25 มิถุนายน 2025
2 K

“เมื่อวานครูเพิ่งจัดวันเกิดไป” ครูปาน-สมนึก คลังนอก เอ่ยกับเรา เพื่ออธิบายถึงช่อดอกไม้กองใหญ่ที่วางอยู่ในคาเฟ่ Chubby Papaya สถานที่นัดพบในครั้งนี้ 

ใบหน้าของเขาอิ่มเอมไปด้วยความสุข ดูได้จากรอยยิ้มที่ส่งมาถึงเราผู้ซึ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก แต่เราก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น สมกับที่ทุกคนต่างเรียก ‘ครูปาน’ แม้จะไม่เคยเป็นลูกศิษย์ก็ตาม

เราเดาว่าคงเป็นอารมณ์ที่ตกค้างมาจากการฉลองวันเกิด แต่เมื่อได้คุยไปเรื่อย ๆ จึงรู้ว่าความสุขเป็นส่วนประกอบหนึ่งของครูปาน เป็นเหมือนอวัยวะที่ 79 ที่ส่งผลต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ งานวาดของครูปานที่ใครเห็นก็ต้องมีความสุข และนึกถึงช่วงเวลาตอนยังเป็นเด็ก 

หากให้ยกผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของครูปานคงจะเป็น ‘Cocoon’ ภาพเด็กตัวจิ๋วตาโตที่มักสวมเสื้อฮู้ดอยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ ใครเห็นภาพ Cocoon ต่างบอกว่า Cocoon ทำให้พวกเขาย้อนเวลากลับไปเป็นเด็ก ช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกว่าการใช้ชีวิตไม่ได้ยาก เราพบเจอความสุขได้ง่าย ๆ และอย่าจมอยู่กับความทุกข์นาน

ผลงาน Cocoon ทำให้ครูปานมีโอกาสได้ไปทำงานมากมาย ซึ่งโปรเจกต์ล่าสุดคือการร่วมสร้างคาแรกเตอร์ ‘หน้านิ่ง (NA-NING)’ ที่ปรากฏในซีรีส์ 9 YEARS OF YOU แต่ละปีที่มีเธอ ที่กำลังออนแอร์ทางช่อง one31 และเป็นเหตุผลของการพบกันครั้งนี้ที่เขาพร้อมจะเล่าเรื่องราวการเดินทางตลอด 47 ปีที่เจ้าตัวขอยึดคำสอนของแม่ว่า ให้ใช้ชีวิตเป็นวัน ๆ

เกิดมาเพื่อชื่นชมสิ่งรอบตัว

ครอบครัวของครูปานประกอบอาชีพเป็นชาวนาในจังหวัดบุรีรัมย์ เขาจึงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางทุ่งนา

“ครูปานนั่งดูแสงอาทิตย์ตอนเย็นที่ตกกระทบลงบนผืนน้ำในทุ่งนาได้ไม่มีเบื่อเลยนะ เพราะเรารู้สึกว่ามันสวย” เจ้าตัวค่อย ๆ ไล่เรียงเรื่องราวในวัยเด็กที่เป็นจุดเริ่มให้สนใจศิลปะ “บางวันครูปานต้องช่วยพ่อแม่หากุ้งหาปลาในบ่อน้ำของหมู่บ้าน ซึ่งมีกอดอกบัวอยู่ด้วย ครูปานชอบหาปลาไปด้วยดูดอกบัวไปด้วย ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงตั้งใจหาปลาอย่างเดียว”

ตั้งแต่จำความได้ ครูปานชอบใช้เวลาไปกับการมองสิ่งรอบตัว ชื่นชมความงามของพวกมัน ไม่ว่าจะเป็นการมองพระอาทิตย์บนท้องฟ้า ดูการเคลื่อนไหวของใบหญ้าเมื่อถูกลมพัด ตามแม่ไปเก็บของในป่าที่ทำให้พบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

ความช่างสังเกตและซึมซับความงามรอบตัวทำให้ครูปานสนใจทำงานศิลปะ เพราะมันช่วยถ่ายทอดความสวยงามที่เขาเห็นให้คนอื่น ๆ สัมผัสได้เช่นเดียวกัน ครูปานเริ่มต้นด้วยการวาดรูปตามหนังสือการ์ตูน โดยมีพี่สาวทั้ง 3 คนเป็นผู้ชมกลุ่มแรก

ด้วยฐานะครอบครัวที่ไม่ได้มีต้นทุนมากนัก พ่อแม่ของครูปานตัดสินใจส่งลูกชายไปบวชเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ครูปานในวัย 13 ปีจึงได้บวชเรียนที่วัดชูจิตธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ครูปานว่านั่นถือเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต การได้ใช้ชีวิตในโลกพุทธศาสนาทำให้เขาเข้าใจความเป็นมนุษย์และความหมายของการมีชีวิต ส่งผลต่อการทำงานศิลปะที่อยากให้คนที่เห็นงานตัวเองแล้วมีความสุข พร้อมเข้าใจความหมายของการเป็นมนุษย์ 

“ครูปานเขียนหนังสือเล่มแรกชื่อ Being normal Alien เป็นหนังสือรวบรวมผลงาน พิเศษตรงที่เราแต่งเรื่องราวให้แต่ละภาพ เพราะเราไม่ชอบพูดว่าภาพนี้ได้แรงบันดาลใจจากอะไร มันพูดยาก เราชอบชื่นชมสิ่งรอบ ๆ ตัว มันเป็นองค์ประกอบในการทำงานศิลปะของเรา เราถึงชอบแต่งเรื่องราวให้คนอ่านประกอบมากกว่า เช่น ภาพผู้หญิงคนหนึ่ง เราเขียนว่าเขาเป็นเจ้าหญิงนะ มาจากดาวดวงโน้น”

หนังสือ Being normal Alien จัดจำหน่ายไปทั่วโลก มีทั้งคนไทยและต่างชาติที่ได้อ่าน แม้จะพูดกันคนละภาษา นับถือคนละความเชื่อ แต่ทุกคนล้วนได้รับสารที่ครูปานตั้งใจส่งออกไป

“ครูปานเคยเจอแฟนคลับชาวต่างชาติคนหนึ่ง เพราะเขาได้อ่านหนังสือเล่มนี้ของเพื่อนเลยติดตามครูปานมาตั้งแต่นั้น เขาบอกว่าชอบหนังสือของเรามาก และอยากรู้ว่าเรื่องที่เราเขียนมาจากหลักพุทธศาสนาใช่ไหม” ครูปานประหลาดใจมากที่ได้ยินคำถามนี้ เพราะระหว่างที่เขียน ครูปานไม่ได้ตั้งใจจะพูดเรื่องพุทธศาสนาอย่างจริงจัง แต่คงเป็นเพราะสิ่งนี้อยู่ในเนื้อในตัวของครูปานไปแล้ว มันจึงมาปรากฏอยู่ในงาน

ภาพวาดที่มีส่วนประกอบของเด็กและพระพุทธศาสนา

“รู้ไหมว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นศิลปิน” ครูปานขอเป็นฝ่ายถามเรากลับบ้าง เราส่ายหน้าแทนคำตอบ

“เอกลักษณ์ในงานตัวเอง” ครูปานเฉลย “เพราะใคร ๆ ก็วาดรูปได้ ฉะนั้น การมีเอกลักษณ์ในงานจะเปลี่ยนจากคนวาดรูปได้เป็นศิลปิน” นั่นคือนิยามความเป็นศิลปินในความรู้สึกของครูปาน แต่การตามหาเอกลักษณ์งานตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงติดอยู่กับการตามหาคำตอบที่มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่ตอบได้

ตอนนั้นเขาอายุ 24 ปี ลาสิกขาและมาทำงานเป็นครูผู้ช่วยที่โรงเรียนศิลปะมหานาคของ ครูโต-ม.ล.จิราธร จิรประวัติ ครูคนสำคัญที่ช่วยขัดเกลาตัวตนและการทำงานศิลปะของครูปาน

การได้อยู่ท่ามกลางเด็ก ๆ ทำให้รับรู้ว่าตัวเขารักสิ่งมีชีวิตนี้ขนาดไหน สิ่งมีชีวิตที่ทำให้ครูปานได้ย้อนกลับไปหาช่วงเวลาวัยเด็กของตัวเอง วัยที่รู้สึกว่าการใช้ชีวิตนั้นง่ายดายเพียงใด เพียงแค่เรามีความสุขกับสิ่งรอบ ๆ ตัวและละทิ้งความทุกข์ให้เร็ว 

ผลงาน Cocoon เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น มันเกิดขึ้นในวันที่ครูปานไปสอนเด็ก ๆ เช่นเคย แต่วันนั้นฝนตก เด็ก ๆ ต้องสวมเสื้อกันฝน ภาพเด็กตัวเล็ก ๆ ที่สวมเสื้อกันฝนนั้นจับใจครูปาน เขารู้สึกว่าสิ่งนี้เพิ่มความน่ารัก เกิดเป็นแรงบันดาลใจต่อยอดมาเป็นงานศิลปะเพื่อทำให้คนที่เห็นมีความสุขเช่นเดียวกับเขา 

แต่ถ้าถอยหลังกลับไปก่อนจะเกิด Cocoon เขาพยายามลองวาดรูปให้ออกจากกรอบเพื่อค้นหาตัวตนในงาน โดยเริ่มด้วยการวาดคนซึ่งเป็นสิ่งที่ครูปานชอบวาดมากที่สุด 

“เราชอบวาดรูปคนเพราะว่าทุกคนต่างเป็นคน และเชื่อว่าคนแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ ชวนไปทำโน่นทำนี่ที่ทำให้ชีวิตสนุกรื่นรมย์ด้วยกันได้”

คนที่ครูปานวาดมีสัดส่วนแตกต่างจากสัดส่วนคนปกติ กล่าวคือ มีดวงตากลมโตกว่าปกติ หน้าผากสูง แขนขายาว ๆ ผอม ๆ คล้ายภาพการ์ตูนมากกว่าคนจริง นับเป็นการออกจากกรอบในช่วงแรก

ครูปานเรียกภาพคนนี้ว่า ‘หญิงตุ้ม’ แล้วนำไปวาดเป็นภาพประกอบลงนิตยสารหัวต่าง ๆ อันเป็นพื้นที่แสดงฝีมือยอดนิยมของศิลปินในเวลานั้น จนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำก่อนจะตามมาด้วยผลงาน Cocoon

“ช่วงตามหาตัวเองก็อึดอัดพอสมควรนะ เราไม่รู้จะไปทางไหนดี เลยอยากฝากคนที่กำลังตามหาตัวเองว่า ให้ทำงานเยอะ ๆ ดูเยอะ ๆ สุดท้ายสิ่งเหล่านี้อาจรวม ๆ กลายเป็นงานของเราก็ได้ ที่สำคัญต้องกล้า ต้องเชื่อมั่นว่าศิลปะไม่มีอะไรผิด ศิลปะคือการสร้างในสิ่งที่คนไม่เคยทำ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ไม่เคยทำก็คือสิ่งใหม่ ต้องเสี่ยงกับการที่คนจะชอบหรือไม่ชอบ แต่เราต้องกล้าที่จะทำ ไม่งั้นก็จะไม่เกิดสิ่งใหม่”

ถ้าให้ถอดรหัสงานครูปานว่าใช้หลักธรรมหลักไหนบ้างคงจะยากสักหน่อย เพราะเขาออกตัวก่อนว่าตัวเองก็แยกไม่ได้ ทุกอย่างผสมรวมกันเป็นความคิดในแต่ละงาน แต่หลัก ๆ งานครูปานมีหัวใจสื่อสารสำคัญ คืออยากให้คนดูรูปแล้วมีความสุขและเห็นถึงคุณค่าของการเป็นมนุษย์

ครูปานยกตัวอย่างที่เด็กซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในงานของเขาว่า “ความเป็นเด็กบอกอะไรเราได้หลายอย่าง เด็กคือคนที่สุขง่าย ทุกข์ง่าย ร้องไห้แป๊บเดียวก็กลับมามีความสุขแล้ว เด็กสอนผู้ใหญ่ให้มีความสุขง่าย ๆ และอย่าไปจมกับความทุกข์นาน”

Cocoon แปลว่า รังไหม เป็นช่วงเวลาที่หนอนจะอาศัยในรังไหมเพื่อรอเวลาเติบโตไปเป็นผีเสื้อ ก็เปรียบได้กับช่วงเวลาก่อนที่เด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย วัยเด็กจึงเป็นวัยที่สร้างผู้ใหญ่ของเราทุกคน

โปรเจกต์หน้านิ่ง

ครูปานไม่ได้วาดงานเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสไปสร้างสรรค์งานให้คนอื่นด้วย เช่น รูปการ์ตูนบนขวดน้ำเต้าหู้แบรนด์ Tofusan นาม-สุรนาม พานิชการ เจ้าของแบรนด์เป็นลูกศิษย์ของครูปานขอให้ช่วยออกแบบคาแรกเตอร์ให้ หรือถ้าเป็นคนชอบดื่มกาแฟและเป็นแฟนคลับ Akha Ama Coffee ลองสังเกตถุงเมล็ดกาแฟบางห่อ จะมีรูปการ์ตูนที่เป็นฝีมือของครูปานฝากไว้

คาแรกเตอร์ ‘หน้านิ่ง (NA-NING)’ ผลงานล่าสุดของครูปานที่ทำร่วมกับช่อง one31 เพื่อให้ตัวละคร นับดาว (รับบทโดย เฌอปราง อารีย์กุล) ที่รับบทเป็นศิลปินในซีรีส์ 9 YEARS OF YOU แต่ละปีที่มีเธอ

“ลอยมาเหมือนกัน” ครูปานเริ่มต้นเล่าถึงโปรเจกต์นี้ คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้กำกับซีรีส์เป็นคนที่ติดต่อให้ครูปานออกแบบตัวคาแรกเตอร์ที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นตัวแทนในการดูแลจิตใจตัวเอง ซึ่งคุณบอยนึกถึงครูปานเป็นคนแรก 

“ตอนแรกกังวลนะว่าจะทำได้ไหม แต่เหตุผลที่ทำให้อยากลองทำโปรเจกต์นี้ คือคุณบอยเป็นคนทำงานศิลปะที่มีมุมมองไม่เหมือนใคร เขาชอบทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา เราชอบดูผลงานของเขา เลยตกลงมาทำงานนี้”

การเริ่มต้นออกแบบคาแรกเตอร์จึงเกิดขึ้น เริ่มจากทีมงานซีรีส์เล่าถึงสิ่งที่อยากได้ อยากให้ออกแบบหน้านิ่งให้เป็นเหมือนฮีโร่ด้านการดูแลจิตใจ ครูปานลองวาดคาแรกเตอร์หลาย ๆ แบบ แต่แบบที่ทุกคนชอบและปรากฏในซีรีส์เป็นแบบที่มีเค้าโครงจาก Cocoon ตัวหน้านิ่งจะสวมเสื้อฮู้ดเช่นเดียวกัน

“ลองสังเกตตาของหน้านิ่งนะ” ครูปานหยิบหน้านิ่งที่อยู่ในรูปแบบอาร์ตทอยให้เราดู “ใส่เส้นตรงกลางตาเข้าไป เพราะได้ไอเดียจากเส้นขอบฟ้าที่เห็นเวลาไปทะเล เราว่าเส้นนี้ให้ความรู้สึกสงบ เลยอยากเอามาใส่ในตาหน้านิ่ง”

นอกจากหน้านิ่งจะปรากฏในซีรีส์ ยังมีการขยายออกมาเป็นสติกเกอร์ไลน์ อาร์ตทอย และนิทรรศการ จัดแสดงที่ River City Bangkok ตั้งแต่ในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ทั้งหมดก็เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการมีใครสักคน แม้อาจจะฟังดูน่าเบื่อ แต่มันยังคงเป็นวิธีที่ช่วยดูแลจิตใจเราได้เสมอมา

“เราอยากให้คนดูลองกลับมาทบทวนว่า หน้านิ่งของเขาเป็นใคร เขาอาจจะเป็นคนที่เราไม่เคยสังเกตมาก่อนหรืออาจจะเป็นตัวเราเองก็ได้”

ครูปาน

หลังรู้ว่าครูปานเพิ่งฉลองวันเกิดปีที่ 47 ไป เราก็ไม่ลืมที่จะถามว่าชีวิตช่วงนี้ของเขาเป็นอย่างไร

“ยังรู้สึกสนุกกับชีวิตนะ จริง ๆ ก็สนุกทุกช่วงเลยล่ะ” เหตุผลที่ทำให้เขายังรู้สึกสนุกกับชีวิตนั่นเพราะครูปานยึดคำสอนแม่

“แม่สอนให้ใช้ชีวิตเป็นวัน ๆ แต่ไม่ใช่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ นะ หมายถึงให้ใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และไม่ต้องติดกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว”

คตินี้ทำให้ครูปานใช้ชีวิตโดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำให้มีความสุข สนุกกับการทำงานที่เจ้าตัวยังมีเป้าหมายอีกหลายอย่างที่อยากทำ หนึ่งในนั้นคือการเป็นครูสอนศิลปะ เจ้าตัวยังคงทำเสมอมาแม้ว่าจะไม่ได้สอนที่โรงเรียนศิลปะมหานาคแล้วก็ตาม

ลูกศิษย์ของครูปานมีหลากหลาย ตั้งแต่เด็กที่พ่อแม่ขอส่งลูกมาเรียนด้วย เพื่อน ๆ ในหลากหลายวงการ แฟนคลับ คนทั่วไป ซึ่งพวกเขาต่างมอบบทเรียนบางอย่างให้ ไม่ต่างจากที่ครูปานมอบให้พวกเขา

“ช่วงโควิด-19 ครูปานเคยเปิดสอนแบบออนไลน์ มีจัดงานประกวดให้คนส่งผลงานด้วย จนโควิดซาก็มีผู้ชายคนหนึ่งติดต่อมา เขาบอกว่าเป็นสามีของลูกศิษย์ อยากพาภรรยามาพบ” คำขอนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ครูปานจึงตกปากตกคำทันที และวันที่สามีภรรยาคู่นี้เดินทางมาพบ ภรรยาดีใจที่ได้พบครูและศิลปินที่ตัวเองชอบ ส่วนสามีก็มากระซิบบางอย่าง 

“เขาบอกว่า ครูปานรู้ไหม ครูทำให้ภรรยาผมหายเป็นโรคซึมเศร้านะ” คนฟังรู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยคิดว่าการสอนของตัวเองจะช่วยคนได้ขนาดนี้ สามีอธิบายว่าภรรยาของเขากลับมามีความสุขเพราะได้วาดรูป มันช่วยรักษาโรคซึมเศร้าที่มีได้ จนตอนนี้ก็พัฒนาเป็นอาชีพไปแล้ว

คำว่า ‘ครูศิลปะ’ ในความรู้สึกครูปานจึงไม่ใช่แค่คนสอนวาดภาพ แต่ต้องช่วยพาลูกศิษย์ไปค้นหาตัวตนเจอ และช่วยเหลือลูกศิษย์เท่าที่ทำได้

“เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า ทุกคนมีคุณสมบัติที่ทำให้เรารักได้เสมอ เพราะฉะนั้น จงรักคนทุกคน เพราะเขาอาจกำลังทำเพื่อใครสักคน เราไม่มีทางรู้ว่าแต่ละคนเผชิญอะไรมา”

เป้าหมายเส้นทางศิลปินของครูปานในวัย 47 ปียังคงอยู่ที่การทำให้คนเห็นงานตัวเองมากที่สุด ซึ่งคราวนี้ไม่ใช่แค่ในโลก แต่ขยายไปถึงนอกโลก “คนทำงานศิลปะย่อมอยากให้คนเห็นงานเยอะ ๆ อยากให้คนยอมรับในฐานะศิลปินเสมอ ตอนนี้ครูปานอยากเป็นศิลปินระดับนอกโลก อยากให้งานเราไปไกลที่สุด”

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล