ท่ามกลางการเฉลิมฉลองหลังไทยประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่ยังมีคนที่ต้องต่อสู้ต่อไป เพื่อให้ตัวเขาเข้าถึงสิทธิความเท่าเทียมนี้ หนึ่งในนั้นคือคนที่มีความหลากหลายทางเพศและมีอัตลักษณ์ทับซ้อน เช่น เป็นเกย์และเป็นคนพิการทางการมองเห็น เป็นทรานส์เจนเดอร์และเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ หรือเป็นเลสเบียนและเป็นแรงงานข้ามชาติ ด้วยอัตลักษณ์ต่าง ๆ ที่พวกเขามีทำให้เสี่ยงต่อการเข้าไม่ถึงบางโอกาส หรือถูกเลือกปฏิบัติ LGBTQ+ ที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อนจึงนับเป็นกลุ่มคนเปราะบาง
นับดาว องค์อภิชาติ รู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดี เพราะเธอเองก็เป็นคนหูหนวก เป็นทรานส์เจนเดอร์ และเป็นคนที่ยืดหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมมายาวนาน เธอยังนั่งตำแหน่งผู้อำนวยการกองประกวด Miss & Mister, Miss Queen, Mrs. Deaf Thailand และอดีตประธานชมรมคนหูหนวกไทยฟ้าสีรุ้ง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างพื้นที่และเปิดโลกกว้างให้คนหูหนวก LGBTQ+ ได้ใช้ชีวิตเฉกเช่นคนอื่น ๆ ในสังคม
คอลัมน์ Sustainable Development Goals ชวนนับดาวมาแบ่งปันสถานการณ์ของคนหูหนวก LGBTQ+ เพื่อให้เราเข้าใจเพื่อนคนนี้มากขึ้น โดยมี นิรชา นาน้อย ล่ามภาษามือจากศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (TTRS) เป็นตัวกลางที่ช่วยให้พวกเราเข้าใจกันแม้จะสื่อสารคนละรูปแบบ

โดยทั่วไปคนหูหนวกมีข้อจำกัดทางการสื่อสารที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต แต่การเป็นคนหูหนวกและเป็น LGBTQ+ ด้วย การใช้ชีวิตของพวกเขาจะซับซ้อนอย่างไรบ้าง
ถ้าเทียบระหว่างคนหูดีและคนหูหนวก ความเท่าเทียมก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว พอเป็นคนหูหนวกและเป็น LGBTQ+ ด้วย ความเท่าเทียมยิ่งลดลงคูณสอง คนหูหนวกสื่อสารด้วยภาษามือเป็นหลัก แต่ในสังคมใหญ่มีน้อยที่คนจะรู้จักวิธีสื่อสารแบบนี้ สังคมของคนหูหนวกเลยแคบ มีแค่คนที่ใช้ภาษามือได้
ภาษามือก็เหมือนภาษาอื่น ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตามบริบทพื้นที่ เช่น ภาษามือไทย ภาษามืออังกฤษ ภาษามือญี่ปุ่น ฯลฯ ภาษามือไทยมีข้อจำกัดตรงการอัปเดตศัพท์ใหม่ ๆ เช่น คำอธิบายลักษณะอัตลักษณ์ต่าง ๆ ในกลุ่ม LGBTQ+ บางคำคนหูหนวกไม่เข้าใจ เพราะไม่มีภาษามือที่อธิบายคำเหล่านั้น หรือคำเกี่ยวกับโรคติดต่อ คนหูหนวกเข้าใจแค่คำเดียว คือ ‘ไม่สบาย’ ถ้ากว้างกว่านั้นหรือลงลึกตามอาการโรค คนหูหนวกจะไม่เข้าใจแล้ว เพราะเขาใช้ภาษามือคำเดียวคือไม่สบาย ไม่ว่าเขาจะป่วยเป็นอะไรก็ใช้คำนี้อธิบายได้เท่านั้น หรือโรคซึมเศร้าคนหูหนวกหลายคนก็ไม่รู้จัก การสื่อสารยังเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับคนหูหนวก
กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลต่อคุณภาพชีวิตคนหูหนวก LGBTQ+ ไหม
เรารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในกลุ่ม LGBTQ+ และเห็นสังคมไทยปรับเปลี่ยน ทุกคนล้วนยินดีและมีความสุขมาก แต่คนหูหนวกบางคนยังไม่เข้าใจว่าสมรสเท่าเทียมคืออะไร เพราะปัญหาเดิมคือพวกเขาเข้าไม่ถึงข้อมูล คนหูหนวกบางคนอ่านภาษาไทยไม่ออก ไม่มีล่ามภาษามือที่จะช่วยสื่อสารได้ ทำให้คนหูหนวกไม่ค่อยรู้สิทธิของตัวเอง
สิ่งที่ยังเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของคนหูหนวกในไทยมีอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่คนจะคิดว่าเป็นคนหูหนวกแค่ไม่ได้ยินและพูดไม่ได้ แต่ต้องอ่านได้แน่ ๆ แต่เราอยากบอกแบบเปิดใจเลยว่า จำนวนคนหูหนวกในไทยที่อ่านภาษาไทยได้ถึงขั้นดีเยี่ยมมีประมาณ 2 – 3% ของคนหูหนวกทั้งหมด เพราะคนหูหนวกใช้วิธีสื่อสารด้วยภาษามือเป็นหลัก ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาไทย แม้จะมีบริการล่ามภาษามือ แต่คนหูหนวกบางคนก็เข้าไม่ถึงบริการนี้ จะสื่อสารแค่ภายในกลุ่มคนที่เขารู้สึกปลอดภัย คือ เพื่อนคนหูหนวกด้วยกัน ทำให้ยังมีช่องว่างเกิดขึ้น


ยิ่งตอนนี้บริการล่ามภาษามือของศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (TTRS) ก็ปิดให้บริการด้วย
ใช่ ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ เหมือนพวกเราย้อนกลับไปยุคที่ไม่มีเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวก ตอนนี้คนหูหนวกใช้ชีวิตยากลำบากจริง ๆ เพราะพวกเราสื่อสารกับคนอื่นค่อนข้างยากอยู่แล้ว ด้วยความต่างแตกทางวิธีสื่อสาร การมีอยู่ของ TTRS จึงเป็นตัวช่วยให้เราสื่อสารกับโลกภายนอกได้อย่างเท่าเทียม ช่วยให้เราทำงานได้เหมือนคนอื่น ๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างหยุดชะงัก กลายเป็นเรากลับมายุคที่การสื่อสารเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต
จากปัญหาที่คุณเจอในฐานะที่เป็นคนหูหนวก LGBTQ+ เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณเคยทำงานในบทบาทประธานชมรมคนหูหนวกไทยฟ้าสีรุ้ง
ใช่ นับดาวเคยทำงานร่วมกับมูลนิธิ SWING Thailand ชวนนับดาวไปเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ เพื่อนำไปสอนเพื่อนคนหูหนวกได้ เช่น สอนให้เขาเข้าใจเชื้อ HIV โรคหนองใน โรคซิฟิลิส และโรคต่าง ๆ มีคนหูหนวกบางคนคิดว่าแค่กินยาก็รักษาโรคเหล่านี้ได้ แต่มันไม่ถูกต้อง พอนับดาวได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิ SWING Thailand ช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และสอนคนหูหนวกที่เป็นโรคเหล่านี้ให้ดูแลตัวเองได้
ความตั้งใจในการก่อตั้งเวทีประกวด Miss & Mister, Miss Queen, Mrs. Deaf Thailand
ตั้งแต่เด็กนับดาวมีความฝันอยากเป็นนางงาม อยากประกวด แต่เราก็ไม่กล้าฝันถึงมันมากด้วยสถานการณ์ความเป็นจริง แต่ส่วนตัวเราชอบเขียนบท สนใจงานผู้กำกับ เราพยายามฝึกฝนอ่านภาษาไทยด้วยตัวเอง เช่น การดูโทรทัศน์ในสมัยก่อนยังไม่มีโหมดคำบรรยาย นับดาวก็ไปซื้อหนังสือเรื่องย่อละครแล้วเอามาเทียบเวลาดูละคร อ่านไปพร้อมกับการดู เพราะเราอยากสื่อสารกับคนหูดีด้วย สุดท้ายทำให้นับดาวอ่านภาษาไทยได้
นับดาวมีเพื่อนคนหูหนวกหลายคนที่เขาก็มีความฝันแบบเดียวกัน คืออยากประกวดนางงาม อยากออกทีวี แต่ไม่มีเวทีประกวดนางงามสำหรับคนหูหนวกโดยเฉพาะ เขามาบอกความต้องการนี้กับนับดาวเยอะมาก เพราะเราอ่านภาษาไทยได้ เขาเลยคิดว่าเราน่าจะทำสิ่งนี้ได้ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร แต่สุดท้ายมันก็เริ่มได้และมีมา 15 ปีแล้ว (ยิ้ม)

เวทีนี้มองหาคุณสมบัติแบบไหนในตัวผู้เข้าประกวด
บุคลิกภาพ ความรู้ และความสามารถที่จะให้สังคมเห็นว่าคนหูหนวกมีความสามารถอะไรบ้าง ถ้าคนหูดีเดินแบบได้ แต่งหน้าเป็น มีทักษะการแสดงออก คนหูหนวกก็ทำได้เช่นเดียวกัน เพราะเวทีนี้ใช้เกณฑ์ไม่ต่างจากเวทีประกวดของคนหูดี
การมีอยู่ของการประกวด Miss & Mister, Miss Queen, Mrs. Deaf Thailand ส่งผลอย่างไรกับชีวิตคนหูหนวกในไทย
มีผู้เข้าประกวดคนหนึ่งที่เป็นคนหูตึง แต่ก่อนเขาไม่ได้คลุกคลีกับสังคมคนหูหนวกมากนัก จนได้มาประกวด เขาถึงรู้สึกว่าได้เปิดโลก มีเพื่อนคนหูหนวกเยอะขึ้น เข้าใจสภาวะของตัวเองมากขึ้น
นับดาวรู้สึกว่าการมีอยู่ของเวทีนี้ช่วยขยายความฝันของคนหูหนวกให้กว้างขึ้น เขาฝันได้มากขึ้น คนที่มีความฝันแบบเดียวกับนับดาวมาทำตามความฝันได้ที่เวทีนี้ นับดาวอยากสร้างแรงบันดาลใจและพาเพื่อน ๆ ไปเจอโลกที่กว้างขึ้น และแลกเปลี่ยนกับเพื่อนที่เป็นคนต่างชาติด้วย
มีคนหูดีหลายคนที่อยากเป็นเพื่อนกับคนหูหนวก แต่บางคนไม่กล้าหรือกลัวทำไม่ถูก คุณพอมีคำแนะนำไหม
อาจเริ่มจากช่วยคนหูหนวกสื่อสารเวลาเขาไปใช้บริการต่าง ๆ บางทีเขาอาจไม่เข้าใจหรือไม่รู้จะสื่อสารยังไง ถ้าใครอยากช่วย ลองเริ่มจากแตะด้านข้างของคนหูหนวกคนนั้น เพื่อแสดงให้เขารู้ว่าเราอยากสื่อสารด้วย แล้วอาจจะลองจำภาษามือพื้นฐานอย่างสวัสดี สบายดีไหม (ทำภาษามือ)
การอ่านภาษาไทยยังเป็นอุปสรรคของคนหูหนวก เพราะใช้ไวยากรณ์แตกต่างกับภาษามือ เช่น คนหูดีพูดว่ากินข้าว แต่ภาษามือของคนหูหนวกคือข้าวกิน คนหูหนวกบางคนที่ไม่ถนัดภาษาไทยจึงอาจใช้คำแรงหรือไม่ถูกต้อง อยากให้คนหูดีเข้าใจเรา เพราะคนหูหนวกก็อยากสื่อสารกับทุกคน

สิ่งที่สังคมควรปรับหรือพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อให้คนหูหนวกใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
อย่างแรก คือเพิ่มโอกาสให้คนหูหนวกได้เรียนรู้ภาษาไทย เพื่อที่เขาจะได้รู้วิธีสื่อสารเพิ่มขึ้น มีคนหูหนวกหลายคนที่อยากเรียนภาษาไทย แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือไปเรียนที่ไหนได้ ปัจจุบันยังไม่ค่อยมีการอบรมหรือบริการสอนภาษาไทยให้คนหูหนวก
นับดาวอยากให้สังคมเข้าใจข้อจำกัดทางภาษามือของคนหูหนวก ศัพท์ภาษามืออาจจะยังอัปเดตศัพท์ใหม่ ๆ ได้ไม่มาก ทำให้คนหูหนวกไม่เข้าใจว่าตอนนี้สังคมกำลังเกิดอะไรขึ้น ก็อยากให้สังคมมองเห็นปัญหานี้และช่วยพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะถ้าภาษามือเท่าเทียมกับภาษาไทย คนหูหนวกก็เรียนรู้และอัปเดตสถานการณ์โลกได้ไม่ต่างจากคนหูดี
ในปี 2030 คุณอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร
ปัญหาใหญ่อีกอย่างของคนหูหนวกคือการเข้าถึงอาชีพ มันยังไม่เท่าเทียมและมีการเลือกปฏิบัติ คนหูหนวกบางคนอยากเป็นดารา บางคนอยากเป็นแอร์โฮสเตส หรืออาชีพพื้นฐานอย่างหมอ ตำรวจ คนหูหนวกก็ยังทำไม่ได้
เวลาคนหูหนวกถูกตำรวจจับ เขาไม่รู้จะสื่อสารกับตำรวจอย่างไร เขาอธิบายเพื่อปกป้องตัวเองไม่ได้ ตำรวจก็ไม่รู้ว่าคนหูหนวกผิดหรือไม่ผิด แต่กลับเลือกจับคนหูหนวกไปก่อน อันนี้ก็เป็นปัญหาสำหรับคนหูหนวกเช่นกัน ถ้ามีคนหูหนวกที่ประกอบอาชีพเป็นตำรวจ เขาก็อาจช่วยสื่อสารกับคนหูหนวกได้
ในปี 2030 สิ่งที่นับดาวอย่างเห็นคงเป็นการเปิดโอกาสด้านอาชีพของคนหูหนวก ทุกคนเลือกที่จะเป็น เลือกที่จะทำงานได้อย่างที่ใจต้องการ และอยากให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนหูหนวกมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาแบบตอนนี้อีก
อะไรคือ ‘คำสำคัญ’ ที่อยากให้เราเก็บไว้ในใจ
คำว่า ‘ภาษามือ’ เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนเอกลักษณ์ของคนหูหนวก ให้สังคมเห็นความสำคัญของสิ่งนี้มากขึ้น จะได้เรียนรู้ที่จะสื่อสารกับพวกเรา เช่นเดียวกันกับที่เราก็พยายามเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนหูดี

