It all began with a cup of coffee.
13 ปีที่แล้ว แทบไม่มีร้านไหนในกรุงเทพฯ ขายกาแฟพิเศษ
2 เดือนแรกที่เปิดร้าน ‘Ceresia Coffe Roasters’ เบรทท์-การิน อัศวเรืองชัย และ Lucia Aguilar (ภรรยา) ต้องผลัดกันไปยืนเรียกลูกค้าที่หน้าปากซอยสุขุมวิท 33/1 คอยแจกกาแฟตัวอย่างให้ดื่มฟรี และอธิบายโดยละเอียดว่าเป็นเมล็ดสายพันธุ์ใด กรรมวิธีใด
“ช่วงแรกมีคนบอกตลอดว่ากาแฟเราเสีย เพราะมนุษย์ทำทุกอย่างด้วยความเคยชิน เราดื่มแบบนี้ เราก็ชินกับแบบนี้ ทำให้ผมต้องสื่อสารเยอะมากว่าทําไมกาแฟผมไม่ขม
“โลกของกาแฟไม่ได้เข้าใจยากนะครับ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะคิดเหมือนกัน ผมพูดทุกวันเลย แต่นั่นคือจุดประสงค์ของเรา”
เริ่มต้นทำกันเองเป็นธุรกิจครอบครัวเพราะลูกค้าน้อยมาก กว่าจะจ้างพนักงานคนแรกก็เกือบ 2 ปี และกว่าลูกค้าจะเดินเข้าร้านมาสั่งกาแฟแบบ Fully Washed เป็นก็ปาเข้าปีที่ 5 ไปแล้ว
“ทุกวันนี้ผมแทบไม่ต้องอธิบายแล้วครับ เพราะทุกคนมีความรู้ ผู้บริโภคในตลาดเริ่มเข้าใจว่าทำไมกาแฟถึงมีรสชาติผลไม้ การเสิร์ฟกาแฟหลายรสชาติในตอนนั้นจึงเหมือนการสร้างความรู้ให้กับผู้บริโภค”

Small House, Big Dream
จากร้านกาแฟขนาดกะทัดรัด อาศัยอยู่อย่างถ่อมตัวในละแวกเดียวกับ UFM Fuji Super
13 ปีผ่านไป เรามายืนอยู่หน้าบ้านหลังใหม่ของ Ceresia Coffee Roasters ที่ซอยสุขุมวิท 41
โดยมีบาริสต้าหล่อบอกต่อด้วยอย่างเบรทท์ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวเองมาก เพราะเบรทท์เรียกชาว The Cloud ที่ (เคย) อาศัยอยู่ที่สุขุมวิท 49 ว่าเพื่อนบ้านอยู่แล้ว
ด้วย UFM Fuji Super ปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ เบรทท์จึงต้องเสาะหาทำเลเปิดร้านใหม่เช่นกัน ถึงขนาดตั้งต้นเดินหาทำเลทองตั้งแต่ย่านอ่อนนุช แต่เขาก็ปฏิญาณกับตัวเองว่าต้องอยู่ในละแวกเดิมให้ได้ เพราะฐานลูกค้าเดิมอยู่ที่นี่ ก่อนมาเจอทำเลฟ้าประทานตรงนี้ และพบว่าเจ้าของกำลังจะเซ็นสัญญาให้อีกเจ้าหนึ่งเช่าในอีกไม่กี่วัน
จริงอยู่ที่เบรทท์เป็นหนุ่มลูกครึ่ง แต่เขาก็เชื่อว่าบ้านมันเลือกคนเช่า
เพราะเพียง 3 – 4 วันหลังจากทำความรู้จักกับเจ้าของ กลับมีเหตุให้เจ้านั้นตัดสินใจไม่เซ็น ทำให้บ้านหลังนี้ตกมาอยู่ในมือของเขา!


Ceresia Coffee Roasters โฉมใหม่จึงกว้างขวาง สบายตา สมบูรณ์พร้อมโดยที่เบรทท์ไม่ต้องทาสีบ้านใหม่ มีมุมให้เรานั่งพูดคุยกันสบาย ๆ โอบล้อมด้วยต้นไม้ และมีแดดส่องมากพอให้มองเห็นแววตาของอดีตวีเจที่ผันตัวมาเป็นบาริสต้ามือฉมัง
ใช่แล้ว หลายคนคงคุ้นหูคุ้นตากับวีเจเบรทท์แห่งช่อง Channel [V] Thailand แต่ทำอยู่ราว ๆ 2 ปี เขาก็ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเพื่อค้นหาตัวเองเหมือนวัยรุ่นทั่วไป
แต่ที่ไม่ทั่วไปคือเบรทท์เรียนจบปริญญาโท 2 ใบด้านบริหารธุรกิจและการศึกษา การเรียนทำให้เขารู้ตัวว่าเป็นคนชอบถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น จึงเป็นครูสอนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานให้กับนักเรียนไทยช่วงซัมเมอร์ด้วย
ที่นั่นยังทำให้เขาตกหลุมรักกาแฟ เพราะเป็นยุคที่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของคนอังกฤษเฟื่องฟูมาก เขาสวมบทเป็น Cafe Hopper ทั่วเมืองผู้ดี ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีความชอบและเอกลักษณ์แตกต่างกัน ยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้จัก ยิ่งรู้จักก็ยิ่งหลงใหล จนอยากเป็นเจ้าของกิจการขึ้นมา


“ธุรกิจกาแฟเป็นธุรกิจที่สวยงามเมื่อเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ ตั้งแต่การเลือกเมล็ด การคั่ว การบด การชง หรือการเสิร์ฟ ทุกอย่างล้วนมีรายละเอียด และเป็นพื้นที่ที่รวบรวมคนที่รักในรายละเอียดเหล่านั้นไว้ด้วยกัน”
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังได้พบกับภรรยาชาวเวเนซุเอลา ซึ่งครอบครัวประกอบธุรกิจฟาร์มกาแฟ ช่วยส่งเสริมกันและกันให้ทั้งคู่ตัดสินใจเปิดร้านกาแฟที่กรุงเทพฯ ได้ไม่ยาก พร้อมเปิดโรงคั่วขนาดเล็ก และนำเข้าเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ดีด้วยตัวเอง แม้สังคมกาแฟไทย ณ วันนั้นจะไม่รู้จักคำว่า Specialty Coffee เลยก็ตาม
“ผมชอบงานบริการ อยากต้อนรับลูกค้าด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส อยากอธิบายเกี่ยวกับกาแฟที่เรามี ผมอยากเป็นร้านที่เปิดโลกของกาแฟให้กับคนกรุงเทพฯ”
หากคุณเป็นลูกค้าประจำ คงรู้ว่าเบรทท์ทำฝันของตัวเองเป็นจริงสำเร็จ แม้ใช้เวลายาวนานหลายปี แต่ Ceresia Coffee Roasters ก็เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ขวัญใจชาวสุขุมวิทที่ไม่เคยว่างเว้นเลยสักวัน
เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ที่รวบรวมคอกาแฟจากทั่วโลก หลากหลายมากกว่าสายพันธุ์กาแฟที่เขาคัดสรรเข้าร้านเสียอีก


Coffee To Go
เบรทท์ตั้งใจให้ร้านของเขามีเครื่องคั่วกาแฟตั้งอยู่กลางร้าน คั่วกันให้เห็นประหนึ่งร้านอาหารแบบ Open Kitchen เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าใจด้วยตาตัวเองว่า กว่าจะเป็นกาแฟพิเศษมีกระบวนการสุดพิเศษอย่างไร

สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากคือกาแฟทุกแก้วของที่นี่เสิร์ฟพร้อมป้ายชื่อระบุสายพันธุ์ เพราะมีโซนจำหน่ายกาแฟแบบแบ่งขาย บรรจุใส่กล่อง 5 – 6 สายพันธุ์หมุนเวียนกันไป สัมผัสและดมกลิ่นได้ ลูกค้าเลือกซื้อได้ตั้งแต่ 50 กรัมไปจนถึง 1 กิโลกกรัม ไม่จำกัดจำนวน ด้วยความตั้งใจให้ลูกค้าเข้าถึงกาแฟได้หลากหลายมากที่สุด และเลือกตัวที่ใช่ที่สุดติดกระเป๋ากลับบ้าน โดยมีตัวอย่างกาแฟประจำวันให้กดดื่มฟรี ๆ จากกาน้ำร้อน
คุยกันมาเนิ่นนาน คำถามที่ไม่รู้ไม่ได้คือกาแฟแบบไหนที่เบรทท์นิยมเลือกเข้าร้าน หนุ่มตรงหน้าเฉลยข้อสอบแบบที่ไม่ทิ้งห่างจากบุคลิกภาพของเขามากนัก


“ผมชอบกาแฟคลีนครับ” เบรทท์ตอบ “แต่ไม่ใช่คลีนอย่างเดียว ต้องมีคาแรกเตอร์ของตัวเองชัดเจน ไม่คั่วอ่อนหรือเข้มจนเกินไป แต่กลมกล่อม ซับซ้อน ดื่มเข้าไปแล้วรสชาติยังกรุ่นอยู่ในปาก”
ปัจจุบันเบรทท์จำหน่ายกาแฟสายพันธุ์ Fazenda Río Verde จากบราซิล โดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลต เฮเซลนัต และน้ำตาล ให้รสสัมผัสนุ่มนวล เต็มปากเต็มคำ เหมาะกับคนไม่ชอบดื่มกาแฟรสเปรี้ยว
สายพันธุ์ Esperanza จากคอสตาริกา เป็นกาแฟที่มีความนุ่มนวลและความฉ่ำในตัวเดียว เพราะมีรสคาราเมลเข้มข้นเป็นฐาน เสริมด้วยกลิ่นลิ้นจี่เบา ๆ ดอกไม้อ่อน ๆ ซ่อนความสดชื่นมีชีวิตชีวา ได้รสเปรี้ยวบาง ๆ แต่ติดลิ้นยาวนาน
สายพันธุ์ Chanjul Coffee จากเม็กซิโก มอบรสชาตินุ่มนวลและหวานละมุน จากช็อกโกแลตและคาราเมล สอดแทรกความสดชื่นขององุ่นเขียวกับกลิ่นหอมของกระวาน ทำให้มีความเปรี้ยวในระดับพอดี

สายพันธุ์ Inzá จากโคลอมเบีย เหมาะอย่างยิ่งกับคนชอบดื่มกาแฟโทนผลไม้ เพราะได้รสฉ่ำหวานเต็ม ๆ จากสตรอว์เบอร์รี กีวี และน้ำตาลทรายแดง แม้ไม่นุ่มแน่นเท่าตัวอื่น แต่ก็ดื่มแล้วตัวเบาหวิว ถูกอกถูกใจมาก
ส่วน Ceresia Espresso Blend เป็นการผสมผสานระหว่างบราซิลและเปรู โดยเมล็ดกาแฟจากบราซิลมอบรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลต เฮเซลนัต และน้ำตาล ส่วนเมล็ดจากเปรูมอบรสชาติลูกพรุนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ จึงออกมาเป็นกาแฟเอสเปรสโซ่ที่มีความซับซ้อน เข้มข้น แต่ยังกลมกล่อม
ทั้งหมดนี้เบรทท์ได้มาจากซัปพลายเออร์เล็ก ๆ ที่ทำงานร่วมกันมา 13 ปีตั้งแต่ร้านเปิด มิตรภาพอันแน่นแฟ้นจึงรับประกันได้ว่า Ceresia Coffee Roasters มักได้สายพันธุ์ดีที่สุดก่อนใครเสมอ

Big House, Full Heart
อีกอย่างที่ทำให้ Ceresia Coffee Roasters เป็นร้านกาแฟที่ไม่มีใครเหมือน คือที่นี่มีเหยือกน้ำประจำทุกโต๊ะ
ไม่ใช่แค่อยากให้ลูกค้าดื่มน้ำฟรี แต่การได้ดื่มน้ำเย็น ๆ ระหว่างรอกาแฟก็ทำเอาบางคนเผลอลืมไปเลยว่ากำลังรอกาแฟอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์ที่เบรทท์ตั้งใจ เพราะเขาให้ความสำคัญกับงานบริการมากกว่ารสชาติของเครื่องดื่ม นั่นทำให้บ้านหลังใหม่ของเขาเปิดประตูต้อนรับลูกค้าเก่าเกินกว่าครึ่ง
ยืนยันอีกเสียงว่าทีมงาน Ceresia Coffee Roasters ใส่ใจลูกค้าตั้งแต่เดินเข้ามา พวกเขาต้อนรับ เสิร์ฟ ให้คำแนะนำเรื่องกาแฟที่ดูยากให้เข้าใจง่าย และให้ความเป็นส่วนตัวดีมาก
เบรทท์บอกเราว่าพนักงานทุกคนทำทุกอย่างเป็นหมด ไม่ว่าเจ้าของร้านจะยืนอยู่หลังบาร์หรือไม่ กาแฟก็ให้รสชาติเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน เพราะทุกคนมีใจรักในสิ่งที่ทำ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่กาแฟเท่านั้น แต่รวมถึงการทำธุรกิจร้านกาแฟเพื่อมอบความรู้ให้กับนักดื่มหน้าใหม่
เรามาเยือนในตอนที่บ้านใหม่ของพวกเขากำลังจะครบรอบ 2 เดือน ความพิเศษที่รอพวกคุณอยู่ข้างหน้าคือ Ceresia Coffee Roasters จะเริ่มเสิร์ฟอาหารมื้อเบา ๆ ให้พออิ่ม เมนูไม่เยอะมาก แต่ก็มีครบทั้งอาหารคาว-หวาน
วันนี้เรามีโอกาสชิมฝีมือเจ้าบ้านกับเมนู Pan Con Tomate ขนมปัง Sourdough กรอบ ๆ เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศสด กระเทียมสับ ราดด้วยน้ำมันมะกอกหอม ๆ และ Tuna Toast เนื้อทูน่าหอมกลิ่นรมควัน ผสมผสานรสเข้มข้นของมัสตาร์ดดิฌง เคเปอร์ และน้ำมันมะกอก กินคู่กับกาแฟร้อน ๆ มีความสุขจนยอมตากฝนกลับบ้านยังได้ หลังจากนี้ใครไปแล้วเจอเมนูไหนเด็ด ๆ ก็มากระซิบบอกกันบ้างนะ


อ้อ เห็นว่าเร็ว ๆ นี้จะมีเวิร์กช็อปสนุก ๆ ให้เข้าร่วมด้วย เพราะบ้านหลังใหม่ใหญ่พอจะรองรับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากเพื่อนใหม่อีกเพียบ ทั้งเวิร์กช็อปทำอาหารเกาหลี จัดดอกไม้แบบอิเคบานะ ไปจนถึงศิลปะการพับและห่อกระดาษแบบญี่ปุ่น แค่จินตนาการว่าโต๊ะตัวใหญ่ข้างหน้าจะมีกระดาษวางเรียงรายก็น่าตื่นเต้นแล้ว
ถึงบ้านหลังใหม่นี้จะใหญ่กว่าเดิม แต่ความอบอุ่นยังไม่หายไปไหน แถมยังสนุกขึ้นเป็นเท่าตัว มีพื้นที่ให้ทำในสิ่งที่รัก รายล้อมด้วยคนที่รักในสิ่งเดียวกัน แค่นี้ก็คงเพียงพอแล้วล่ะมั้ง สำหรับคนที่ไม่ได้ฝันอยากมีชื่อเสียงอย่างเบรทท์
“ผมชอบอยู่ตรงนี้ครับ” เขาพูดเสียงเรียบ “ผมอยากให้ลูกค้าเข้ามาแล้วดีใจที่เจอเรา มันสําคัญกว่าการเปิดร้าน 10 สาขาแต่ไม่เคยอยู่ร้านเลย ยังไงผมก็อยากทําเองครับ” เจ้าของร้านที่ยังคงยืนอยู่หลังบาร์และต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มมานานถึง 13 ปีกล่าวทิ้งท้าย
ป.ล. เบรทท์บอกว่าตลอด 13 ปี เขาปฏิเสธข้อเสนอการขยายสาขาไปมากมาย แต่คราวนี้มีข้อเสนอหยิบยื่นมาใหม่ เจ้าของตึกสาขาเก่าอยากให้เขากลับไปเช่าอีกครั้งเมื่อสร้างเสร็จแล้ว เบรทท์ตอบตกลงล่วงหน้าแบบไม่คิด และคงมี Ceresia Coffee Roaster สาขา 2 (เจ้าเก่า) ให้อ่านแล้วงงเล่น ๆ แบบร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน

