วันเด็กปีนี้ เราขอนำเสนอลิสต์ 11 สถานที่เหมาะสำหรับพาเด็ก ๆ ไปใช้เวลาในวันพิเศษ สร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกันภายในครอบครัว
การมีอยู่ของวันเด็ก นอกจากเพื่อให้คนเห็นถึงความสำคัญของคนวัยนี้ นี่ยังเป็นวันที่อยากให้น้อง ๆ หนู ๆ เห็นคุณค่าในตัวเอง ว่าพวกเขามีความสำคัญและมีพลังไม่ต่างจากผู้ใหญ่
ดังประโยคที่เราได้ยินกันเสมอมาว่า ‘เลี้ยงเด็กหนึ่งคน ต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน’ เราจึงรวบรวมสถานที่ที่เหมาะให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้อาจเป็นประตูบานแรกที่จุดประกายให้พวกเขาพบกับความหมายของชีวิต หรืออย่างน้อยพวกเขาก็จะได้สั่งสมประสบการณ์ เติมลิ้นชักความทรงจำให้เต็มเปี่ยม
01
เรียนจัดดอกไม้ที่ ‘มะลิบาน’
กรุงเทพฯ

‘มะลิบาน’ เป็นร้านดอกไม้ที่รวบรวมดอกไม้หลากหลายพันธุ์ที่เกิดและเติบโตในไทย เพราะ ปั้น-กมลรัตน์ ชยามฤต เจ้าของร้าน เชื่อว่าดอกไม้ที่ปลูกในไทยคุณภาพดีไม่แพ้ใคร
ดอกไม้ในร้านมะลิบานมีเฉพาะดอกไม้ตามฤดูกาล ไม่ใช้สารเคมีเร่งให้โต ไม่เร่งให้สวย เพราะนั่นไม่ใช่วิถีตามธรรมชาติ แถมอาจส่งผลร้ายต่อทั้งคนปลูกและคนซื้อ อีกทั้งในทุก ๆ การจัดช่อ ปั้นไม่ใช้โฟมแม้แต่ชิ้นเดียว และพยายามใช้วัสดุอื่นทดแทนการใช้พลาสติกเสมอ
นอกจากบริการขายดอกไม้และรับจัดดอกไม้แล้ว ที่มะลิบานยังเปิดสอนกิจกรรมเกี่ยวกับดอกไม้ เช่น การทำ Herbarium หรือจัดดอกไม้ในขวดแก้วสไตล์ญี่ปุ่น การจัดดอกไม้ในแจกัน หรือแม้แต่ร้อยมาลัย ที่สำคัญ พวกเขารับลูกศิษย์วัยจิ๋วด้วย
ที่นี่ยังมีหอพรรณไม้ (Herbarium) ในร้านเพื่อเป็นสื่อกลางให้องค์ความรู้ทางพฤกษศาสตร์เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่ายมากขึ้น มีทั้งแบบแผงอัดและแบบใส่โหล เพราะปั้นอยากให้ทุกคนเรียนรู้รายละเอียดพรรณไม้ ตั้งแต่ดอกไม้ที่เห็นในชีวิตประจำวันจนถึงดอกไม้หายากในป่า รวมไปถึงมีการตั้ง Terrarium หรือตู้จำลองระบบนิเวศไว้กลางร้าน เพื่อขยับธรรมชาติมาใกล้ชิดคนเมือง
ปั้นเชื่อว่าการทำให้เด็ก ๆ เข้าใจและเห็นความเชื่อมโยงของตัวเองกับธรรมชาติ จะช่วยปลูกฝังความรักและทำให้เด็ก ๆ อยากดูแลรักษาธรรมชาติต่อไป

มะลิบาน
02
ทักทาย-ทำความรู้จักดอกบัว 650 พันธุ์ที่ ‘ปางอุบล’
นนทบุรี

คุณอ่านไม่ผิดแน่ ๆ เพราะที่ ‘ปางอุบล’ มีดอกบัวให้ได้ไปทักทายทำความรู้จักมากกว่า 650 พันธุ์ มันคงเป็นตัวเลขที่ไม่ใช่แค่เด็กสงสัย แต่ผู้ใหญ่เองก็เกิดคำถามว่าทำไมถึงมีมากมายขนาดนี้
สวนบัวนี้เป็นฝีมือของ หิว-คมกฤช และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น คู่รักที่หลงรักดอกไม้ชนิดนี้ จึงเนรมิตพื้นที่ว่างในนนทบุรีให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์พันธุ์บัวของไทย

ที่ปางอุบลมีบ่อน้ำมากมาย แต่ละบ่อเป็นที่อยู่อาศัยของบัวแต่ละพันธุ์ มองเผิน ๆ บัวเกือบทุกบ่อหน้าตาดูคล้ายกัน แต่ถ้าสังเกตและใช้เวลาทำความเข้าใจมากขึ้น จะรับรู้ถึงความแตกต่าง ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ผู้ใหญ่และเด็ก ๆ จะได้ใช้เวลาเดินดูดอกบัว ลองแข่งกันสังเกตหาจุดเด่น แนะนำให้จองคิวล่วงหน้าที่ Facebook : ปางอุบล สวนบัว หิวและพราวจะได้มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัวแต่ละพันธุ์อย่างทั่วถึง
ปางอุบล
03
พาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้วิธีปลูกเห็ดที่ ‘Mushroom Cottage Farm and Cafe’
นนทบุรี

เราเคยไปคุยกับ จุ๊บ-นัยนา ยังเกิด เจ้าของ ‘Mushroom Cottage Farm and Cafe’ เกี่ยวกับวิธีปลูกเห็ดที่บ้าน แต่ฟาร์มแห่งนี้ยังมีความน่าสนใจตรงที่เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ทดลองปลูกเห็ดด้วยตัวเอง
ที่นี่เด็ก ๆ จะได้ทำความรู้จักเห็ดแต่ละสายพันธุ์ เดินชมฟาร์มเห็ด ลองเก็บเห็ด ไปจนถึงลงมือทำก้อนเชื้อเห็ด ด้วยตัวเอง จุ๊บบอกเหตุผลที่ฟาร์มขยายพื้นที่นอกจากทำก้อนเชื้อเห็ดขาย และร้านอาหารที่ปรุงจากเห็ดที่ปลูกเอง เธออยากให้ฟาร์มมีพื้นที่สำหรับเด็กโดยเฉพาะ ได้เรียนรู้เรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตเขาในอนาคต อย่างการรู้จักสร้างแหล่งอาหารด้วยตัวเอง รวมไปถึงได้เรียนรู้ระบบนิเวศธรรมชาติผ่านบทบาทของเห็ด

Mushroom Cottage Farm and Cafe
04
เข้าแล็บธรรมชาติที่ ‘LandLab’
นนทบุรี

Lab คือห้องทดลอง ส่วน ‘LandLab’ คือแล็บที่เปิดให้เด็ก ๆ เข้าไปทดลองวิทยาศาสตร์ในธรรมชาติ
LandLab เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตร-วิทยาศาสตร์ ที่เปลี่ยนท้องทุ่ง สนามหญ้า คลอง เป็นห้องแล็บธรรมชาติ ผสานกิจกรรมที่ใช้ความเป็นเหตุเป็นผลของวิทยาศาสตร์ให้เข้ากับบรรยากาศชนบทบ้านนา เพื่อพาเด็ก ๆ ออกจากแท็บเล็ต เกม และห้องแอร์ มาซึมซับประสบการณ์ที่สะกิดต่อมความรู้รอบตัวให้แผ่ซ่าน และฝึกทักษะด้านอารมณ์
เก๋-กุสุมาวดี กรองทอง สร้างที่นี่โดยได้แรงบันดาลใจจากการพาลูกชายวัย 8 ขวบไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่บ้านสวน ภาพที่เธอได้เห็นลูกชายวิ่งเล่นกลางท้องทุ่ง ถีบจักรยานรอบ ๆ ต้นไม้ใบหญ้านั้นน่าสนุก สร้างรอยยิ้มและความรู้สึกดี ๆ ให้ลูก เก๋จึงอยากทำสถานที่ท่ี่เด็ก ๆ จะได้เล่นสนุกแบบนี้ได้ตลอด

เก๋เนรมิตพื้นที่ในนนทบุรีให้เป็นแล็บธรรมชาติที่เด็ก ๆ จะได้วิ่งเล่น เรียนรู้ และทำการทดลองผ่านธรรมชาติ และเนื่องในวันเด็ก ทาง LandLab จัดกิจกรรมพิเศษ เพิ่มความสนุกในการมาที่นี่มากขึ้น ทั้งชวนลองวิ่งใบบัว วาดภาพด้วยฟองสบู่จากก้านมะละกอ เรียนรู้เรื่องดิน และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เด็ก ๆ จะไม่ได้ทำลำพัง แต่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมและสนุกไปกับพวกเขาได้
สอบถามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ Facebook : LandLab – กิจกรรมการเรียนรู้สำหรับครอบครัว พาลูกเที่ยวใกล้เมือง
LandLab
05
เข้าคาเฟ่เรียนรู้เรื่องแมลงที่ ‘Holotype café’
นครนายก

ขอขึ้นคำเตือนก่อนว่า ถ้าใครกลัวแมลงอาจจะต้องหลีกเลี่ยง แต่ถ้าไม่ คุณจะได้สัมผัสและทำความรู้จักโลกของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อย่างแมลง
Holotype café เป็นคาเฟ่ที่รวบรวมเรื่องราวของแมลงมากกว่า 100 ชนิด เราจะได้ส่อง ศึกษา ไปพร้อมกับดื่มกาแฟ ชิมเบเกอรีรสเด็ด โดยมี ฟลุ๊ค-ธรณ์ธันย์ อุณหะโชติ เจ้าของร้านคอยให้ข้อมูล
ฟลุ๊คเป็นนักกีฏวิทยาที่มีความรู้ครอบคลุมแมลงแทบทุกชนิด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตั๊กแตนตำข้าวหนึ่งเดียวของไทย แถมเขายังเป็นบาริสต้าด้วย จึงใจสร้างคาเฟ่นี้เพื่อเป็นพื้นที่ให้ทุกคนรู้จักแมลงในด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่แง่มุมน่ากลัวหรือน่ารังเกียจ แต่มีเรื่องราวน่ามหัศจรรย์รอให้เราค้นพบ

ในร้านจัดแสดงแมลงจำลอง มุมถ่ายรูปสุดพิเศษที่จำลองมุมมองจากป่า ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในป่าเล็ก ๆ ที่ระบบนิเวศสมบูรณ์
ฟลุ๊คเชื่อว่าคาเฟ่เป็น Third Space หรือพื้นที่ที่ทุกคนเข้ามาเรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติได้ จึงออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่ถ่ายทอดความหลงใหลของเขา เพื่อเป็นพื้นที่พิเศษที่เด็ก ๆ จะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ในโลกใบจิ๋วของแมลง
เราคิดว่าที่นี่จะช่วยปลูกฝังความรู้สึกใหม่ ๆ ที่เด็กจะมีต่อแมลง นอกจากความกลัว จะทำให้เขาเข้าใจความหลากหลายของโลกใบนี้ มันอาจมีสิ่งมีชีวิตที่รูปลักษณ์แตกต่าง ไม่ได้น่ารักเท่าสุนัข แมว หรือกระต่าย แต่ก็มีความสำคัญต่อโลกใบนี้เช่นกัน ส่วนผู้ใหญ่เองก็อาจจะได้โอกาสทำความรู้จักกับแมลงใหม่ ได้เพื่อนเพิ่มก็ได้
Holotype café
06
กินไอศกรีมและทำความรู้จักสัตว์ในเขาใหญ่ที่ ‘ไทรสุก’
นครราชสีมา

หลายคนอาจรู้จัก ‘ไทรสุก’ จังหวัดนครราชศรีมา ว่าเป็นร้านไอศกรีมที่ทั้งอร่อยและมีเมนูสร้างสรรค์ ออกแบบรสไอศกรีมจากสัตว์ป่าน้อยใหญ่ ที่นี่ยังมีพื้นที่ให้ทำความรู้จักสิงสาราสัตว์ที่อยู่ในเขาใหญ่อีกด้วย
ตามความตั้งใจของผู้ก่อตั้งอย่าง เต้ย-ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน และ แนน-วราภรณ์ มงคลแพทย์ ที่อยากให้ไทรสุกเป็นประตูบานแรกให้คนรู้จักสัตว์ป่า เริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อรสชาติไอศกรีมเป็นชื่อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ออกแบบหน้าตาไอศกรีมให้ใกล้เคียงกับสัตว์ชนิดนั้น ๆ โดยได้รับความช่วยเหลือจากนักวิจัยเพื่อความถูกต้องของข้อมูล ไปจนถึงการทำฐานกิจกรรมเรียนรู้สัตว์ป่าผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5

เริ่มจากตา – ชวนเดินออกไปสำรวจรอบ ๆ ร้าน คุณอาจได้เจอนกเงือกแวะมาเที่ยว
หู – ลองหลับตาและฟังเสียงรอบ ๆ ตัว นอกจากเสียงมนุษย์พูดคุยกัน อาจจะได้ยินเสียงลม เสียงใบไม้ร่วงหล่นลงพื้น หรือเสียงนกสักพันธุ์กำลังพูดคุยกัน
จมูกและปาก – มาจากการกินไอศกรีมที่จะไม่ได้รับรู้แค่ความอร่อย แต่จะจดจำข้อมูลบางอย่างได้ เช่น ชื่อสัตว์ที่เราเลือกหรือลวดลายของมัน
และประสาทสัมผัสสุดท้าย คือการสัมผัส ลองใช้มือแตะองค์ประกอบต่าง ๆ ที่รวมตัวกันเป็นเขาใหญ่อย่างดิน ต้นไม้ หรือน้ำ
ไทรสุก
07
เรียนทอผ้าที่ ‘บ้านแห่งไหม’
นครราชสีมา

เด็ก ๆ จะต้องถูกใจกิจกรรมทอผ้าที่ ‘บ้านแห่งไหม’ แน่นอน บ้านหลังนี้เกิดจากสองมือของ ไหม-ปวีณกันต์ กวีกิจรัตนากร เปลี่ยนโรงทอไหมของครอบครัวเป็นพื้นที่ให้เด็ก ๆ ในโคราชได้มาเรียนรู้และลงมือทอผ้าด้วยตัวเอง
ที่นี่ไม่จำกัดอายุผู้เรียน ขอแค่มีความตั้งใจและทำกิจกรรมได้ ผู้เรียนที่อายุน้อยที่สุด คือชั้นอนุบาล 2 แม้ตอนเข้าประจำกี่ทอผ้าขาของเจ้าตัวยังแตะไม่ถึงพื้น แต่ความตั้งใจก็ช่วยให้เจ้าตัวทอผ้าได้

การเรียนการสอนของที่นี่สอนเป็นคอร์ส เริ่มตั้งแต่เรียนรู้เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับการทอผ้า ทำความรู้จักอุปกรณ์ การจับคู่สีไหมเพื่อออกแบบผ้าทอของตัวเอง ลงมือทอผ้า ไปจนถึงนำผ้าทอที่ได้ไปออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ตามต้องการ การเรียนจะค่อนข้างใช้เวลานาน แต่ก็เป็นการฝึกให้เด็ก ๆ ได้ใช้สมาธิจดจ่อกับบางสิ่ง
ที่สำคัญ กิจกรรมการทอผ้าช่วยให้เด็ก ๆ ผ่อนคลาย เพราะในความรู้สึกของไหม เด็กก็มีความเครียด ความกังวลไม่ต่างจากผู้ใหญ่ การทอผ้าจะทำให้เด็ก ๆ โฟกัสกับตัวเองมากขึ้น วางสิ่งที่รบกวนจิตใจลง
หากสนใจอยากพาเด็ก ๆ ไปลงเรียนทอผ้า ติดต่อสอบถามได้ที่ Facebook : บ้านแห่งไหม Bann Hang Mai
บ้านแห่งไหม
08
เรียนรู้เรื่องความตายที่ ‘ห้องสมุดผีเสื้อ’
ศรีสะเกษ

สถานที่ต่อมายังคงอยู่ที่กิจกรรมอ่านหนังสือ แต่ขยับมาที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ที่นี่คือ ‘ห้องสมุดผีเสื้อ’
โดยมี อ้อ-หทัยรัตน์ สุดา เป็นเจ้าบ้าน ด้วยความตั้งใจที่อยากเพิ่มพื้นที่สาธารณะที่เด็ก ๆ ใช้งานได้ ห้องสมุดแห่งนี้จึงก่อตัั้งขึ้น และให้บริการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2558
ห้องสมุดดัดแปลงจากร้านกาแฟ หน้าตาของมันจึงอาจจะแปลกตาจากห้องสมุดที่เราคุ้นเคย ที่นี่มี 2 ฟังก์ชัน ฟังก์ชันแรก คือให้บริการหนังสือ ทุกคนมาหยิบยืมอ่านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ นอกจากหนังสือ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น บอร์ดเกม ของเล่น ไว้เป็นทางเลือกด้วย

อีกฟังก์ชันของห้องสมุดผีเสื้อ คือการจัดกิจกรรมอบรม (ดูกิจกรรมได้ที่ Facebook : ห้องสมุดผีเสื้อ) เพราะอ้อมีอาชีพเป็นนักออกแบบการเรียนรู้และวิทยากร เธอมักจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่การสอนรูปแบบ Active Learning การผลักดันเรื่องเพศศึกษา รวมถึงเรื่อง HIV ตลอดจนการพูดคุยเรื่องอยู่ดี-ตายดี
ความน่าสนใจของห้องสมุดแห่งนี้จึงมีหนังสือและเครื่องมือที่ทำให้เด็กเข้าใจเรื่องความเจ็บป่วย-ความตาย สิ่งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของห้องสมุดผีเสื้อและกลุ่ม Peaceful Death ที่อยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องความตาย เพื่อนำไปสู่การวางแผนการตายดี
แม้ความตายจะดูเป็นเรื่องไกลตัวน้อง ๆ หนู ๆ แต่ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็จะต้องเผชิญกับมันไม่ต่างจากคนวัยอื่น การชวนพวกเขาทำความรู้จักกับความตายจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ ส่วนผู้ใหญ่ก็จะได้ทำความเข้าใจมันผ่านมุมมองของเด็ก ๆ ด้วย
ห้องสมุดผีเสื้อ
09
ทำงานศิลปะที่ ‘MA MA ART SPACE’
อุตรดิตถ์

อุตรดิตถ์ก็มีพื้นที่ทำงานศิลปะสำหรับเด็กที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ อย่างเช่นที่ MA MA ART SPACE โลกแห่งศิลปะริมแม่น้ำน่าน โดยมี จา-จาตุรันต์ จริยารัตนกูล เป็นผู้เนรมิตและดูแลอาร์ตสเปซแห่งนี้
ที่มาที่ไปของ MA MA ART SPACE เกิดจากจาที่อาศัยอยู่ในอุตรดิตถ์แล้วรู้สึกว่าพื้นที่สำหรับเด็กในจังหวัดนี้ยังมีไม่มากนัก และตัวเขาก็เห็นความสำคัญของงานศิลปะว่าช่วยเยียวยาและทำให้เด็ก ๆ เติบโตได้อย่างแข็งแรง จาจึงลงมือสร้าง MA MA ART SPACE ให้เป็นพื้นที่ทำงานศิลปะเพื่อเด็กโดยเฉพาะ กิจกรรมมีตั้งแต่วาดรูปลงกระดาษ การ์ด ไปจนถึงการปั้นภาชนะที่จาใช้ดินจากสุโขทัยเพราะมีคุณภาพดี ช่วยเพิ่มความแข็งแรง

นอกจากนี้ เราอาจได้เรียนรู้การทำงานศิลปะดั้งเดิมของอุตรดิตถ์จากผู้สูงวัยในชุมชนอีกด้วย เพราะจาอยากให้ที่นี่รวบรวมองค์ความรู้ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น เขาชวนผู้สูงอายุที่สนใจมาเปิดห้องเรียนสอนสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญ ที่นี่จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน
ถ้าครอบครัวไหนมีผู้สูงอายุ อาศัยอยู่ที่อุตรดิตถ์หรือจังหวัดใกล้เคียง การไปใช้เวลาที่นี่คงทำให้สมาชิกทุกคนไม่ว่าจะวัยไหนก็สนุกไปด้วยกันได้
MA MA ART SPACE
10
อ่านหนังสือที่ ‘ร้านหนังสือเล็กๆ’
เชียงใหม่

เราอยากแนะนำกิจกรรมอ่านหนังสือเป็นอย่างแรก เพราะนี่เป็นวิธีง่ายที่สุดที่จะทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้โลกและทำความเข้าใจตัวเอง พร้อมทั้งฝึกใช้ทักษะจินตนาการผ่านการท่องโลกหนังสือ
‘ร้านหนังสือเล็กๆ’ คือร้านหนังสืออิสระที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2537 บริเวณถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพฯ ก่อนจะย้ายไปจังหวัดสงขลา และปัจจุบันตั้งอยู่ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ที่อยู่เบื้อหลังการทำร้านนี้ คือ จี๋-บุษกร พิชยาทิตย์ และ เอ๋-อริยา ไพฑูรย์ อดีตบรรณาธิการสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน โซนหนังสือเด็กในร้านจึงรวบรวมหนังสือเด็กที่น่าสนใจไว้มากมาย

หนังสือในร้านหนังสือเล็กๆ ไม่เน้นสั่งสอน แต่เน้นให้เด็ก ๆ อ่านแล้วได้ใช้จินตนาการ จากความตั้งใจของจี๋และเอ๋ พวกเขาอยากเปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กมาทำความรู้จักสิ่งต่าง ๆ ในแบบฉบับตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าที่ร้านจะมีแต่หนังสือที่มีตัวอักษร เพราะพวกเขาเตรียม ‘หนังสือภาพ’ เป็นอีกทางเลือกให้ทุกคนสนุกกับการคิด ค้น และสังเกตภาพในหนังสือ
จุดที่ทำให้เราชอบร้านนี้จนอยากหยิบมาแนะนำ คือร้านมีพื้นที่ให้เด็กอ่านหนังสือ แม้กำไรจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจ แต่เจ้าของร้านก็เข้าใจภาระที่ผู้ปกครองบางคนต้องแบกรับ จึงเปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ และผู้ใหญ่มาใช้เวลาในร้าน อ่านก่อนได้ ไม่ซื้อไม่เป็นไร ขอเพียงได้มีโอกาสทำความรู้จักหนังสือแต่ละเล่มอย่างถี่ถ้วนจนถูกใจก็พอ
แม้การอ่านหนังสือจะเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ แต่คงจะดีถ้าผู้ใหญ่เริ่มต้นด้วยคำถามว่า พวกเขาอยากอ่านเองหรือให้คนอื่นอ่านให้ฟัง และอย่าลืมเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เป็นคนขีดเขียนว่าพวกเขาอยากท่องโลกแบบไหน
ร้านหนังสือเล็กๆ
11
ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ปีนป่ายที่ ‘Forest of Play Trang’
ตรัง

สถานที่ถัดไปเราขอพาทุกคนลงใต้ไปที่ Forest of Play Trang หรือป่าแห่งการเล่นในจังหวัดตรัง เป็นลานเด็กเล่นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติขนาด 64,000 ตารางเมตร
ผู้ก่อตั้งลานเด็กเล่นนี้ คือ วิฑูรย์ วิระพรสวรรค์ แห่ง PlanToys แบรนด์ของเล่นที่ทำจากไม้ เพราะการเห็นความสำคัญที่เด็ก ๆ เป็นวัยที่ห้ามขาดจากการเล่น และเขามองเห็นว่าจังหวัดตรังยังขาดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้ออกมาใช้ร่างกาย ใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เขาจึงเนรมิตที่ดินพื้นเก่าที่เป็นบ้านพักพนักงานให้เป็นลานเด็กเล่นกลางธรรมชาติ มีเครื่องเล่นที่จะช่วยเด็ก ๆ ได้ออกกำลังกาย ใช้ร่างกายทั่วทุกส่วนโดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดเล็ก และที่สำคัญ ได้เรียนรู้ที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในระหว่างเล่น

นอกจากนี้ Forest of Play Trang ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของเล่นของ PlanToys และของเล่นจากทั่วทุกมุมโลก
เนื่องในวาระวันเด็ก Forest of Play Trang เปิดให้เข้าฟรี หากใครเป็นชาวตรังหรืออยู่ในจังหวัดใกล้เคียง พาลูกหลานไปใช้เวลาที่นี่ได้นะ
