เรานั่งรถผ่านย่านชิดลมไม่บ่อยนัก ช่วงหลายเดือนก่อนเราซ้อนมอเตอร์ไซค์ซึ่งซิ่งโฉบปากซอยสมคิด เลยได้เห็นสตูดิโอบนอาคารสมคิดเพลส โปร่งโล่งและมีเสื้อผ้าสีสดใสแขวนเรียงรายบนราว
เห็นแล้วชอบ สงสัยว่าเขาคือใคร ทำอะไร จนถึงบางอ้อเพราะนิ้วชี้ปัดขึ้นปัดลงไถหน้าจอเล่นอินสตาแกรม ร้านสวยที่เราเห็นเพียงเสี้ยววิคือสตูดิโอของ ‘SEIRE COLLECTIVE’ แบรนด์ที่เราติดตามอยู่
อ้อ SEIRE อ่านว่า ‘เสรี’ แทมมี่-ธนพร อมรเกษมวงศ์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์บอกเรา
เธอบอกว่าชื่อนี้ไม่มีนัยพิเศษ เพียงแต่อยากได้ชื่อที่อ่านได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


จุดเริ่มต้นของ SEIRE COLLECTIVE เกิดขึ้นราว 3 – 4 ปีก่อน แทมมี่กำลังศึกษาอยู่ปีสุดท้ายที่ Architectural Association School of Architecture กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เธอสนใจเรื่องราวเบื้องหลังงานหัตถกรรม จนลงลึกค้นคว้าการเกิดขึ้นของงานฝีมือแต่ละชิ้น ซึ่งสัมพันธ์กับสถานที่และพื้นที่
เธอถึงขั้นเดินทางไปยังภาคอีสาน พูดคุย ศึกษา และทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายธรรมชาติตามแนวแม่น้ำโขง กลุ่มช่างย้อมสีธรรมชาติที่ออกไปหาแหล่งสีจากธรรมชาติ ช่างทอผ้า และช่างปัก
“จากชุมชนที่ปลูกฝ้าย เดินไปไม่ถึงกิโลก็เจอกลุ่มทอผ้า เราชอบและสนใจระบบนิเวศการทำงานของที่นี่ ทุกอย่างอยู่ในระยะเดินถึงกัน มันเหมือนว่า Sustain เองได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่มาลองทำ”
แถมเธอยังเคยใส่กระโปรงผ้าขาวม้าหมักโคลนจากแดนอีสานไปอวดเพื่อน ๆ ถึงอังกฤษ มีคนมาชื่นชมความงามมากมาย ซึ่งภายหลังกระโปรงกลายเป็นสินค้าชิ้นแรก ๆ ของ SEIRE COLLECTIVE


SEIRE COLLECTIVE เป็นพื้นที่ทำงานและโชว์รูม ลูกค้าเข้ามาดูสินค้าจริงได้ที่นี่ ตอนนี้บางส่วนของพื้นที่กำลังจัดแสดงนิทรรศการ ‘Radical Custards’ เสื้อผ้าและกระเป๋าจากกระสอบข้าวที่สะท้อนกลิ่นอายงานคราฟต์ย่านเมืองที่ยังหลงเหลืออยู่ในกรุงเทพฯ และต้องปรับตัวเข้ากับยุคสมัยและบริบทปัจจุบัน
ภายในตกแต่งด้วยเหล็กดัดที่เคย (เกือบ) เป็นเศษเหล็ก เพราะแทมมี่ไปเจอโพสต์ขายเหล็กดัดของคนที่กำลังจะรีโนเวตบ้าน เธอว่านี้เป็นตัวแทนยุค Postmodern และทำให้นึกถึงบ้านอาม่า เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเป็นของเก่าที่ครอบครัวสะสมไว้ อย่างโต๊ะไม้ก็เป็นของที่คุณแม่กำลังจะทิ้งแต่แทมมี่ห้ามไว้ก่อน
เราชอบที่นี่ โปร่งโล่งและปล่อยให้แสงธรรมชาติส่องทะลุกระจกบานใหญ่ได้เต็มตา


จากกระโปรงผ้าขาวม้า ทำให้แทมมี่ออกเดินทางเพื่อสำรวจชุมชน วัตถุดิบ เทคนิค และเครือข่ายช่างฝีมือกลุ่มใหม่ ๆ เธอค้นพบกลุ่มปักผ้า และทดลองใช้ชีวิต 2 สัปดาห์กับกลุ่มช่างปักชาติพันธุ์บนเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าใจวิถีชีวิต เข้าใจศักยภาพ ทักษะ และความถนัดของแม่ ๆ น้า ๆ
กลุ่มช่างฝีมือที่ SEIRE COLLECTIVE ทำงานด้วยมีทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน กรุงเทพฯ (ตัดเย็บ) และไกลถึงอินเดีย เน้นเรื่องเกี่ยวกับเส้นใยแบบต่าง ๆ เธอว่าที่นั่นเป็นช่างฝีมือกันแทบยกหมู่บ้าน ทำให้เธอค้นพบว่า เทคนิคบางเทคนิคของอินเดียก็คล้ายคลึงกับของไทย เช่น แถบอีสานของไทยมีการจกเพื่อสร้างลวดลายบนผ้า คนอินเดียก็มีเหมือนกัน เรียกว่า ‘Jamdani’ หรือ จัมดานี ผ้ามัสลินทอลวดลายสวยงาม
แทมมี่ดูเป็นสายศึกษาค้นคว้า เราสนใจที่เธอลงลึกกับเทคนิคหรือวัตถุดิบ เช่น เส้นใยธรรมชาติ สีธรรมชาติ เธอไม่เพียงรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร แต่กลับไปค้นยันต้นตอเพื่อรู้ให้รอบด้านจริง ๆ ไม่ว่าจะคนทำงาน สภาพแวดล้อม บริบทสังคม หรือวิถีชีวิต การทำงานผ้าของเธอจึงเหมือนคลังข้อมูลขนาดย่อม
จากการพูดคุยกัน เราคิดว่าเธอเองก็ชอบและสนุกกับการรีเสิร์ชเชิงลึกเช่นนี้ เธอบอกว่าตั้งแต่ศึกษา-ทำงานคราฟต์และลงชุมชนทำให้เธอใช้ชีวิตช้าลง จนมองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ มากขึ้น
เท่าที่สังเกต SEIRE COLLECTIVE ไม่ได้ทำเสื้อผ้าตามเทรนด์แฟชั่น แต่เป็นเสื้อผ้าที่ใส่สบาย เข้ากับบรรยากาศของกรุงเทพฯ และประเทศไทย แม้บางดีไซน์เรียบง่าย สะอาดตา แต่แฝงด้วยดีเทลอย่างสีหรือลวดลายที่เพิ่มความน่าสนใจให้คนสวมใส่ เราว่าการใส่เสื้อผ้าที่สร้างบทสนทนาได้ทำให้ชีวิตมีสีสันนะ ซึ่งเสื้อผ้าของ SEIRE เป็นแบบนั้น ถ้าคุณใส่เสื้อผ้าที่ผ่านการออกแบบของแทมมี่ ต้องมีคนถามคุณแน่ ๆ ว่าทำไมเสื้อเป็นสีนี้ ทำไมกางเกงนุ่งแบบนี้ ทำไมเนื้อผ้าขรุขระ เราว่าคุณเองก็สนุกกับการตอบเช่นกัน


แทมมี่บอกว่า การเปิด SEIRE COLLECTIVE ขึ้นมาทำให้เธอได้พบปะลูกค้า ที่สำคัญ ได้สื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ แนวคิด และแรงบันดาลใจ เราเข้าใจดีว่าสินค้างานคราฟต์ต้องอาศัยคำอธิบาย เพื่อให้คนซื้อรู้ว่าเขากำลังใส่เสื้อผ้าที่มีที่มาจากอะไร ใครเป็นคนทำ และนี่จะทำให้เขายิ่งเข้าใจเหตุผลด้านราคาด้วย
สิ่งที่เราได้จากการสนทนากับแทมมี่ มากกว่าความเอาจริงเอาจังศึกษาค้นคว้างานหัตถกรรมของเธอ คือมุมมองใหม่ ๆ เธอยกหัวข้อที่กำลังสนใจให้เราฟัง มันคือ ‘City Craft’ เรามักมีภาพจำว่า ถ้าพูดถึงงานคราฟต์ ก็ต้องนึกถึงภูมิปัญญาประเภทต่าง ๆ ในท้องถิ่น แต่พอเป็นคราฟต์ในเมือง มันเป็นยังไงกันนะ


เธอว่าคนทำกระสอบข้าวก็คราฟต์ ช่างตัดสเตนซิลก็คราฟต์ หากแต่พวกเขาทำงานอยู่ในเมืองหลวง และพื้นที่ก็เอื้อให้พวกเขาทำงานที่สนับสนุนกันได้ในระบบนิเวศ แทมมี่ยังสนใจการดำรงอยู่อย่างร่วมสมัยของช่างและงานคราฟต์ในเมืองที่ต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์และยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง
ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบงานฝีมือ เราแนะนำให้มาที่นี่
หากคุณชอบงานผ้า คุณจะชอบที่นี่เป็นพิเศษ
และถ้าคุณมีเพื่อนชาวไทย-ชาวต่างชาติที่หลงใหลผ้าไทย งานฝีมือ สโลว์แฟชั่น หรือกำลังมองหาของฝากจากแดนสยามเมืองยิ้ม โปรดแนะนำพวกเขาให้มาเยือนที่ SEIRE COLLECTIVE ได้เลย








