รส ONIBUS
วันนี้เราออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ตรงมาที่ Dusit Central Park หลังจากกระทบไหล่คนแปลกหน้าบนรถไฟฟ้าเต็มอิ่มหลายสิบสถานี ลัดเลาะตามทางเดินในห้างเปิดใหม่กลางเมือง เดินผ่านพนักงานกำลังแข็งขันตระเตรียมเปิดร้าน
ในที่สุดเราก็มาหยุดที่สุดทางเดิน ร้านกาแฟสีเอิร์ทโทนที่มีเคาน์เตอร์รูปวงรีสีผลเชอร์รีสุกตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า แสงแดดยามเช้าอาบทั่วทั้งพื้นที่ ผู้คนในร้านนั่งดื่มกาแฟอยู่ตามมุมเงียบ ๆ ของตัวเอง
กาแฟแก้วหนึ่งวางลงตรงหน้า คำถามสำคัญของวันนี้ที่เราทดไว้ในใจดังขึ้นมา
“กาแฟ 1 แก้ว จะเกี่ยวข้องกับใครได้บ้าง”

ผู้อยู่เบื้องหลัง 3 คนของ ONIBUS COFFEE ถิ-ถิรคุณ รติรัตนานนท์ Managing Partner, มิกะ-ญาตา ส.วนาภา Marketing and Creative Lead, ฮิว-ธีรจิต ล้วนพิชญ์พงศ์ Operations Lead จะเป็นคนตอบคำถามนี้ ผ่านการเล่าถึงเบื้องหลังวิธีคิดที่ละเอียดยิบทุกกระเบียดนิ้วก่อนเปิดสาขาที่ 2 ในห้างกลางเมือง การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนที่รู้จักกันเป็นทอด ๆ จนกลายเป็นการทำร้านกาแฟแบบงานกลุ่ม และความท้าทายในการสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟคั่วอ่อนในสังคมไทย

สแตนด์อะโลนในห้าง
ONIBUS COFFEE เป็นแบรนด์กาแฟที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อบรรยากาศในร้าน ตัวร้านทุกสาขาจะเน้นความเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดลึกซึ้งซ่อนอยู่เบื้องหลัง ถ้าได้มีโอกาสนั่งลงจิบกาแฟแล้วเปิดใจคุยกับบาริสต้าหรือลูกค้าโต๊ะข้าง ๆ ก็ไม่พ้นที่จะตกหลุมรักบรรยากาศชวนสบายใจจนทำให้อยากแวะเวียนกลับมาอยู่เรื่อย ๆ
นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นลายเซ็นที่บรรจงตั้งใจออกแบบมาเป็นพิเศษ จนยากจะเลียนแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นสาขาในญี่ปุ่นหรือมุมไหนของโลก
เราจึงค่อนข้างประหลาดใจที่สาขา 2 ของ ONIBUS COFFEE ในประเทศไทยเลือกมาตั้งอยู่ในห้าง
“เราตั้งใจคงคอนเซปต์การให้ความสำคัญกับบรรยากาศของย่านเหมือนเดิม สาขาแรกที่ย่านประตูผี เกาะรัตนโกสินทร์ เอื้อให้เราได้มีโอกาสเล่าเรื่อง ได้สื่อสารเรื่องของกาแฟอย่างเต็มที่ เพราะกาแฟแบบที่ ONIBUS เลือกมานำเสนอ อาจยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในไทยมากเท่าไหร่ แต่ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าหลายคนก็เรียกร้องว่ามาเปิดในเมืองหน่อยได้ไหม

“พวกเราใช้เวลาหาพื้นที่อยู่เป็นปีกว่าจะตัดสินใจเลือกที่นี่ เพราะคอนเซปต์ของโครงการค่อนข้างสอดคล้องไปกับทิศทางของของแบรนด์ โลเคชันอยู่กลางเมือง เดินทางสะดวก มีคอนเซปต์ที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ถึงแม้เราจะนำ ONIBUS เข้ามาอยู่ในห้าง แต่ก็ยังคงคาแรกเตอร์ที่อยากเป็นรถบัสเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน Connecting People through Exceptional Coffee เหมือนเดิม” ถิ เล่าถึงเหตุผลที่เลือกขยายสาขาใหม่มายัง Dusit Central Park
มิกะบอกว่า ทีมให้ความสำคัญกับบรรยากาศที่จับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้ไม่ยาก หากจะอยู่ในห้าง ต้องสร้างประสบการณ์ภายในร้านได้ในแบบที่ทีมต้องการ
เราเหลือบมองไปรอบ ๆ ร้าน คำถามที่ตั้งใจถามต่อก็เหมือนได้รับคำตอบ พื้นที่หัวมุมได้รับแสงธรรมชาติ หนุ่มสาวออฟฟิศนั่งกางแล็ปท็อปประชุมอยู่ที่โต๊ะกลางร้าน ร่วมโต๊ะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถัดไปเป็นคุณลุงในชุดกีฬาที่มานั่งพักหลังจากวิ่งออกกำลังกาย ทุกคนมานั่งรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพราะพื้นที่นี้ค่อนข้างใหญ่มาก แต่ว่าจัดให้พื้นที่ภายในร้านไม่ได้แน่นเกินไป ไม่ได้เน้นว่าจะต้องรับลูกค้าได้เยอะที่สุด แต่แบ่งสัดส่วนตามความต้องการที่แตกต่างกัน
ที่นั่งในร้านทุกจุดออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมต่อกันได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้ขนาดใหญ่กลางร้านที่มาเป็นกลุ่มหรือมาคนเดียวก็นั่งร่วมกันได้ พื้นที่ Lounge Area สำหรับคนรักความสงบ นั่งหลบมุมได้อย่างอุ่นใจ โต๊ะริมกระจกสำหรับกลุ่มเพื่อนที่มานั่งแฮงเอาต์กัน หรือโต๊ะยืนริมทางเดินสำหรับคนที่ชอบนั่งดูบรรยากาศ มองคนเดินไปมาด้านนอก เปิดโอกาสให้แต่ละคนเลือกพื้นที่ที่สบายใจ นั่งในร้านได้นาน ๆ เพราะความรู้สึกดี ๆ จะเปลี่ยนลูกค้าขาจรเป็นขาประจำได้ในที่สุด
เสิร์ฟเพื่อสื่อสาร
เมื่อเข้ามาในเมือง ได้พบเจอคนมากขึ้น ทำให้มีโอกาสได้สื่อสารความพิเศษของกาแฟคั่วอ่อนไปถึงผู้คนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพราะความเปรี้ยวและหวานถูกรักษาไว้อย่างทะนุถนอมผ่านการคั่วอ่อน เพื่อคงรสชาติกลิ่นผลไม้ กลิ่นดอกไม้ รสจากธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดกาแฟ สำหรับ ONIBUS COFFEE ต้นทางของเมล็ดที่มีคุณภาพ ทักษะของคนปลูก คนทำ Process และเทคนิคในการคั่วกาแฟจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
“เราสังเกตว่าพอขยับเข้ามาในเมือง กลุ่มคนที่อยู่ในเมืองเขาชอบรสชาติกาแฟที่อาจจะเข้มขึ้นมาหน่อย จึงเพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ลูกค้าในวงกว้างขึ้น ด้วยการพัฒนา City Roast เบลนด์กาแฟคั่วกลางเพิ่มเติมเข้ามา โดยที่ยังมีคาแรกเตอร์ของ ONIBUS มันเป็นกาแฟที่เข้มที่สุดในร้านก็จริง แต่ว่าถ้าเทียบกับร้านอื่น ก็ยังมีความเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์อยู่นะ” ฮิวเล่าเจือรอยยิ้ม

ผลลัพธ์ของการทำคั่วกลางออกมาให้คนที่ยังไม่กล้าเปิดใจลองก็ออกมาเหมือนที่คิด ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ไม่รีบปฏิเสธตั้งแต่ต้น แต่ทีมงานทุกคนในร้านก็ไม่ลดละที่จะพยายามสื่อสารเรื่องกาแฟคั่วอ่อนต่อไป
“เราอยากจะสื่อสารว่า รสเปรี้ยวในกาแฟ มันเป็นเรื่องที่ถูกแล้วนะ กาแฟคั่วอ่อนในไทยอาจจะยังไม่มีให้เลือกเยอะเท่าไหร่ บาริสต้าจะเป็นคนคอยเล่าสิ่งเหล่านี้ ทำความเข้าใจกับลูกค้าเสมอว่า การที่กาแฟมันมีรสชาติเปรี้ยว หวาน มีกลิ่นแบบนี้ เพราะว่าเราต้องการคงรสชาติ คงคุณภาพจากแหล่งปลูกต้นตอไว้จริง ๆ” มิกะเล่าต่อถึงความท้าทายในฐานะคนทำงานสื่อสาร
“เราหากันอยู่นานกว่าจะเจอกาแฟไทยที่คาแรกเตอร์เข้ากับ ONIBUS ก่อนหน้านี้เราได้แซมเปิลบางส่วนมาลองชิมกันดูแล้วทุกคนว้าวมาก แม้แต่คุณ Atsushi Sakao ผู้ก่อตั้ง ONIBUS COFFEE ที่บินมาจากญี่ปุ่นเพื่อมาเทรนนิงทีมงานพอดี ก็ได้ลองชิมด้วยกัน ทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นรสชาติที่เข้ากับความเป็น ONIBUS มาก ๆ


“พวกเราจึงตั้งใจจะไปทำความรู้จักกับคนปลูกถึงที่ไร่ด้วยตัวเองเลย เมื่อช่วงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 หลายคนบอกว่าเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพดีที่สุดของไทยอยู่ที่แม่ตอนหลวง จังหวัดเชียงใหม่” ถิเล่าด้วยความน่าตื่นเต้นที่คุณภาพกาแฟไทยได้รับการยอมรับว่าไม่แพ้กาแฟจากแอฟริกาหรืออเมริกาใต้
ร้านกาแฟยุคนี้ใส่ใจต้นน้ำ ที่นี่ก็เช่นกัน ฮิวเสริมต่อว่า กระบวนการคัดเลือกเมล็ดกาแฟของ ONIBUS COFFEE นั้นขึ้นชื่อเรื่องความเป็นธรรมตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งแบรนด์ ตั้งแต่การสนับสนุนคนปลูกกาแฟ คนเก็บเมล็ดกาแฟ และให้ความสำคัญกับกระบวนการปลูกที่เป็นธรรมต่อโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน
การค้นพบกาแฟในประเทศไทยที่ตรงกับคาแรกเตอร์ของ ONIBUS COFFEE อย่าง Wynya Coffee และ Nine One Coffee จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน โดยทางร้านได้ทำสัญญาซื้อขายกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หากยิ่งผ่านหลายชั้น รายได้ที่เกษตรกรจะได้รับก็น้อยลงไปเรื่อย ๆ ทีมงานจึงยินดีรับซื้อในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรไทยอยู่ได้อย่างยั่งยืน
มิกะยอมรับว่า ‘กาแฟคั่วอ่อน’ ราคาสูงกว่าคั่วกลางและคั่วเข้ม ด้วยความพิถีพิถันในการเลือกเมล็ดคุณภาพสูงเพื่อให้คงรสชาติที่ซับซ้อน แต่เธอมั่นใจว่าเกมธุรกิจนี้ ONIBUS มีโอกาสเป็นผู้นำได้
“เรายอมรับต้นทุนที่มากขึ้น กำไรต่อแก้วน้อยลง เพราะอยากนำเสนอกาแฟคั่วอ่อนให้กับลูกค้าที่ชอบอยู่แล้ว รวมถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้ลอง เรามองภาพระยะยาวแล้วเชื่อว่ากลุ่มลูกค้าที่ทานกาแฟคั่วอ่อนจะขยายในวงที่กว้างขึ้นในประเทศไทย”

เมื่อพิจารณาจากทำเลและขนาดของร้านที่ใหญ่ขึ้น ประกอบกับกลุ่มลูกค้าใจกลางเมืองที่มีกำลังซื้อ ทำให้ ONIBUS สาขานี้กล้าลงทุนในวัตถุดิบอาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงของตกแต่งร้าน เพิ่มความหลากหลายของเครื่องดื่มและอาหาร ผสมเมนูหนัก เบา หวาน ทานได้ตลอดวัน ให้ลูกค้าใช้เวลาภายในร้านได้นานขึ้น นั่งได้กลุ่มใหญ่ขึ้น ซึ่งมีโอกาสเลือกและแชร์เมนูที่หลากหลาย ใช้เวลาอยู่ในร้านกันอย่างเต็มอิ่ม ส่งผลให้มูลค่าเฉลี่ยต่อบิลเพิ่มขึ้นด้วย
“เรายังเน้นกาแฟเป็นหลัก เมนูอาหาร-ขนมที่ดีไซน์มาก็พยายามไม่ให้กลบกาแฟ ถึงแม้ราคาอาจจะค่อนข้างสูง แต่ด้วยคุณภาพและประสบการณ์ที่เรานำเสนอ จะช่วยสร้างความประทับใจจนกลับมาเป็นลูกค้าประจำ รวมถึงมีการบอกต่อ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นวิธีการที่ยั่งยืน” คำพูดนี้จากมิกะทำให้ยิ่งเข้าใจการจัดวางร้านและความเป็นมิตรของพนักงานที่อยากช่วยกันสร้างชุมชนกาแฟคั่วอ่อน
อีกหนึ่งกลยุทธ์การรักษาฐานลูกค้า ONIBUS คือการทำสาขาให้หน้าตาแตกต่างกัน ตามคอนเซปต์แรกเริ่มของผู้ก่อตั้งที่เน้นบรรยากาศให้เข้ากับชุมชนโดยรอบ แต่ยังคงคุณภาพมาตรฐาน แม้ป้ายชื่อ ONIBUS จะมีทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่คนที่เคยเป็นลูกค้า ONIBUS จากมุมไหนของโลกก็ยังอยากมาลองสัมผัสความรื่นรมย์ในอีกรูปแบบ
ทั้งสามเชื่อว่า ท่ามกลางการแข่งขันคาเฟ่ที่รุนแรงในประเทศไทย ยังมีลูกค้ากลุ่มเฉพาะที่มองหากาแฟพิเศษคุณภาพดีพร้อมบรรยากาศสงบใจกลางเมือง ซึ่งพิสูจน์มาแล้วจากสาขาประตูผีที่เปิดมากว่า 2 ปี ก็ยังคงมีลูกค้าขาประจำและแวะมาที่สาขาใหม่แห่งนี้ด้วย
ออกแบบร้านแบบงานกลุ่ม
“เรามองว่าร้านกาแฟร้านหนึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของกาแฟ แต่ยังมีการเล่าเรื่อง การออกแบบประสบการณ์ของลูกค้า บรรยากาศภายในร้าน เราอยากจะบาลานซ์ให้สิ่งที่ว่ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ โดยตีความรสชาติที่ละเอียดซับซ้อนของกาแฟคั่วอ่อนออกมาผ่านการดีไซน์ซ้ำแล้วซ้ำอีก”
ถิย้ำว่า ภายในร้านสาขาที่ 2 ก็จะต้องมีเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง ทีมงานจึงเลือกสรรส่วนประกอบภายในร้านเป็นงานคราฟต์จากหลากหลายศิลปินในไทย แต่ทุกชิ้นล้วนสะท้อนเอกลักษณ์ของการทำกาแฟของ ONIBUS ได้เป็นอย่างดี
รูปทรงบาร์วงรีที่โค้งมนตั้งโดดเด่นอยู่หน้าร้าน มิกะบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากทรงของเมล็ดกาแฟ ซึ่งดีไซน์ภาพรวมของร้านเป็นฝีมือของนักออกแบบจากนิวยอร์กที่มีประสบการณ์ทำงานกับ Le Labo และ Moynihan Train Hall

“ตัวเคาน์เตอร์บาร์ออกแบบให้เรียบเสมอกัน ซึ่งทำให้เมื่อลูกค้ามองออกมาจากในร้านจะดูสวยงาม แต่ก็ท้าทายคนทำงานอยู่ไม่น้อย ว่าจะชงกาแฟ จัดจานขนมอย่างไรให้ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยได้ตลอดทั้งวัน สีของบาร์ด้านหน้ามาจากสีผลเชอร์รีของเมล็ดกาแฟที่สุกแล้ว ผนังภายในร้านเป็นสีเหลืองอ่อน ๆ มาจากสีของจากเยื่อหุ้มเมล็ดกาแฟ”
ชุดโต๊ะกลางร้านออกแบบและสร้างสรรค์โดย Boon’s Hobby คุณลุงสมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล ช่างไม้มือสมัครเล่นวัย 70 กว่าปี ซึ่งเป็นคุณพ่อของเพื่อนฮิว ผู้ผันตัวมาทำเฟอร์นิเจอร์ด้วยการนำไม้เก่ามาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ ถ่ายทอดบุคลิกที่สนุกสนานลงมาที่ชิ้นงาน
“ตัวคุณลุงเป็นคนมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว เราแค่เล่าภาพรวมของร้านให้ฟัง ขอโต๊ะ เก้าอี้ที่เรียบ ๆ หน่อย มีที่วางของใต้เก้าอี้ แล้วก็ไว้ใจเต็มที่ให้คุณลุงจัดการได้เลย แกก็ไปเสกมาให้ ถูกใจทีมมาก โต๊ะตัวเล็กที่วางอยู่หน้าร้านก็เหมือนกัน เลือกรูปทรงที่มีความออร์แกนิก มีความเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีบางส่วนที่ขัดเรียบเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานด้วย”

ไฟประดับกลางร้านฝีมือช่างคนไทยจาก Ango ทำจากวัสดุหวายธรรมชาติจากเชียงใหม่ ซึ่งจะมีสีเข้มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ตามมุมต่าง ๆ ภายในร้านเลือกสิ่งของประดับตกแต่งจาก Panisa Objects แบรนด์ของตกแต่งบ้านที่โดดเด่นด้วยความสดใสขี้เล่นและเป็นงานศิลปะไปพร้อมกัน

ผ้ากันเปื้อน จากเดิมที่ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ทางทีมจึงลองนำดีไซน์มาให้คุณน้าท่านหนึ่งที่รู้จักกัน ซึ่งปกติผลิตกระเป๋าหนังส่งออก ช่างไทยทำออกมาได้คุณภาพดีมาก ด้วยความเป็นหนังแท้ยิ่งใช้ไปนาน ๆ ก็ยิ่งสวยขึ้น ใช้ไปได้ตลอดไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ

แก้วกาแฟดินเผาปั้นมือสีฟ้าอ่อน ออกแบบโดย aoon pottery ช่างปั้นฝีมือคนไทยที่ซ่อนตัวอยู่หลังเยาวราช สำหรับใส่กาแฟร้อนโดยเฉพาะ หน้าตาดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียด ปากแก้วที่มีความหนาพอเหมาะ ขอบลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อยกขึ้นดื่ม องศาที่ทำมุมกับริมฝีปากจะทำให้ได้รับสัมผัสทั้งกลิ่นและรสที่เหมาะสม หูจับออกแบบมาให้รับกับนิ้วมือ 2 นิ้วที่เกี่ยวหู และโค้งรับพอดีกับนิ้วโป้งที่วางด้านบน จับถนัด ยกดื่มได้อย่างมั่นใจ
ส่วนภาชนะอื่น ๆ อย่างแก้วใส่เครื่องดื่มเย็นในร้าน ก็ใช้วิธีการเดียวกับร้านที่ญี่ปุ่น คือนำขวดไวน์ใช้แล้วมาผ่าครึ่ง เจียขอบแก้วลดความคม

แก้วกระดาษสำหรับเมนู Takeaway ก็เลือกแก้วเคลือบพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จริง ๆ แม้จะเก็บได้ไม่นานและเพิ่มต้นทุนร้านก็ตาม
“เราอยากทำให้ขยะเกิดขึ้นน้อยที่สุด อยากให้คนที่มีส่วนร่วมได้ผลประโยชน์ได้มากที่สุด ไม่อยากสร้างอิมแพคที่เกินจำเป็นออกมาแล้ว
“โลกร้อนขึ้นก็ทำให้อากาศแปรปรวนขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพของกาแฟ ผลผลิตของกาแฟ คนรุ่นต่อไปอาจจะไม่ได้กินกาแฟแบบที่เราได้กินกันอีกแล้วก็ได้ เหมือนกับโกโก้หรือวานิลลาที่ผลผลิตน้อยลงแบบเห็นได้ชัด ราคาก็ดีดสูงขึ้น” ฮิวย้ำถึงเหตุผลเบื้องหลังที่ทางร้านยินดีจ่ายเพิ่ม เพื่อลดต้นทุนที่โลกจะต้องช่วยจ่ายในภายหลัง

อาหารและขนมในร้าน พัฒนาสูตรร่วมกับ เชฟเบนซ์-อัครเดช เตชะเกสรีจาก Seasoning 36 เมนูอาหารเป็น All Day Dining สไตล์ญี่ปุ่น โดยมีทั้งสลัด แซนด์วิซ ซาวร์โดที่มาพร้อมดิป 3 แบบ ทุกเมนูคงความเรียบง่ายแต่ซับซ้อนสไตล์ญี่ปุ่น และเข้ากับกาแฟเป็นอย่างดี


เมนูของหวานก็เช่นกัน เป็น Japanese Fusion ทีรามิสุปรับสูตรให้รสชาติและรสสัมผัสละมุน Yuzu Olive Oil Cake ที่นิวยอร์กเกอร์กำลังคลั่งไคล้กันสุด ๆ ก็นำมาปรับให้สนุก กินง่ายขึ้นด้วยความหอมของยูสุที่คนไทยคุ้นเคย Coffee Parfait เป็นการนำอัฟโฟกาโตมาตีความใหม่ หรือชีสเค้กที่ปรับสูตรให้เบา ไม่เข้มข้นจนเกินไป เพื่อให้ทุกเมนูเข้ากับกาแฟคั่วอ่อนได้พอดีกัน
“สำหรับบริการของทางร้าน นอกจากทักษะในการชงกาแฟ ความเข้าใจในกาแฟ บาริสต้าของเราก็เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญมากที่จะสร้างบรรยากาศอบอุ่น เป็นมิตรกับลูกค้า ทุกคนอินกับสิ่งที่ทำ เพราะฉะนั้นเขาจะค่อนข้างใส่ใจในการอธิบายเล่าเรื่องที่มาที่ไป ลูกค้าชอบแบบไหน ไม่ชอบแบบไหน ก็พยายามจะสื่อสาร เพื่อให้ลูกค้าได้สิ่งที่ตรงกับความต้องการที่สุด
“เมื่อมีคนใหม่เข้ามา วัฒนธรรมนี้ก็จะส่งต่อกัน จากรุ่นแรกที่ทางญี่ปุ่นมาเทรนให้ มีรายละเอียดการบริการลูกค้าที่จะวางจาน วางช้อนส้อม ให้หยิบสะดวก ขั้นตอนการออกออร์เดอร์ ต้องออกพร้อมกัน ลูกค้าจะได้เดินมารับครั้งเดียว หรืออุณหภูมิกาแฟของร้านเรา จะเสิร์ฟในอุณหภูมิที่พอดี ให้ยกดื่มได้เลย ไม่ต้องรอให้หายร้อนก่อน อาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เราตั้งใจคิดมาทั้งหมด
“การทำร้านกาแฟร้านนี้ เราคุยกันว่ามันเป็นเหมือนงานกลุ่มจริง ๆ เรามีโจทย์ภาพรวมส่งให้ดู แต่ก็เปิดพื้นที่ให้คนทำงานทุกคนได้มีพื้นที่แสดงออกถึงตัวตนของตัวเอง ได้มีพื้นที่ลองทำในแบบของตัวเอง” มิกะสรุปถึงการให้ความสำคัญกับภาพรวมที่ชัดเจน และความเปิดกว้างสำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ที่เข้ามาร่วมมือกันจนกลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ามารวมตัวกันได้อย่างมหาศาล
ผ่านกาแฟ 1 แก้ว






