16 ธันวาคม 2025
1 K

Sandbox Air’ คือชื่อของธุรกิจล้างแอร์ที่มีทนายความหนุ่มเป็นผู้ผลักดัน และมีผู้พิการทางการได้ยินเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน

วิน-รวินท์ ชอบใช้ ผู้ก่อตั้ง Sandbox Air เรียนจบนิติศาสตร์ สายกฎหมายธุรกิจ มาพร้อมกับคำถามสำคัญในใจว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 มาตรา 35 ที่กำหนดให้ธุรกิจต้องสนับสนุนอาชีพแก่ผู้พิการ มีประสิทธิภาพแค่ไหน มอบเส้นทางการเติบโตในอาชีพให้กับผู้พิการได้บ้างไหม

คำตอบที่เขาค้นพบด้วยตนเองก็คือ ไม่ 

เมื่อหันขวา หันซ้าย ไม่พบทางออกให้ผู้พิการมีอาชีพที่มีความหมายในแบบที่เขาฝันอยากเห็น ภารกิจเปิดจักรวาลท่อแอร์ของวินจึงถือกำเนิด

เปิดจักรวาลท่อแอร์

แปลกแต่จริง จักรวาลท่อแอร์นี้เริ่มต้นที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา 

วินและ จูน-เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ ผู้ก่อตั้ง Vulcan Coalition พบกันในฐานะเพื่อนรับทุนร่วมรุ่น ทั้ง 2 คนเห็นตรงกันว่า สิทธิการจ้างงานผู้พิการต่าง ๆ ที่กฎหมายไทยกำหนดไว้เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ผู้พิการมีโอกาสทำงาน หาเงินเลี้ยงชีพ 

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ด้วยเช่นกัน 

“ผู้พิการหลายคนไม่มี Career Path ครับ” วินจั่วหัว 

“หลายบริษัทจ้างผู้พิการแค่เพื่อให้เต็มโควตา ทำตามกฎหมาย ผู้พิการจึงอยู่ในตำแหน่งอย่างแอดมินบ้าง เดินเอกสารบ้าง ซึ่งไม่มีแนวทางการเติบโตชัดเจน”

เมื่อปักหมุดหมายกันแล้วว่าอยากสร้างงานที่สนับสนุนให้ผู้พิการมีโอกาสเติบโตไม่ต่างจากคนทั่วไป จูนจึงลงมือปั้น Vulcan Coalition ที่จ้างผู้พิการมาเทรน AI ส่วนวินเลือกเดินทางที่ต่างออกไป 

“ผู้พิการทางการได้ยินมีงานที่ทำได้จริง ๆ น้อยมาก” วินเล่าถึงความท้าทายของผู้พิการทางการได้ยิน (Deaf or Hard of Hearing) ให้เราฟัง 

“ความท้าทายคือเขาอ่านเขียนไม่ได้ จึงเข้าสังคมยากเพราะสื่อสารไม่ได้ มักจะคบหาแต่ผู้พิการคล้าย ๆ กัน ความเข้าใจสังคมเขาจึงน้อย ขับรถก็ไม่ได้เพราะเสี่ยงอันตราย

“แต่ผมเชื่อว่าต้องมีงานที่ผู้พิการทางการได้ยินทำได้ดีไม่แพ้คนปกติ แล้วไอเดียก็เข้ามาในช่วงโควิด-19 ผมทำงานที่บ้านแล้วต้องล้างแอร์เอง นึกขึ้นมาได้ว่างานล้างแอร์นี่ไงที่เป็นแพตเทิร์น มีขั้นตอนชัดเจน สื่อสารน้อย นี่แหละ สิ่งที่ผู้พิการทางการได้ยินน่าจะทำได้”

งานล้างแอร์พาผู้พิการทางการได้ยินให้ก้าวหน้าในสายอาชีพได้อย่างไร วินมีคำอธิบายให้เรา 

“ในสายงานช่างล้างแอร์มีสเตปว่า เป็นลูกมือช่าง แล้วก็โตไปเป็นช่างล้าง ขยับไปเป็นหัวหน้าทีมได้ พอล้างจนชำนาญแล้วก็จะซ่อมได้ พอซ่อมเก่งก็เข้าไปทำงานเป็นช่างในบริษัท เป็นช่างประจำอาคาร มีโอกาสรับเงินเดือน 40,000 – 50,000 บาทได้เลย”

Sandbox Air เริ่มต้นจากการเป็นโปรเจกต์ระยะสั้น วินไปคว้าดีลความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก มาเปิดอบรมทักษะการล้างแอร์ให้กับผู้พิการทางการได้ยิน โดยตั้งใจปั้นวิชานี้ขึ้นมาบ่มเพาะอาชีพโดยเฉพาะ

ประตูสู่จักรวาลท่อแอร์จึงเปิดขึ้นนับแต่นั้น

ล้มลุกคลุกคลานในบ่อทราย

5 ปีนับจากวันที่เริ่มต้น Sandbox Air ต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลานอีกหลายหลุม เพราะนอกจากแค่ทักษะล้างแอร์ได้ ยังมีช่องว่างต้องอุดอีกมากมายเพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยินแข่งขันในตลาดแรงงานได้จริง

“เราจำเป็นต้องมีทีมแอดมินรับงาน ป้อนงาน มีหัวหน้างานที่พาเขาออกไปทำงานด้วย โดยเฉพาะในช่วงแรก การทำให้ผู้พิการทางการได้ยินและคนในครอบครัวเห็นโอกาสว่านี่คือการทำงานจริง ๆ สำคัญมาก” วินอธิบาย 

“เราอยากให้ครอบครัวเชื่อด้วยว่า เทรนงานกับเราแล้วจะมีชีวิตที่ดีกว่าการออกจากโรงเรียนไปทำงานเป็นกรรมกรแบกหาม ครอบครัวจะได้ไม่ดึงเด็ก ๆ ออกไปจากโปรแกรมฝึก”

เมื่อได้เวลาลุยตลาดจริง Sandbox Air ก็ยังพบกับความท้าทายไม่หยุด ทั้งเชิงการตลาดและเชิงเทคนิค

“แอร์มีเป็นพัน ๆ รุ่น” วินเล่าไปขำไป 

“แต่ละรุ่นก็มีดีเทลต่างกัน โครงสร้างข้างในต่างกัน บางบ้านสูง บางบ้านต่ำ แอร์บ้านก็แบบหนึ่ง แอร์ท่อที่ใช้ในอาคารก็อีกแบบหนึ่ง ตอนเทรนเด็กเราเทรนไปแบบหนึ่ง แต่ตอนออกไปเจอหน้างานจริง ไม่เหมือนกับที่ฝึกมาเลยก็มี

“ตอนแรกผมคิดว่าทุกบ้านมีแอร์ ใครก็เป็นลูกค้าเราได้ทั้งนั้น แต่เอาเข้าจริงการส่งผู้พิการทางการได้ยินออกไปทำงานตามบ้านเดี่ยว ๆ ก็ยังท้าทาย เราพัฒนาระบบขึ้นมาสนับสนุนหลายอย่าง ทั้งการทำ Flip Book เป็นคู่มือสื่อสารกับเจ้าของบ้าน มีคำถามละเอียดอ่อน เช่น จะให้เทน้ำล้างแอร์ทิ้งตรงไหน หรือขอให้ลูกค้าอยู่ด้วยเพื่อตรวจสอบว่าแอร์มีเสียงหลังการล้างทำความสะอาดไหม เพราะเด็กของเราตรวจสอบเสียงเองไม่ได้

“ทุกวันนี้เราก็ยังต้องมีหัวหน้างานตามไปด้วยบ้าง ตัวผมเองก็ยังต้องออกไปล้างแอร์อยู่บ้าง” เจ้าของกิจการหนุ่มแชร์อย่างเปิดอก 

“ประกันอุบัติเหตุทั้งจากการขับรถและการดูแลกรณีทำงานแล้วตกจากที่สูงก็มีราคาสูงกว่า เพราะเป็นผู้พิการ รายละเอียดการทำงานกับพวกเขาเยอะมาก ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนของธุรกิจที่เพิ่มขึ้นด้วย”

เรื่องตื้นตันในการทำงานกับผู้พิการทางการได้ยิน

ยากขนาดนี้ ละเอียดขนาดนี้ แล้วทำไมวินถึงยังทำ Sandbox Air 

“ผมดีใจที่เห็นว่าเด็กของเราเป็นหัวหน้าครอบครัวได้” วินตอบฉับไวแบบไม่ต้องหยุดคิด 

“มีน้องบางคนเอาเงินเดือน 20,000 – 30,000 ไปให้แม่ แม่เขาก็ดีใจ พ่อแม่เขามีความหวังว่าลูกจะอยู่ในสังคมต่อไปได้”

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาในเส้นทางของ Sandbox Air วินแชร์ให้ฟังว่า เขาได้เห็นนิยามของความสำเร็จที่แตกต่างออกไปจากแค่การทำกำไร 

“มีน้องหลายคนได้เข้าไปเป็นช่างในโรงพยาบาล เขาเลยลาออกจากเราไปแล้ว” วินตาเป็นประกาย “ผมไม่เคยดีใจที่คนลาออกเลย แต่กรณีนี้ น้องเขาได้เข้าไปอยู่ในตลาดแรงงาน มีคนที่อยากให้เงินเดือนเขามากกว่าที่เราให้ได้”

โรงพยาบาลที่ว่าก็คือโรงพยาบาลรามาธิบดี พาร์ตเนอร์คู่บุญของ Sandbox Air ที่สนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่ให้โควตาจ้างงานผู้พิการ ให้บริษัท RFS ที่ดูแลบริการทั้งหมดของโรงพยาบาลมาช่วยสอนเรื่องการล้างแอร์ท่อ 

“เมื่อเขาเห็นว่าผู้พิการทางการได้ยินที่ทำงานกับเราเติบโต เขาก็ยินดีจะสนับสนุนต่อ ปีที่ผ่านมาเราล้างแอร์ไป 2,000 กว่าตัว” วินเล่าอย่างภูมิใจ

นอกจากนี้ วินยังเรียนรู้อีกว่า ‘ผู้พิการทางการได้ยินมีจุดได้เปรียบในการล้างแอร์ เช่น พวกเขาอยู่กับเสียงแอร์ระบบที่ดังมากได้โดยไม่สะทกสะท้าน และไปล้างแอร์ในบ้านที่ต้องการความเงียบได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นความโดดเด่นที่มีแต่ผู้พิการทางการได้ยินเท่านั้นที่ทำได้

“โอกาสมันสำคัญมาก ๆ ผมอยากเป็นคนที่สร้างโอกาสนั้น เพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยินตอบได้เวลามีคนถามว่า เขาโตไปอยากเป็นอะไร อย่างน้อยช่างแอร์อาจเป็นอีกอาชีพหนึ่ง และผมเชื่อว่ายังมีงานอีกหลายงานที่ผู้พิการทางการได้ยินทำได้”

ทุกวันนี้ทีมของวินดูแลผู้พิการทางการได้ยินอยู่ 17 คน และด้วยการสนับสนุนของพาร์ตเนอร์อย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), AP THAI และ SC Asset ปีหน้ายังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้พิการได้เข้าสู่ระบบการฝึกอาชีพของ Sandbox Air เพิ่มขึ้นอีก

แม้วินจะบอกว่าตนเองโชคดีที่มีพาร์ตเนอร์ แต่จะบอกว่าเป็นโชคอย่างเดียวก็อาจไม่ยุติธรรมกับความพยายามตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเท่าไหร่ เราอาจต้องใส่เครดิตให้ผู้ประกอบการมือใหม่ที่ใจไม่ยอมท้อคนนี้ด้วย

ทางคู่ขนานของการอยู่รอด

แน่นอนว่าโลกธุรกิจก็ยังเป็นโลกธุรกิจ มันพร้อมจะปาความท้าทายใหม่ ๆ มาใส่ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร

“เราก็อยากทำบริษัทให้มีกำไรนะ แต่ตอนนี้ยังหาสมดุลระหว่างกำไรกับคุณภาพชีวิตเด็กที่ดีขึ้น เราอยากให้ค่าแรงน้อง ๆ ที่สมเหตุสมผลอยู่” วินเปิดใจ

แผนการในปี 2026 ของ Sandbox Air นอกจากจะนำโควตาการจ้างงานจากพาร์ตเนอร์มาสนับสนุนการจ้างงานเพิ่มเติมแล้ว ยังต้องทำงานกับการลดต้นทุน Operation อย่างแข็งขัน

“ตอนนี้ลูกค้า 30% ของเราเป็นลูกค้าธุรกิจ และอีก 70% เป็นลูกค้าในบ้านทั่วไป แต่ผมอยากให้เรามีลูกค้าทั่วไปเพิ่มขึ้นอีก

“ผมมองการเติบโตของเราว่าจะลุยตลาด B2C เพิ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการทางการได้ยินได้เจอลูกค้าเอง เขาอาจจะติดต่อกันทางไลน์ ถ้าน้อง ๆ ออกไปทำฟรีแลนซ์ได้เองก็จะดีมาก ไม่ต้องมาดีลผ่านเราแล้ว”

แต่การล้างแอร์บ้านที่เพิ่มขึ้น เท่ากับการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นด้วย ต่างจากการทำงานกับโครงการบ้านจัดสรรและลูกค้าธุรกิจที่มักเป็นการเดินทางไปที่เดิม ๆ ต้นทุนหลายประการนี้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความไม่เท่าเทียมทางสังคมและทางเศรษฐกิจที่บีบให้ผู้พิการต้องจ่ายสูงกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว

แม้จะอยู่ในโลกที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีความต้องการพิเศษนี้ วินที่พยายามทำงานสนับสนุนผู้พิการกลับไม่ได้ร้องขออะไรมากไปกว่าปฏิบัติต่อทีมช่างล้างแอร์ของเขาอย่างเป็นกลางและเท่าเทียม

“ที่เราเลือกอาชีพล้างแอร์ เพราะเป็นอาชีพที่เด็กเราทำได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาคำว่าสงสาร” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ผมเป็นทนายความ แต่ผมพิการด้านวิทยาศาสตร์ คิดเลขไม่ได้ แต่หลายคนไม่ได้มองว่าผมพิการ หมอบางคนอาจจะพิการด้านเศรษฐศาสตร์ก็ได้ นั่นแปลว่าเราทุกคนต่างมีทักษะที่คนอื่นไม่มี และไม่มีบางอย่างที่คนอื่นมี

“ขอแค่ให้ทุกคนเข้าใจในความแตกต่าง มันจะทำให้ภาพที่เรามองผู้พิการต่างออกไป”

Facebook : Sandbox Air

Lessons Learned

  • เริ่มทำโดยไม่ต้องรอพร้อม ถ้ารอให้พร้อมจะไม่ได้เริ่ม
  • อย่าคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง ให้เรียนรู้จากความผิดพลาดไปตลอดทาง
  • กำไรสำคัญ แต่แพสชันจะทำให้เราอยู่กับธุรกิจได้นาน

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ