3 ธันวาคม 2025
984

สำหรับเรา มือปืน (The Last Shot) คือหนังเพลง

ไม่ได้แปลว่า มือปืน (The Last Shot) เต็มไปด้วยคนเต้นทั้งเรื่อง แต่หมายถึงเส้นเรื่องของหนังได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง สร้างโลกมวลรวมห่อหุ้มหนังทั้งเรื่อง 

ถ้ามองมุมนี้ พุฒิพงษ์ นาคทอง และ แหลม-สมพล รุ่งพาณิชย์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้กำกับและนักแสดง แต่เป็นศิลปิน 2 คนที่มาร่วมงานกันเพื่อสร้างงาน ออกมาเป็นหนังที่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเรื่อง และเพลงที่นำเรื่องในหนังมาต่อยอดเป็นทำนองและถ้อยคำอันน่าดูน่าฟัง

มือปืน (The Last Shot) เล่าเรื่องมือปืนชื่อเพชร และอีก 4 ชีวิตรอบตัวเขาได้แก่ บอม เพื่อนวัยเด็ก (เฟย-ภัทร เอกแสงกุล) ทราย แฟนสาว (ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์สุภา) สำลี คนขับรถ (อาร์-อรรถกร บุญเพ็ง) และลุงต๋อ เจ้านาย (อรุณ ภาวิไล) เพชรอยากออกจากชีวิตมือปืน แต่ต้องมาพัวพันกับผู้กองต้น (เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี) กำนันสมจิตร (นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช) และเสี่ยเปี๊ยก (วอ-จิราวัฒน์ วชิรศรันย์ภัทร) เพื่อให้เพชรได้ล้างมือด้วยเลือดเป็นครั้งสุดท้าย มือปืน (The Last Shot) ของพุฒิพงษ์เป็นหนังที่ปลุกหนังไทย Genre ผู้ชายชายขอบให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง คนอาจจะแซวว่ามือปืนเป็นเหมือนเอาทีมนักแสดงจาก 4Kings 2 ภาค และ วัยหนุ่ม มาเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เมื่อคุยกับพุฒิและแหลมดี ๆ การเล่าเรื่องนี้มีอะไรที่ลึกกว่านั้น

นัดแรก

ถ้าจะเล่าเบื้องหลังการทำหนัง มือปืน (The Last Shot) เป็นหนังสักเรื่อง

ซีนแรก ควรเริ่มที่งานเลี้ยงปิดกล้องหนัง วัยหนุ่ม ระหว่างที่พุฒิดื่มกินเฉลิมฉลอง ชายคนหนึ่งก็เดินมาด้านข้าง เอ่ยคำชวนที่ผู้กำกับไม่อยากปฏิเสธ

เขาคือ พี่ใหญ่ หนึ่งในผู้ให้คำปรึกษาและประสานงานกองถ่ายหนัง วัยหนุ่ม เขาบอกว่าสนใจทำหนังเกี่ยวกับมือปืนที่เพชรบุรีมั้ย 

พุฒิเล่าว่าเขาตอบตกลงอย่างไม่คิด ส่วนหนึ่งเพราะผู้กำกับมองว่า ตัวละครใน 4Kings มาจนถึง วัยหนุ่ม และ มือปืน (The Last Shot) คือชีวิตเดียวกัน 

จากเด็กช่างที่เกเร ก้าวพลาดสู่เรือนจำ ออกมาใช้ชีวิตทางเลือกน้อย ต้องหันเหมาเป็นมือปืน นี่คือเส้นเรื่องเดียวกัน

“มันคือวัฏจักรของของกลุ่มวัยรุ่นทั่วไปครับ ใน 4Kings และ 4Kings2 ผมไม่อยากจำกัดการเล่าแค่เด็กช่างนะครับ มันคือชีวิตวัยรุ่นที่ก้าวผิดพลาด ไปใช้ชีวิตในเรือนจำ ในนั้นมีผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล มีการบอกกันว่า ‘ถ้าไม่รู้จะทำอะไรต่อ มาอยู่กับพี่มั้ย’ วนเวียนอยู่ตรงนี้

“จะเรียกว่าเป็นจักรวาลเดียวกันก็ได้ครับ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะออกไม่ได้ เพราะมีหลายคนที่ผมเจอมาเขาก็บอกผู้ใหญ่ว่า ผมขอกลับไปอยู่กับลูกเมียหรือพ่อแม่ดีกว่า” พุฒิเล่า

หลังจบงานวัยหนุ่ม เมื่อพุฒิพร้อม เขากลับมาหาพี่ใหญ่อีกครั้ง บอกว่าพร้อมแล้วที่จะขอรีเสิร์ชเพื่อเขียนบทหนัง มือปืน (The Last Shot)

พี่ใหญ่บอกว่า มาคุยกันที่บ้านเขาดีกว่า

นัดที่ 2

ในอดีต คนเพชรบุรีมองมือปืนเป็นเหมือนซามูไร

นักเลงกับมือปืนไม่เหมือนกัน นักเลงไม่มีระเบียบ มือปืนมีกฎ มีเจ้านายดูแล คล้ายระบบโชกุนปกครองหัวเมือง บางครั้งก็ทำหน้าที่ดูแลปกป้องคนในท้องถิ่นไปด้วย

“เขาเรียกว่าระบบความยุติธรรม เริ่มจากตำรวจ บางครั้งพึ่งพาอาศัยได้น้อย สมมติว่าพี่แหลมโดนใครรังแกมา ไปแจ้งตำรวจก็ยังไม่ได้ความคืบหน้า พอไปแจ้งคนที่เป็นเหมือนโชกุน คนนี้ช่วยได้ เหมือนเด็กช่าง การเอาคืนมันก็มาจากเราไปแจ้งความว่าเพื่อนเราโดนอย่างนี้ ตำรวจตามไม่ได้ เกิดการตั้งศาลเตี้ยขึ้นมา โชกุนหัวเมืองก็เหมือนกัน” พุฒิเล่า

ชีวิตมือปืนมีความเป็นแฟนตาซี ลึกลับ แต่ก็มีสีสัน เรื่องของมือปืนจึงถูกทำเป็นหนัง ละคร และซีรีส์หลายครั้งมาก 

สำหรับพุฒิ เขาเป็นผู้กำกับที่เด่นเรื่องความสมจริง แต่รอบนี้เขาเปลี่ยนวิธีใหม่ จากที่เอาโลกของเด็กช่างมาโชว์ เอานรกในเรือนจำมาถ่ายทอด กับ มือปืน เขาลดความสมจริงลง และปรุงมันเป็นหนังแอคชันมากขึ้น

สาเหตุคือช่วงที่กำกับ วัยหนุ่ม ด้วยเรื่องที่ดาร์กมาก ไม่ใช่เพียงคนดูที่รู้สึก ผู้กำกับเองก็ดิ่งหนักจนอยากหาไดเรกชันใหม่ ทำหนังที่ใส่ความบันเทิงเข้าไปมากขึ้น มีสีสันที่มากกว่าเทาและดำมากขึ้น 

นั่นเป็นที่มาของโทนของหนังที่มีความเป็นหนังแอคชัน เป็นหนังตำรวจจับโจรมากขึ้น มีเรื่องความรักและชีวิตโดดเดี่ยวเป็นหัวใจสำคัญ

“ท่าทีหนังของพุฒิถูกส่งต่อมาตั้งแต่ 4Kings หนังเขาเป็นเชิง Realistic Documentary แล้วคนก็เชื่อ จนเป็นที่มาว่าคนชอบคิดว่าพุฒิหยิบเรื่องราวรุนแรง เพื่อชวนให้คนคิดในแง่ความดีของเขา 

มือปืน แน่นอนว่ามีเส้นของความเป็นสารคดีและความจริงอยู่ แต่หนังไม่ได้ซูมเข้าไปขนาดนั้น หนังหยิบอารมณ์ของอาชีพนี้เข้ามา แต่ไม่ได้สมจริงขนาดนั้น มันคือ Movie Dramatic มือปืนมีเพื่อน มีเรื่องตำรวจเข้ามา ผมมีองเป็นหนังฮ่องกงด้วยซ้ำเป็นหนังที่ดูเอาสนุกขึ้น” แหลมเล่า

ถึงกระนั้น ความสมจริงในหนังก็ยังอยู่ พุฒิเล่าว่าหลังจากพี่ใหญ่ชวนไปนอนค้างที่บ้านในจังหวัดเพชรบุรี เขาและคนเขียนบทชื่อ โป้ง แพ็กกระเป๋าสำหรับ 1 สัปดาห์ เดินทางไปเพชรบุรีทันที

ภาพที่คิด บ้านน่าจะดูดาร์ก ๆ แต่ความเป็นจริงคือบ้านของพี่ใหญ่เป็น Pool Villa ในย่านเขาลูกช้าง จังหวัดเพชรบุรี ดูแลอย่างดี อาหารและเครื่องดื่มพร้อม 

แต่การดูแลดีมากนี่แหละทำให้ผู้กำกับและคนเขียนบทหนาว ๆ ร้อน ๆ พุฒิเล่าว่า 2 วันแรกคือการละลายพฤติกรรม มีคนเคาะประตูเอาอาหารมาให้ทุกมื้อ อยากได้อะไรขอได้ทุกอย่าง ข้อแม้คือไม่ต้องลงไปในเมือง ซื้อกาแฟก็ไปไม่ได้ ถูกปฏิเสธอย่างสุภาพตลอด กินนอนที่บ้านพี่ใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ

กลางวันพักผ่อน การพูดคุยจะเกิดช่วงหลังมื้อเย็น เป็น ‘มื้อดื่ม’ วิธีการของพุฒิคือไม่ต้องเตรียมคำถามไป ให้พี่ใหญ่ได้เล่าชีวิตของตัวเองออกมาเต็ม ๆ ถ้าจุดไหนที่น่ารู้ก็จะถามต่อ เช่น ทำไมต้องมาเป็นมือปืน กฎในการทำงานมีอะไรบ้าง ไดอะล็อกหลายจุดในหนัง (โดยเฉพาะฉาก ‘นั่งยาง’) มาจากบทสนทนาจริงในค่ำคืนที่บ้านอดีตมือปืน

“เราหวาดเสียว 2 วันแรกกับวันที่ 5 และ 6 ผมออกอุบายครับ” พุฒิเล่า 

“ผมโทรบอกโปรดิวเซอร์ว่าไม่ไหว เขาไม่ให้ผมออกไปไหน ผมบอกว่า พี่ ผมต้องออกไปซักผ้า เขาบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวให้คนงานซักให้ ผมบอกไม่เอา ด้วยความที่ผมเคยอยู่เพชรบุรีเป็นแรมเดือน เดี๋ยวผมลงไปซักข้างล่างดีกว่า อยากไปหาป้าเจ้าของโรงแรมที่ผมเคยไปพักด้วย พี่เขาเลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวไปเป็นเพื่อน”

โชคดีว่าวันนั้นมีรำวงในเมืองพอดี พุฒิและโป้งเลยได้ติดสอยห้อยตามพี่ใหญ่ไปดูความรื่นเริงในเมืองด้วย

“เราขับรถไปเป็นขบวน ผมเคยลงไปถ่ายหนังที่ยะลาและนราธิวาส ทุกคนรู้ว่าพวกเขาจะขับรถอยู่ตรงกลางเลน เร็ว และไม่ขับชิดข้างทาง พี่เขาสอนว่า เวลาคนจะมายิง เขาจะยิงตรงไหนและอย่างไร เลยเป็นที่มาของซีนเปิดหนัง” 

อดีตมือปืนชี้ให้ดูบรรยากาศในรำวง เห็นผู้ใหญ่ในพื้นที่ สังเกตการวัดเชิงกันทางกริยาและวาจา กลายเป็นว่าผู้กำกับและคนเขียนบทได้รับการถ่ายทอดวิถีมือปืนกันอย่างไม่ตั้งใจ 

“ตอนขากลับ ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องอะไร ผมก็เดินกลับปกติ ทอดตามองไกล พี่ใหญ่บอกว่าเข้ามาเดินอยู่ในวง ไปไหนไปเป็นกลุ่ม เดินริมถนนแบบนั้น เวลาใครขับมายิงสาด ตายคนแรกเลยนะ” 

คุณมองอาชีพนี้เปลี่ยนไปมั้ย เราถาม

“มือปืนเป็นมนุษย์ครับ ไม่ใช่เครื่องจักรสังหาร อาชีพมือปืนไม่ใช่โจร โจรคือการปล้นฆ่าเพื่อแย่งชิงคนที่ไม่มีทางสู้ แต่มือปืนจะไม่ทำใครถ้าไม่มีใบสั่ง เขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าคนที่จะไปจัดการคือใคร ทำอาชีพอะไร ผิดอะไรมา แค่รู้ว่าจะไปจัดการคนนี้ แล้วพาตัวเองออกมาให้ได้”

พุฒิเล่าว่า ก่อนกลับ เขาเปิดเพลงของแหลมให้ฟังเพลงหนึ่ง มันเป็นเพลงที่ยังไม่ปล่อย เซฟใส่ไว้ในไดรฟ์ พุฒิตั้งใจว่าจะเป็นเพลงที่ใช้ในหนังเรื่องนี้

“ผมเปิดให้พี่ใหญ่ฟัง เขาบอกว่า ใช่เลย นี่ชีวิตพี่”

หนีคดี

Flash Back กลับไป ก่อนพุฒิจะไปเพชรบุรี

ช่วงโค้งสุดท้ายของการทำหนัง วัยหนุ่ม แหลมเข้ามาที่สตูดิโอเพื่อทำงานเพลงประกอบหนัง เรือนจำสุดท้าย ในรายละเอียดให้เสร็จสิ้น 

ช่วงหนึ่ง แหลมลองเล่นเพลงให้ผู้กำกับฟัง บอกว่ามันเป็นเพลงที่เขาเพิ่งแต่ง อาจจะเป็นเพลงใหม่ ยังไม่ได้วางแผนชัดเจนนัก เพลงนี้ชื่อว่า ในดวงดาวสีน้ำเงิน

“ผมแต่งให้กับชีวิตผมเอง แต่งให้แฟนและคนที่อยู่รอบตัวผมเพียงไม่กี่คน ผมรู้สึกว่าในช่วงจังหวะชีวิตนี้ เราลืมตามาทุกวันฉันมีเธอ สบตาฉันด้วยความรู้สึกที่จริงใจต่อกัน” แหลมเล่า

“มันขึ้นต้นด้วยคำว่า ในโลกความจริงฉันไม่มีใคร โลกสดใสฉันมีปัญหา มีแต่เธอที่คอยมองมาในแววตาของความจริงใจ” 

พุฒิฟังจบ เขาเอ่ยขอใช้เพลงนี้ทันที “ผมบอกพี่แหลมว่า ขอได้มั้ย ยังไม่รู้ว่าใช้เรื่องอะไร แต่มันเหงาเหลือเกิน”

ระหว่างพัฒนาบท มือปืน เพลงของแหลมมีบทบาทในการกำหนด Mood & Tone ทั้งเรื่อง แถมในเรื่องยังมีฉากที่มือปืนต้องหนีคดีด้วยการลงเรือหนีออกทะเล ภาพทะเลเวิ้งว้างเข้ากับเพลงนี้พอดี เพลงนี้ตอนเผยแพร่จริง ชวน ฟ้า ษริกา นางเอกของเรื่องมาร่วมร้องด้วย แฟนของฟ้าคงพอจำได้ว่านางเอกนัยน์ตาเศร้าเคยเป็นศิลปินค่าย Kamikaze มาก่อน กลายเป็นการหวนคืนไมค์แบบคาดไม่ถึง

แหลมยังแต่งเพลงอีก 2 เพลงสำหรับหนัง มือปืน เพลงแรกคือ สุนัขของนาย เพลงนี้เป็นเหมือนการแนะนำโลกของหนัง แหลมแต่งในช่วงที่เริ่มเวิร์กช็อปการแสดงเพื่อรับบทเป็นเพชร เล่าสถานะของมือปืน

อีกเพลงคือ หนีคดี เพลงนี้เกิดจากแหลมได้พบกับพี่ใหญ่ตัวจริง พูดคุยกันถึงเรื่องราวจริงในอดีต จนได้แรงบันดาลใจแต่งมาเป็นเพลงนี้ 

แต่แหลมมาทำงานนี้ไม่ใช่ในฐานะนักร้อง เขาเป็นนักแสดง พุฒิขอความช่วยเหลือกับ ครูร่ม-ร่มฉัตร ธนาลาภพิพัฒน์ มาช่วยติวนักแสดง 

เบื้องหลังจังหวะเทพของ ตุ๋ย อรุณ บทบาทน่าจดจำของ นก ฉัตรชัย และการแสดงเด็ด ๆ ของหลายคนมีที่มาจากการทุ่มเทของครูร่ม แต่แหลมเป็นนักแสดงที่ท้าทายทักษะ Acting Coach มาก ความยากของแหลมคืออยู่กับอาชีพนักร้องมานาน กล้ามเนื้อเกิด Muscle Memory กับการเล่นดนตรี นั่นทำให้เขาเล่นแข็งมากจนต้องใช้กระบวนการหลายแขนงเข้าช่วย

แหลมเล่าว่ามีหลายช่วงที่ครูร่มต้องขอปิดห้องคุย เพราะเขาเล่นไม่ได้เลย ครูและศิษย์ต้องร่วมหาวิธีใหม่ ๆ แหลมต้องเล่นโยคะเพื่อสลายความแข็งในกล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่นกับการเป็นเพชรมากขึ้น

แหลมค้นหาวิธีการเข้าถึงบทด้วยตัวเอง เขาคิดวิธีการหายใจของเพชรว่าควรเป็นอย่างไร คิดลายมือใหม่ของเพชรว่าเขาควรเขียนตัวหนังสือแบบไหน เขียนรายละเอียดชีวิตของเพชรในกระดาษบทหนัง คล้าย ๆ การเขียนไดอารี่ตัวละครซึ่งเป็นสิ่งที่นักแสดงชั้นนำหลายคนเคยทำ 

ปืนในหนังมือปืนก็สำคัญ พุฒิเล่าว่าเขาอ้างอิงจากการรีเสิร์ช ผสมกับความแฟนตาซีเล็กน้อย เช่น ปืนที่ใช้ส่วนใหญ่มีขนาด .45 แม้จำนวนกระสุนจะไม่มากเท่าขนาด 9 มม. แต่มีความแรง หวังผลได้ ฝั่งตำรวจจะใช้ปืน .357 แม็กนัม ซึ่งเป็นขนาดใกล้เคียงกัน แต่ตัวละครบอมโดดเด่นด้วยการใช้ปืนลูกซองโจรสลัด เป็นปืนลูกซองอานสั้นแบบเดียวกับที่ Arnold Schwarzenegger ใช้ในหนัง The Terminator 2

ลักษณะการยิงของมือปืน พุฒิก็รีเสิร์ชมา เป็นการเดินเข้าหาเหยื่อและยิงระยะประชิด ในวงการเรียกว่า ‘จิ้มยิง’ ซึ่งเราจะเห็นลักษณะการยิงแบบนี้ในหนังมือปืนหลายเรื่อง คนดูอาจไม่รู้ว่าเป็นการอ้างอิงวิถีมือปืนจริง ๆ 

นัดต่อไป

หนึ่งในเรื่องที่เล่าเป็นหนังได้สนุก มีสีสันที่สุด คือเรื่องความรุนแรง 

พุฒิเล่าตอนสัมภาษณ์หลายครั้งว่า ความรุนแรงในหนังเริ่มทำให้เขารู้สึกดิ่งมากเกินไปเหมือนกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เขาคงไม่เล่าความรุนแรงไปมากกว่านี้อีกแล้ว ปิดจักรวาลเส้นเรื่องเด็กชายขอบสังคมไว้เพียงหนัง 4 เรื่องนี้ ในเรื่องสุดท้าย ธีมหลักของมือปืนคือการเล่าเรื่องบุญคุณ และการประคองชีวิตไม่ให้ตกกรอบศีลธรรม ในโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรง 

อาชีพมือปืนในหนังรุนแรงไม่แพ้โลกความเป็นจริง ตัวคนทำเองจึงต้องหาวิธี ‘ถอน’ ออกมาจากงาน เพื่อก้าวไปสู่งานต่อไปเช่นกัน

พุฒิขอเวลาพักอีกสักหน่อย ก่อนเริ่มงานต่อไป ส่วนแหลมยังคงเดินทางบนเส้นทางดนตรีต่อ วิธีการมองการแสดงของเขาน่าสนใจดี

“ผมคิดว่าสิ่งที่เราควรจะเป็นในการเป็นนักแสดง คือจิตใจเราเดินทางไปไหนก็ได้ แต่ต้องกลับบ้านให้ได้ ต้องมีที่มั่นของตัวเอง เรากลับคืนสู่โลกปกติของเราได้ กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตเราได้ นี่เป็นเรื่องสำคัญ”

แหลมเล่นเป็นเพชรได้ดีมาก ราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน มันย้อนแย้งตรงที่อาชีพมือปืนที่เขาเพิ่งเล่น เป็นงานที่กลับบ้านไม่ได้ ตรงข้ามกับสิ่งที่เขาพูดทุกอย่าง

แต่นั่นก็เป็นเหตุผลที่มือปืนเป็นชีวิตที่น่าค้นหาและคงถูกเล่าเป็นเรื่องเรื่อยไป ไม่รู้จบ

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง