2 กุมภาพันธ์ 2026
556

คุณอายุมากกว่า 18 ปีหรือไม่

ใช่ – คุณไปอุดหนุนเบียร์ยี่ห้อนี้สักกระป๋องได้ที่อังกฤษ หลังอ่านบทความนี้ 

ไม่ใช่ – คุณยังอ่านบทความนี้เป็นแรงบันดาลใจ เผื่อมีไอเดียใหม่ ๆ ช่วยแก้ปัญหาในประเทศเรา

สหราชอาณาจักรอนุญาตให้บุคคลที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปดื่มแอลกอฮอล์ได้ ไม่ใช่แค่ดื่ม ใคร ๆ ก็บ่มคราฟต์เบียร์เอง วางขายได้เอง (ต้องขอใบอนุญาตจากสภาท้องถิ่นและจ่ายภาษีแอลกอฮอล์ให้ถูกต้องด้วยนะ) 

ถ้าใคร ๆ ก็ทำได้ แล้วทำไม ‘ผู้ต้องขัง’ จะทำไม่ได้ 

เขาทำกันอย่างจริงจังประหนึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายของชีวิต ทำจนได้เบียร์ที่…

Criminally Good Beer

‘ดีอย่างร้ายแรง (จนเหมือนผิดกฎหมาย)’ 

แปลเช่นนี้คงไม่ผิดนัก ภาษาอังกฤษมีคำว่า Criminally Good ที่ใช้กันทั่วไป ทำนองว่า ดีจัด ‘อื้มหืม มันร้ายนัก ดีจนน่าให้ตำรวจมาจับ’ 

Tap Social Movement’ ธุรกิจเพื่อสังคมจากออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ จึงนำวลีนี้มาใช้เป็นสโลแกนว่า Criminally Good Beer เสียเลย 

เริ่มมาจาก 2 สาว 1 หนุ่ม ผู้ก่อตั้ง Tap Social ต่างเห็นปัญหาระบบเรือนจำของอังกฤษที่ไม่ตอบโจทย์การฟื้นฟูชีวิตของผู้พ้นโทษ Amy Taylor เคยเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายของกระทรวงยุติธรรม Tess Taylor เคยทำงานช่วยเคลียร์ประวัติอาชญากรรมที่ National Pardon Centre ในแคนาดา ส่วน Paul Humpherson คืออดีตทนายความด้านคดีอาญา

ในปี 2016 ขณะที่ Tess ไปเยี่ยมชมโรงเบียร์ต่าง ๆ ระหว่างทำงานกับหนึ่งในผู้บุกเบิกขบวนการคราฟต์เบียร์อิสระ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนโฉมวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ไปทั่วประเทศ เธอเห็นบรรยากาศที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และไม่ตัดสินใครของวงการนี้ 

เอ๊ะ นี่อาจเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการกลับเข้าสู่สังคมอีกครั้งก็ได้ – เธอเริ่มตั้งโจทย์

ส่วน Amy รู้จักกับผู้ว่าการเรือนจำ Spring Hill เธอเสนอแนวคิดการเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสำหรับชีวิตนอกเรือนจำ ด้วยการปล่อยตัวระหว่างวัน เปิดโอกาสให้ได้ทำงานในช่วงสุดท้ายของการรับโทษ

2 สิ่งที่กลายเป็นภารกิจของชีวิต – ความยุติธรรมในสังคมและเบียร์อร่อย

ทั้ง 3 คนชวนผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเบียร์เข้าร่วมทีม ระดมเงินออมของตัวเอง หาอาคารเก่าราคาย่อมเยา และซื้ออุปกรณ์มือสอง Tap Social เริ่มรับพนักงานคนแรกจากเรือนจำ Spring Hill เพียง 6 สัปดาห์หลังเปิดกิจการ และจากวันนั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยหันหลังกลับอีกเลย

ตลอด 9 ปีของ Tap Social ผ่านมาทั้งยุค Brexit โควิด-19 และความไม่แน่นอนของสงครามทั่วโลกที่ทำให้เศรษฐกิจของอังกฤษตกต่ำลงเรื่อย ๆ ในขณะที่อุตสาหกรรมบริการ อาหารและเบเกอรี กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง คราฟต์เบียร์คุณภาพระดับอาร์ติซานของ Tap Social กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนยอดขายทะลุ 1 ล้านไพน์ในปี 2024 ที่ผ่านมา ขยายหน้าร้านไปถึง 4 แห่งใน Oxford และ Banbury ส่งเบเกอรีและเบียร์ไปทั่วเมือง ด้วยน้ำพักน้ำแรงของผู้พ้นโทษกว่า 100,000 ชั่วโมง

อร่อยจนหนังสือพิมพ์ดังเขียนชมไม่พอ ยังเป็นเบียร์ระดับรางวัลหลายปีซ้อนจาก Society of Independent Brewers (SIBA) ปี 2025 ที่ผ่านมา เพิ่งคว้ารางวัลจากเบียร์ 2 ตัว 

‘Inside Out’ เบียร์สไตล์ Oatmeal Stout ดีกรี 5.5% รสเข้ม กลิ่นคั่วชัด ได้รับเหรียญเงินในสาขา Stout & Porter 

‘Home and Dry’ เบียร์สไตล์ Hazy Pale Ale ดีกรี 4.2% กลิ่นอายทรอปิคัล ได้รับเหรียญทองแดงในสาขา Session Pale Ale ตัวนี้วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต Waitrose & Partners กว่า 228 สาขาทั่วสหราชอาณาจักรอีกด้วย

ไม่ดื่มเบียร์หรือ
ไม่ต้องห่วง เขามี ‘Criminally Good Bakes’ ขนมปังที่อร่อยอย่างร้ายแรง (จนน่าผิดกฎหมาย) 

Proof Social Bakehouse คือธุรกิจส่วนต่อขยายของ Tap Social ที่ทำเบเกอรี ขนมปัง ขนมหวานระดับอาร์ติซานโดยผู้ต้องขังเช่นกัน 

รางวังด้านธุรกิจเพื่อสังคมเยอะยิ่งกว่า แม้ต้องใช้เวลาพิสูจน์มาเนิ่นนาน แต่ก็สมฐานะกับรางวัลระดับประเทศ Community-Based Social Enterprise of the Year จากเวที UK Social Enterprise Awards 2025 ในระดับท้องถิ่นก็ได้รางวัล Business of the Year และ Young Business Person of the Year จาก Oxfordshire Business Awards (OXBA)

อบขนม บ่มเบียร์ เปลี่ยนสังคมได้ขนาดนั้นเลยหรือ 

ได้สิ เพราะสิ่งที่ Tap Social ทำ เป็นปัญหาสังคมที่หยั่งรากลึก ไม่มีใครมองเห็นมานานหลายทศวรรษ

Double Punishment

อะไรคือการป้องกันอาชญากรรมที่ดีที่สุด ไม่ใช่กฎหมายที่เข้มงวด ตำรวจที่เก่งที่สุด

คำตอบคือ…การจ้างงาน

ความสัมพันธ์ระหว่างการจ้างงานกับการก่ออาชญากรรม ตรงไปตรงมา จริงแท้ และใช้ได้ในทุกสังคม

เพียงแค่ ‘มีงานทำ’ จะช่วยลดอัตราการก่อเหตุและการกระทำผิดซ้ำได้ชะงัก แต่การได้งานสำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิต เมื่อสังคมตีตราคนเหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้ว ‘การถูกปฏิเสธงาน’ ยิ่งทำให้คนเหล่านี้รู้สึกไร้ค่า นี่คือการ ‘ลงโทษซ้ำซ้อน’ ทางสังคมที่น่าเจ็บปวด

หากสังคมผลักผู้พ้นโทษจากสภาพการถูกกักขังวันละ 22 ชั่วโมง ไปสู่การใช้ชีวิตโดยลำพัง มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้พ้นโทษมักว่างงานภายใน 1 ปีหลังออกจากเรือนจำ และมีโอกาสกระทำผิดซ้ำสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงยุติธรรมของอังกฤษเก็บตัวเลขว่า การกระทำผิดซ้ำสร้างภาระให้ผู้เสียภาษีมากถึง 19,000 ล้านปอนด์ต่อปี ขณะเดียวกันยังมีศักยภาพของผู้พ้นโทษจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกใช้งาน มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวไม่ช้าก็เร็ว

เรื่องเหล่านี้อยู่ในมุมมืดที่คนในสังคมแทบไม่เคยรับรู้ Tap Social จึงตะโกนผ่านข้อความข้างกระป๋องเบียร์ซะเลย บนกระป๋องเบียร์ทุกใบจะมีข้อความสั้น ๆ เช่น

นักโทษจะได้รับเงินก้อนครั้งเดียวเพียง 89.52 ปอนด์ (ประมาณ 3,700 บาท) หลังปล่อยตัว สำหรับคนที่ไม่มีบ้านให้กลับก็จะได้เต็นท์ 1 หลัง หากไม่มีการสนับสนุนเพียงพอ ผู้พ้นโทษกว่าครึ่งจะกลับไปกระทำผิดซ้ำในช่วง 1 ปีแรก สร้างภาระการเงินให้กับผู้เสียภาษีต่อไป นี่คือ False Economy ระบบเศรษฐกิจที่ผิดพลาด 

Restart

รู้ไหมว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรในเรือนจำสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก 

ตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 แสนคน แต่เรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศไทยจุได้เพียง 2 แสนคน

ผู้เขียนเคยนั่งคุยกับ ดร.อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ TIJ เธอวิเคราะห์ให้ฟังว่า ประเทศไทยมีความพิเศษตรงที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด อาจจะเสพเพราะเครียด ขายเพราะจำเป็น มีผู้หญิงที่เป็นแม่ติดคุกอยู่ไม่น้อย

สภาพชีวิตหลังออกจากเรือนจำก็แทบไม่ต่างจากที่อังกฤษ ผู้พ้นโทษไทย 15 เปอร์เซ็นต์ กลับเข้าสู่เรือนจำทันทีในปีแรก ผ่านไป 2 ปีกลับเข้าไปประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปีที่ 3 กลับมากว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรผู้ต้องขัง 

ภาษีประชาชน 15,000 ล้านบาทต่อปีที่ไปยังกรมราชทัณฑ์ถูกใช้เป็นค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและค่าอาหารกว่า 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ แค่ให้อาหารทานครบมื้อก็แทบไม่เพียงพอ ย่อมไม่เหลือเงินเอามาทำโครงการบำบัดฟื้นฟู 

ข่าวดีคือไทยเราก็มีแนวคิดสร้างพื้นที่ในการเรียนรู้ทักษะชีวิตไปพร้อมกับสร้างทักษะการทำงาน ‘Restart Academy หรือโรงเรียนตั้งต้นดี’ เปิดโอกาสให้ผู้พ้นโทษและผู้ต้องขังมาฝึกวิชาชีพตั้งแต่ทำอาหาร อบขนม นวดสปา ซาลอนเสริมสวย หรือการร่วมมือกับภาคเอกชนเพิ่มทักษะใหม่ เช่น แบรนด์ชุดกีฬาระดับประเทศ Warrix เข้าไปสอนวิธีเย็บเสื้อในทัณฑสถานหญิงและวางขายในร้านจริง หรือ BIG Trees จัดอบรมวิธีการเป็นรุกขกรและให้ผู้ต้องขังตัดแต่งต้นไม้ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ

“หน้าที่สำคัญอีกอย่างก่อนการสร้างงานสร้างอาชีพ คือการสร้างทักษะชีวิต ความบกพร่องในชีวิตของเขาเกิดจากไม่มีใครคอยสอนมาก่อน เช่น การบริหารจัดการเงิน ส่วนใหญ่พอเริ่มมีรายได้ ปัญหาติดพันต่อมา คือใช้จ่ายไม่ระวัง หวนกลับไปติดยาหรือเล่นพนันออนไลน์” ดร.อณูวรรณบอก

กลับมาที่เมืองออกซ์ฟอร์ด Tap Social ไม่ได้จ้างงานคนกลุ่มนี้ทั้งหมด มีผู้ต้องขังประมาณ 60 คน คิดเป็น 1 ใน 3 ของพนักงานทั้งหมด ต้องผ่านการฝึกงาน เรียนรู้ทักษะ รับค่าจ้าง ได้สวัสดิการ ถูกประเมินผลงานเหมือนลูกจ้างทั่วไป เพราะเขาก็คือคนปกติธรรมดาคนหนึ่ง

Greg’s Story

“ธนบัตรพลาสติก เหรียญปอนด์แบบใหม่ คนใช้นาฬิกาและมือถือจ่ายเงิน ผมงงมาก เป็นเรื่องที่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ใหม่หมดเลย” เกร็ก บาริสต้าในคาเฟ่ของ Tap Social เคยให้สัมภาษณ์

อดีตช่างทาสีผู้เคยก้าวพลาด บอกว่างานดูแลลูกค้าเป็นส่วนที่ยากที่สุด เขาเพิ่งเคยมีปฏิสัมพันธ์กับคนมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่แค่คนหน้าเดิม ๆ ในเรือนจำที่อยู่มาตลอดหลายปี ทุกคนปฏิบัติกับเขาแบบ ‘คนปกติ’ ทั้งที่ในหัวของชายผู้นี้คิดลบมาก่อนแล้วว่าจะต้องถูกสายตามองแปลกหรือคนเดินหนี

เพียงคำว่า “Goodbye, Thank you very much for today.” หลังจากจบงานในแต่ละวัน เกร็กกลับคิดว่าตนเองไม่สมควรได้รับ เพราะเขาแค่ทำตามหน้าที่ แต่เพื่อนร่วมงานใน Tap Social พูดเป็นเรื่องปกติ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบในวันรุ่งขึ้น อยากรู้ว่าวันหยุดทำอะไรมาบ้าง กลับกลายเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ทำให้ชายคนนี้เปลี่ยนมุมมองต่อชีวิตหลังพ้นโทษว่ายังมีสังคมที่ดีรออยู่

“Thanks for today” เกร็กจึงหัดพูดขอบคุณเพื่อนร่วมงานเช่นกัน

Craft to Crowd

ในปี 2025 เพิ่งเป็นครั้งแรกตลอด 8 ปีที่ Tap Social เปิดระดมทุนให้คนทั่วไปมาร่วมเป็นเจ้าของได้ หากไม่นับผลกระทบทางสังคม แค่ผลประกอบการของบริษัทก็ดูเป็นธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อย

มีกำไร (EBITDA) กว่า 27,000 ปอนด์ ด้วยยอดขายมากกว่า 2.5 ล้านปอนด์ในปี 2024 และทำกำไรได้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจโตเฉลี่ย 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปีระหว่างปี 2021 – 2024 (คำนวณแบบ CAGR) แม้อยู่ในช่วงโควิด-19 

บนเว็บไซต์ Crowdcube แพลตฟอร์มระดมทุนแบบ Crowdfunding โชว์ตัวเลขทะลุยอดที่ต้องการ ปิดการระดมทุนที่ 629,301 ปอนด์ จากนักลงทุน 344 ราย นักลงทุนไม่เพียงแค่ได้แต้มบุญไปใช้ชาติหน้า แต่ได้สิทธิความเป็นเจ้าของ พร้อมแพ็กเกจซ่า ๆ ตั้งแต่ส่วนลด 10 – 20 เปอร์เซ็นต์ไว้ใช้ตลอดปี รับบัตรเชิญให้เข้าร่วมงานเปิดร้านใหม่ พร้อมอาหารเครื่องดื่มไม่อั้น ร่วมทัวร์โรงเบียร์และชิมเบียร์พิเศษด้วย

นอกจากนี้ สิ่งที่หวานเจี๊ยบสำหรับนักลงทุน คือการขอคืนภาษีได้สูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนทันที รัฐบาลสหราชอาณาจักรมีโครงการ Enterprise Investment Scheme (EIS) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทขนาดเล็กซึ่งมีความเสี่ยงสูงระดมทุนได้ แถมไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากการลงทุน (Capital Gains) สำหรับผลตอบแทนที่ได้รับ หรือหากขาดทุน ก็นำผลขาดทุนไปหักลบกับภาษีเงินได้หรือภาษีกำไรจากการลงทุนได้

เงินหลักสิบล้านบาทนี้ Tap Social มีฝันที่จะขยายการจำหน่ายเบียร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับประเทศ ขยายทีมงาน เพิ่มกำลังการผลิตทั้งเบียร์และเบเกอรี เปิดร้านใหม่ ทำการตลาดและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 

ท่ามกลางการแข่งขันธุรกิจน้ำเมาในยุโรป ไม่ใช่แค่ขายดีมีสตอรี แต่ยังต้องเป็นธุรกิจที่สะอาดต่อโลก Tap Social ทำเรื่องนี้ได้ดีไม่แพ้ใคร เช่น ใช้ไฟสะอาด ส่งขนมปังกับพาร์ตเนอร์นักปั่นช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์เป็นศูนย์ ส่งเบียร์แบบฉลาดให้ AI คำนวณเส้นทางรถเพื่อประหยัดพลังงาน นำพลังงานความร้อนในโรงเบียร์มาใช้ซ้ำ แพ็กเกจจิ้งเบียร์ทั้งกระป๋องและกล่องกระดาษรีไซเคิลได้

น่าแปลกที่ ‘โครงการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อทำงานในเวลากลางวัน (Day Release)’ มีอัตราความสำเร็จสูงถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับนำมาใช้กับผู้ต้องขังน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ของทั้งสหราชอาณาจักร เรื่องนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ต้องมีองค์กรอย่าง Tap Social ให้โอกาสรับผู้ต้องขังเข้าทำงานมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ 3 ผู้ก่อตั้งเดินสายให้ความรู้เปิดใจกับธุรกิจต่าง ๆ 

Tap Social สร้างงานให้ผู้พ้นโทษไม่ได้ทุกคน แต่องค์กรนี้ได้สร้าง ‘ความหวังในการทำงาน’ ให้กับผู้ก้าวพลาดทั่วโลก เพราะงานไม่ได้มาพร้อมกับเงินเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมกับการเติมเต็มความมั่นใจและการหาความหมายในการมีชีวิตอยู่ต่อไป

ต่อให้ผลิตเบียร์ที่ดีกรีแอลกอฮอล์แรงกว่านี้ แต่ตัวเลขที่ Tap Social ภูมิใจที่สุดคือ

อัตราการกระทำผิดซ้ำของพนักงานเป็น 0 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ปีหลังปล่อยตัว

ภาพ : www.tapsocialmovement.com

Theory of Change
behind
Tap Social Movement

Problem

ผู้พ้นโทษหางานยากลำบาก มากกว่าครึ่งกระทำผิดซ้ำใน 1 ปี

Activities

ฝึกอบรมและจ้างงานผู้พ้นโทษให้มาผลิตเบียร์ สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงาน

Outputs

จ้างงานแล้วกว่า 100,000 ชั่วโมง ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษมีทักษะในการทำงานและใช้ชีวิต

Outcomes

ไม่มีพนักงานกระทำผิดซ้ำใน 1 ปีเลย มีความเป็นอยู่ที่มั่นคงขึ้น มั่นใจในตัวเองมากขึ้น

Impact

ลดงบประมาณภาครัฐกว่า 19,000 ล้านปอนด์ต่อปี ลดการก่อเหตุอาชญากรรม และช่วยปรับทัศนคติคนในสังคม

Writer

ธันยมัย อนันตกรณีวัฒน์

นักข่าวเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยเชื่อว่า GDP คือคำตอบ แต่กลับชื่นชอบในแนวคิด Circular Economy ว่าจะสร้างอนาคตอันสดใสให้กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน