5 สิงหาคม 2025
1 K

หลังจากใช้เวลากว่า 10 ปีเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นจนสู่ระดับบริหาร สุดท้าย แตง-ฐิติยา โอกาด้า ก็ตัดสินใจออกจากงานเพื่อมารับตำแหน่งใหม่ในฐานะ ‘แม่’ โดยเธอตั้งใจจะเป็นแม่เต็มเวลาให้ลูก 3 ปีตามแบบฉบับคนญี่ปุ่นโดยแท้

“ตลอดเวลา 3 ปี เราเลือกหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เพราะช่วงเวลา 0 – 3 ปีแรกของชีวิตเป็นช่วงเวลาทองที่สมองจะพัฒนามาก เราไม่อยากรอจนเด็กเข้าโรงเรียน อะไรที่เราสอนเองได้ เราสอนเองหมด บางอย่างที่ไม่รู้ก็บินไปเรียน เพื่อเอามาต่อยอดพร้อมพัฒนาลูก”

เด็กในวัยนี้ต้องมีการพัฒนา 5 ด้านหลัก ได้แก่ ร่างกาย สังคม อารมณ์ สติปัญญา และภาษา 

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณแม่อย่างเธอจะทำได้ครบทั้ง 5 ด้าน เพราะเธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้านกับลูกเพียงลำพัง เธอจึงเริ่มมองหากิจกรรมที่เสริมด้านสังคมและร่างกายเพิ่มจากด้านอื่น ๆ มองหาโรงเรียนที่มีหลักสูตรดี โครงสร้างดี และแนวคิดดี ที่จะช่วยพัฒนาเด็กได้ทั้ง 5 ด้านโดยผ่านวิชาอะไรก็ได้

“เราสนใจวิชาว่ายน้ำเป็นพิเศษ เพราะลูกเรามีเท้าบิดผิดรูปตั้งแต่กำเนิด (Full Clubfoot) ขาเขาหักเข้า ถ้าไม่รักษาต้องใช้หลังเท้าเดิน ต้องเข้าโปรแกรมการรักษาตั้งแต่แรกคลอด ผ่าตัดระยะเวลาเป็นปี ทำให้กล้ามเนื้อขาลีบ ข้อเท้าไม่ยืดหยุ่น เราเลยสนใจวิชาที่จะช่วยให้ลูกได้มีการเคลื่อนไหวทางร่างกายเพื่อพัฒนาทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เพราะลูกต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจนโต”

โรงเรียนว่ายน้ำ หรือ Swimming Academy จึงตอบโจทย์ แต่เมื่อ 10 ปีที่แล้วไม่มีอะคาเดมีอย่างว่าในประเทศไทย 

“เราเจอแต่ครูสอนว่ายน้ำหรือไม่ก็โรงเรียนที่สอนให้เด็กพอรู้จักน้ำ แต่ไม่มีที่ไหนมีแบบแผนการเรียนการสอนที่จริงจังมากกว่านั้น”

เมื่อไม่มีที่ไหนที่ตอบโจทย์และเป็นอะคาเดมีอย่างแท้จริง แตงจึงมองว่านี่เป็นช่องว่างในตลาด และเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘Manta Kids’ โรงเรียนแรกในชีวิตของเด็กที่จะช่วยเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ สติปัญญา และภาษา ผ่านวิชาว่ายน้ำที่มีหลักสูตรครอบคลุมระยะยาว เติบโตไปพร้อมกับเด็ก ๆ จนโต

หลักสูตรทีมชาติ

เพราะ Manta Kids ไม่ได้อยากเป็นแค่โรงเรียนสอนว่ายน้ำ แต่อยากเป็นโรงเรียนที่เสริมสร้างพัฒนาการเด็กทั้ง 5 ด้านผ่านการว่ายน้ำ การหาบุคลากรผู้ขับเคลื่อนโรงเรียนแห่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

“เราหาครูที่รู้รอบด้าน เราอยากได้คนจบวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาทักษะร่างกาย แต่ก็ต้องมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ต้องเข้าใจระบบกลไกสมองเพื่อพัฒนาสติปัญญา ต้องเข้าใจจิตวิทยาเพื่อช่วยพัฒนาทักษะด้านสังคมและอารมณ์ และต้องจบด้านภาษา การสื่อสาร หรือมนุษยศาสตร์เพื่อช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษา ซึ่งครูที่ว่านี้ไม่มีตัวตนอยู่จริง เราเลยต้องสร้างครูขึ้นมาเอง” 

Manta Kids จึงเปิดรับครูที่มีต้นทุน 1 ใน 5 ด้านนี้ และอบรมอย่างเข้มข้นเพื่อเสริมด้านที่เหลือ 

“เราจะสอนเรื่องจิตวิทยาเด็กเล็ก สอนภาษา สอนทักษะการว่ายน้ำ สอนวิทยาศาสตร์การกีฬา สอนเรื่องระบบสมอง การเทรนของเราจะลึก ยาว และต่อเนื่อง และที่สำคัญคือครูทุกคนทำงานที่นี่ฟูลไทม์ เราไม่เปิดรับครูข้างนอกมาทำพาร์ตไทม์ เพราะอยากมั่นใจว่าครูที่สอนมีความเข้าใจจริง ๆ Core Value เราจึงแตกต่างจากที่อื่น เพราะคงไม่มีใครเขาสอนว่ายน้ำแล้วต้องได้ 5 ด้านเหมือนเรา แต่เราเชื่อว่าเราทำได้”

เมื่อเป้าหมายหลักคือการเสริมสร้างพัฒนาการและหลักสูตรจะต้องครอบคลุมระยะยาว ให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของเด็กในแต่ละช่วงอายุ และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ ลิ่ว-อาคเนย์ โอกาด้า ได้ทิ้งงานประจำของบริษัทญี่ปุ่นระดับโลกออกมาทำโรงเรียนสอนว่ายน้ำร่วมกับแตง ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Manta Kids

ลิ่วเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำความรู้จากการที่เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติมาออกแบบคลาสว่ายน้ำ ภายใต้โครงสร้างหลักสูตรของ SWIM Australia และลิ่วเป็นหนึ่งในคนไทยไม่กี่คนที่มีสิทธิ์เป็นวิทยากรอบรมและให้ใบประกาศนียบัตร SWIM Australia Presenter

เขายกตัวอย่างเรื่องง่าย ๆ ให้เห็นภาพว่า “คนทั่วไปเตะขาเยอะจนทำให้เหนื่อยเกินไป แต่หากไม่เตะขาเลยก็จะทำให้ท่อนล่างจมและแพนิก เพราะฉะนั้นต้องให้พอดี ๆ สัมพันธ์กับสรีระและความแข็งแรง แต่เรื่องแบบนี้เราจะยังไม่สอนเด็กเพราะซับซ้อนเกินไป และไม่ตรงตามจุดประสงค์ของการสอนเด็กเล็ก จริง ๆ เราต้องการให้เด็กเล็กออกกำลังกายให้เหนื่อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปอด หัวใจ ร่างกาย แต่จะเริ่มสอนในเด็กโต

“การเรียนว่ายน้ำของคนแต่ละวัยไม่เหมือนกัน ผมมีประสบการณ์และข้อมูลในแนวนี้ที่ทำให้เรามาแยกย่อยและออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมกับช่วงอายุได้ละเอียด รวมถึงผมยังเป็นคนอบรมครูทุกคนที่ Manta Kids ด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่เทรนการสอนจบออกไปจะส่งต่อความรู้ที่ถูกต้องให้กับเด็ก ๆ ได้จริง” 

โรงเรียนแรก

หากมีลูกเล็กอายุไม่เกิน 18 เดือน คลาสแรกที่ลูกของคุณจะได้เข้าเรียนที่ Manta Kids มีชื่อน่ารัก ๆ ว่า Splash 

“กลุ่มเด็ก 4 เดือนถึงขวบครึ่งในคลาส Splash เป็นกลุ่มที่สำคัญสำหรับเรามาก เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนแรกของเขา เราจะเน้นเรื่องโครงสร้างสมองและกล้ามเนื้อ ซึ่งเด็กจะได้ทำกิจกรรมหลากหลาย

“ในขณะที่ครูพูดว่า Kick พ่อแม่จะประคองและจับขาเด็กให้เตะในน้ำ ซึ่งพร้อมกันนี้เด็กจะได้ทั้งสติปัญญา ภาษา และร่างกายไปพร้อม ๆ กัน เขาจะได้เห็นและได้ยินชุดคำศัพท์ที่จะไปรวมกันในระบบสมองพร้อมขยับขา แล้วบอกว่าทำแบบนี้เรียกว่าการ Kick และเมื่อเด็กเรียนเป็นกลุ่ม สมองส่วนหน้าจะทำงานมองเห็นภาพลอกเลียนแบบและเด็กจะได้เรียนรู้การเข้าสังคมและการพัฒนาอารมณ์ไปพร้อมกันด้วย”

แม้เป้าหมายหลักของการเรียนว่ายน้ำในเด็กเล็กคือเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กเล็กจะไม่ได้ทักษะการว่ายน้ำใด ๆ เลย 

“เด็กเล็กที่เรียนกับเราจะกลั้นหายใจเป็นธรรมชาติ เมื่อเขากลั้นหายใจและควบคุมการหายใจได้ดี การลอยตัวหรือ ‘Buoyancy’ ก็จะดีตาม เด็กกลุ่มนี้จะมีความมั่นใจมากกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนว่ายน้ำมาตั้งแต่เล็ก เพราะสิ่งที่ทำเป็นธรรมชาติเมื่อมั่นใจก็จะพัฒนาต่อยอดง่าย 

“นอกจากนี้ ข้อต่อ กล้ามเนื้อ จะพัฒนาพร้อมในการทำอะไรที่ยากและท้าทายขึ้น ส่งผลต่อการสอดประสานของระบบการเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เด็กที่เรียนตั้งแต่เล็กจะมีต้นทุนในด้านทักษะการว่ายน้ำมากกว่า”

เมื่อเด็กจบคลาส Splash ก็จะต่อด้วย คลาส Swirl สำหรับวัยเตาะแตะช่วง 2 – 3 ขวบที่กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และมีพัฒนาการด้านสติปัญญามาในระดับหนึ่ง โดยคลาสนี้จะเริ่มเข้าสู่การเรียนรู้เพื่อว่ายน้ำให้รอด ซึ่งทำให้มีความยากและท้าทายอย่างมากสำหรับครูผู้สอน

อย่างที่รู้กันดีว่าเด็กในวัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด หรือที่หลายคนเรียกว่าช่วง Terrible Two และ Horrible Three เพราะเขาเริ่มมี Sense of Self หรือความเป็นตัวตน ต่อต้านการควบคุม และเริ่มทดสอบขอบเขต

“ครูผู้สอนจะต้องใช้จิตวิทยาเพื่อต้องทำให้พัฒนาทักษะการสื่อสารที่ยังจำกัดของเด็ก โดยเฉพาะเมื่อเจอทักษะการว่ายน้ำที่ยากขึ้น เด็กเชื่อว่าความยากนี้จะเป็นความยากที่เขาปลอดภัย เป็นความยากที่ครูและพ่อแม่จะอยู่ซัปพอร์ต และเป็นความยากที่ถ้าเขาทำได้เขาจะภูมิใจ มันจึงต้องผ่านการออกแบบคลาสอย่างละเอียด เพื่อให้สุดท้ายแล้วเขาว่ายเอาตัวรอดได้จริง ๆ และมีความสุข รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง” 

เมื่อได้ชื่อว่าเป็นอะคาเดมีแล้ว แน่นอนว่าต้องมีคลาสสำหรับทุกช่วงวัยและทุกระดับความสามารถ เพราะฉะนั้น หากลูกของคุณโตเกิน 3 ขวบครึ่ง ก็เข้าคลาส Swim, Stroke School และ Squad ที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กได้ทั้งพัฒนาการตามวัยและได้ทักษะการว่ายน้ำอย่างเต็มรูปแบบจนถึงขั้นเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเต็มตัวได้ พร้อมทั้งยังมีสระว่ายน้ำตามมาตรฐานสากลในร่มที่แยกกับเด็กเล็กโดยชัดเจน

โรงเรียนถัดมา

ความเป็นแม่คนพ่อคนของแตงและลิ่วสะท้อนอยู่ในทุกส่วนของ Manta Kids ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหลักสูตร การออกแบบคลาส การคัดกรองบุคลากร การสร้างพื้นที่ร่วมกัน และยังถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ Manta Kids เติบโตมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

“เราเข้าใจพ่อแม่คนอื่น ๆ ว่าสุดท้ายแล้ว นอกจากการเอาตัวรอดได้ พัฒนาการสมวัย การจัดการอารมณ์ที่โตขึ้นตามอายุ สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออยากให้ลูกมีความสุข เราจึงใส่ความสุขเข้าไปในโรงเรียนของเรา ซึ่งมันตรงข้ามกับสิ่งที่เราเจอมาในสมัยเด็ก เราจะมีภาพจำว่าครูว่ายน้ำมักจะดุ ๆ โหด ๆ ซึ่งเราไม่อยากให้เด็กสมัยนี้มีภาพจำแบบนั้น เราจึงเอาประสบการณ์สมัยเด็กของเรามาผนวกกับความต้องการของพ่อแม่สมัยนี้ที่เราก็เข้าใจดีเช่นกันมาประกอบกันเป็น Manta Kids” ลิ่วออกความเห็นในฐานะพ่อคน

“แตงคิดว่าเราอยู่มาได้ถึง 10 ปี เพราะเรามีความจริงใจในการพัฒนาสินค้า การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก เป้าหมายสูงสุดของเราคือทำให้นักเรียนและพ่อแม่ได้รับสิ่งที่ดีตามที่คาดหวัง แต่แน่นอนว่าเราต้องอยู่ได้ด้วยผลประกอบการ ไม่อย่างนั้นธุรกิจจะไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นอะไรที่ฉาบฉวยเราก็จะไม่ทำ” แตงเสริม

ด้วยเหตุนี้การซื้อแฟรนไชส์ Manta Kids จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแตงและลิ่วต้องมั่นใจว่าผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ไปทำต่อนั้นต้องมีความรัก ความเข้าใจ จริงใจ และจริงจังของพ่อแม่ในแบบฉบับของเขาทั้งสอง

“คนที่ซื้อแบรนด์เราไปทำ ส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองที่ลูกมาเรียนกับเราหรือเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำด้วยกันมา เราให้ความจริงใจ ให้ความรู้ ให้การสนับสนุนทางธุรกิจ ให้เครื่องมือทุกอย่าง

“เรามั่นใจว่า Manta Kids ทุกสาขาอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน จะแตกต่างก็แค่ว่าบางสาขาอาจจะไม่มีสระใหญ่สำหรับเด็กโต แต่นอกเหนือจากนั้นคุณภาพไม่แตกต่างกัน เพราะเรามีการเทรนตลอด ทุกปลายปีจะมีเทรนใหญ่ ทุกไตรมาสจะมีการเทรนย่อย เรามีทีมจาก Headquarter ออกไปหมุนเวียนตรวจดูคุณภาพ ลูกค้าจึงมั่นใจและบอกต่อ เลยทำให้เราอยู่มาได้ยาวนาน”

แรกเกิดสู่เริ่มแก่

นอกเหนือจากการเติบโตโดยการขยายสาขาแล้ว แตงและลิ่วพบว่าอีกหนทางในการเติบโตอย่างยั่งยืน คือการขยายตลาดสู่กลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงวัย โดยแรงบันดาลใจที่สำคัญในการขยายตลาดในครั้งนี้เกิดจากประสบการณ์ตรงที่พวกเขาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับครอบครัวมากมาย

“มีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่ตามมาดูหลานว่ายน้ำ หลายคนมาขอคำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต คุณพ่อคุณแม่หลายคนมีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูก บางคนมีปัญหาทางอารมณ์จากสมดุลฮอร์โมน แต่พอได้มาดูลูกหลานว่ายน้ำแล้วมีความสุข อยากว่ายเป็น อยากว่ายแล้วดูสบายเหมือนเด็ก ๆ หลายคนจึงเริ่มถามหากิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ”

แตงจึงเริ่มศึกษาหาความรู้และปรึกษาอาจารย์หมอหลากหลายท่าน จนสรุปได้ว่าการเคลื่อนไหวร่างกายมีประโยชน์ทั้งต่อกายและใจ โดยเฉพาะระบบสมองโดยตรง เธอจึงอยากทำคลาส Mindfullness Swimming หรือการว่ายน้ำเพื่อการเจริญสติ

“เราเลยรับผู้ใหญ่เข้าเรียนมาได้ 4 ปีแล้ว ทำ Pilot Class เก็บสถิติ ดูผลลัพธ์ มอนิเตอร์การเปลี่ยนแปลง และรู้สึกว่ามาถูกทาง วันนี้เราอาจจะช่วยคนอายุ 70 – 80 ไม่ได้มาก แต่จากนี้ที่ทำคลาสผู้ใหญ่อายุ 40 – 50 ปี เราจะช่วยส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีในอนาคต และไม่กลับมาเป็นของหนักบนไหล่ลูกในวันที่เขาอายุ 70 – 80”

ณ วันนี้ เป้าหมายสูงสุดของ Manta Kids จึงมากกว่าแค่ต้องการให้นักเรียนและพ่อแม่มีความสุข แต่พวกเขาอยากให้ที่แห่งนี้เป็นศูนย์นันทนาการสำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ในครอบครัว

“เราเชื่อว่าการออกกำลังกายที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างการว่ายน้ำ ช่วยพัฒนาทั้ง 5 ด้านของเด็กและยังช่วยคนสูงวัยที่เขายังต้องการให้ร่างกายแข็งแรง สติปัญญาดี อารมณ์นิ่ง มีสังคม และที่มากกว่าภาษาคือด้านจิตวิญญาณ เพื่อให้เขามีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เติมเต็มความสุขในครอบครัวที่เหมาะกับบริบทครอบครัวขยายแบบสังคมไทย”

Lessons Learned

  • ปัญหาส่วนตัวอาจเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ตอบโจทย์คนอีกมาก
  • การลงทุนในคนคือรากฐานของคุณภาพ เมื่อไม่มีบุคลากรในตลาดก็ปั้นเองได้
  • ความสุขของลูกค้า คือเหตุผลที่ธุรกิจจะอยู่ได้ยาวนาน เริ่มจากความจริงใจ ไม่ใช่แค่กำไร

Writer

ลิตา ศรีพัฒนาสกุล

ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน ออกกำลังกาย และกำลังตามหางานอดิเรกใหม่ ๆ

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด