลเพื่อทำงานศึกษาวิจัย แต่ความจริงอีกด้านที่โอกะพบ คือในอุตสาหกรรมการประมงและแปรรูปอาหาร มีการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะสารพัดอย่าง เพื่อรักษาสภาพของปลา มุ่งหวังการเพิ่มจำนวนปลาให้ได้กำไรเยอะ ๆ ซึ่งทำให้เขาเอะใจว่า สารเหล่านั้นอาจตกค้างมาสู่อาหารที่พวกเรารับประทาน และคงไม่ใช่วิถีที่ดีต่อทะเลที่เขารัก

ความสงสัยนี้ทำให้เขาศึกษาเรื่องการเกษตรต่อ และพบว่ามีปัญหาลักษณะเดียวกัน คือการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีที่มีส่วนทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อนและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต

เมื่อเห็นว่าแนวทางนี้ไม่เหมาะกับตน เขาจึงเลือกไปทำตามความฝันอีกอย่าง โดยตัดสินใจไปเป็นบุรุษพยาบาลอยู่ที่ออสเตรเลีย 3 ปี

“การทำงานในโรงพยาบาลทำให้ผมเห็นผู้สูงวัยที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะมะเร็ง ซึ่งส่วนใหญ่รักษาไม่หาย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะที่ญี่ปุ่นหรือไทย ประสบการณ์ในช่วงนี้ทำให้ผมเริ่มหาคำตอบแล้วว่าเราพอจะทำอะไรได้บ้างไหม” 

ด้วยความตั้งใจนั้น เขากลับมาทำงานในบริษัทผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ญี่ปุ่น เติบโตในหน้าที่การงาน ได้รับโอกาสให้ไปทำงานที่ไต้หวันและไทย กลายเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์กว่า 19 ปี

ถือเป็นชีวิตที่มั่นคงดี แต่ชายหนุ่มในวัย 42 ปีคิดว่าถึงเวลาลงมือทำในสิ่งที่รักและสนใจก่อนสายไปกว่านี้ 

“ผมยังเห็นจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และตกผลึกได้ว่า สาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากระบบการผลิตอาหารแบบอุตสาหกรรมที่ผลิตเกินความจำเป็นหรือ Mass Production ที่เร่งรัดให้ธุรกิจต้องได้ผลผลิตเยอะ ๆ ขายให้ได้มากที่สุด ซึ่งมักต้องแปรรูป เติมสารเคมีต่าง ๆ เพื่อยืดอายุ แต่งสี แต่งกลิ่น ให้ได้รส แต่ไม่ได้ทำเพื่อสุขภาพที่ดีของมนุษย์ คิดว่าถ้าขายเครื่องมือแพทย์ต่อไป คงไม่ได้แก้ที่สาเหตุหลักที่ทำให้คนป่วยแน่ ๆ”

ใน พ.ศ. 2541 โอกะจึงเลือกลาออกจากบริษัท ซื้อที่ดินในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อทดลองทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ด้วยตัวเองจากศูนย์ เปิดเป็น บริษัท ฮาร์โมนี ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ด้วยแนวคิดว่าจะทำผลิตภัณฑ์จากการเกษตรที่ไม่ทำร้ายผืนน้ำและผืนดิน

แม้คนรอบข้างจะเป็นกังวลในความมั่นคง แต่เขาเชื่อว่าแนวทางนี้เป็นไปได้ เพราะในยุคสมัยก่อน มนุษย์ยังไม่เห็นจำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีต่าง ๆ เพื่อการดำรงชีพเลย ถึงจะทำไม่สำเร็จ เขาพร้อมจะใช้น้ำพักน้ำแรงลองใหม่

เพราะเรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์

ดิน : สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ

6 ปีแรกธุรกิจ Harmony Life ดำเนินไปด้วยความยากลำบาก โอกะลองผิดลองถูกอยู่นาน เพื่อค้นหาว่าทำอย่างไรจึงได้ผลผลิตคุณภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีอันตราย 

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้น เมื่อเขาค้นพบคำตอบในธรรมชาติ

“ตอนแรกผมคิดว่าเราต้องสู้กับแมลงและโรค เมื่อเลือกจะไม่ใช้สารเคมีอันตราย เราจึงใช้สมุนไพรและพรรณไม้ต่าง ๆ ไล่แมลงแทน วิธีนี้ช่วยให้มันไม่มารบกวนพักหนึ่ง แต่อีกไม่กี่วันก็กลับมาใหม่ แล้วเราก็ฉีดอีก เป็นวัฏจักรอยู่แบบนี้ 

“ทำไปทำมา ผมสังเกตว่าไม่ใช่ทุกแปลงที่มีแมลงมาเกาะ บางทีอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่ผักประเภทเดียวกันกลับเติบโตได้ไม่เหมือนกัน จนสังเกตได้ว่า ผักที่โดนแมลงกินคือผักที่อ่อนแอ ส่วนผักที่มีชีวิตอยู่ได้ แมลงไม่ค่อยมายุ่งเกี่ยว คือผักที่แข็งแรง ซึ่งเหมือนกับคน ถ้าเราสุขภาพดี เราจะมีภูมิคุ้มกัน ถึงไม่สบาย ไม่นานก็หายดี

“พอเข้าใจเรื่องนี้ ผมเปลี่ยนวิธีคิดเลย สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การไล่แมลงออกไป แต่ต้องทำให้ผลผลิตแข็งแรงขึ้น” 

ผักผลไม้จะแข็งแรงได้มีหลายองค์ประกอบ หนึ่งในนั้นคือคุณภาพของดิน

“ดินเปรียบเสมือนลำไส้ของมนุษย์ ทั้งเราและดินจะมีสุขภาพที่ดี ต้องพึ่งพาจุลินทรีย์ที่ดีและหลากหลาย เพราะมันช่วยย่อยและทำให้ดูดซึมสารอาหารเข้าไปได้ดี ทำให้ภายในมีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเราใช้ปุ๋ยเคมีเยอะ ๆ จุลินทรีย์ดีมักจะตายและดินจะเสื่อมสภาพ”

เมื่อเห็นความเป็นจริงนี้ เขาศึกษาวิธีบำรุงดินอย่างจริงจังว่าต้องดูแลอย่างไร ควรให้สารอาหารอะไรบ้าง ให้เท่าไหร่ พืชแต่ละสายพันธุ์ชอบแบบใด อาศัยการสังเกตจากธรรมชาติ และไปเรียนกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ที่ญี่ปุ่นโดยตรง

โอกะเริ่มเห็นชัดว่าธรรมชาติมีคำตอบในตัวอยู่แล้ว และใช้ความเข้าใจนั้นมาปรับเปลี่ยนวิธีดูแลฟาร์ม เช่น จากเดิมที่ 1 แปลงจะปลูกผักแค่ประเภทเดียว เขาเปลี่ยนมาปลูกแบบผสมผสาน เพื่อให้พืชแต่ละชนิดดูแลเกื้อกูลกัน เช่น แก้ปัญหาเรื่องแมลงเต่าทองมากินแตงกวาญี่ปุ่น ด้วยการปลูกต้นหอมที่มีสารที่แมลงไม่ชอบไว้ใกล้กัน 

“การทำเกษตรแบบออร์แกนิกทำให้เราได้คิดแก้ไขปัญหาตามธรรมชาติที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ” โอกะยิ้มตอบ

แม้อาจดูมีข้อจำกัดเต็มไปหมด แถมวุ่นวายกว่าการมีสูตรสำเร็จตายตัว แต่การเข้าใจรากฐานนี้เป็นดั่งภูมิปัญญาที่ช่วยให้เขาปรับตัวตามธรรมชาติที่เปลี่ยนไปได้ด้วยความเข้าใจ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว ฝนตกหรือแดดออก เขาจะยังคงมีผลผลิตที่อุดมไปด้วยพลังชีวิต

ปัจจุบันฟาร์มของ Harmony Life ปลูกพืชพรรณออร์แกนิกเป็นร้อยชนิด จำหน่ายทั้งแบบสดและนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ แบบที่ยากจะหาได้ในแหล่งเดียว ทำให้เขามีรากฐานของธุรกิจที่แข็งแรง

อากาศ : สิ่งที่ต้องอาศัยเวลาและลมฟ้า

ไม่ว่าทำอะไร โอกะมักลงมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองอยู่เสมอ โดยพิจารณาจากความจำเป็นในชีวิตประจำวันของมนุษย์และผลกระทบต่อโลก

“สินค้าแต่ละอย่างเปรียบเสมือนลูกของเรา เวลาที่เลี้ยงลูก เราใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้เขาเติบโตได้ดี พอเป็นสินค้าก็คิดแบบเดียวกัน ผมไม่อยากให้มันตายหรือล้มเลิกไปกลางคัน และอยากให้เป็นสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมจริง ๆ เลยคิดว่าต้องลงมือทำในรายละเอียดด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด”

เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิว ทั้งสบู่และแชมพูน้ำมันมะกอก ครีมบำรุงผิว น้ำมันนวด น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า จริงอยู่ว่าในตลาดมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มากมายแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักประกอบด้วยสารเคมีที่ไม่ได้เป็นมิตรกับร่างกายในระยะยาว และสารเหล่านี้เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจการชำระล้าง หากไหลลงไปในแม่น้ำ อาจเกิดการหมักหมมปนเปื้อนเป็นมลภาวะ

เขาจึงค้นคว้าว่าน้ำยาทำความสะอาดแบบใดจะเป็นมิตรกับผิวพรรณและสิ่งแวดล้อมที่สุด และผลิตขึ้นจากผลผลิตวิถีธรรมชาติของที่ฟาร์ม

หากคุณอาจเคยเห็นบะหมี่ผักโมโรเฮยะที่ขึ้นชื่อของแบรนด์ Harmony Life จากในร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต บะหมี่นั้นเป็นสินค้าตัวแรกที่ปัจจุบันส่งออกและเข้าไปวางในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอย่าง Whole Foods Market ซึ่งเกิดขึ้นจากการเล็งเห็นว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่ทานง่าย รวดเร็ว แต่ในท้องตลาดมักมีแต่บะหมี่ที่แต่งเติมสารต่าง ๆ ที่ไม่เป็นมิตรกับสุขภาพ 

โอกะศึกษาและพบว่ามีผักโมโรเฮยะที่มีต้นกำเนิดที่อียิปต์ เป็นผักที่มีวิตามินสูง แถมยังเติบโตได้ดีในพื้นที่ร้อน เหมาะกับอากาศบ้านเรา จึงเป็นผู้ริเริ่มนำเข้ามาปลูกในไทย แปรรูปเป็นบะหมี่ที่ไม่ใส่สารเติมแต่งสังเคราะห์ เพื่อให้คนมีอาหารที่ทานได้ง่ายและเป็นประโยชน์

“แต่กว่าจะเป็นแบบวันนี้ได้ต้องใช้เวลา ตอนผลิตบะหมี่ล็อตแรกออกมา เราขายได้แค่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือต้องเอาไปแจกให้คน จนเงินเหลือน้อยและคิดว่าจะผลิตต่อดีไหม แต่ถึงจุดหนึ่ง คนเริ่มเห็นประโยชน์และติดต่อเข้ามาซื้อมากขึ้น เลยผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ 

“ผมไม่ได้คาดหวังว่ายอดขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถล่มทลาย หากมีคนที่คิดว่าสิ่งนี้จำเป็นกับชีวิต เขามองเห็นคุณค่า เป็นลูกค้าที่ให้ความไว้ใจและสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง ผมว่าเท่านั้นเพียงพอแล้ว” 

ทุกวันนี้โอกะยังคงทดลองและเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยตัวเอง ล่าสุด มี 2 ผลิตภัณฑ์ที่เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ

หนึ่ง น้ำหมักเอนไซม์จากผัก ผลไม้ สมุนไพร 32 ชนิด 

“จริง ๆ สาเหตุสำคัญที่ผมเริ่มทำเกษตร เพราะอยากทำน้ำหมักเอนไซม์นะ ตอนที่ผมทำงานโรงพยาบาล เคยคุยกับแพทย์ว่าทำไมคนจึงป่วยเยอะ และได้คำตอบว่าคนจำนวนมากกินอาหารสำเร็จรูปที่ขาดจุลินทรีย์ดีที่ช่วยสร้างเอนไซม์และกินอาหารไม่หลากหลาย เลยอยากทำเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์เรื่องนี้มาตลอด แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีวัตถุดิบที่ใช้ได้ พอได้ทำฟาร์มและมีวัตถุดิบออร์แกนิกที่มีจุลินทรีย์ดี มีพลังชีวิตเต็มเปี่ยม เราจึงพร้อมทำสิ่งนี้เอง 

“เครื่องดื่มนี้หมักวัตถุดิบทั้งหมดอยู่ 3 ปี กว่าจะได้ออกมา 1 ขวด เหมือนไวน์ที่ให้เวลาบ่มแล้วคุณภาพจะยิ่งดีขึ้นเป็นระดับ Balsamico เป็นผลิตภัณฑ์ที่เรายินดีรอคอย ยึดตามเวลาทำงานของจุลินทรีย์และธรรมชาติ ไม่ใช่เวลาของมนุษย์” มนุษย์ผู้ชื่นชมในจุลินทรีย์ขนาดจิ๋วเล่าด้วยรอยยิ้ม

 ส่วนอาหารอีกประเภทที่เขาสนใจ คือขนมปัง 

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โอกะและทีม Harmony Life ซุ่มทดลองทำขนมปังซาวร์โดด้วยกระบวนการแบบกรีกโบราณ เพราะอยากหาคำตอบว่าจะพัฒนาขนมปังที่เป็นมิตรกับสุขภาพได้อย่างไร 

แน่นอนว่าเขาขอปฏิเสธการใช้ยีสต์สำเร็จรูปแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้แป้งพองตัวเร็ว และเลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ทั้งแป้งจากข้าวออร์แกนิกที่ปลูกเองที่ฟาร์ม หมักยีสต์ธรรมชาติรวมกันนานกว่า 24 ชั่วโมง อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ดี ย่อยง่าย เป็นมิตรกับลำไส้และปราศจากกลูเตน เหมาะทานคู่กับแยมผลไม้ออร์แกนิกรสต่าง ๆ ที่ Harmony Life ผลิตและจำหน่ายอย่างยิ่ง

นอกจากชอบลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง ดูเหมือนว่าโอกะจะคุ้นชินกับสิ่งที่ต้องอาศัยระยะเวลาและความเข้าใจในธรรมชาติ

ในโลกที่เร่งรีบขึ้นทุกวัน การสามารถอดทนรอคอยเพื่อสิ่งที่มีคุณภาพแตกต่าง อาจถือเป็นเสน่ห์ที่ยากจะหาทดแแทน

ไฟ : สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนชีวิต

ในประวัติศาสตร์ การก่อไฟได้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมนุษย์ เพราะทำให้เราปรุงอาหารเพื่อรับประทานอย่างถูกสุขลักษณะและได้รับพลังงานไปทำสิ่งอื่นต่อ

สำหรับ Harmony Life ร้าน Sustaina Organic Shop & Restaurant ที่สร้างสรรค์เมนูอาหารสุขภาพสไตล์ญี่ปุ่นจากวัตถุดิบของที่ฟาร์มเป็นหลัก อาจเป็นไฟแบบนั้นของธุรกิจ

“เราอยากให้คนเข้าใจ เข้าถึงอาหารแบบออร์แกนิกที่มีพลังชีวิตมากขึ้น คิดว่าการทำให้คนมีโอกาสสัมผัสรสชาติเป็นเรื่องสำคัญ จึงเปิดร้านอาหารขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค” โอกะเอ่ยถึงความตั้งใจเบื้องหลังการทำร้านอาหาร

หลังเปิดร้านที่ใจกลางเมืองอย่างซอยสุขุมวิท 39 มานาน 15 ปี เดือนนี้ Sustaina Organic Shop & Restaurant เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะโอกะตัดสินใจย้ายร้านมาอยู่รวมกับสำนักงานที่อ่อนนุช 74 โดยปรับให้เป็นคาเฟ่ที่ขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม และเริ่มเสิร์ฟขนมปังที่ทำเองมากขึ้น

“คนมักต้องเจอว่าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมีราคาสูง แต่ถ้าเราอยากขยายเครือข่ายให้กว้างขึ้น น่าจะต้องทำร้านในรูปแบบที่คนเข้าถึงและขยายได้ง่ายขึ้น จึงปรับให้ร้านเป็นแนว Organic Cafe ที่ยังคงรวมวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไว้ในที่เดียว” 

แม้เปลี่ยนสถานที่ แต่แนวคิดหลักยังคงเดิม นั่นคือการทำอาหารธรรมชาติจากวัตถุดิบที่ปลอดภัย 

ทั้งผักผลไม้ออร์แกนิก ไก่บ้านวิถีธรรมชาติที่ปราศจากการใช้ฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ เลือกใช้ปลาจากมหาสมุทร ไม่ใช้ปลาเลี้ยง และไม่มีเมนูจากเนื้อหมูและเนื้อวัว เพราะการสรรหาแบบที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานค่อนข้างยาก

ที่ร้านยังทำซอสและเครื่องปรุงต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผงชูรสและสารเติมแต่งสังเคราะห์ 

ระหว่างการสนทนา ทางครัวของ Sustaina เสิร์ฟแซนด์วิชซาวร์โดไก่บ้านทอดและเซตปลาคาเลย่างมิโซะลงบนโต๊ะ พร้อมด้วยสลัดผักออร์แกนิกและเครื่องเคียง เมื่อลิ้มลองแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติแท้ ๆ ของธรรมชาติที่ทำอย่างพิถีพิถัน เป็นอาหารสุขภาพที่ทานได้ไม่ยาก และอยากชวนให้คุณไปลองสักครั้ง

ชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติเป็นคำตอบ

“ผมคิดว่าความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่การต้องมีทรัพย์สินมากที่สุด แต่เป็นการรู้จักว่าความจำเป็นของชีวิตเรามีอะไรบ้าง จริง ๆ เราต้องการแค่ไหน” โอกะตอบ เมื่อเราถามว่าวันนี้ดำเนินธุรกิจได้ถึงจุดที่มุ่งหมายแล้วหรือยัง และมีบทเรียนอะไรบ้างที่อยากแบ่งปันถึงผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มทำอะไรเป็นของตัวเอง

“โลกกำลังประสบปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม สาเหตุใหญ่หนึ่งมาจากการผลิตและบริโภคที่มากเกินไปอย่างไม่สิ้นสุด ความอยากได้ที่มากเกินพอดีทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรมากขึ้น ตามมาด้วยขยะที่ทิ้งขว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป สิ่งมีชีวิตคงอาศัยอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ 

“ผมคิดว่าสิ่งสำคัญสำหรับเราและโลก คือการรู้ว่าความต้องการที่พอดีคืออะไร และมีความสุขกับสิ่งนั้นเป็น” สำหรับโอกะในวัย 70 ปี ความสำเร็จและความสุขของเขาคือการทำให้คนได้รู้จักกับวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของธรรมชาติมากขึ้น และหากใครสนใจศึกษาเพิ่มเติม ฟาร์มของเขาที่ปากช่องยินดีเปิดต้อนรับเพื่อนร่วมเรียนรู้เสมอ

“ผมอยากชวนคนมารู้จักและมีประสบการณ์ทำการเกษตรมากขึ้น เพราะเป็นศาสตร์ที่พูดถึงรากฐาน จุดเริ่มต้นของชีวิต ถ้าผมไม่เข้าใจสิ่งนี้ คงคิดเมนูอาหาร ทำบะหมี่โมโรเฮยะ หรือทำเครื่องสำอางไม่ได้เลย กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์หรือการหมักเพื่อให้ได้เอนไซม์ล้วนต้องใช้เวลาที่เหมาะสมตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เร่งได้ตามใจชอบ การได้เรียนรู้เรื่องนี้ร่วมกันน่าจะช่วยให้โลกนี้เป็นที่ที่ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขขึ้น”

Website : harmonylife.co.th/en 

Lessons Learned

  • เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่ง นำมาปรับตัวและเลือกแนวทางที่เหมาะสม
  • ลงมือทำอย่างใส่ใจตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
  • ธุรกิจคือกลไกสำคัญในการรักษาโลก ด้วยการผลิตสิ่งที่จำเป็นของมนุษย์และคำนึงถึงผลกระทบต่อโลก

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

จิตติมา หลักบุญ

สาวอีสานผู้มีตำลาวเป็นเครื่องช่วยเยียวยาจิต รักการทำอาหารพอ ๆ กับแมว และมีดอกไม้บานเป็นนาฬิกาบอกฤดูกาล