8 กรกฎาคม 2025
3 K

หนึ่งในกิจวัตรประจำทุก 2 วันของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง คือการไปโรงพยาบาลเพื่อฟอกเลือดระหว่างรอการปลูกถ่ายไต ซึ่งการที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ในโรงพยาบาลวันเว้นวัน ต้องใช้เวลาทั้งของผู้ป่วยเองและของผู้ดูแลที่ต้องพาไปนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทย 

หากบ้านอยู่ห่างจากโรงพยาบาลหลายร้อยกิโลเมตร หากมีงานประจำต้องทำ หากมีคลาสต้องเข้าเรียน จะดำเนินชีวิตได้อย่างไร 

สำหรับคนบางคน การได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตวายเรื้อรังนั้นประหนึ่งเป็นจุดจบของชีวิต แต่ครั้งนี้เราได้มาพูดคุยกับ พอล อุทัยชลานนท์ ผู้จัดการใหญ่ แวนทีฟ ประจำประเทศมาเลเซีย ไทย เวียดนาม และพม่า เขาย้ำชัดเจนว่าการเป็นโรคไตไม่ใช่ ‘Death Sentence’ และแวนทีฟได้ใช้ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมากว่า 70 ปี พัฒนานวัตกรรมให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุด

วันนี้เราจึงอยากเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่จะมาเล่าให้ผู้ป่วยโรคไตกว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศไทยฟังว่า นวัตกรรมที่ว่านั้นคืออะไร และจะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังได้อย่างไรกัน

Peritoneal Dialysis

แวนทีฟ เป็นผู้นำนวัตกรรมในการดูแลผู้ป่วยโรคไตระดับโลก ซึ่งเดิมเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจดูแลไตภายใต้บริษัท Baxter โดยโฟกัสกับการรักษาโรคไตวายเฉียบพลันและโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างประเทศไทย คนไทย 70 ล้านคนนั้น มีผู้ป่วยโรคไตอยู่ 20% เลยทีเดียว

โรคไตวายเรื้อรังมีทั้งหมด 5 ระยะ แวนทีฟจะดูแลคนไข้ที่มีความจำเป็นต้องล้างไต โดยเฉพาะในระยะ 5 และรอการปลูกถ่ายไตสำหรับผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เพื่อรอการปลูกถ่ายไต 

“แต่การปลูกถ่ายไตทั่วโลกมีไม่มาก เพราะมีผู้บริจาคไตไม่เยอะ อันที่จริงแล้ว หากผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังทุกคนได้รับการปลูกถ่ายไต ก็ไม่มีความจำเป็นต้องล้างไต เคสที่ปลูกถ่ายไตสำเร็จทั่วโลกมีเยอะ แต่ที่วิธีนี้ยังมีผู้ได้รับการเปลี่ยนถ่ายไตไม่มากนัก เพราะผู้บริจาคไตยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วย การที่จะให้มีผู้ปลูกถ่ายไตเพิ่มมากขึ้นคือต้องอาศัยการมีผู้บริจาคจำนวนมาก”

ด้วยเหตุนี้ แวนทีฟจึงคิดค้นการล้างไตผ่านช่องท้อง หรือ Peritoneal Dialysis ขึ้นมาเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง 

“หากใช้วิธีการฟอกเลือด คนไข้ต้องมีผู้ดูแลและพาไปโรงพยาบาลทุก 2 วัน นั่งเฉย ๆ อยู่บนเก้าอี้ 3 – 4 ชั่วโมงต่อครั้ง เพราะฉะนั้น ตัวก็ต้องติดอยู่กับโรงพยาบาลตลอด แต่การล้างไตผ่านช่องท้องนั้น คนไข้เรียนรู้วิธีจากโรงพยาบาล และนำไปทำเองที่บ้าน โดยไม่ต้องกลับมาที่โรงพยาบาลทุก 2 วัน ผู้ป่วยดำเนินชีวิตอย่างอิสระได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างจังหวัดและบ้านอยู่ห่างโรงพยาบาลเป็นร้อยกิโล”

Automated Peritoneal Dialysis

วิธีการล้างไตผ่านช่องท้องแบบอัตโนมัติ หรือ Automated Peritoneal Dialysis (APD) เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญที่แวนทีฟพัฒนาต่อจากวิธีการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง แค่ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลทุก 2 วันก็เปลี่ยนชีวิตของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังและผู้ดูแลหลายคนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“เรามีนวัตกรรมการรักษาด้วยวิธีการล้างไตผ่านช่องท้องแบบอัตโนมัติ แทนที่คนไข้จะต้องล้างไตแบบต่อเนื่องผ่านช่องท้องหรือ CAPD วันละ 4 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที คนไข้ที่ใช้วิธีล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ (APD) ล้างช่องท้องแค่วันละ 1 ครั้งระหว่างนอนหลับ โดยวิธีการนี้จะดึงน้ำยาล้างไตเข้าช่องท้องและปล่อยออกมาโดยอัตโนมัติระหว่างที่คนไข้นอนหลับ” พูดง่าย ๆ คือแค่นอนหลับพักผ่อนเหมือนคนทั่วไปและปล่อยให้ APD ทำหน้าที่ของมัน

เท่านั้นยังไม่พอ วิธีล้างไตทางหน้าท้องแบบอัตโนมัตินี้ยังมีระบบดิจิทัลที่คอยดูแลและเก็บข้อมูล โดยหลังจากการรักษาข้ามคืน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่เข้าและออกจากร่างกายจะส่งไปยังคุณหมอที่ดูแลอยู่ และเปิดดูข้อมูลเพื่อติดตามผลการรักษา หากมีความจำเป็นต้องปรับการรักษา คุณหมอจะได้ดูแลอย่างทันท่วงที คนไข้จึงไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเป็นประจำทุก ๆ 2 วัน ถือเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ไปพร้อมกัน

พอลยังเล่าถึงบริการต่าง ๆ ทั้งทีมพยาบาลที่จะคอยให้ความรู้กับผู้ป่วยให้เกิดความมั่นใจในการดูแลตัวเองด้วยวิธีล้างไตอัตโนมัติที่บ้านด้วยตนเอง และ Hotline ที่มีทั้งทีมช่างและพยาบาลคอยบริการผู้ป่วยทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงหากพบปัญหาการใช้งานที่บ้าน เช่น ไฟดับ เพราะทุกวินาทีของผู้ป่วยมีค่า ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้คนไข้โรคไตกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิม

“บางคนเป็นนักศึกษาที่ใช้วิธีล้างไตทางหน้าท้องแบบอัตโนมัติระหว่างนอนตอนกลางคืน และเมื่อตื่นมาตอนเช้าก็เข้าเรียนได้ปกติ บางคนเป็นนักร้องกลางคืน ซึ่งเขาล้างไตตอนกลางคืนไม่ได้ แต่เมื่อร้องเพลงเสร็จ กลับมานอนล้างไตในเวลากลางวันและตื่นมาตอนเย็นเพื่อไปร้องเพลงได้ตามปกติ” 

Free!

เห็นอย่างนี้แล้ว ทำให้เกิดความสงสัยว่า หากคนไข้โรคไตรักษาด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้องแบบอัตโนมัติ จะต้องมีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่กัน

“ฟรีครับ” คำตอบของพอลทำเราคิ้วขมวดด้วยความสงสัย

“ฟรีสำหรับคนไทยทุกคนที่ได้รับสิทธิการรักษาทั้ง 3 สิทธิ สิทธิบัตรทอง สิทธิข้าราชการ และสิทธิประกันสังคม โดยคนไข้โรคไตวายเรื้อรังที่ตัดสินใจเลือกวิธีการล้างไตผ่านช่องท้องที่บ้านแบบอัตโนมัติ จะได้รับการรักษาฟรี โดยรัฐจะจัดส่งอุปกรณ์และน้ำยาไปให้ถึงบ้าน เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2024 ทางภาครัฐได้มีการผลักดันนโยบาย PD First เพื่อสนับสนุนให้คนไข้โรคไตระยะสุดท้าย เลือกการล้างไตผ่านช่องท้องเป็นทางเลือกแรกในการรักษา เพราะคนไข้หลายคนในประเทศไทยอาศัยอยู่ห่างจากโรงพยาบาล บ้างอยู่บนดอย บ้างอยู่บนเกาะ หรือบางคนก็มีงานประจำ 

“ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลก็ต้องการลดจำนวนผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาล ภาครัฐจึงอยากให้คนไข้มีความรู้ด้านสุขภาพเพื่อดูแลตัวเอง การล้างไตผ่านช่องท้องจึงเหมาะกับสถานการณ์สาธารณสุขของไทย” พอลอธิบาย

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน แวนทีฟจึงวางตัวเองเป็นทั้งพันธมิตรและผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงร่วมกับภาครัฐ จนกระทั่งเกิดการจัดตั้งโรงงาน การผลิตน้ำยาล้างไตในประเทศไทย เกิดเป็นระบบนิเวศที่กลายเป็นต้นแบบให้กับหลายประเทศในภูมิภาคนี้

และแวนทีฟยังร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น เพื่อจัดส่งน้ำยาล้างไตของทุกบริษัทให้ถึงบ้านผู้ป่วย

Awareness

แล้วเหตุใดคนไข้โรคไตทุกคนจึงไม่เลือกใช้วิธีการล้างไตอัตโนมัติแทนการฟอกเลือดกันล่ะ 

ทั้งฟรี ทั้งดี 

พอลมองว่าปัจจัยสำคัญคือคนไข้หลายคนไม่รู้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเขา

“คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าทางเลือกเดียวคือการฟอกเลือด เพราะทุกโรงพยาบาลมีหน่วยฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียมที่คนไข้เห็นทุกครั้งเวลาไปโรงพยาบาล แต่การล้างไตผ่านช่องท้องทำกันที่บ้าน คนไข้จึงไม่เห็นทางเลือกนี้” 

แต่ในเมื่อภาครัฐมีการผลักดันการล้างไตผ่านช่องท้องด้วยวิธีการล้างไตอัตโนมัติ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แวนทีฟจึงมองว่านี่เป็นโอกาสที่เหมาะสมในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการล้างไตผ่านช่องท้องอัตโนมัติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูระบบสาธารณสุขของไทยให้มีสรรพกำลังรับมือกับคนไข้อื่น ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย

Website : www.vantive.com

Lessons Learned

  • การเข้าใจปัญหาเชิงลึกของลูกค้า คือศูนย์กลางในการคิดและดำเนินธุรกิจ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาโซลูชันที่เหมาะสม
  • การทำธุรกิจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบต้องมีความอดทน สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว และความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
  • ธุรกิจยั่งยืนไม่ใช่แค่ขายของ แต่ต้องสร้างระบบสนับสนุนที่ทำให้สินค้านั้นใช้ได้จริงและใช้ได้ดี

Writer

ลิตา ศรีพัฒนาสกุล

ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน ออกกำลังกาย และกำลังตามหางานอดิเรกใหม่ ๆ

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด