“เราบอกเสมอว่าทุกคนควรเตรียมตัวเกษียณตั้งแต่อายุ 20 นั่นคือการหาว่าจุดมุ่งหมายในชีวิตคืออะไร สมัยเด็ก ๆ หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำงานไปทำไม บางคนอาจคิดว่าทำเพื่อหาเงินให้ได้เยอะ ๆ แต่ถ้าเจอบริษัทที่ใจร้าย เงินอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ทำให้หลายคนหมดไฟ วิธีการหนึ่งที่จะทำให้เราเจอจุดมุ่งหมายในชีวิตคือต้องลองทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ทำอะไรแล้วจะรู้สึกเติมเต็ม และนั่นก็จะทำให้เราพร้อมเดินทางเข้าสู่วัย 60 อย่างมีความสุข
“เรารู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้สูงอายุ แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน เพราะวันหนึ่งเราเองก็ต้องเกษียณ”
แนน-วริศรา กลีบบัว กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมกับทีม YoungHappy เพื่อขยับขยายองค์กรมาสู่เฟสใหม่ในชื่อ ‘YoungHappy Plus’ สานต่อความตั้งใจเดิม เพิ่มเติมด้วยโครงการใหม่ ๆ และโครงสร้างธุรกิจแบบใหม่ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตและสร้างประโยชน์ให้ผู้สูงอายุในวงกว้างขึ้น

“ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเป็นทางการแล้ว โจทย์คือจะทำยังไงให้ผู้คนมีความสุขได้อย่างยั่งยืน และเข้าถึงกลุ่มผู้สูงวัยได้กว้างขึ้น เราเลยตัดสินใจกันว่าจะขยายจากเดิมให้ธุรกิจของเราเป็น Business for Better ที่ผู้สูงวัยได้ประโยชน์ คนทำงานได้ประโยชน์ และองค์กรอยู่ได้ เติบโตได้”
วริศราในฐานะซีอีโอ YoungHappy Plus เล่าถึงการเดินทางครั้งใหม่ที่ยังคงไว้ซึ่งหัวใจหลัก 3 ข้อ นั่นคืออยากเห็นพี่ ๆ สูงวัย ‘สนุก มีคุณค่า พึ่งพาตัวเองได้’
Goal #1 สนุก
“ความเหงาฆ่าคนได้นะ มันทำให้คนมากมายเป็นโรคซึมเศร้า โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่หลายคนไม่รู้จักแม้กระทั่งเพื่อนบ้าน”
วริศราเล่าถึงโจทย์ใหญ่ที่เป็นจุดกำเนิดของ YoungHappy ยุคเริ่มแรกที่เน้นด้านเทคโนโลยีพื้นฐานเพื่อให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในสังคมได้ นำมาสู่คลาสเรียนต่าง ๆ มากมาย ซึ่ง YoungHappy Plus ในวันนี้ก็สานต่อโดยเพิ่มเติมความหลากหลายให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น, เต้นไลน์แดนซ์, จัดสวน, กัวซา, แคนวา, AI, TikTok, ศิลปะ, สมุนไพร, ปฐมพยาบาลใจ, เขียนนิยายออนไลน์ ฯลฯ โดยมีทั้งคลาสออนไลน์และออนไซต์ให้เลือกเรียนได้ตามถนัด ซึ่งทุกวันนี้มีผู้เรียนจากแทบทุกจังหวัดของไทยรวมแล้วราวหมื่นกว่าคน และมีอายุเริ่มต้นที่ 55 ปี
“สิ่งนี้ลบความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่าผู้สูงอายุใช้งานออนไลน์ไม่ได้ อย่างคลาสเต้นมีพี่ ๆ 200 – 300 คน เปิดกล้องเต้นออนไลน์กันจากทั่วประเทศ แล้วเขาก็จะได้เพื่อนจากตรงนี้ อย่างเช่นมีพี่คนหนึ่งชื่อ พี่เจริญ แกชอบแซว ชอบปล่อยมุก พี่ ๆ ที่มาเรียนในคลาสออนไซต์ที่นี่ก็คุยกันว่าชอบพี่เจริญมากเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอกัน”

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชั้นเรียนเหล่านี้มีบรรยากาศที่ดีและเป็นสังคมเล็ก ๆ ที่อบอุ่น ก็เพราะทางทีมงานคัดกรองผู้สมัครมาแล้วในระดับหนึ่งจากข้อความแนะนำตัว เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีมิจฉาชีพหรือผู้แสวงหาผลประโยชน์มาแอบแฝง
“คลาสเหล่านี้ทำให้บางคนได้ทำตามความฝันที่ตลอดชีวิตไม่เคยได้ทำ เช่น บางคนเขียนมาว่ามีความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นนักร้อง แต่ต้องเรียนบัญชีเพราะพ่อแม่ให้เรียนและก็ทำงานบัญชีเรื่อยมา พอเราเปิดคลาสร้องคาราโอเกะก็มาสมัคร ทำให้เขาได้ทำตามความฝัน ได้รับการยอมรับ เพราะถ้าไปเรียนร้องเพลงกับเด็ก ๆ เขาก็เขิน หรือบางคนฝันอยากเป็นจิตรกร แต่ตอนเด็กพ่อแม่ห้ามเพราะมองว่าเป็นอาชีพไม่มั่นคง คลาสของเราทำให้เขาได้กลับมาวาดรูปจนสร้างรายได้ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้เงิน คือทำให้เขาภูมิใจในตัวเอง”

วริศรากล่าวว่า รางวัลที่ยิ่งใหญ่ของการทำสิ่งนี้คือการได้ยินผู้สูงอายุบอกว่า คลาสเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้แต่ละวันมีเป้าหมาย จากเดิมที่วัน ๆ มีแต่ความว่างเปล่า
“อย่างโครงการที่ทำกับเนสท์เล่ เราจัดอบรมด้านการดูแลสุขภาพให้พี่ ๆ สูงวัย 50 คน จากนั้นก็จะให้แต่ละคนไปหาลูกทีมมา 20 คน แล้วทั้ง 50 ทีมก็จะแข่งกันดูแลสุขภาพ โดยมีเช็กลิสต์ที่ต้องทำให้ได้ เช่น เอวลดลง บางคนบ้านอยู่ในเขตลาดพร้าวก็เข้าไปร่วมทีมลาดพร้าว ทำให้เขาได้เจอเพื่อนใหม่ที่ชวนกันไปวิ่งออกกำลังกาย ชวนกันกินดี กลายเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ปลอดภัยและไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดได้ในกรุงเทพฯ มีพี่ ๆ ส่งรูปมาอวดน้อง ๆ ตลอดว่าวันนี้เดินได้ครบหมื่นก้าวแล้วนะ มันทำให้เขามีเป้าหมายเล็ก ๆ ประจำวัน แล้วพอเขาทำได้ เขาก็ภาคภูมิใจ”
Goal #2 มีคุณค่า
หากใครเคยคิดว่าผู้สูงอายุไม่มีความคิดสร้างสรรค์หรือเฉื่อยชา ขอให้มาดูพี่ ๆ ในโครงการ ‘นักเปลี่ยนแปลงสังคมรุ่นใหญ่’ แล้วคุณก็จะมองผู้สูงอายุไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
นี่คือโครงการที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า โครงการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมเมือง ซึ่งทาง YoungHappy Plus จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา

“แต่ละปีเราจะเปิดโอกาสให้พี่ ๆ สูงวัยได้มาทำโครงการเพื่อสังคม โดยมีจัดอบรมเหมือนบ่มเพาะสตาร์ทอัพเลย เริ่มตั้งแต่วิธีคิดโครงการ วิธีหาทุน วิธีสื่อสาร แล้วให้พวกเขาจับกลุ่มกันทำโครงการจริง”
วริศราเล่าถึงโครงการที่จัดมาแล้ว 4 รุ่น รวมทั้งหมด 35 ทีม โดยปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 5 และได้ผลลัพธ์เป็นโครงการเพื่อสังคมสุดสร้างสรรค์มากมายที่พี่ ๆ สูงวัยคิดกันขึ้นมา
“พี่คนหนึ่งเป็นนักพายเรือและเห็นปัญหาว่าชุมชนริมน้ำมักมีเด็กจมน้ำ แล้วหลายครั้งก็มีเด็กอีกคนกระโจนไปช่วยแล้วพากันจมทั้งคู่ พี่เขาก็เลยทำโครงการป้องกันเด็กจมน้ำ ตะโกน โยน ยื่น สอนเด็ก ๆ ในชุมชนถึงวิธีช่วยคนจมน้ำที่ถูกต้อง โดยเริ่มจากตะโกนเรียกคนมาช่วยและโยนห่วงยางให้ หรืออีกทีมหนึ่งที่บางนา เขาเห็นว่าในชุมชนมีพื้นที่รกร้าง เลยรวมตัวกันทำให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นแปลงปลูกผัก แล้วนำรายได้จากการขายผักมาพัฒนาพื้นที่นั้นให้สวยงาม ไม่น่ากลัว” วริศราเล่าถึงพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นเก๋าที่ไม่แพ้คนรุ่นเยาว์
ส่วนอีกโครงการที่ใครก็ตามที่ได้ยินชื่อครั้งแรกคงต้องทำหน้าสงสัย นั่นคือ ‘โครงการตัดเล็บพระ’ ซึ่งผู้คิดโครงการเป็นพยาบาลเก่า และมองเห็นปัญหาว่าการที่พระสงฆ์เดินเท้าเปล่าเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลที่เท้า ยิ่งพระจำนวนมากเป็นโรคเบาหวานก็ยิ่งเสี่ยงที่แผลจะลุกลามจนถึงขั้นถูกตัดขา แต่ทั้งหมดนี้ป้องกันได้ด้วยวิธีตัดเล็บเท้าที่ถูกต้อง นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการอบรมวิธีตัดเล็บเท้าพระ

“โครงการเหล่านี้คือสิ่งที่เราทำเองไม่ได้ แต่เราติดทักษะให้พี่ ๆ ที่มี ‘ของ’ อยู่แล้วได้ดึงศักยภาพตัวเองมาใช้ ทำให้สังคมได้ประโยชน์และพี่ ๆ ก็ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง เดี๋ยวเดือนหน้าเราจะนำโครงการทั้งหมดขึ้นบนออนไลน์ในชื่อ Social Lab บน YoungHappy Plus และใครอยากมาร่วมกับกลุ่มไหนก็ทำได้”
ในปีนี้ยังมีโครงการใหม่เพิ่มเข้ามาที่เรียกว่า Accelerator Program คัดเลือก 5 โครงการที่น่าสนใจและมีแววที่สุดจาก 4 รุ่นที่ผ่านมา เพื่อต่อยอดขยายผลให้ไปสู่วงกว้างขึ้น
“เวลาเราพูดถึงผู้สูงอายุ เรามักนึกถึงคนติดบ้านติดเตียง แต่อย่าลืมว่าช่วงอายุของคำนี้กว้างมาก ตั้งแต่ 60 ไปจนถึง 100 ปี บางคนเพิ่งเกษียณเมื่อวานนี้ แต่วันนี้ถูกตีตราเป็นผู้สูงอายุแล้ว ทั้งที่เขายังมีความกระตือรือร้น มีความเท่าทันเทคโนโลยี มีความฝัน แล้วผู้สูงอายุก็เหมือนคนทั่วไปที่มีความเป็นปัจเจก เราจึงไม่ควรเหมารวมว่าผู้สูงอายุเหมือนกันทั้งหมด”
วริศรากล่าวว่า หากเราไม่ตีตราคนวัยเกษียณหรือมองพวกเขาด้วยอคติ จะมองเห็นศักยภาพมากมายที่ซ่อนอยู่ในตัวพวกเขา และประสบการณ์การอยู่บนโลกมานานกว่า 60 ปีก็อาจสร้างคุณค่าให้สังคมได้มากมายดังเช่นที่เราได้เห็นจากผลงานของพี่ ๆ กลุ่มนี้

Goal #3 พึ่งพาตัวเองได้
นอกจากในแง่มุมสุขภาพแล้ว อีกมุมหนึ่งของการพึ่งพาตนเองก็คือในเรื่องรายได้ ทาง YoungHappy Plus จึงทำให้เว็บไซต์ของพวกเขามีแพลตฟอร์มรวบรวมงาน ซึ่งกิจการร้านค้าต่าง ๆ มาลงประกาศรับสมัครงานได้ฟรี คล้าย ๆ กับเว็บไซต์หางานเวอร์ชันวัยเกษียณ
“ข้อดีของผู้สูงอายุคือเขามีความสามารถและประสบการณ์อยู่แล้ว มีเคสหนึ่งอยากได้นักขาย เราเลยเสนอให้ลองรับผู้สูงอายุ ปรากฏว่าเขารับไปแล้วแฮปปี้มาก เพราะมาถึงทำงานได้เลย แล้วผู้สูงอายุมักรู้จักคนเยอะ ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องใช้เครือข่าย ส่วนงานอีกประเภทที่พี่ ๆ ทำได้ดี คืองานบริการ เพราะพี่ ๆ มักใจเย็น มีจิตใจบริการ เราเคยไปร่วมงานที่สิงคโปร์ คนที่โต๊ะลงทะเบียนเป็นผู้สูงอายุหมดเลย ส่วนในไทย เราก็เคยร่วมงานอีเวนต์กับอมรินทร์ที่เขาขอผู้สูงอายุไปเป็นฝ่ายต้อนรับ 3 คน ซึ่งเขาแฮปปี้มาก”

อย่างไรก็ตาม การหางานแบบนี้ยังมีปัญหาหนึ่ง นั่นคือจำนวนงานน้อยกว่าจำนวนผู้สมัครหลายเท่า และบางครั้งก็อาจไม่มีงานที่ตรงตามต้องการในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงกฎหมายที่ยังไม่เอื้อให้เกิดการจ้างงานรายชั่วโมง ซึ่งเป็นความต้องการของผู้สูงอายุหลายคนและผู้ว่าจ้างหลายแห่ง ดังนั้น ทาง YoungHappy Plus จึงสร้างอีกหนทางหนึ่งมาเสริมด้วย นั่นคือจัดอบรมทักษะการเป็นผู้ประกอบการเพื่อให้พี่ ๆ มีช่องทางสร้างรายได้ด้วยตนเอง
“เรามีโครงการเปลี่ยนบ้านเป็นรายได้ เพราะบางคนมีบ้านว่าง ๆ เพราะลูกหลานไปทำงานที่อื่น บางคนเป็นบ้านริมน้ำด้วย เราก็มาสอนว่าการเปลี่ยนบ้านให้เป็นโฮมสเตย์ต้องทำยังไง มีขั้นตอนทางกฎหมายอะไร ทำยังไงให้คนรู้จัก หรืออีกหลักสูตรหนึ่งก็สอนการทำสื่อโซเชียล ปักตะกร้ายังไง สร้างรายได้ยังไง พี่บางคนทำแล้วได้เงินเป็นหมื่นก็มี”
และวริศราย้ำว่า ความสำคัญของการทำงานไม่ได้มีเพียงรายได้ แต่ยังรวมถึงความภาคภูมิใจที่เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจในแต่ละวัน

“เราบอกเสมอว่าทุกคนควรเตรียมตัวเกษียณตั้งแต่อายุ 20 นั่นคือการหาว่าจุดมุ่งหมายในชีวิตคืออะไร สมัยเด็ก ๆ หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำงานไปทำไม บางคนอาจคิดว่าทำเพื่อหาเงินให้ได้เยอะ ๆ แต่ถ้าเจอบริษัทที่ใจร้าย เงินอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ทำให้หลายคนหมดไฟ วิธีการหนึ่งที่จะทำให้เราเจอจุดมุ่งหมายในชีวิตก็คือต้องลองทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ทำอะไรแล้วจะรู้สึกเติมเต็ม และนั่นก็จะทำให้เราพร้อมเดินทางเข้าสู่วัย 60 อย่างมีความสุข”
แต่สำหรับพี่ ๆ วัยเกษียณที่ไม่เคยคำนึงถึงคำถามเหล่านี้เลย คลาสมากมายของ YoungHappy Plus ก็คือหนึ่งในหนทางที่จะช่วยให้เขาได้ค้นพบตัวเอง โดยมีตัวเลือกหลากหลายให้ทดลองทำ ทดลองเรียนรู้ พร้อมปลุกไฟความกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ความเป็นเด็กในหัวใจได้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง
“สิ่งหนึ่งที่ทำให้ YoungHappy Plus มาถึงวันนี้ได้ ต้องขอบคุณน้อง ๆ ในทีม ทุกคนตั้งใจทำงานนี้มาก เขารู้สึกว่างานของเขามีคุณค่า วันก่อนเพิ่งคุยกับน้องคนหนึ่ง เขาบอกว่างานนี้ทำให้เขาตื่นเช้ามาแล้วอยากไปทำงาน มันไม่ง่ายนะที่จะมีงานที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ในยุคปัจจุบัน”

ติดตามคลาสเรียน กิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงหางานใหม่วัยเกษียณได้ที่ younghappyplus.com หรือ LINE : @younghappyplus
