18 ธันวาคม 2025
645

เจริญกาแฟ’ เป็นร้านกาแฟที่บริหารโดยนักเรียนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา 100% มาจากความตั้งใจของ ครูสายลม-พลวัฒน์ ล้วนศรี ที่อยากให้ทุกการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ผู้เรียนนำไปใช้ได้จริง ร้านกาแฟจึงเปรียบเสมือนห้องเรียนที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ทั้งทักษะทางอาชีพและทักษะชีวิต

เรารู้จักศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาในฐานะโรงเรียนทางเลือกสำหรับเด็กชาติพันธุ์ เป็นความร่วมมือของมูลนิธิกระจกเงาและคนในพื้นที่ที่ช่วยกันสร้างโรงเรียนเพื่อแก้ปัญหาว่า เด็กชาติพันธุ์มักขาดโอกาสทางการศึกษา ส่วนใหญ่ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ประกอบอาชีพเป็นคนงานในไร่ส้ม และด้วยความที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ พวกเขามักเข้าไม่ถึงสิทธิ สวัสดิการ ไปจนถึงโอกาสบางอย่าง อย่างเช่นโอกาสทางการศึกษา

การมีอยู่ของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาจะช่วยให้เด็กชาติพันธุ์ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าถึงระบบการศึกษามากขึ้น หลักสูตรของที่นี่จึงพิเศษตรงที่เน้นให้เด็ก ๆ เรียนรู้ทั้งทักษะทางอาชีพและทักษะชีวิต เพื่อจูงใจให้พ่อแม่เลือกส่งลูกมาเรียน มากกว่าจะปล่อยให้ลูกทำงานเป็นหลัก

‘เจริญกาแฟ’ จึงเป็นห้องเรียนในรูปแบบร้านกาแฟ เด็ก ๆ ได้ลองเป็นบาริสต้า พนักงานเสิร์ฟ นักบัญชี ไปจนถึงรับบทเป็นเจ้าของร้าน เพื่อท้ายที่สุด โลกของพวกเขาจะได้เปิดกว้างขึ้น จนรู้จักเขียนอนาคตด้วยมือของตัวเอง ไม่ต้องเดินตามรอยพ่อแม่เท่านั้น

ถึงแม้ผู้ที่เป็นจุดเริ่มต้นอย่างครูสายลมจะจากไปแล้ว แต่เขาทิ้งมรดกเป็นความรู้และอุดมการณ์ให้คนมาสานต่อ นั่นก็คือ ครูเทียน-รชยา อยู่รัมย์ ที่มาร่วมพูดคุยกับเราครั้งนี้ พร้อมกับพา จ่ายสา ลุงทุน บาริสต้าฝึกหัดรุ่นแรกมาร่วมแชร์ประสบการณ์การทำร้านเจริญกาแฟ 

หลังอ่านจบ เราคิดว่าสิ่งแรกที่ผู้อ่านจะได้รับแน่ ๆ คือเพิ่มร้านเจริญกาแฟเข้าไปในลิสต์ร้านน่าไปที่เชียงใหม่ในทริปหน้า

กาแฟแห่งโอกาส

“ครูสายลมชอบดื่มกาแฟมาก ๆ เมื่อต้องมาสอนในพื้นที่ห่างไกล เขากังวลว่าจะหากาแฟดี ๆ ยาก จึงขนซื้ออุปกรณ์และเมล็ดกาแฟมาทำกินเอง ทำไปทำมาครูสายลมก็เกิดความคิดว่าน่าเอาเรื่องนี้มาสอนนักเรียน จึงชวนเด็ก ๆ ที่สนใจมาเรียนวิธีชงกาแฟ” ครูเทียนพาเราย้อนไปจุดเริ่มต้นของร้านเจริญกาแฟที่พัฒนาจากความชอบ

จ่ายสาเป็นนักเรียนรุ่นแรก เขาได้รับการถ่ายทอดวิชาดริปกาแฟจากครูสายลม เริ่มสอนตั้งแต่วิธีเลือกเมล็ด ไปจนถึงวิธีใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ เขาได้รับการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ จนปัจจุบันจ่ายสารับหน้าที่สอนน้อง ๆ แทนครูสายลม

จากวิชาเรียนพัฒนาเป็นร้านกาแฟ เพื่อให้ความรู้นี้มีประโยชน์ในเชิงรายได้ ครูสายลมและนักเรียนช่วยกันสร้างร้านกาแฟเล็ก ๆ ในบริเวณหนึ่งของโรงเรียน พร้อมตั้งชื่อร้านว่า ‘เจริญกาแฟ’ เพื่อสื่อความหมายว่า ร้านนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของเด็ก ๆ ผ่านการเป็นพื้นที่เรียนรู้ทักษะชีวิตและทักษะทางอาชีพ พวกเขาจะได้สวมบทบาทเป็นพนักงานบริการ บาริสต้า ผู้จัดการร้าน และตำแหน่งอื่น ๆ ภายในร้าน ได้ลงมือทำจริง เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ และได้รับค่าตอบแทน ช่วยให้เด็ก ๆ นำไปเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้

“คอนเซปต์ของร้านเราคือ ‘ดื่มกาแฟ สร้างโอกาส พัฒนาชีวิต’ เจริญกาแฟไม่ได้เสิร์ฟแค่กาแฟ แต่เสิร์ฟโอกาสให้เด็กด้วย” ครูเทียนกล่าว

ห้องเรียนกลิ่นกาแฟ

เมื่อต้องทำร้านกาแฟ สิ่งที่นักเรียนเรียนรู้จึงมากขึ้นตาม ไม่ใช่แค่รู้วิธีชงกาแฟ แต่ต้องเรียนรู้วิธีบริหารร้านด้วย ซึ่งโชคร้ายที่ครูสายลมจากไปก่อนจะได้ถ่ายทอดเรื่องนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงเกิดช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ต้องช่วยกันดูแลร้านด้วยตัวเอง 

อีกด้านหนึ่ง

จนกระทั่งครูเทียนเพิ่งเดินทางกลับจากการเรียนต่อต่างประเทศ เธอยังไม่มีแผนชัดเจนว่าอยากทำอะไรหลังเรียนจบ จึงตัดสินใจมาช่วย โอ๊ต-วีระ อยู่รัมย์ ผู้เป็นพ่อดูแลโรงเรียนไปพลาง ๆ เธอตามหาว่ามีงานส่วนไหนของโรงเรียนที่เธอช่วยได้ จนเจอว่าร้านเจริญกาแฟกำลังขาดคน ครูเทียนซึ่งมีประสบการณ์ทำร้านกาแฟจึงอาสามาช่วยดูแลร้านร่วมกับเด็ก ๆ

“วันแรกที่มาถึง เห็นน้องคนหนึ่งกำลังนั่งทำบัญชีด้วยการจดลงในกระดาษ เราสงสัยทันทีว่าข้อมูลจะหายไหมหรือน้องจะดูได้ง่ายไหม เลยขอดูบัญชีที่เขาทำ พบว่าร้านมีกำไรไม่มาก เราเลยตั้งใจมาพัฒนาร้านในเชิงธุรกิจ สร้างระบบให้น้อง ๆ บริหารร้านได้ และมีกำไรพอเลี้ยงตัวเอง”

โมเดลธุรกิจที่ครูเทียนออกแบบเน้นให้เด็กใช้งานได้จริง เธอเริ่มจากวางระบบหลังบ้านใหม่ จากที่จดบัญชีในกระดาษก็ให้ใช้เทคโนโลยีบันทึกข้อมูลแทน จากซื้อขายปากเปล่าก็นำระบบ POS (Point of Sale) มาใช้ ครูเทียนชอบให้เด็ก ๆ จินตนาการว่า ถ้าได้รับบทเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ใน 1 วันพวกเขาจะทำอะไร เพื่อให้เด็กเห็นภาพและวางระบบดูแลร้านที่เหมาะสม 

“ตอนแรกเด็ก ๆ ก็งงว่าต้องทำอะไร เรามีหน้าที่แนะนำเขา เช่น ถ้าเขามาถึงที่ร้าน สิ่งแรกที่ต้องทำคืออะไร ตรวจความเรียบร้อยของร้านก่อนเปิดให้บริการไหม หรือปิดร้านแล้วต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่เปิด-ปิดประตู แต่ต้องตรวจดูความเรียบร้อย ทำบัญชี เช็กสต็อก

“เราไม่อยากกำหนดว่าเด็ก ๆ จะต้องทำอะไร แต่อยากให้เขาออกแบบเองโดยที่เราเป็นคนช่วย เพราะเด็ก ๆ จะได้ทำได้จริงและทำได้อย่างต่อเนื่อง”

เราสงสัยทันทีว่าพวกเขาจะบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับการทำร้านกาแฟอย่างไร ครูเทียนยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ความรู้ที่เด็ก ๆ จะได้แน่นอนคือการทำกาแฟ และทักษะอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การคำนวณต้นทุนที่เชื่อมโยงกับวิชาคณิตศาสตร์ การสื่อสารกับลูกค้าช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกใช้ภาษาไทย

แม้การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในร้านจะไม่ได้แบ่งชัดเจนเป็นรายวิชา แต่ปลายทางเด็ก ๆ จะได้ทักษะชีวิตติดตัวต่อไป

นอกจากเมนูเครื่องดื่ม ร้านเจริญกาแฟยังมีเมนูเบเกอรีร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนวิชาเบเกอรี ครูเทียนเล่าว่าที่โรงเรียนมีวิชาและชมรมทำนองนี้มากมาย เช่น ชมรมทำแยมส้ม ชมรมคาเฟ่ เธอจึงอยากให้ร้านเจริญกาแฟเป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้แสดงฝีมือทำสิ่งที่ตัวเองถนัดและมีรายได้ตอบแทน

จ่ายสาซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.4 มีอายุและประสบการณ์ในร้านกาแฟมากกว่านักเรียนคนอื่น ๆ จึงรับหน้าที่เป็นบาริสต้าพ่วงผู้จัดการร้าน ช่วงที่เปิดร้าน เขาทำหน้าที่ดูแลร้าน ชงเครื่องดื่ม และดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ส่วนเวลานอก เขาอาสาสอนน้อง ๆ ที่สนใจอยากเรียนรู้เรื่องการทำเครื่องดื่ม โดยมีครูเทียนช่วยเสนอไอเดียทำเครื่องดื่มเมนูใหม่ ๆ

“เราเพิ่งลองทำเมนูอเมริกาโน่น้ำมะพร้าว ตอนแรกเด็ก ๆ ตั้งคำถามว่าจะกินได้เหรอ เราบอกต้องลองก่อน พอลองเขาก็ชอบกัน ก่อนหน้านี้ลองทำอเมริกาโน่น้ำส้ม ซึ่งเด็ก ๆ คุ้นเคยกับส้มอยู่แล้ว เพราะพวกเขาโตมาในไร่ส้ม” 

นอกจากนี้ ครูเทียนยังพาเด็ก ๆ ศึกษาวิธีทำการตลาด เพื่อขยายฐานลูกค้า ให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากเดิมที่มีแค่ครูและนักเรียนในโรงเรียน เธอยอมรับว่าการตลาดเป็นเรื่องที่เธอไม่ถนัด แต่การได้เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก ๆ ทำให้ครูเทียนสนุกและพยายามคิดหาวิธีโปรโมตร้านตลอดเวลา

ฝันไกลขึ้น

“พ่อเคยบอกว่าเราเป็นเด็กล้นโอกาส เราไม่เคยเข้าใจจนได้มาอยู่ที่นี่ ถึงรู้ว่าเด็กล้นโอกาสกับเด็กขาดโอกาสหน้าตาเป็นอย่างไร”

แม้การมาทำงานที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาจะไม่ใช่เป้าหมายแรกที่ครูเทียนตั้งใจ แต่การได้ใช้เวลากับเด็ก ๆ เห็นปัญหาที่พวกเขาเผชิญ แต่เด็กยังคงมีรอยยิ้มและพร้อมลุกขึ้นสู้กับทุกปัญหา กลายเป็นแรงให้ครูเทียนอยากทำร้านเจริญกาแฟให้ดีขึ้น ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสของเด็ก ๆ ตามอุดมการณ์ของครูสายลม

“อย่างจ่ายสา ถ้าเขาไม่ได้ทำงานที่ร้านกาแฟ เขาก็ต้องไปช่วยพ่อแม่ปอกกระเทียม เด็กทุกคนคงไม่ได้อยากเดินตามรอยพ่อแม่หรอก ถ้าเขามีโอกาสได้เรียนรู้ ได้เลือก เขาก็คงอยากจะเขียนเส้นทางชีวิตของตัวเอง

“เราเคยชวนเด็ก ๆ หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ลองเปิดให้เขาดูว่าคนที่ทำงานเป็นผู้จัดการร้านกาแฟได้เงินเดือนเท่าไหร่ เด็ก ๆ ตกใจนะว่าทำเท่านี้ได้เงินเดือนเป็นหมื่นเลย เราสอนเขาว่าทักษะที่เขามีสร้างรายได้ได้ขนาดไหน เขาไปสมัครงานได้เยอะแยะ ไม่ใช่แค่งานในร้านกาแฟ ทำให้เขาเห็นช่องทางในชีวิตมากขึ้น” 

อนาคตของร้านเจริญกาแฟในระยะใกล้ ๆ ครูเทียนบอกว่าขอหาทางปรับปรุงร้านให้น่านั่งมากขึ้น ส่วนเป้าหมายระยะไกล เธอตั้งใจจะเผยแพร่โมเดล ‘ห้องเรียนบาริสต้า’ ให้โรงเรียนอื่น ๆ ที่สนใจนำไปใช้ เพราะตอนนี้มีหลายโรงเรียนในเชียงใหม่ติดต่อขอยืมร้านกาแฟสำหรับสอนนักเรียนของตัวเอง ครูเทียนเห็นโอกาสว่านี่เป็นโมเดลการเรียนรู้ที่น่าสนใจและสร้างประโยชน์ให้ผู้เรียนได้จริง

คำถามสุดท้ายก่อนจากกัน เราถามครูเทียนว่าสิ่งที่เธอได้จากการทำร้านเจริญกาแฟคืออะไร เธอนิ่งคิดไปพักหนึ่ง 

“ทำให้รู้ว่าการตัดสินใจมาอยู่ที่โรงเรียนนี้ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่”

เราพยักหน้าเห็นด้วย จากแววตาและรอยยิ้มของเธอตลอดการสนทนา มันบ่งบอกเลยว่า นี่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องของครูเทียน 

ไปลองชิมเครื่องดื่มฝีมือเด็ก ๆ ที่ร้านเจริญกาแฟได้ที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่) หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : เจริญกาแฟ – Charoen Kafe

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ