21 มีนาคม 2026
1 K

เสียงเรือแล่นบนผิวน้ำ ลมอ่อนพัดผ่านผิวกาย มองไปทางฝั่งขวาเห็นฝูงหมาวิ่งเล่นในวัด ไกลออกไปมีรถวิ่งบนสะพานปรีดี-ธำรง ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำป่าสักเป็นเรือนไม้คละกับอาคารปูน 

เรานั่งอยู่ชานระเบียงไม้ ชั้น 3 ของ ‘BAAT Boutique Hotel’ บูทีกโฮเทลขนาดเล็กเพียง 5 ห้อง ภายในพื้นที่เดียวกันยังมีร้านอาหาร ‘ธาร’ และคาเฟ่ ‘เทวา’ ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของธุรกิจครอบครัวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่สืบทอดกันมากว่า 40 ปี

ที่นี่เคยเป็น ‘แพเทวราช’ ร้านอาหารริมน้ำเก่าแก่ในรุ่นปู่ย่า ก่อนปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ครบวงจร โดย ไนซ์-พชรคุณ ไทยสม และครอบครัว ผู้เคยออกไปค้นหาประสบการณ์นอกบ้าน สุดท้ายสายน้ำก็เรียกตัวกลับมาเพื่อสานต่อสิ่งที่ผูกพัน

BAAT Boutique Hotel จึงเป็นที่พักที่สร้างโดยคนที่เติบโตมาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หยิบประวัติศาสตร์เดิมมาหีบห่อใหม่ ผสมผสานงานไม้ งานคราฟต์ และสถาปัตยกรรมโมเดิร์นไว้ด้วยกัน เพื่อให้เมืองเก่าแห่งนี้มีมุมมองใหม่ให้ค้นหาอีกครั้ง

บาตร ธาร เทวา 

ริมทางรถไฟบนถนนโรจนะ มีตรอกเล็ก ๆ ที่เลี้ยวเข้าไปพบกับอาคารไม้สมัยใหม่ตั้งสงบเงียบอยู่เคียงข้างต้นไม้ใหญ่

เราเดินเลียบคลอง ผ่านคาเฟ่เทวามาหยุดอยู่ที่โถงล็อบบี้ ผนังและโถงบันไดชั้นแรกทำจากไม้สนเผาจนเกิดสีเข้ม เป็นเทคนิคถนอมไม้แบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า ‘ยาคิสุกิ’ 

ซึ่งเราชอบมาก เพราะช่วยแบ่งพื้นที่ออกจากโซนอื่นด้วยโทนสีโดยไม่ต้องมีฉากกั้น

ผู้ชายตัวสูงยืนยิ้มแย้มทักทายอย่างเป็นกันเอง ไนซ์คอยดูแลแขกด้วยตัวเอง ตั้งแต่ต้อนรับจนถึงเข้าครัวทำอาหารเช้า 

ระหว่างเดินขึ้นไปยังห้องชั้น 3 เราผ่านบันไดทรงโค้ง จุดชมวิว และประตูห้องพัก สังเกตได้ว่าทุกส่วนใช้ไม้คนละชนิดกัน 

“พ่อของผมชอบวัสดุไม้ จึงออกตามหาไม้จากที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ทั้งไม้ตะแบกจากลำพูน ไม้เก่าจากอยุธยา” ไนซ์เล่า พร้อมชวนเราสูดกลิ่นไม้หลายประเภทที่แผ่ความหอมอ่อน ๆ อยู่รอบตัว

สถาปัตยกรรมของ BAAT Boutique Hotel โค้งมนเกือบทั้งหมด เมื่อเดินเข้าไปภายในจะเห็นความโค้ง ลดเลี้ยวต่อเนื่องไปตลอดทาง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ไนซ์หารือกับสถาปนิก BodinChapa Architects ตั้งแต่แรก เพื่อให้โรงแรมเชื่อมโยงกับสายน้ำ อีกทั้งกลมกลืนกับร้านอาหารและคาเฟ่ที่มีอยู่ก่อน

ในอดีต พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นแพเทวราช กิจการของครอบครัวที่ซบเซาลงหลังช่วงโควิด-19 ครอบครัวไทยสมจึงตั้งใจปรับโฉมร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิมให้ร่วมสมัยมากขึ้น และเนื่องจากพี่ชายของไนซ์เรียนจบเชฟ เขาจึงเป็นหัวหอกในการเปิดคาเฟ่ นำเสนอขนมไทยฟิวชันเป็นจุดเริ่มต้นก่อน หลังจากนั้นไนซ์จึงตามมาดูแลเรื่องโรงแรมเป็นหลัก

สองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 ระดมไอเดีย ตั้งใจสร้างพื้นที่พักผ่อนแบบ Slow Living โดยได้รับแรงสนับสนุนจากพ่อและแม่ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ช่วยให้แนวคิดใหม่ ๆ กลายเป็นจริงด้วยประสบการณ์และความเข้าใจ

“ความยากในการทำธุรกิจกับครอบครัวคือความเกรงใจกัน เช่น ทำแบบนี้พ่อแม่จะว่าอย่างไร พี่ชายจะเห็นตรงกันไหม แต่ข้อดีคือเราเกื้อกูลกัน 

“เมื่อแบ่งการจัดการชัดเจน ผมดูแลโรงแรม พี่ชายดูแลคาเฟ่และร้านอาหาร ทุกอย่างจึงลงตัวมากขึ้น” ไนซ์กล่าว

เราหย่อนตัวนั่งบนเตียงห้องพัก มองผ่านประตูระเบียงไปยังแม่น้ำป่าสัก แสงแดดสาดส่องเข้ามากระทบผนังไม้สักสีอ่อน รู้สึกอบอุ่นสบาย ภายในห้องมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง แช่น้ำไปพร้อมชมวิวเพลิน ๆ 

ภายในห้อง เราเห็นการอนุรักษ์สิ่งเดิมควบคู่กับความทันสมัย ทำให้รู้สึกถึงความเกื้อกูลระหว่างคนหลายรุ่น

เรื่องเล่าจากสายน้ำ

“แม่น้ำเลือกเรามากกว่าที่เราเป็นฝ่ายเลือก เพราะเขาอยู่มาก่อน”

ไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงส่วนไหนของ BAAT Boutique Hotel เราจะมองเห็นลำคลอง ผิวไม้ และแสงแดด คล้ายกับว่าทั้งหมดคือตัวละครหลักของที่นี่

“สมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นหมู่บ้านช่างตีบาตร ในอดีตคลองนี้เรียกว่า ‘คลองบ้านบาตร’ ผมประทับใจเรื่องราวนี้ จึงนำมาตั้งเป็นชื่อโรงแรม 

“ผมว่าเป็นชื่อที่ดีนะ ครอบครัวเราอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ธุรกิจของเรามีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่แห่งนี้” ไนซ์เล่าถึงที่มาของชื่อที่แขกทุกคนมักถามด้วยความสงสัย

ปัจจุบันบรรยากาศของสถานที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ไนซ์ยังคงประทับใจกับเสียงเรือเครื่องยนต์แล่นผ่าน หรือแม้กระทั่งแสงสียามค่ำคืนบนสะพานปรีดี-ธำรง เขาจึงอยากถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้แขกที่มาเข้าพักได้สัมผัส เพราะไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหน ทุกยุคล้วนมีความงามในแบบของตัวเอง

ห้องพักของ BAAT Boutique Hotel มีเพียง 5 ห้อง ที่นี่จึงเงียบสงบ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย เราพักห้อง Deluxe River View บนชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องซิกเนเจอร์ 

ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้จากบนเตียง มีระเบียงกว้างขวางสำหรับนั่งทานข้าวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เรานอนเอกเขนกบนพื้นระเบียงอยู่เป็นเวลานาน เป็นวันที่ได้ใกล้ชิดกับตัวเองและหลีกหนีจากมือถือได้มากที่สุดในรอบปี

บนชั้นเดียวกันยังมีอีกหนึ่งห้องที่เปิดระเบียงออกเป็น 2 ฝั่ง พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัว ห้องพักในชั้นถัดลงมาค่อย ๆ ลดขนาดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีระเบียงกว้างขวางให้ใช้งานเช่นเดิม

อีกหนึ่งความโดดเด่นของ BAAT Boutique Hotel คือเมนูอาหารเช้าที่ไนซ์ออกแบบเอง อย่างคนที่มักตื่นเต้นกับอาหารเช้าในโรงแรม

ไนซ์เข้าครัวทำอาหารเช้าเองทุกวันด้วยความใส่ใจ และยังมีตัวเลือกให้แขกตัดสินใจว่าจะรับประทานบนห้องพักหรือในห้องอาหาร เพื่อให้ทุกมื้ออาหารเต็มไปด้วยความรื่นรมย์และความสะดวกสบาย

เราเลือกจานที่ได้แรงบันดาลใจจากข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่าง 12-Hour Sous-Vide Pork Bowl with Crisps & Pickles หมูที่ผ่านการซูวีนาน 12 ชั่วโมงนุ่มจนแทบละลาย เสิร์ฟคู่ผักดองโฮมเมดและโรตีกรอบ

นอกจากนี้ยังมีอีก 3 เมนูที่ดูสนุกไม่แพ้กัน ทั้ง Signature Fish Ochazuke ข้าวต้มน้ำซุปชากลิ่นข้าวคั่วทานคู่ปลา, Ayutthaya Veggie Bibimbap with Fresh Tofu บิบิมบับผักตามฤดูกาล, Hot-Honey Avocado Sourdough Western Plate อเมริกันเบรกฟาสต์ที่นำพริกคั่วมาทำเป็นน้ำผึ้งเผ็ด

ตกบ่ายเราเดินออกไปหาขนมเพื่อเติมหวานที่คาเฟ่เทวา สวนกันกับแขกของร้านอาหารธารที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย แม้ไนซ์จะบอกว่ากลุ่มลูกค้าหลักคือคนรุ่นใหม่ แต่เราก็ยังเห็นลูกค้าวัยกลางคนที่เคยผูกพันกับร้านแพเทวราชแวะเวียนมาชิมรสชาติที่คนรุ่นใหม่ออกแบบไว้ ทำให้ร้านยังคงล่องไปในสายธารแห่งการเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น

โรงแรมของคนรุ่นใหม่

การเปิดโรงแรมในพระนครศรีอยุธยาไม่ง่าย ทั้งข้อจำกัดด้านกฎหมายและระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เอื้อต่อการท่องเที่ยว

แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าและประวัติศาสตร์อันยาวนานก็สร้างชีวิตใหม่ให้พระนครศรีอยุธยาไม่รู้จบ

“พระนครศรีอยุธยาคือจุดเริ่มต้นของหลายสิ่งหลายอย่าง ประกอบรวมกันขึ้นมาจนเป็นภาพใหญ่ ซึ่งธุรกิจของครอบครัวเราเป็นส่วนเล็ก ๆ ในนั้น” 

เรื่องราวของครอบครัวและอดีตร้านแพเทวราชไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่หยิบขึ้นมาเล่าใหม่ผ่านงานออกแบบได้อย่างเป็นธรรมชาติ อาคารไม้สมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ริมน้ำจึงไม่ใช่เพียงที่พัก แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่ออดีตและปัจจุบันของอยุธยาเข้าด้วยกัน

“ทีมช่างก่อสร้างเป็นคนท้องถิ่น มาจากหมู่บ้านรวมตัวช่างฝีมือในจังหวัด ผมชวนพวกเขามาดูโครงสร้างโรงแรมตั้งแต่วันแรก และเลือกเชื่อในวิธีทำงานแบบดั้งเดิมที่ใช้มือทำทุกขั้นตอน”

สำหรับไนซ์ การสร้าง BAAT Boutique Hotel ไม่ใช่เพียงการต่อยอดธุรกิจครอบครัว แต่คือการเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อพลิกโฉมธุรกิจเก่าแก่ในแบบที่ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางของสายน้ำ แต่อยู่ร่วมกันในวิถีของตัวเอง

3 Things you should do

at BAAT Boutique Hotel

01

ลองชิมอาหารเช้าเมนูสร้างสรรค์ริมระเบียงห้องพัก

02

ลองแช่อ่างอาบน้ำกลางห้อง พร้อมชมวิวแม่น้ำป่าสัก

03

ลองเดินเล่นตลาดเช้าหน้าสถานีรถไฟ

BAAT Boutique Hotel 

Writer

นฤภรกมล แมงกะพรุน

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยอาหารอร่อย หมาหน้าตลก อยู่เพื่ออ่านวรรณกรรมแล้วดูหนังไปเรื่อย ๆ ฝันอยากเป็นนักเขียนเรื่องสั้น มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปทุกที่และทดลองทำอีกหลายล้านอย่าง

Photographer

กษิดิศ พันธารีย์

ชอบถ่ายภาพ ชอบไปญี่ปุ่น พอ ๆ กับที่ชอบนอนอยู่บ้าน