8 พฤศจิกายน 2025
592

ສະບາຍດີ!

นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เราเดินทางมา สปป.ลาว ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2567) เราไปเที่ยวเวียงจันทน์ ส่วนปีนี้ (พ.ศ. 2568) เรามาเที่ยวสะหวันนะเขต และร่วมโครงการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายที่วัดสุนันทาราม ซึ่งเป็นวัดที่มีความเก่าแก่เป็นลำดับที่ 2 ในอำเภอไกสอนพมวิหาน เมืองหลวงของแขวงสะหวันนะเขต

เราเดินทางด้วยนกเหล็กมาลงที่จังหวัดนครพนม จากนั้นนั่งรถตู้ราว 2 ชั่วโมงก็ถึงแขวงสะหวันนะเขต มีเวลาเก็บกระเป๋าเดินทางเพียงครู่ ก่อนยานพาหนะ 4 ล้อจะตรงดิ่งไปยังวัดสุนันทาราม 

ขอเท้าความสักนิด โครงการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดพุทธศาสนาในต่างประเทศ เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยความคิดของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ในขณะนั้น) ท่านนำประเพณีทอดกฐินซึ่งเป็นรากฐานวัฒนธรรมของไทยกับมิตรนานาประเทศมาเป็นเครื่องมือกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในระดับประชาชนสู่ประชาชน โดยปีแรกของโครงการ เริ่มต้นด้วย 3 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว

ชุมชนชาวพุทธให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตลอดระยะเวลา 30 ปีของโครงการ และจาก 3 ประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงการต่างประเทศขยายโครงการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปยังประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก รวม 13 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน ศรีลังกา อินเดีย บังกลาเทศ ภูฏาน และเนปาล

ในปีนี้ กระทรวงการต่างประเทศเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดพุทธศาสนาใน 8 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม มาเลเซีย จีน ศรีลังกา อินเดีย และภูฏาน

พี่พนม ทองประยูร นักการทูตชำนาญการพิเศษ กรมเอเชียตะวันออก เล่าให้ฟังว่า การคัดเลือกเมืองและวัดที่จะเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย จะหมุนเวียนกันไปในแต่ละปี ซึ่งสะหวันนะเขตเป็นแขวงที่มีความสำคัญ เพราะเป็นบ้านเกิดของ ไกสอน พมวิหาน อดีตเลขาธิการใหญ่คณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว คนที่ 1 ประธานประเทศลาวคนที่ 3 และนายกรัฐมนตรีลาวคนที่ 1 ซึ่ง ทองสะหวัน พมวิหาน บุตรชายของท่านก็ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว ในปัจจุบันด้วย

“สะหวันนะเขตเป็นเมืองที่สำคัญนะครับ ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 จาก 17 แขวงของสปป.ลาว เรียกว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำก็ว่าได้ เพราะเป็นแหล่งเพาะปลูก ส่วนทางภาคใต้ก็เป็นแหล่งพลังงานทางน้ำและลมของลาว รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง EWEC (East-West Economic Corridor : ถนนสายเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก) ที่สำคัญ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ก็ตั้งอยู่ที่นี่ครับ

“บทบาทของเรามี 4 ด้านด้วยกันครับ หนึ่ง เป็นผู้แทนของไทยในการติดต่อสานสัมพันธ์ในระดับแขวง ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ดูแล 6 แขวงภาคใต้ของลาว สอง ช่วยส่งเสริมการค้า การลงทุน ให้คำปรึกษากับภาคเอกชนไทย รวมถึงแนะนำศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ให้กับนักธุรกิจไทย สาม ดูแลประชาชนชาวไทย ที่เดินทางมาทำงานหรือท่องเที่ยวที่นี่ รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจชาวไทยที่มาลงทุน ตลอดจนการทำหนังสือเดินทาง นิติกร และการออกวีซ่าให้ชาวต่างชาติที่จะเดินทางไปยังประเทศไทยครับ และสุดท้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับการฑูตสาธารณะ เราพยายามส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและส่งเสริมวัฒนธรรมของประเทศไทย อย่างโครงการทอดกฐินพระราชทานก็ถือเป็นภารกิจหนึ่งในนั้นครับ”

พี่ปู-ปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต เล่าเสริมให้เราฟังด้วยท่าทางใจดี

เราและคณะกระทรวงการต่างประเทศเดินทางล่วงหน้ามา 2 วันก่อนวันจัดงาน เลยเห็นบรรยากาศการเตรียมงาน มีพี่น้องชาวไทย-สปป.ลาว พร้อมใจกันเดินทางมาช่วยและร่วมงานอย่างคึกคัก แถมมีเสียงประกาศจากมัคนายกขานรายนามผู้ร่วมบริจาค คล้ายคลึงบรรยากาศงานบุญในบ้านเรา

งานทอดกฐินพระราชทานที่ สปป.ลาว คึกคักกว่าประเทศอื่น ๆ เพราะลาวเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับไทย มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน ชอบความสนุกสนานและรื่นเริงตีคู่สูสี และปีนี้ครบรอบ 75 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ด้วย มีการจัดงานให้ผู้ประกอบการมาออกร้านขายอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงสินค้างานคราฟต์ อย่างผ้าทอ ผ้าซิ่น และงานจักสาน บอกเลยว่างานนี้เสียหายหลายหมื่น (กีบ) ที่พิเศษสุด ๆ คือ ยกคอนเสิร์ต เต๋า-ภูศิลป์ วารินรักษ์ ศิลปินชาวอุบลฯ ข้ามแม่น้ำโขงจากไทยมาแสดงที่ศูนย์การค้าสะหวันไอเต็ก เราว่าเป็นไอเดียดึงดูดผู้คนมาร่วมงานบุญใหญ่ที่สนุกดี 

เช้าวันงาน หญิงชายสวมชุดไทย ชุดลาว และผ้าเบี่ยง เดินขวักไขว่เต็มพื้นที่วัด บางหิ้วตะกร้าบรรจุข้าวเหนียว ขนม และดอกไม้ (สำหรับตักบาตร) เราชอบช่วงเวลานี้ เพราะได้นั่งมองชุดงาม ๆ และผ้าซิ่นจากฝ้าย-ไหมลวดลายสวย ๆ ของสาวลาว ส่วนผ้าเบี่ยงจากผ้าขาวม้าของหนุ่ม ๆ ก็สีสนุกไม่แพ้กัน

หลังจบพิธีตักบาตร ก็ต่อด้วยการแห่องค์พระกฐินพระราชทาน ซึ่งเดินวนรอบอุโบสถ 3 รอบ ผู้คนต่อแถวกันเป็นระเบียบเต็มขบวน ระหว่างเดินมีเสียงเพลงบรรเลงม่วนซื่น บางคนก็โปรยข้าวสาร ลูกอม และเงินธนบัตร ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ผุดก้มผุดเงย ขบวนหยุดเป็นพัก ๆ เพราะก้มเก็บโปรยทาน 

ก่อนเข้าโบสถ์ไปร่วมพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทาน เราเดินไปสำรวจโรงทานในบริเวณใกล้ ๆ กัน เราแทบมองไม่เห็นอาหาร เพราะคนต่อคิวรับอาหาร-ขนมกันเพียบ แต่ละบูทชวนน้ำลายสอทั้งสิ้น ส้มตำก็มี ขนมจีนก็มา น้ำแข็งไส เครื่องดื่มเย็น ๆ ดับร้อนก็พร้อม! มีเต็นท์บริการโต๊ะ-เก้าอี้ให้ด้วย สเกลใหญ่เหมือนโต๊ะจีนงานแต่งงานของคนดังระดับจังหวัด (ฮา) งานนี้บอกเลยว่าทั้งอิ่มบุญและอิ่มท้องในคราวเดียว

หลังเสร็จสิ้นพิธี มีการบายศรีสู่ขวัญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้มาร่วมงาน และปิดท้ายด้วยการผูกข้อมูล ระหว่างผู้เข้าร่วมพิธีฝ่ายสปป.ลาว กับผู้เข้าร่วมพิธีฝ่ายไทย เป็นภาพที่น่าประทับใจจริง ๆ

นับเป็นโอกาสพิเศษที่เราได้ร่วมโครงการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานที่สะหวันนะเขต สารภาพตามตรงว่า ก่อนมาก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าประเพณีทอดกฐินจะกระชับมิตรภาพระหว่างประเทศได้อย่างไร แต่เมื่อมาสัมผัสและเห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องไทย-ลาว ที่มาลงแรงช่วยกันตลอดหลายวัน บ้างมาด้วยความศรัทธา บ้างมาด้วยมิตรภาพ นั่นทำให้เราเข้าใจจุดประสงค์ของโครงนี้โดยกระจ่าง

แวะมาสะหวันนะเขตทั้งที จะไม่ท่องเที่ยวเลยก็เดี๋ยวจะหาว่าพลาด

นี่คือ 7 สถานที่ที่เราไปแล้วชอบ เลยอยากแนะนำให้คุณไปเยือน

1. พระธาตุโพ่น

แขกไปใครมาสะหวันนะเขตก็ต้องมาเช็กอินที่พระธาตุโพ่น เมืองไซพูทอง ห่างจากตัวเมืองราว 1 ชั่วโมง ระหว่างทางคุณจะได้ชมวิวทุ่งนาและวิถีชีวิตของคนลาวภาคกลาง ภายในวัดมีพุทธศาสนิกชนจากลาวและไทย เดินทางมาสักการะพระธาตุไม่ขาดสาย 

ที่นี่เด่นเรื่องขอพรการงาน หากต้องการขอพรหรือบนเรื่องใด ให้เขียนใส่กระดาษแล้วยื่นให้พระ พระท่านจะอ่านออกเสียงดังฟังชัด เรียกว่ารู้กันทั่วบาง (ฮา)

2. วัดพระธาตุอิงฮัง

อีกวัดที่สายแสวงบุญไม่ควรพลาด ว่ากันว่าที่นี่เป็นพระธาตุคู่แฝดกับพระธาตุพนม ด้านนอกวัดมีร้านค้าขายธูปเทียนดอกไม้สำหรับสักการะบูชาพระธาตุ ด้านในวัดมีศาลาขนาดใหญ่ให้ศาสนิกชนมาขอพรกับหลวงพ่อ และมีคุณป้า คุณย่า คุณยายมาใช้พื้นที่นั่งทำขันหมากเบ็งกันด้วย

3. Sooksavan Cafe’ & Bistro

ขยับเข้ามาในเมืองเก่าของสะหวันนะเขต มีกิจการเก่าแก่ ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมายให้แวะ ตึกเก่าหลายหลังก็สวยงามน่าแชะภาพเป็นอย่างมาก มาถึงสะหวันฯ ต้องเยือน Sooksavan Cafe’ & Bistro เป็นคาเฟ่รุ่นบุกเบิกในอาคารเก่าโบราณ มีให้อิ่มอร่อยทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่มสารพัดเมนู 

4. โรงหนังลาวเจริญ

เดินไม่ไกลจาก Sooksavan Cafe’ & Bistro จะเจออดีตโรงหนังลาวเจริญที่เคยโด่งดังเมื่อ 50 ปีก่อน ปัจจุบันเป็นคอมูนิตี้สเปซใจกลางเมือง มีคาเฟ่ ตลาด และโรงหนังใหม่ที่เปิดให้ชมจริง ๆ ด้วย 

5. Le Corbeau Bar 

อาคารหลังงามแห่งนี้เคยเป็นบ้านเจ้าแขวงสะหวันนะเขตมาก่อน สร้างเมื่อปี 1926 เคยใช้เป็นสำนักงานรักษาความสงบของฝรั่งเศส เมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านในจะพบเคาน์เตอร์บาร์ทรงโค้ง มีชุดเก้าอี้ 2-  3 ชุด บรรยากาศคลาสสิกจนเราไม่อาจละสายตา 

อาคารหลังนี้เปลี่ยนหน้าที่เป็นคาเฟ่ (ในตอนกลางวัน) และบาร์ (ในตอนกลางคืน) แนะนำให้แวะมาช่วง 15.00 – 16.00 น. เพราะแสงที่สาดเข้ามาสวยมาก

6. LONG PIZZA (Talat Yen)

ไม่แวะ LONG PIZZA เหมือนมาไม่ถึงสะหวันนะเขต เราแวะลองที่สาขา Talat Yen เดินไม่ไกลจากสถานที่หมายเลข 2-5 ที่นี่เสิร์ฟพิซซ่าสไตล์นาโปลี นวดแป้ง ร่อนแป้ง และยกเข้าเตาให้ชมกันต่อหน้า

เราเลือกหน้าผักโขมอบชีส ถ้าอยากลองชิมหลาย ๆ รสชาติก็เลือกแบบ Half/Half ได้นะ นั่งไถ TikTok ประเดี๋ยวเดียว พิซซ่าร้อน ๆ ก็วางตรงหน้า หอมเย้ายวนที่สุด พอกัดหมับก็ตาลุกแวว เป็นตาแซ่บแท้ สมคำลือ แป้งบางนุ่มมีรอยไหม้เล็ก ๆ กระซิบว่าราคาดีมาก! นอกจากพิซซ่าก็มีพาสต้าด้วย

อ้อ ชาวขอนแก่นเฮก่อนใครได้เลย เพราะเขาไปเปิดสาขาที่ 3 ณ เมืองดอกคูนเรียบร้อยแล้ว

7. Lao House Center

สถานที่นี้คือตัวจบ! วันสุดท้ายถ้ายังไม่มีแพลนท่องเที่ยวที่ไหน แนะนำขับรถไป Lao House Center เป็นแหล่งช้อปปิ้งของฝากที่คิดมาให้แล้ว มีทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ จะแม็กเน็ตติดตู้เย็น ขนม เบียร์ลาว (ครบสูตร) หรือสินค้าหัตถกรรมก็ครบ ผ้าทอ จักสาน งานแกะสลัก ฯลฯ มีเพียบ

ถ้าใครชอบงานผ้า แนะนำให้มาซื้อที่นี่ มีตั้งแต่ราคาหลักร้อยจนถึงหลักพัน บางผืนเป็นผ้ามัดหมี่ย้อมครามฝีมือช่างท้องถิ่น ราคาไม่ถึง 5 แบงก์แดง ที่สำคัญ สแกนจ่ายด้วยแอปฯ ธนาคารไทยได้เลย

“สะหวันนะเขตเป็นเมืองใหญ่ก็จริง แต่เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ สำหรับคนที่ชอบอยู่ในจังหวะวิถีชีวิตเรื่อย ๆ หรือสโลว์ไลฟ์ จะเหมาะกับที่นี่มากครับ มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา พี่น้องคนไทยจะข้ามมาไหว้พระตอนเช้าแล้วกลับตอนเย็นก็ได้ มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ถ้าอยากเรียนรู้วัฒนธรรมก็มีชุมชนผู้ไท ที่เมืองพิน เป็นเมืองที่มีชาวผู้ไทเยอะมากครับ

“ส่วนอาหารที่แนะนำคือ ข้าวจี่ปาเต ร้านแม่เบื๋ยม ข้าวเปียกเส้น ปิ้งไก่เซโน เป็นเมนูที่มีชื่อเสียงของเมืองเซโน เขาใช้ไก่สายพันธุ์พื้นเมืองมาปิ้ง เนื้อจะเหนียวคล้าย ๆ ไก่บ้าน คนที่นี่ก็นิยามดื่มกาแฟมากขึ้นนะครับ ดื่มเป็นเรื่องเป็นราวแบบสเปเชียลตี้ ผมแนะนำร้าน Black Coffee และ Huk Film ครับ”

พี่ปูส่งท้ายด้วยโพยร้านอาหารและคาเฟ่ที่น่าไปลองเมื่อมาเยือนเมืองสโวไลฟ์แห่งนี้

Write on The Cloud

Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก