15 พฤษภาคม 2025
4 K

เราฝ่าการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ จนถึงที่หมาย แล้วต่อสายไปยังสตูดิโอแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี

กอล์ฟ-สราวุฒิ ปานหนู มาอยู่ในจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เบื้องหน้า เรารีบขอโทษขอโพยเขาเป็นการใหญ่เพราะโทรไปสายถึง 45 นาที

“สบาย ๆ ครับ ผมมีเวลา” เสียงปลายสายบอก ออร่าความสบายทะลุออกมานอกจอ ขัดกับผลงานศิลปะของเขาอย่างสิ้นเชิง ใครจะไปรู้ว่าคนสร้างงานศิลปะจิตรกรรมไทยสุดป๊อป จะไม่ใช่ทั้งคนมาดนิ่งขรึมหรือลุคแสบซี้ด แต่กลับเป็นพ่อหนุ่มคนนี้

เรารู้จักเขาครั้งแรกจากเวที TOTY Music Awards 2022 เมื่อรางวัลปกอัลบัมยอดเยี่ยมประกาศชื่อ The Greng Jai Piece ของ ภูมิ วิภูริศ แล้วกอล์ฟคนนี้นี่แหละเดินขึ้นไปรับรางวัล หลังจากนั้นก็ได้เห็นผลงานของเขาอีกจากรูปอินโทรทุกตอนของซีรีส์ สาธุ ใน Netflix

ล่าสุดเขากำลังจัดนิทรรศการร่วมกับศิลปินไทยอีก 7 ท่าน ในชื่อ ‘Timeless Thai’ จัดแสดงที่ 10 10 Art Space ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ว่าแต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ศิลปินที่ชื่อ สราวุฒิ ปานหนู นำ ‘จิตรกรรมไทย’ กับ ‘ความป๊อป’ มาอยู่บนเฟรมเดียวกันได้อยู่ตรงไหน คงต้องเริ่มย้อนกันไกลหน่อย

ขอแค่ได้วาดรูป

กอล์ฟตกหลุมรักการวาดรูปเพราะชอบอ่านการ์ตูนเหมือนใครหลายคน พอชอบแล้วก็อยากลองวาดบ้าง เด็กชายกอล์ฟจึงมี นารูโตะ โดราเอมอน วันพีซ เป็นแบบฝึกหัดกล้ามเนื้อมือให้เคยชินกับดินสอมาตั้งแต่เด็ก

กอล์ฟเป็นเด็กลพบุรี เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ตอนอยู่ชั้นประถม พอขึ้นมัธยมปลายเขาก็กลับมาเรียนที่ลพบุรีอีกครั้ง หลังได้เห็นแผ่นพับของวิทยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรีแนะนำว่ามีแผนกวิจิตรศิลป์กับสถาปัตยกรรม เขาขอพ่อแม่เลือกเรียนแผนกวิจิตรศิลป์ เพราะน่าจะได้วาดรูปเยอะ

พอเข้าไปเรียน กอล์ฟพบว่าการเรียนศิลปะตามหลักสูตรตอนนั้นต้องวาดให้เหมือน คนต้องเหมือนคน ต้นไม้ต้องเหมือนต้นไม้ แต่กลับไม่มีการวาดการ์ตูนที่ชอบอยู่เลย แต่ถึงอย่างนั้นเขายังมีความสุขมากอยู่ดี

“ได้ตื่นมาแล้ววาดรูปทุกวัน ได้เจอเพื่อนที่วาดรูปด้วยกัน ตอนนั้นแค่ได้วาดรูปเราก็มีความสุขแล้ว” เขาเล่า

เรียนมาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงเวลาฝึกงาน ที่ต่างจังหวัดไม่มีบริษัทเกี่ยวกับศิลปะให้เลือกไปฝึกงานได้มากมาย มีแต่พวกร้านทำป้ายไวนิล ร้านสกรีนเสื้อ แต่ไม่รู้เป็นเพราะโชคชะตาหรืออะไร กอล์ฟบังเอิญมีรุ่นพี่ที่เขียนผนังโบสถ์วัดกำลังตามหาคนไปช่วยเขียนด้วยกัน เขาเห็นว่าน่าทำดีเลยตอบรับคำชวน

ผนังโบสถ์ตอนนั้นก็ไม่ได้เขียนด้วยวิธีโบร่ำโบราณ แต่เริ่มใช้เทคนิคการวาดแบบสมัยใหม่เข้ามาด้วย ทั้งเรื่องแสงเงา มิติของภาพ แต่ถึงจะไม่ใช่งานวิจิตรโบราณ แต่มันจุดประกายความสนใจศิลปะไทยในตัวกอล์ฟ

“ให้เด็กไปทำอะไรที่ใหญ่กว่าตัว เด็กมันก็อินเนอะ” กอล์ฟสารภาพ เขาเริ่มเข้าร้านหนังสือในจังหวัดเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับจิตรกรรมไทยมาอ่าน ฝึกวาดเอง เขียนเองที่บ้าน ขลุกอยู่กับเพื่อนที่ชอบจิตรกรรมไทยเหมือนกัน แล้วก็ครูพักลักจำวิธีการต่าง ๆ ของรุ่นพี่ที่วาดผนังโบสถ์มาใช้

เมื่อเรียนจบชั้น ปวช. ความชอบในจิตรกรรมไทยของกอล์ฟยังไม่หมดไป เขาจึงเข้าเรียนต่อที่สาขาจิตรกรรมไทย วิทยาลัยเพาะช่าง

เกือบ 10 ปีในการเรียนจิตรกรรมไทย ความชินมือและวิชาในวิทยาลัยเพาะช่างทำให้ลายเส้นไทย ๆ เข้าไปฝังอยู่ในดีเอ็นเอของกอล์ฟ แบบที่ไม่ว่าเขาจะวาดอะไรก็ออกมาเหมือนภาพบนกำแพงวัดไปเสียหมด

“จะวาดต้นไม้ให้เหมือนจริง มันก็ยังมีความไทยอยู่เลย เราไม่ได้ตั้งใจหรืออยากวาดงานให้ออกมาดูไทย ๆ นะ บางทีแค่อยากวาดหมา วาดแมว หรือวาดอะไรทั่ว ๆ ไป แต่วาดยังไงก็ออกมาเป็นไทย จนรู้ตัวลายเซ็นของเราคงเป็นแบบนี้”

เทวดา-ธรรมดา

หลังเรียนจบ กอล์ฟยังคงรับเขียนงานไทย ๆ หลากหลายรูปแบบอยู่ช่วงหนึ่ง รวมถึงรับทำงานบูรณะภาพจิตรกรรมตามความถนัดเดิมของเขา

กิจวัตรของเขาในช่วงนั้นคือตอนกลางวันออกไปทำงานวาดรูปหาเงิน ส่วนตอนกลางคืนกลับมาวาดรูป ค้นหาตัวเอง ทำแบบนี้อยู่ประมาณ 2 ปี จนได้งานประจำที่ลพบุรี เขาจึงกลับบ้านมาทำงานเป็นนักออกแบบเครื่องประดับลายไทยให้ร้านเครื่องประดับแห่งหนึ่งในจังหวัด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาตัวเองไม่เจอ

“ตอนนั้นเราขอเงินเดือนไม่เยอะ แต่ขอทำงานแค่ครึ่งวัน เพื่อที่จะได้ใช้เวลาอีกครึ่งวันมาทำงานของตัวเอง” กอล์ฟเล่า

เขาทำแบบนี้อยู่พักหนึ่งจนได้คอลเลกชันภาพชุดแรกออกมา เขามองไปที่ภาพชุดนั้นแล้วก็คิดได้ว่า ‘ทำไมเข้าใจยากจัง’

เพราะภาพชุดนั้นยังคงเล่าถึงเทวดา การกำเนิดโลก และพุทธประวัติ ซึ่งไม่ใช่หัวข้อที่คนทั่วไปพูดถึงกันในชีวิตประจำวันอีกต่อไปแล้ว

“เพื่อนสนิทมาดูก็บอกว่า กอล์ฟ โคตรปลอมเลยว่ะ” และเขาก็ยอมรับความคิดเห็นนั้นแต่โดยดี

หลังจากนั้น กอล์ฟค้นพบว่าตัวเองไม่ได้เชื่อในเทวดา ศาสนา หรือศิลปะชั้นสูงมากขนาดนั้น นั่นจึงอาจจะเป็นเหตุผลที่เขาวาดสิ่งเหล่านั้นออกมาไม่ได้งามหมดจด

“ผมวาดเทวดาแล้วดูเป็นคนธรรมดา ผมเลยหยุดภาพชุดนั้นไว้ก่อน หยุดการวาดดอกบัว หยุดการวาดเทวดา”

แต่แล้วจู่ ๆ ระหว่างที่กอล์ฟยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนต่อ มีรุ่นพี่มาชวนให้ไปลองวาดโปสเตอร์คอนเสิร์ตให้วง H 3 F แล้วเขาก็รับคำไปอย่างงั้น

“เรารับทำเพราะว่าง และคิดว่าโปสเตอร์คอนเสิร์ตคงไม่ต้องวาดเทวดาลงไป แต่วาดนักดนตรีกับคนดู แล้วก็ใส่สีให้ป๊อป ๆ หน่อย”

วาด… วาด… วาด

“เฮ้ย สนุก!” กอล์ฟมองย้อนไปถึงตอนเป็นเด็กชายที่ชอบวาดการ์ตูน แล้ววาดออกมาเป็นโปสเตอร์คอนเสิร์ตชิ้นแรกที่สนุกใช้ได้ ส่วนผลตอบรับที่ได้ก็น่าประทับใจ

“ป๊อปนี่แหละคือทางของเรา” เขาค้นพบ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กอล์ฟจึงมุ่งหน้าสู่เส้นทางวาดภาพให้นักดนตรี ได้มาวาดภาพปกอัลบัม The Greng Jai Piece ของ ภูมิ วิภูริศ และได้รับรางวัลปกอัลบัมยอดเยี่ยมในที่สุดในปี 2022

ตัวกาก

ศิลปินที่ชื่อ สราวุฒิ ปานหนู หรือกอล์ฟค้นพบว่าความป๊อปคือทางของตัวเอง และพบว่าการสร้างงานป๊อปทำให้กรอบการทำงานของเขากว้างขึ้น เล่าได้หลายเรื่องขึ้น แม้แต่เรื่องใต้พรมหรือเรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

เพราะพอไม่ใช่จิตรกรรมไทย มันจึงหลุดไปจากกรอบของขนบ ไม่มีถูกผิด กอล์ฟบอกว่าภาพวาดของเขาเป็น ‘ศิลปะของคนยุคนี้’ ซึ่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการสู้รบกับใคร หากแต่เป็นเรื่องน่าปวดหัวเล็กน้อยแต่ทำให้จิตใจว้าวุ่นอยู่ตลอด เรื่องที่กอล์ฟอยากเล่าผ่านภาพจึงไม่ใช่เทวดาสู้กับมาร แต่เป็นเรื่องของคนธรรมดาสู้กับชีวิตประจำวัน ซึ่งจิตรกรรมไทยเรียกภาพลักษณะนี้ว่า ‘ภาพกาก

กอล์ฟหลงใหลตัวกาก มันคือตัวละครปุถุชนคนธรรมดาจำพวกตัวประกอบที่อยู่นอกกำแพงวัง พวกคนที่ยืนพูดคุย สีข้าว สาดน้ำเล่นสงกรานต์ เมื่อเลือกวาดภาพแบบนี้ เขาจึงกลายเป็นศิลปินที่มีพื้นที่เล่าเรื่องคับข้องใจมากขึ้นไปด้วย

กอล์ฟยกตัวอย่างภาพที่ขยายความชัดที่สุด ชื่อว่าภาพ Ego

เขาวาดภาพนี้เพื่อเตือนตัวเองหลังจากผลงานเริ่มเป็นที่รู้จัก เมื่อได้ลิ้มรสชื่อเสียงก็เริ่มเย่อหยิ่งและทระนงตน ในภาพจึงแสดงสัตว์ประหลาดอีโก้ซึ่งกักขังผู้คนหน้าตาบิดเบี้ยวไว้ รอบ ๆ มีดวงตาจำนวนมากกำลังจ้องมองมา สื่อถึงโซเชียลมีเดียที่คอยย้ำเตือนความมั่นใจแบบผิด ๆ และการยึดติดกับคำเยินยอ จะนำไปสู่ความดักดานที่ทำให้มองไม่เห็นแง่มุมอื่น ๆ

เมื่อได้ระบายความไม่ชอบใจตัวเองออกมาแล้ว กอล์ฟโล่งใจ เขาบอกกับเราว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกว่ามีอีโก้ก็จะกลับไปดูรูปนี้อีกครั้ง

อีกความพิเศษของตัวกากที่เราเห็น คือบางตัวมีหัวเป็นสัตว์ เช่น ภาพอินโทรของซีรีส์ สาธุ เราลองเดาความคิดเขาว่า ในจิตรกรรมไทย ถ้าตัวเป็นคนแต่หัวเป็นสัตว์ อาจจะเป็นคนที่ตกนรก

กอล์ฟหัวเราะก่อนตอบว่า “รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน เราเปรียบเทียบคนเหมือนสัตว์ จะมองว่าน่ารักก็ได้ แต่บางครั้งก็แฝงความรุนแรง”

ความป๊อปมันหลอกตาคุณ

เราถามเขาตามตรงว่า วาดรูปเสียดสีแบบนี้ไม่กลัวทัวร์ลงเหรอ

“เอาจริง ๆ ยังไม่เคยโดนด่าว่าเอาจิตรกรรมไทยมาทำแบบนี้ได้ยังไงเลย แต่ก็ไม่กลัวหรอก เพราะงานป๊อปมันหลอกตาคุณ” กอล์ฟตอบ

คนที่ไม่ได้ตั้งใจดูงานเขาจริง ๆ จะโดนสีสวย ๆ ของงานหลอกเข้า เดินผ่านไปผ่านมาก็คิดว่าสวยดี ต้องอาศัยการหยุดมองครู่หนึ่งถึงจะรู้ว่าเขาต้องการสื่ออะไร

สิ่งที่กอล์ฟพยายามสื่อสารในวันนี้ คือความจริง ความถูกต้อง ส่วนศีลธรรมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย คนบางคนยังติดกับศีลธรรมแบบเดิม ๆ จึงมองว่างานของเขาผิด แต่งานของเขาในวันนี้อาจจะผิดสำหรับคนยุคถัดไปก็ได้

เขาย้ำกับเราเสมอว่า ถ้าพรุ่งนี้มีอะไรเปลี่ยนไป เขาก็แค่ทำใจยอมรับ

“ศิลปะมีทั้งคนชอบ คนไม่ชอบ เป็นเรื่องธรรมดาจะตาย”

คำพูดของกอล์ฟเปิดช่องว่างให้เราแซวว่า ไม่อินกับศาสนาพุทธแล้ว แต่ก็ยังได้รับอิทธิพลเรื่องคำสอนมาเยอะอยู่นะ เขาหัวเราะและไม่ปฏิเสธ

เรื่องความถูกต้องที่ว่า เป็นธีมผลงานล่าสุดของกอล์ฟในนิทรรศการ Timeless Thai เพราะงานนี้เขาตั้งใจตั้งคำถามถึงความถูกต้องในสังคมไทย ในงานจึงมีทั้งภาพคนใช้ลายไทยแทงกัน คนยัดลายไทยเข้าปากตัวเอง คนปีนแท่งสี่เหลี่ยม ความเจ๋งคือเราจะได้เห็นฟอร์มเรขาคณิตอยู่ในงานของเขา ซึ่งพออยู่ข้าง ๆ ลายเส้นไทย ๆ ยิ่งทำให้งานของกอล์ฟดูแปลกตา ฉูดฉาด ไม่เข้ากันขึ้นไปอีก

ชวนให้ตั้งคำถามว่า สิ่งที่ถูกต้องสำหรับความเป็นไทยคืออะไรกันแน่ สุดท้ายอาจจะไม่มีคำตอบก็ได้ เพราะทุกวันนี้กอล์ฟก็ไม่มีคำตอบตายตัวให้งานของตัวเองเหมือนกัน

“เราไม่บังคับตัวเองว่าควรสร้างงานแบบไหน แค่รู้จักตัวเองว่าเขียนอะไรมันก็ไทย เลยเอาแนวความคิดแบบจิตรกรรมไทยออกไปก่อน และพูดเรื่องที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือสิ่งรอบตัว”

เขาไม่ใช่คนยึดติดกับอดีต แต่พร้อมเดินไปข้างหน้า ก้าวต่อไปของเขาคือการลองทำงานแอนิเมชัน แถมยังอยากทำอาร์ตทอยอีกด้วย

พอมาถึงตรงนี้ เราถามกอล์ฟว่า ถ้าเพื่อนชวนไปทำงานจิตรกรรมไทยแบบเดิมจะยังไปไหม

“ไปสิ เรายังอยากไปทำงานบูรณะเพราะมันเป็นรากเหง้า ทำให้เรามีทุกวันนี้ แต่ถามว่าจะกลับไปวาดแบบไทยโบราณในงานส่วนตัวไหม คงไม่ทำแล้วล่ะ แต่งานอื่น ๆ ที่ต้องวาดรูปผมรับหมดนะ” เขาหัวเราะ

เราว่างานที่กอล์ฟสร้างไม่ได้ทำลายอะไร ตรงกันข้าม เขาทำให้จิตรกรรมไทยมีชีวิต

กอล์ฟจุดประกายเราว่า จริง ๆ แล้วแค่ต้องเล่าในสิ่งที่ถนัด ใครโตมายังไงก็เล่าแบบนั้น และศิลปะเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน ถ้าทุกคนคิดได้แบบนี้ คงจะมีศิลปินหน้าใหม่ ๆ ความสวยงามใหม่ ๆ อีกมากมาย ว่าแล้วเราก็กลับบ้านไปวาดรูปบ้างดีกว่า

Instagram : sarawut_panhnu

Writer

นวพรรษ สรรประสิทธิ์

สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ยอมทิ้งความเป็นเด็ก ถ้าเลือกพลังวิเศษได้ 1 อย่างอยากมีสกิลการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด ชอบการเดินทางเพราะได้เจอสิ่งใหม่

Photographer

ปรีชาพล หนูคำ

I believe in diversity, creativity and possibility.