19 สิงหาคม 2025
1 K

รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทยจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าใน พ.ศ. 2567 มีขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้น 27.20 ล้านตัน 

ในตัวเลขนั้นมีขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) 2.88 ล้านตัน และมีเพียง 25% เท่านั้นที่จะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ส่วนที่เหลือก็จะถูกกำจัด

ถึงเราไม่ได้ยกสถิติขึ้นมาแบบนี้ ถ้ามองไปรอบตัว คุณอาจจะเห็นขยะพลาสติกสักชิ้นหล่นอยู่ในระยะสายตา และนั่นคือ Pain Point ที่ทำให้ใครบางคนลุกขึ้นมาหาวิธีแก้ไข 

โด-ณัฐพล อินคล้าย และ แจม-เชอณิชชา โสภาพีร์ ทีมผู้ก่อตั้ง ‘EcoCrew’ เป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่มีเพียงความอินเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่สายตาที่มองเห็นปัญหาก็มีพลังมากพอ สู่การลงมือทำโปรเจกต์บางอย่าง พวกเขาเริ่มต้นจากการเห็นปัญหาขยะแบบใช้ครั้งเดียวในงานอีเวนต์ มากกว่านั้นคือเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะต่อยอด 

EcoCrew เกิดขึ้นในฐานะบริการเช่ายืมภาชนะใส่อาหารในงานอีเวนต์ที่มีโมเดลแสนง่าย แค่ผู้ร่วมงานอีเวนต์จ่ายเงินเช่าภาชนะของพวกเขาไปใช้ เมื่อกินเสร็จก็นำกลับมาคืนและได้รับเงินประกันกลับไป คนใช้ยังได้อร่อย แต่ขยะภาชนะในงานน้อยลง เจ้าของร้านอาหารกำไรเพิ่ม และผู้จัดงานก็แฮปปี้

และพวกเขายังเป็นหนึ่งในผู้รับทุนจากงาน Sustrends 2025 ที่ The Cloud จัดขึ้น และมาร่วมให้บริการในงาน Sustrends 2026 อีกด้วย แต่ไม่ว่าคุณจะไปเจอพวกเขาที่งานไหน ใช้บริการทีไรจะติดใจแน่นอน

ไอที + สิ่งแวดล้อม = ทำได้

เวลาเห็นคนทำธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ภาพที่เราคุ้นชินคือมักจะเห็นผู้ประกอบการใช้อาหาร เครื่องจักรหรือวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อโลกมาเป็นโซลูชัน

EcoCrew มาแหวก เพราะพวกเขาตั้งต้นจาก ‘ซอฟต์แวร์’ 

นั่นเพราะผู้ก่อตั้งอย่างโดและแจมเคยทำงานเป็นคนพัฒนาซอฟต์แวร์ในบริษัทสตาร์ทอัพมาก่อน ประกอบกับเสพสื่อเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเยอะ ยิ่งอยากคิดทำธุรกิจเกี่ยวกับความยั่งยืน

ไอเดียนั้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้น เมื่อพวกเขาได้ไปงานแต่ง

“หลังแต่งงานเสร็จ เราเห็นว่าบ่าวสาวเขาอยากขายพวกฉาก ชุด รองเท้า ซึ่งเป็นของที่ใช้ครั้งเดียว เราเลยสร้างแพลตฟอร์มที่ให้คู่สมรสได้มาส่งต่อสิ่งของเหล่านี้” แจมเล่า แล้วโดก็เสริมต่อ

“ขยะในงานแต่งมันเยอะก็จริง แต่กลุ่มเป้าหมายมันเฉพาะกลุ่มมาก โมเดลธุรกิจไม่ดีเท่าไหร่ เราเลยอยากมองหาโมเดลธุรกิจใหม่ที่มีเหมาะกับตลาดมากขึ้น แต่ยังคงเป้าหมายเดิม นั่นคือการสร้างประโยชน์ให้สังคม”

ทีมมองหาแรงบันดาลใจไปเรื่อย ๆ กระทั่งได้ไปร่วมงานกาแฟที่บางแสน คนถือแก้วแบบใช้ครั้งเดียวเยอะมาก ทำให้จุดทิ้งขยะหน้างานมีเศษแก้วกองเป็นพะเนิน 

“คำถามที่เกิดขึ้นคือ เราลดมันได้ไหม ลดได้ยังไงบ้าง แล้วถ้าลดได้ มันทำเป็นธุรกิจที่สเกลได้หรือเปล่า” โดเล่า แล้วไอเดียของแพลตฟอร์มใหม่ก็จุดประกายขึ้นมา

แก้ปัญหาขยะด้วยระบบเช่ายืม

อธิบายอย่างง่าย EcoCrew คือระบบการเช่ายืมภาชนะในงานอีเวนต์ เพื่อลดจำนวนขยะที่เกิดจากภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวให้ได้มากที่สุด ผ่านระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการข้อมูลสต็อก

ในเวอร์ชันแรก ระบบจะเน้นนับจำนวนการใช้งานของภาชนะ โดยที่ภาชนะแต่ละใบมีรหัสเฉพาะของตัวเอง ทำให้คนที่อยู่ในระบบหลังบ้านรู้ว่าชามใบนี้ใช้ไปแล้วกี่ครั้ง 

พอทำแต่ซอฟต์แวร์ พวกเขาพบว่าหากนำไปเสนอกับผู้ประกอบการหรือเจ้าของงานอีเวนต์ พวกเขาอาจต้องลำบากมาติดบาร์โค้ดให้กับภาชนะของตัวเองอีก 

สิ่งที่ต้องมีตามมา คือผลิตชามและแก้วของ EcoCrew เอง ซึ่งทำมาจากพลาสติก PP ทนความร้อน ยืดหยุ่นสูง และไม่มีสารก่อมะเร็ง เมื่อใช้ครบจำนวนครั้งตามเป้าหมาย ภาชนะใบนั้นก็จะถูกนำไปอัปไซเคิลต่อ อย่างถ้วยใช้ได้ประมาณ 200 ครั้ง ส่วนแก้วอยู่ที่ประมาณ 500 ครั้ง

“ปลายทางของ EcoCrew คือการแก้ปัญหาขยะในชีวิตประจำวัน แต่เราเลือกทำกับงานอีเวนต์ก่อนเพราะมันควบคุมได้ง่ายกว่า สมมติว่าเราทำกับย่านย่านหนึ่ง เราก็ไม่รู้ว่าจะตามภาชนะกลับมายังไง แต่พอเป็นงานอีเวนต์ เรามีแผนผังทางเข้าทางออกชัดเจน” โดเล่า

ขยะลด ผู้จัดแฮปปี้

ราว 2 ปีก่อน พวกเขามีถ้วยชามและแก้วอย่างละ 1,000 ชิ้น เรื่องที่อึ้งคือพอไปทดสอบกับงานอีเวนต์แรก ภาชนะกลับหายไปครึ่งหนึ่ง! 

“ต่อให้เราคิดมาแล้วว่า User Journey ควรจะเป็นประมาณไหน แต่พอเอาไปใช้จริง ๆ มันไม่ได้เหมือนที่เราคิด เราไม่รู้ว่าต้องสื่อสารยังไง ลูกค้าไม่รู้ก็เลยถือกลับบ้าน” แจมเล่าติดตลก น้ำเสียงเจือความเสียดาย

พวกเขาได้ทดสอบกับอีเวนต์อีกหลายงาน โดยสร้างบูทของตัวเองขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายภาชนะให้ลูกค้า แม้การสื่อสารจะดีขึ้น ลูกค้าเข้าใจระบบยืมคืนเป็นอย่างดี แต่ปรากฏว่าในงานที่มีคนมาหลักหมื่น มีสัดส่วนคนที่มาใช้แค่หลักร้อย ซึ่งถือว่าน้อยเกินไป 

“นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราอยากเปลี่ยนโมเดล จากการที่ให้ผู้ใช้เข้ามาที่บูท เรากระจายภาชนะไปวางไว้กับร้านอาหารเลย” โดเล่า

“จริง ๆ ลูกค้าของเราคือผู้จัดงานอีเวนต์ เราเก็บค่าเช่าภาชนะกับเขา” แจมสมทบ

“เราจะถามเขาตั้งแต่แรกเรื่องจำนวนผู้เข้าร่วม จำนวนร้าน และประเภทของอาหารในงาน เราประเมินให้เลยว่าควรจะเอาไปตั้งไว้ที่ร้านไหนเท่าไหร่บ้าง พอถึงวันงานก็แจกจ่ายภาชนะและบรีฟกับร้านค้าอีกทีว่าจะต้องขายลูกค้ายังไง

“สมมติค่าก๋วยเตี๋ยว 50 บาท บวกมัดจำภาชนะของเราอีก 10 บาทเป็นอีก 60 บาท เมื่อลูกค้าเอามาคืน เขาก็จะได้รับเงิน 10 บาทนั้นคืนโดยอัตโนมัติ”

ค่ามัดจำคือปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าอยากนำภาชนะมาคืนมากขึ้น ทำให้ป้องกันปัญหาลูกค้าพกภาชนะกลับบ้านได้ นอกจากนี้ เจ้าของร้านอาหารยังประหยัดค่าภาชนะมากกว่าเดิมอีก 

“ภาชนะของเราราคาถูกกว่าภาชนะใช้ครั้งเดียวทิ้งทั่วไปประมาณ 20% ทำให้บางงานประหยัดค่าภาชนะ 3,000 บาทต่อร้าน ช่วยเพิ่มกำไรให้พ่อค้าแม่ค้าได้ด้วย ผู้จัดก็แฮปปี้” แจมบอก

งานอีเวนต์ที่ทำให้เห็นว่าโมเดลนี้เวิร์ก คืองานกรุงเทพ กลางแปลง เพราะหลังจากพวกเขาแจกจ่ายภาชนะให้กับร้านค้า ขยะในงานก็ลดลงไปราว 70% ทำให้มีผู้จัดงานติดต่อเข้ามาอีกเรื่อย ๆ 

“เราไม่เคยปฏิเสธอีเวนต์ไหนเลย อยากไปทุกงาน แต่ถ้าถามว่าอีเวนต์แบบไหนที่ควรจะเลือกใช้ EcoCrew ผมคิดว่าถ้าเป็นอีเวนต์ที่กลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่มีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือถ้าคนมางานอาจจะไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมจ๋า ๆ แต่เป็นอีเวนต์ที่ขยะเยอะ EcoCrew ก็จะเหมาะกับอีเวนต์สายนั้น” โดกล่าว

จาก 1,000 ชิ้น ตอนนี้ภาชนะในคลังของ EcoCrew มีมากกว่า 30,000 ชิ้น และมีแผนจะขยายไปหลักแสนในช่วงสิ้นปีนี้

ค่อย ๆ เปลี่ยนอย่างเข้าใจและไม่บังคับ

เคยมีคนปฏิเสธการใช้ภาชนะของพวกคุณไหม ยังไงก็จะใช้ภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง – เราสงสัย

“มีนะ ซึ่งเราก็เข้าใจ” โดตอบ “เราเปลี่ยนพฤติกรรมของร้านค้าหรือผู้บริโภคไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่เราทำคือพยายามจูงใจเขาด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์ บางร้านใช้ถ้วยกระดาษเคลือบ ต้นทุนประมาณ 4 – 7 บาท เราให้เขาเห็นตัวเลขว่าถ้าใช้ EcoCrew อาจต้องจ่ายเพิ่มค่าบูทไปนิดหน่อย หรือบางทีผู้จัดก็ออกเงินให้ ถ้าสมมติวันนั้นขายได้ 200 – 300 ออร์เดอร์ เขาก็อาจจะประหยัดไปเกือบ ๆ พันบาท 

“แต่กับลูกค้า บางทีเขาอาจจะซื้อกลับบ้านไป เราก็เข้าใจว่าเขาอาจจะไม่ได้ทานในงาน ส่วนผู้จัด นอกจากจะตอบโจทย์ของงานอีเวนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ผู้จัดยังได้ประหยัดค่าจัดการขยะด้วย”

ธุรกิจยั่งยืน คนทำก็ต้องยั่งยืน

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา EcoCrew จับมือทำงานกับอีเวนต์ต่าง ๆ กว่า 50 งาน พวกเขาช่วยลดขยะไปได้มากกว่า 300,000 ชิ้น รวมกว่า 10,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าจากทุกงานรวมกัน 

ขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจ ถ้ารักษ์โลกเฉย ๆ แต่ไม่สร้างรายได้และทำกำไร แล้วธุรกิจจะอยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร

“เราคาดหวังกำไรนะ กำไรเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่ได้สำคัญที่สุด” โดพูดชัด 

“EcoCrew ช่างน้ำหนัก 2 ส่วน หนึ่ง คือประโยชน์ของสังคม สอง คือกำไร เป้าหมายของเราคือการแก้ปัญหาขยะในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้น ถ้ามองในเชิงธุรกิจ ตลาดนี้มันใหญ่มาก ถ้าแก้ปัญหานี้ได้ เดี๋ยวกำไรจะมาแน่นอน สิ่งสำคัญของเราตอนนี้คือการกระจาย EcoCrew ออกไปให้ได้มากที่สุด ไม่รู้เวอร์ไปหรือเปล่า แต่เราอยากให้ภาชนะใช้ซ้ำได้เป็น New Normal ด้วยซ้ำ”

ในอนาคต EcoCrew มีแผนจะพัฒนาเครื่องคืนจานที่ใช้ในงานอีเวนต์ นอกจากนี้ยังมีเพิ่มบริการใหม่ที่คงคอนเซปต์ภาชนะใช้ครั้งเดียวทิ้งเหมือนกัน แต่จะเป็นบริการอะไรนั้น อาจต้องรอให้พวกเขากระซิบบอกในช่องทางของตัวเอง

แน่นอนว่าธุรกิจของพวกเขาสร้างผลกระทบทางบวกต่อสิ่งแวดล้อม แม้จะไม่ได้มหาศาล แต่อย่างน้อยทีม EcoCrew บอกเราว่ามันช่วยตอบเป้าหมายส่วนตัวได้

“ช่วงทำงานไอทีหลายปีก่อน เรามีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมก็จริง แต่ไม่ได้ลงลึกขนาดนี้ เพราะไม่รู้ว่าต้องจัดการขยะยังไง กระทั่งตอนนี้ เราก็ยังไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญขนาดนั้น แต่อย่างน้อยสิ่งที่ทำมันก็เติมเต็มเป้าหมายชีวิต 

“อาจจะฟังดูเบียว ๆ นิดหนึ่งนะครับ แต่ผมอยากมีลูก และสิ่งที่ผมอยากให้ลูกจำคือภาพของผมที่เป็นคนทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อโลก ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจเฉย ๆ แต่ทำให้โลกที่เขาจะได้อยู่นั้นดีขึ้น” โดยิ้ม

“การทำงานตรงนี้ สำหรับเราไม่ใช่แค่การทำงาน” แจมเสริม “ไม่ใช่แค่งานที่เราทำเพื่อใครสักคนหรือองค์กรสักองค์กร แต่รู้สึกเหมือนทำเพื่ออนาคต ทั้งอนาคตของเราและอนาคตของโลก” ตาของทั้งคู่เป็นประกายขณะพูดประโยคนั้น

Facebook : EcoCrew Thailand – Reusable packaging service

Lessons Learned

  • ถ้าตั้งใจจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เป็นคนตัวเล็ก ๆ ก็ทำได้
  • แม้อินเรื่องสิ่งแวดล้อม ควรลงลึกเรื่องธุรกิจเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองได้
  • หากทำไม่สำเร็จ ก่อนจะล้มเลิก ลองมองในมุมอื่นอาจทำให้เจอทางออก

Writer

พัฒนา ค้าขาย

นักเขียนชาวเชียงใหม่ผู้รักทะเลและหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender ความสัมพันธ์ และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล