ฤดูฝนเป็นช่วงที่นกเกิดอุบัติเหตุเยอะที่สุด
ข้อเท็จจริงที่เราเพิ่งรู้หลังพูดคุยกับ แพตตี้-เนตรนภา สุดตะไล และ แสตมป์-นวฉัตร เทียนสุวรรณ ตัวแทนแอดมินเพจ ‘นกหล่นบอกด้วย’ ที่ให้ความรู้และช่วยเหลือนกที่ประสบอุบัติเหตุในธรรมชาติ
หลายคนที่กดเข้ามาอ่านบทความนี้คงเคยเห็นร่างนกบนท้องถนน ทางเท้า หรือสนามหญ้าสักแห่ง สภาพของมันอาจย่ำแย่จนคนที่เห็นอดรู้สึกสงสารไม่ได้ บางคนเลือกที่จะเดินจากไป เพราะมองเป็นวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตที่มีเกิด แก่ เจ็บ และตาย
แต่ยังมีอีกหลายคนที่อยากช่วยนกบาดเจ็บเหล่านั้นแต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เราชวนตัวแทนจากเพจนกหล่นบอกด้วยมาพูดคุยในวันนี้ ถึงที่มาที่ไปของการสร้างกลุ่มและคำแนะนำถึงการช่วยเหลือนกที่ได้รับบาดเจ็บในเบื้องต้น
หลังอ่านบทความนี้จบ คุณจะรู้ว่าต่อไปจะช่วยนกที่น่าสงสารเหล่านั้นได้อย่างไร

เพราะช่วยจึงตกหลุมรัก
“ตอนนั้นเราไปเที่ยวที่หัวหินแล้วไปเจอลูกนกตัวหนึ่งนอนอยู่ที่พื้น มันน่าจะตกจากรัง สภาพแย่มาก เราเห็นแล้วสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เคยเลี้ยงแต่หมาแมว แต่ก็รู้สึกว่าทิ้งนกบาดเจ็บตัวนั้นไปไม่ได้ เราเลยพามันกลับมาดูแลที่กรุงเทพฯ
“เราอาศัยหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่าต้องดูแลนกยังไงและพาไปรักษาที่คลินิก จึงได้รู้ว่าไม่ใช่สัตวแพทย์ทุกคนที่จะรักษานกได้ แต่ต้องเป็นสัตว์แพทย์เฉพาะทาง” แพตตี้เล่าจุดเริ่มต้นจากความสงสารที่ทำให้รู้สึกว่าต้องช่วยชีวิตนกตัวนั้นให้ได้ กลายเป็นความพยายามดูแลจนนกหายดี ระหว่างที่ดูแลความผูกพันระหว่างคนกับนกก็เกิดขึ้น เธอจึงตัดสินรับเลี้ยงลูกนกตัวนั้นต่อ และสนใจอยากเลี้ยงนกตัวอื่น ๆ เพิ่มด้วย
เรื่องราวของแพตตี้คล้ายกับแสตมป์และแอดมินกลุ่มนกหล่นบอกด้วยคนอื่น ๆ พวกเขาต่างตกหลุมรักนกเพราะเคยมีโอกาสช่วยมันมาก่อน การดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยเปิดโลกและทำให้พวกเขารู้จักสิ่งมีชีวิตชนิดนี้มากขึ้น

“เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านกก็มีความรู้สึกและโต้ตอบเราได้ เมื่อก่อนมองนกว่าเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ บินอยู่บนฟ้า ดูห่างไกลกับเรามาก ๆ จนมีได้เลี้ยง ความคิดถึงเปลี่ยนไป นกเลียนแบบพฤติกรรมเจ้าของได้ และต้องการความรักไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น” นี่คือความพิเศษของนกที่แพตตี้สัมผัสได้ บวกกับความอิ่นใจที่ได้ช่วยเหลือพวกมัน เธอจึงพยายามสื่อสารกับคนรอบตัวว่า ใคร ๆ ช่วยนกที่บาดเจ็บได้เช่นกัน
แต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว นกยังไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมเท่าหมาแมว กลุ่มคนเลี้ยงนกยังเป็นกลุ่มเฉพาะ ข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงหรือการช่วยเหลือนกที่ได้รับบาดเจ็บจึงมีไม่มากนัก เป็นเหตุผลให้ จ๋า-ทิพย์ปัญญา ทิพย์จันทา ตัดสินใจสร้างกลุ่มนกหล่นบอกด้วยขึ้นมาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและให้ข้อมูลสำหรับคนที่สนใจเลี้ยงและช่วยเหลือนกที่บาดเจ็บในธรรมชาติ
จ๋าชักชวนแพตตี้และสมาชิกคนอื่น ๆ มาร่วมทำกลุ่มด้วยกัน พวกเขารู้จักกันเพราะเคยแลกเปลี่ยนวิธีช่วยเหลือนกบาดเจ็บให้กันมาก่อน จ๋าถึงได้เห็นว่ายังมีอีกหลายคนที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน คืออยากช่วยเหลือเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กนี้

How to ช่วยนกบาดเจ็บเบื้องต้น
นอกจากจ๋าที่เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม แพตตี้และแสตมป์ ทีมแอดมินกลุ่มนกหล่นบอกด้วยยังมีสมาชิกอีก 3 คน คือ ตูน-ทิพากร พจนวรพงษ์, บี-พรปรียา โรจน์จิตติรัตน์ และ แอน-ภัทรกร ธนพิพัฒน์ พวกเขาต่างพยายามหาเวลาว่างจากงานประจำมาช่วยกันทำหน้าที่แอดมิน ตอบแชตคนที่ส่งคำถามเข้ามา ไปจนถึงตามหาบ้านให้ลูกนกกำพร้าหรือนกพิการ
“เคสที่เข้ามาถามบ่อย ๆ คือนกเขา นกพิราบ นกกระจอก นกกาเหว่า นกเอี้ยง และนกปรอด” แสตมป์ยกตัวอย่างสายพันธุ์นกที่มีคนสอบถามวิธีช่วยเหลือเข้ามามาก ความหลากหลายของสายพันธุ์ทำให้เราหูผึ่งว่า สภาพแวดล้อมกรุงเทพฯ ในปัจจุบันยังทำให้มีสายพันธุ์นกมากมายขนาดนี้เลยเหรอ ก่อนที่แพตตี้จะเสริมต่อว่า ตอนนี้กรุงเทพฯ ยังมีนกหลายสายพันธุ์ แต่บางสายพันธุ์อาจลดจำนวนลง ส่วนหนึ่งเพราะการเติบโตของเมือง ซึ่งรุกล้ำพื้นที่อยู่อาศัยของนกบางสายพันธุ์
วิธีทำงานของกลุ่มนกหล่นบอกด้วยจะเน้นการให้ข้อมูลความรู้เป็นหลัก มีทั้งโพสต์ลงในกลุ่มและตอบคำถามคนที่ส่งเข้ามา ส่วนใหญ่มักถามถึงวิธีช่วยนกบาดเจ็บ เช่น มีนกวิ่งชนกระจกต้องช่วยอย่างไร หรือพบลูกนกตกจากรังต้องช่วยอย่างไร
ซึ่งถ้าคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้ทักมาหากลุ่มนกหล่นบอกด้วยเพื่อขอคำแนะนำและวิธีช่วยเหลือนกได้ แต่ทั้ง 2 คนก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ด้วยภารกิจจากงานประจำ แอดมินจึงอาจไม่ได้ตอบข้อความได้ทันท่วงที แต่เราขอวิธีช่วยเหลือนกในขั้นต้นมาฝากแล้ว
การช่วยเหลือนกแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกคือนกตกจากรังและนกที่ได้รับบาดเจ็บ กลุ่มนกตกจากรังส่วนมากมักเป็นลูกนกที่อาจเกิดอุบัติเหตุจนพลัดตกจากรัง วิธีช่วยเบื้องต้นแสตมป์อธิบายว่า ต้องดูสายพันธุ์และวัยของนกก่อน ถ้าเป็นลูกนกแรกเกิด (สังเกตได้จากตัวเล็กและผิวหนังยังไม่มีขนปกคลุมมากนัก) ให้สำรวจจุดที่นกหล่นว่ามีรังอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่ ถ้าเจอก็หยิบกลับไปไว้ที่รังตามเดิม หรือถ้าไม่มีรังก็สร้างรังเทียมไปแขวนไว้จุดที่นกหล่นให้พ่อแม่มันมารับกลับไป ซึ่งรังเทียมนั้นสร้างด้วยอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่แขวนได้และมีช่องให้พ่อแม่คาบลูกนกได้
“บางคนเข้าใจว่า ถ้าไปจับลูกนกแล้วกลิ่นตัวเราจะติด แม่มันจะทิ้งลูก ในความเป็นจริงเราจับนกได้นะ หรือลูกนกบางตัวอาจจะอ่อนแรง ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด เราก็พาเขามาดูแลได้ แล้วค่อยเอาใส่รังไปคืนพ่อแม่โดยไม่ต้องกลัวว่าพ่อแม่จะทิ้ง” แพตตี้ยกเรื่องที่คนมักกลัวในการช่วยลูกนกขึ้นมา


แสตมป์บอกว่า สาเหตุที่จะทำให้พ่อแม่ทิ้งลูกนกมีหลากหลาย เช่น พิการหรือป่วยหนัก ซึ่งลูกนกอยู่ในวัยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากแขวนให้พ่อแม่มารับ เราจำเป็นต้องเฝ้าสังเกต ถ้าพ่อแม่ยังไม่มารับ ต้องนำลูกนกไปดูแลก่อน แล้วค่อยกลับมาแขวนใหม่เพื่อรอพ่อแม่มันต่อไป ซึ่งวิธีดูแลลูกนกแสตมป์บอกว่าคล้ายกับการดูแลสัตว์ทั่วไป ให้เตรียมรังเทียมเป็นสถานที่อยู่อาศัย จะใช้กล่อง ตระกร้า หรือวัสดุอะไรก็ได้ที่มีลักษณะคล้ายรังนก และป้อนอาหารที่เหมาะสมกับนกชนิดนั้น ๆ
“อีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิด คือให้ลูกนกหรือนกโตเต็มวัยกินนม จริง ๆ แล้วนกกินนมไม่ได้ เพราะมันย่อยโปรตีนในนมไม่ได้” เรื่องอาหารการกินของนกเป็นเรื่องที่แสตมป์ให้ความสำคัญ เพราะยังมีหลายคนที่เข้าใจผิดให้ลูกนกกินนมหรืออาหารสำหรับเด็ก แสตมป์เน้นย้ำว่าการจะช่วยนกไม่ว่าวัยไหนจำเป็นต้องรู้สายพันธุ์ จะได้ดูแลพวกมันอย่างถูกต้อง ซึ่งตรวจสอบสายพันธุ์ได้จากการค้นหารูปในอินเทอร์เน็ตแล้วเทียบกับตัวจริง หรือถ่ายรูปแล้วส่งมาสอบถามกับนกหล่นบอกด้วยก็ได้
ลูกนกบางตัวถูกพ่อแม่ทิ้งจนกลายเป็นกำพร้า จึงอาจตกเป็นหน้าที่ของคนที่จะต้องเลี้ยงจนพวกมันโตพอจะออกไปใช้ชีวิต แต่บางคนก็อาจไม่มีเวลาหรือความพร้อมที่จะทำสิ่งนั้น กลุ่มนกหล่นบอกด้วยจึงเป็นพื้นที่ตามหาคนที่ยินดีรับนกกำพร้าเหล่านั้นไปดูแลต่อแทน
หลังจากที่นกโตเต็มวัย คนที่ดูแลเลือกได้ว่าจะเลี้ยงต่อหรือปล่อยกลับธรรมชาติ แพตตี้บอกว่า ถ้าเลือกอย่างหลัง ก่อนปล่อยต้องเตรียมนกให้พร้อมใช้ชีวิตด้วยตัวเอง โดยต้องสอนให้หาอาหารกินเองได้ เพราะมันอาจคุ้นชินกับการที่มีคนหาอาหารมาป้อนให้ไปแล้ว วิธีการคือให้มันลองหาอาหารเอง ถ้าทำได้ก็แสดงว่าถึงเวลาที่จะปล่อยเขาสู่โลกกว้าง
ส่วนการช่วยเหลือนกที่ได้รับบาดเจ็บ แสตมป์บอกว่าคล้ายกันช่วยเหลือลูกนก คือต้องรู้วัยและสายพันธุ์ พร้อมกับตรวจสอบอาการบาดเจ็บและพาไปให้สัตวแพทย์เฉพาะทางรักษา บางคนอาจเจอนกบาดเจ็บในพื้นที่ห่างไกลจนไม่แน่ใจว่าควรไปคลินิกไหน ส่งพิกัดมาให้กลุ่มนกหล่นบอกด้วยได้ พวกเขายินดีช่วยตามหาจนกว่านกบาดเจ็บตัวนั้นจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง


ทุกคนช่วยนกได้
“นกหล่นบอกด้วยอาจไม่ใช่กลุ่มใหญ่ ไม่ได้ทำเรื่องยิ่งใหญ่ แต่ที่แน่ ๆ การมีอยู่ของเราทำให้นกตัวหนึ่งมีโอกาสรอดชีวิต” ในความรู้สึกของแสตมป์ การมีอยู่ของกลุ่มนกหล่นบอกด้วยช่วยเปลี่ยนแปลงความคิดของบางคน และให้ข้อมูลที่ทำให้เขาช่วยเหลืออีกชีวิตไว้ได้ เป็นแรงใจให้ทีมแอดมินและสมาชิกกลุ่มอีก 40,000 กว่าคนที่ช่วยกันตอบคำถามเรื่องนกกันอย่างแข็งขัน ด้วยความตั้งใจเดียวกัน นั่นคืออยากช่วยเหลือนกให้มากที่สุด
ตอนนี้ไม่ได้มีแค่กลุ่มนกหล่นบอกด้วยที่ให้การช่วยเหลือนกบาดเจ็บ ยังมีกลุ่มอื่น ๆ อีกมากมาย แพตตี้บอกว่านี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ จะไม่ถูกมองข้ามและได้รับการช่วยเหลือให้มีโอกาสรอดชีวิตต่อไป
“ถ้าเป็น 10 ปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าเราช่วยนกได้เหรอ นกจะเป็นอะไรก็ปล่อยมันไปเถอะ แต่ตอนนี้หลายคนเปลี่ยนทัศนคติแล้ว คนไม่รีรอที่จะช่วยนกบาดเจ็บอีกแล้ว
“นกเป็นสัตว์ตัวเล็กก็จริง แต่มันก็มีหัวใจไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อาจจะเป็นหัวใจดวงเล็ก ๆ แต่ก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน” แพตตี้ทิ้งท้าย

ติดตามและร่วมเป็นคนช่วยนกได้ที่ Facebook : นกหล่นบอกด้วย
