‘Kizuki Tea Room’ ไม่ใช่คาเฟ่ ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่เป็น ‘โรงน้ำชา’
เมื่อเห็นคำว่าโรงน้ำชา อาจจะนำความคิดของบางคนไปสู่โรงน้ำชาและโรงเตี๊ยมในหนังจีนกำลังภายในที่มีจอมยุทธ์มานั่งดื่ม สั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อ หรือร่ำสุราแล้วจบด้วยการฟาดฟันกันจนโต๊ะพังราบ
ภาพนั้นใกล้เคียงกับภาพที่ คีย์-ภาคี ภู่ประดิษฐ์ คิดเอาไว้ (ยกเว้นข้อหลัง ๆ)
Kizuki Tea Room คือโรงน้ำชาในพื้นที่ร่มรื่นใจกลางเมืองในโครงการ Patom Organic Living ซอยสุขุมวิท 49 แน่นอนว่าที่นี่เสิร์ฟชาเป็นหลัก แต่มีความหลากหลายของชาในเมนู
หากมาที่โรงน้ำชาใจกลางทองหล่อนี้ เราจะได้ชิมตั้งแต่มัทฉะ โฮจิฉะ ทั้งแบบใสและแบบนม มีทั้งชาใบจากแหล่งปลูกต่าง ๆ ชาทั้งหมดคัดเลือกเกรดและรสชาติชาผ่านประสบการณ์ของคีย์ เป็นชาที่เขามีความเชื่อมโยงด้วยประสบการณ์ทั้งเคยดื่ม ได้ไปถึงแหล่งปลูกมา เจอต้นชาต้นนั้นมาจริง หรือได้พบกับผู้ผลิตชาเหล่านั้นมากับตัวเอง ทั้งจากในไทย ญี่ปุ่น และจีน ดังนั้น ชาทุกชนิดจึงมีเรื่องราวเบื้องหลังที่คีย์เล่าให้ฟังได้

คีย์ใช้คำว่า No Boundary เป็นแนวคิดในการเลือกและจัดหมวดหมู่ชา รวมถึงวัตถุดิบอาหารใน Kizuki Tea Room เขาไม่ได้แบ่งชาในร้านด้วยที่มาหรือพรมแดนว่าเป็นของที่ไหนเป็นพิเศษ แต่แบ่งด้วยธรรมชาติ เช่น ภูเขา แม่น้ำ ทะเล แสงอาทิตย์ ว่าวัตถุดิบแต่ละอย่างอาศัยและพึ่งพิงอะไรจากธรรมชาติบ้าง
ผมว่า Kizuki Tea Room เหมาะกับคนที่เริ่มต้นดื่มชา ไปจนคอชาที่มีประสบการณ์ คีย์เล่าเรื่องราว ให้ข้อมูลสำหรับมือใหม่ได้ดี และเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นเพื่อนร่วมก๊วนชา พูดคุยถึงรสชาติของชาได้
แต่สิ่งที่พิเศษและเหมาะกับผู้รักชาทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะผู้เริ่มต้นหรือดื่มมานานแล้ว คือ Non-alcoholic Tea Cocktail ที่คีย์ถนัด

หากใครรู้จัก Intangible Bar บาร์เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่เชียงใหม่ คีย์คือเจ้าของและ Mixologist ผู้คิดเครื่องดื่มที่ไม่ใช้แอลกอฮอล์และอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น เล่าเรื่องตั้งแต่องค์ความรู้วัตถุดิบ ไปจนถึงการเดินทางภายในจิตใจ หลังจากต้องปิดร้านไปเพราะอุบัติเหตุไฟไหม้อย่างน่าเสียดาย
Kizuki Tea Room เป็นอีกครั้งที่เราจะได้ชิมฝีมือการออกแบบเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ของคีย์ โดยใช้ชาเป็นสปิริตของแต่ละแก้วแทนแอลกอฮอล์ ผสมกับส่วนผสมที่สร้างจากวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น KINMOKU ที่ผสมอูจิมัทฉะ ชาหอมหมื่นลี้ และมิโสะ เป็นแก้วที่ผมชอบมากใน Signature Drink ทั้งหมด 7 แก้ว เพราะมีความหนักแน่นของรส เน้นอูมามิ และมีกลิ่นที่หอมหวาน



ในโทนที่ใกล้เคียงกันจะมี Momotaro เป็นชาอู่หลงพีช โสม และโฟมจากเผือก ชาใสหอมพีชกับโฟมแน่นกลิ่นและรสมันแบบเผือก เป็นแก้วที่สร้างความแตกต่างได้เวลาดื่มครับ

หรือถ้าชอบโทนกลิ่นหอม แนะนำ BREATH-IN ที่คีย์บอกว่าอยากให้เป็นชาที่หายใจเข้าแล้วยังรู้สึกถึงชาอยู่เสมอ ด้วยอู่หลง ชาดอกโบตั๋น ยูซุ ที่มีกลิ่นเป็นจุดเด่น ทำให้แก้วนี้มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแก้วที่ค่อย ๆ นั่งจิบไปเรื่อย ๆ ได้

ระหว่างนั่งดื่ม ถ้าหากต้องการอะไรทานเล่น ที่ Kizuki Tea Room มีของว่างคำเล็ก ๆ ให้สั่งด้วยครับ มีทั้งมันฝรั่งปรุงอร่อยกับท็อปด้านบนที่มีทั้งแบบปลาและแบบเนื้อเสิร์ฟดิบอย่างทาร์ทาร์ มีเต้าหู้กับกุ้ง และทาร์ตกุ้งกับโฟมเผือก ทั้งหมดแต่งกลิ่นด้วยความหอมด้วยชาเล็กน้อย
เพื่อให้เข้าคอนเซปต์ของโรงน้ำชา ทั้งเครื่องดื่มและอาหารของที่นี่จึงมีชาเป็นส่วนผสมทุกอย่าง แต่จะมีปริมาณที่มากน้อยต่างกัน ถ้าอยากกินชาคู่กับขนมปังอบก็มีทั้งชิโอะที่ผสมมัทฉะ
หรือหากอยากกินอาหารแบบเป็นจานหลักก็มีเมนูเส้นแบบพาสต้าผัดที่เส้นก็มีส่วนผสมของชาอยู่เช่นกัน (เส้นนี้ทำโดย เชฟชินจิ อิโนะอุเอะ จากร้าน No Name Noodle) พาสต้าผัดกับซอสเนื้อ ท็อปด้วยลิ้นวัว 2 แบบ คือย่างและตุ๋นจนนุ่ม กับพาสต้าโฮจิฉะแบบเอาเส้นผัดกับซอสปูและหอย ผมว่าอร่อยทั้งคู่ แล้วแต่ชอบครับ
ยังมีชาและเมนูอีกมากที่เราควรแวะมาหลาย ๆ ครั้ง เพื่อลองทั้งเครื่องดื่มและอาหารแบบเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
Kizuki Tea Room เหมาะกับการมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ ดื่มชาแบบสงบ ๆ คนเดียว หรือมานั่งคุยกับคีย์ให้เขาชงชาจากใบชาที่เลือกมาไว้ในคอลเลกชันส่วนตัวก็ได้ครับ
ร้านรับคนแบบจำกัดในแต่ละรอบเวลา รอบหนึ่งใช้เวลาได้ 2 ชั่วโมง โดยไม่ได้มีขั้นต่ำในการสั่งเครื่องดื่มหรืออาหาร เพราะตั้งใจให้คนที่มาได้มีเวลากับตัวเอง มีความเป็นส่วนตัว และคนไม่พลุกพล่าน
แนะนำมาก ๆ ให้จองมาใช้เวลานั่งดื่มชาที่โรงน้ำชาใจกลางเมืองนี้ครับ







