24 มกราคม 2026
2 K

‘บ้านแห่งสติ’ คือ ชื่อโปรเจกต์ที่พักในอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ของแบรนด์สาธุ (Satu)

สาธุ เกิดขึ้นจากความฝันที่ ‘อยากอยู่บ้าน’ ของหนุ่มดอยเต่า แบงค์-ศักดิ์สรัญ ดวงอินทร์

“ทั้งชีวิตผมมีความฝันอยู่อย่างเดียวเลยครับ คืออยู่บ้าน แต่อยู่แล้วต้องเป็นประโยชน์กับเรา ครอบครัว ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ถ้า 4 องค์ประกอบนี้ดีหมด เราเชื่อว่ามันจะทำให้เรามีความสุข…” แบงค์เคยอธิบายจุดเริ่มต้นของการทำสาธุกับเราไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว (อ่านเรื่องราวจุดเริ่มต้นของสาธุได้ที่นี่)

จากโจทย์องค์ประกอบความสุข 4 ข้อที่แบงค์ตั้งไว้ ทำให้เขาหันมามองหาของดีและภูมิปัญญาของดอยเต่า จนเกิดความคิดอยากทำแบรนด์เสื้อผ้า

เสื้อผ้าของสาธุ เกิดจากการนำภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง กะเหรี่ยงโพล่ง และปกาเกอะญอ ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันบนดอยเต่า มานำเสนอผ่านผ้า ตั้งแต่ผ้าทอมือด้วยกี่เอวโบราณ ผ้าจากใยกัญชง เทคนิคเขียนเทียนของม้ง การย้อมสีจากธรรมชาติ ที่ประกอบเข้ากันกับแพตเทิร์นสุดแหวกแนวและเป็นเอกลักษณ์ของแบงค์ ทำให้เสื้อผ้าของแบรนด์นี้สวยและเท่ไม่ซ้ำใคร ส่งเสริมให้ชุมชนและชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์มีรายได้จากภูมิปัญญาของพวกเขาเอง มีงานและอาชีพให้ลูกหลานในชุมชน โดยไม่ต้องออกจากบ้านไปหางานในเมือง ที่สำคัญ กระบวนการทำเสื้อผ้าของสาธุต้องเป็นมิตรและเบียดเบียนธรรมชาติให้น้อยที่สุด

ด้วยความตั้งใจดีและทำจริงของแบงค์ ไม่นานเสื้อผ้าของแบรนด์สาธุก็ได้รับความนิยม เป็นที่รักของผู้คนจำนวนมาก และทำให้ความฝันของหนุ่มดอยเต่าคนนี้ที่อยากจะอยู่บ้าน มีประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นจริง 

อย่างไรก็ตาม ความฝันของหนุ่มดอยเต่าคนนี้ยังไม่ได้สิ้นสุดแค่นั้น

“สำหรับผม ความฝันก็เหมือนการต่อจิ๊กซอว์ มันมีหลายวิธีที่จะต่อให้เสร็จ จะต่อตรงกลางก่อนก็ได้แล้วค่อย ๆ ขยายออกมา ขอแค่มันต่อออกมาเป็นภาพฝันของเรา และต้องต่อมันอยู่เรื่อย ๆ” นี่คือประโยคที่แบงค์พูดทิ้งท้ายกับเราเมื่อ 5 ปีที่แล้ว พร้อมรอยยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุขซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขา

กาลเวลาผ่านไป 5 ปี กระทั่งไม่นานมานี้ แบงค์กำลังจะต่อจิ๊กซอว์ความฝันชิ้นใหม่… 

บ้านแห่งสติ

“ผมมีโอกาสทบทวนตัวเองและแบรนด์สาธุลึก ๆ อีกครั้ง แล้วพบว่า จริง ๆ ผมไม่ได้ทำแค่เสื้อผ้า เสื้อผ้าเป็นแค่สิ่งหนึ่งเท่านั้นที่ผมใช้เล่าวิถีชีวิต เล่าภูมิปัญญาการพึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ผมตั้งใจใช้ทรัพยากรโดยเบียดเบียนกันน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ผมมองว่าทั้งหมดเป็นเรื่องวิธีการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะที่อยู่อาศัย อาชีพ การกิน การอยู่ ทุกอย่างที่ผมเป็น ทุกอย่างที่ผมทำที่บ้าน กำลังพูดเรื่องนี้อยู่ 

“ผมอยากให้คนมาสัมผัส มาใช้เวลาร่วมกันที่นี่ เลยเกิดไอเดียทำบ้านแห่งสติขึ้นมาครับ”

สาธุ สติ ลมหายใจ

บ้านแห่งสติ มีทั้งหมด 3 หลัง ได้แก่ บ้านสาธุ บ้านสติ และบ้านลมหายใจ ซึ่งชื่อบ้านแต่ละหลังล้วนเป็นสิ่งที่แบงค์เชื่อว่าสำคัญต่อชีวิต และยังเป็นชื่อของลูก ๆ ทั้ง 3 คนที่สำคัญมากกว่าชีวิตของเขา

“ลูก ๆ เขาเป็นคนเลือกกันเองเลยครับว่าหลังไหนจะเป็นชื่อของใคร หลังในสุดคือบ้านสาธุ ด้านหน้าคือบ้านลมหายใจ และตรงกลางด้านบนคือบ้านสติครับ” แบงค์อธิบายพร้อมรอยยิ้มกว้าง

แบงค์อยากให้คนที่มาพักที่นี่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้มีโอกาสอยู่เฉย และลองอยู่ช้า ๆ 

“ผมตั้งชื่อว่าบ้านแห่งสติ เพราะตั้งใจอยากให้คนที่มาพักได้กลับมาอยู่กับตัวเองบ้าง ผมเลยตั้งใจเลือกให้พื้นเป็นไม้ไผ่ เพื่อเวลาเหยียบจะเกิดเสียงกรอบแกรบดังขึ้นมา คอยเตือนสติให้เราอยู่กับตัวเองในทุกก้าว บันไดต่าง ๆ ของที่นี่ก็เช่นกันครับ เราตั้งใจออกแบบให้ผู้เดินขึ้นต้องมีความนิ่งพอสมควร

“บ้านทั้ง 3 หลังตกแต่งโดยวางคอนเซปต์ง่าย ๆ เอาไว้ บ้านสาธุหลังในสุดตกแต่งด้วยสีของมะเกลือให้โทนดำเทา บ้านลมหายใจด้านหน้าเป็นสีน้ำตาลอมแดงย้อมจากไม้ประดู่ บ้านสติหลังใหญ่ที่อยู่ตรงกลางเป็นสีน้ำเงินย้อมจากต้นฮ่อมครับ ส่วนโครงสร้างของทั้ง 3 หลังนั้นไม่เหมือนกันเลย”

ให้ธรรมชาตินำทาง

บ้านทั้ง 3 หลังทำจากไม้ แต่ละหลังมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน โดยแบงค์ออกแบบเองทั้งหมด

“บ้านทุกหลัง ผมตั้งใจพูดถึงภูมิปัญญาการใช้วัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นมาทำที่พัก ซึ่งอิทธิพลการออกแบบหลัก ๆ ผมได้มาจากชาวกะเหรี่ยง ผมชื่นชมวิถีชีวิตของพวกเขาที่ยังคงรักษาจารีตการอยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติ เบียดเบียนธรรมชาติให้น้อยที่สุด และยังคงยึดหลักการนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น”

แบงค์ใช้วัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เพราะอยากเบียดเบียนธรรมชาติให้น้อยที่สุด และพยายามใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุดด้วย ไม้แต่ละแผ่นหรือท่อนไม้ที่ได้มา เขาพยายามไม่ตัดให้สิ้นเปลือง ออกแบบให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และให้ธรรมชาติของไม้แต่ละชิ้นเป็นตัวกำหนดรูปทรงของบ้านที่เขาทำ

“ผมออกแบบบ้านก่อนแล้วค่อยสร้างไม่ได้ครับ เพราะไม้แต่ละชิ้นที่ใช้สร้างบ้าน ผมตั้งใจไม่ผ่านกระบวนการตัดแต่งใด ๆ ทำให้ไม้แต่ละชิ้นมีลีลาของเขา ผมต้องมาเลือกว่าแต่ละท่อนควรวางตรงไหน วางอย่างไร เลือกตามที่ตัวเขาเป็น ผมเลยต้องออกแบบไปด้วย ประกอบโครงสร้างไปด้วย”

แค่ได้สังเกตวิธีการเลือกเข้าไม้แต่ละชิ้นก็ทำให้เพลิดเพลิน พร้อมได้คิดย้อนถึงกระบวนการคิดของผู้สร้าง ราวกับเด็กประกอบหุ่นยนต์โมเดลที่ไม่มีแบบมากำหนดจินตนาการ เหมือนศิลปินมาทำงานช่าง

“บ้านสาธุมีที่เอนอ่านหนังสือ เกิดจากตอนสร้างมีไม้ส่วนเกิน ผมไม่อยากตัด ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อใช้ไม้ท่อนนี้ได้อย่างเต็มประโยชน์ เลยออกมาเป็นที่เอนอ่านหนังสืออย่างที่เห็น

“เป็นงานยากสำหรับช่าง แต่สนุกสำหรับผม” แบงค์หัวเราะสนุก

พอเขาเลือกไม่ตัดไม้ส่วนที่เหลือจากการใช้งาน แต่ใช้วิธีพยายามจัดวางให้ออกมาดูดีที่สุด ทำให้เราเห็นส่วนของไม้ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ตัดให้เรียบเสมอเป็นแนวเดียวกันเป๊ะ ๆ เหมือนบ้านสมัยใหม่

“ผมไม่ชอบอะไรที่มันมีความเหลี่ยมหรือเท่ากันหมด มันดูพยายามเกินไป ดูประดิษฐ์ ดูไม่มีชีวิต ดูแล้วรู้สึกกระด้าง จริง ๆ ไอ้ที่ผมทำมันก็ประดิษฐ์นั้นแหละ แต่ให้ความรู้สึกคนละอย่างกับการทำให้เหมือนกันหมด ผมมองว่าไม้แต่ละท่อนมีเสน่ห์ของตัวเอง ผมอยากแสดงสิ่งนั้นให้คนเห็น” แบงค์อธิบาย

เราสังเกตว่าทุกหลังใช้วิธีการเข้าลิ่มเป็นหลัก แม้แต่บันไดขึ้นก็ด้วย โชว์ลิ่มให้เห็นชัด ๆ ไปเลย

“บันไดคือส่วนที่ผมตั้งใจโชว์พลังลิ่มเลยครับ” เขายิ้มกว้าง 

“ผมไม่ชอบลวดหรือตะปู ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากใช้ ผมอยากสร้างขยะให้กับโลกน้อยที่สุด…” แบงค์หยุดคิดครู่หนึ่งก่อนอธิบายต่อ “ไม่ใช่แค่นั้นหรอกครับ เมื่อกี้เป็นแค่คำหล่อ จริง ๆ คือผมชอบสิ่งนี้ด้วย ผมเห็นแล้วรู้สึกอิ่มข้างใน มันเติมเต็มข้างใน ผมเห็นแล้วรู้สึกว่ามันพิเศษ บ้านเติมพลังให้ผมได้”

แบงค์เลือกมุงหลังคาด้วยวัสดุธรรมชาติ ปูด้วยใบตองตึงที่เป็นภูมิปัญญาการปูหลังคาของคนเหนือ เขาตั้งใจนำเสนอ และยังช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนในดอยเต่าที่ยังคงทำหลังคาใบตองตึงอยู่

แม้หลังคาใช้วัสดุจากภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่แบงค์ก็นำมาต่อยอดให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยการดัดให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ อย่างบ้านสติ บ้านหลังที่อยู่ตรงกลางสูงกว่าหลังอื่น ๆ เขาตั้งใจทำหลังคาใบตองตึงเป็นทรงโดม แค่นั้นไม่พอ เขายังเว้นช่องไว้สำหรับให้คนที่มาพักได้เอนกายดูดาวบนระเบียงด้วย

ไฟ คือ ชีวิต

แม้รูปทรงบ้านแต่ละหลังเปลี่ยนไปตามลักษณะไม้ แต่ทุกหลังมีเอกลักษณ์ร่วมกันอยู่อย่าง

นั่นคือ เตาไฟ

“สำหรับผม ไฟคือชีวิต เป็นวัฒนธรรมร่วมของคนทั่วโลกมาแต่โบราณ บ้านผมมีเตาไฟเป็นศูนย์รวมของครอบครัว ทุกคนมานั่งล้อมรอบรับความอบอุ่น มาทำกับข้าว มากินข้าวด้วยกัน เพื่อนมาก็มาพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ เตาไฟตรงนี้กลายเป็นห้องรับแขก เป็นจุดศูนย์รวมของผู้คน ของวิญญาณ เป็นตัวเชื่อมอะไรหลาย ๆ อย่างในวิถีชีวิตของผู้คน ผมว่านี่แหละความพิเศษของเตาไฟ” เจ้าบ้านเล่า

หากมาเยือนสตูดิโอของสาธุหรือนอนพักบ้านแห่งสติ แบงค์จะคอยต้อนรับทุกคนที่ลานไม้ไผ่กว้าง เขาจะชวนคุณจิบน้ำชา นั่งพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดกัน ท่ามกลางความอบอุ่นจากเตาไฟ

กิจกรรมของที่นี่ คือ อยู่เฉย ๆ

“พื้นที่บ้านเรามีกิจกรรมเยอะก็จริง แต่ผมอยากให้คนที่มาพักเขาได้อยู่เฉย ๆ นะครับ 

“เวลาผมไปเที่ยว ผมแค่อยากไปนอนเฉย ๆ ไปดื่มด่ำบรรยากาศ ไปดู ไปเห็น ไม่ได้อยากทำอะไร คิดว่าคนที่มาพักเขาก็น่าจะอยากอยู่เฉย ๆ เหมือนกัน เขาคงเหนื่อยกับงานมาเยอะแล้ว ผมอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ผ่อนคลาย ให้ผู้คนมาดื่มด่ำวิถีชีวิตกับธรรมชาติและภูมิปัญญาไปพร้อมกัน 

“ผมไม่บังคับให้เขาทำอะไรเลย ให้ทุกอย่างเกิดขึ้นและเป็นไปเองโดยธรรมชาติของเขา ใครอยากนั่งคาเฟ่ก็มีคาเฟ่ลมหายใจให้มานั่งพักผ่อน พร้อมชงเครื่องดื่มให้ หรือถ้าอยากช้อปปิ้ง ผมก็มีพื้นที่โชว์รูมของแบรนด์สาธุ”

“ถ้าใครสนใจกระบวนการทำเสื้อผ้าของสาธุ ที่นี่ก็มีทุกขั้นตอนให้มาเรียนรู้ มีโรงย้อมให้ดูด้วย หรือถ้าอยากลองสัมผัสวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ผมก็มีแปลงผัก มีเล้าไก่ มีคอกวัว คอกควาย เพื่อให้เขาเห็นว่าคนสมัยก่อนมีวิธีใช้ประโยชน์จากพื้นที่รอบ ๆ บ้านของเขาอย่างไร

“ผมหวังว่าพอเขามาดื่มด่ำภูมิปัญญาและธรรมชาติ เขาจะรู้สึกรักมัน พอรัก ก็จะรู้สึกหวงแหน อยากรักษา อยากให้สิ่งเหล่านี้คงอยู่ต่อไป เขาจะเริ่มดูแลธรรมชาติ ดูแลภูมิปัญญา ธรรมชาติก็อยู่ได้ คนในชุมชนก็อยู่ได้ มีอาชีพและกลับมารักษาภูมิปัญญาของตัวเอง ทุกอย่างอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข” 

“ผมแนะนำให้มาพักที่บ้านแห่งสติสัก 3 วัน 2 คืน กำลังพอดี ถ้ามาคืนเดียวแล้วกลับ ยังไม่ทันหายเหนื่อยเลย ไม่สนุกหรอกครับ ถ้ามา 2 คืน จะได้พักเติมพลัง พอคืนที่ 2 พลังเริ่มล้น ผมต้องขอตบพลังออกหน่อย คืนสุดท้ายผมจะจัดปาร์ตี้ให้ครับ” เขาหัวเราะ พลางหลิ่วตาไปทางไหดองที่วางเรียงรายอยู่จำนวนมาก 

“อยากให้มาม่วน ๆ กันทุกคนครับผม” แบงค์ยิ้มกว้างรอต้อนรับแขกทุกคน

3 Things you should do

at บ้านแห่งสติ

01

ลองล่องแพหรือนั่งเรือชมบรรยากาศทะเลสาบดอยเต่า นำเที่ยวโดยทีม Bandin in the Doi (เพื่อนสนิทของแบงค์)

02

ลองให้แบงค์พาชมวิถีชีวิตของชุมชนกะเหรี่ยงโพล่ง ผู้อยู่เบื้องหลังเสื้อของสาธุ

03

ลองอยู่เฉย ๆ นอนอ่านหนังสือ นอนดูซีรีส์

บ้านแห่งสติ
  • 333 หมู่ ​1​ บ้าน​แปลง​ 2 ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • 08 6910 1999
  • สาธุ-Satu
  • satu.doitao
  • บ้านสาธุ และ บ้านลมหายใจ ราคา 2,800 บาท/คืน, บ้านสติ ราคา 3,800 บาท/คืน
    ราคารวมอาหารเช้า (หากต้องการบริการมื้ออื่นจ่ายเพิ่มได้)

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

ภูพิงค์ ตันเกษม

ชีวิตผม ชอบการเดินทาง ชอบทำอาหาร และรักการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย