“ตอนเด็ก ๆ คุณยายมีลูกแก้วลูกหนึ่ง เป็นลูกแก้วกล่องดนตรี ข้างในมีตุ๊กตาผู้หญิงแต่งชุดสวย ๆ กำลังเต้นรำกับตุ๊กตาผู้ชาย คุณยายดูแล้วก็ฝันว่าโตขึ้นอยากแต่งตัวแบบนี้ อยากหาคนมาเต้นรำกับเราเหมือนกับตุ๊กตาในลูกแก้ว”
แต่ความฝันของ คุณยายหลุยส์-นันทนา วรัญญชัยชนะ อาจต้องพักไปนานสักหน่อย เพราะเมื่ออายุ 18 ปี เธอแต่งงาน เริ่มสร้างครอบครัว และพอมีลูก เธอก็ตัดสินใจอุทิศทั้งชีวิตไปกับการเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 3 คน
ณ ช่วงเวลานั้น คุณยายหลุยส์มีความฝันอย่างเดียว คืออยากให้ลูกเติบโตอย่างดี ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ
เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณ เธอส่งลูก ๆ ถึงฝั่ง คุณยายหลุยส์ถึงได้โอกาสกดปุ่มเดินหน้าสานต่อความฝันในวัยเด็ก เธอใช้ชีวิต ณ ขณะนั้นไปกับการทำตามความฝัน ให้ชีวิตขับเคลื่อนด้วยความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นนักเต้นลีลาศที่กวาดรางวัลมากกว่า 140 รายการในเวลาเพียง 2 ตะลุยเที่ยวรอบโลก เปิด TikTok คุณยายหลุยส์ เป็นครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่อยากส่งต่อรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงที่มีชีวิตคล้ายกัน ยังคงมีความหวังที่จะได้ใช้ชีวิตตามต้องการ และได้ทำตามความฝัน ไม่ว่าเธอคนนั้นจะมีอายุเท่าไรก็ตาม
ชีวิตของคุณยายหลุยส์อาจไม่ได้โลดโผนหรือทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เธอมีชีวิตคล้ายกับใครหลายคน เป็นหญิงสาวที่เติบโตมาในสังคมที่มีค่านิยมว่า ผู้หญิงควรรีบออกเรือนเมื่อถึงวัยอันควร ต้องเป็นภรรยาที่ดีของสามี เป็นแม่ที่ดีของลูก ๆ จนลืมไปว่าตัวเธอเองก็ควรได้รับการดูแลและสิ่งดี ๆ เช่นกัน
ฉะนั้น เมื่อเราได้โอกาสคุยกับคุณยายหลุยส์ จึงอยากขอเคล็ดลับการใช้ชีวิตในวัย 65 ปีให้เต็มไปด้วยไฟ และได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองจริง ๆ มาฝากทุกคน

ใช้ชีวิตด้วยแนวคิด ‘ไปเรื่อย ๆ’
“คุณยายเป็นคนไม่คิดอะไรมาก ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติ”
คุณยายหลุยส์ไม่ใช่คนชอบตั้งเป้าหมายให้ชีวิต จังหวะชีวิตของเธอเลยเป็นทำนอง ‘ไปเรื่อย ๆ’ ช่วงไหนเดินไปตกปล่องอะไรก็เผชิญหน้าและใช้ชีวิตไปตามเรื่องตามราว ข้อดีคือมันไม่ทำให้เธอรู้สึกเสียดายหรือผิดหวังที่ไม่ได้ทำตามเป้าหมาย เพราะเธอตั้งใจใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัยมาอย่างดีแล้ว
คุณยายหลุยส์เป็นคนจังหวัดสกลนคร เธอมีพี่น้อง 2 คน ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย เธอได้รับอิทธิพลจากแม่มามาก แม่เธอชอบแต่งตัวและดูแลตัวเอง เธอจึงได้ความชอบนี้มาเต็ม ๆ
“คุณแม่เลี้ยงคุณยายมาแบบลูกคุณหนู ไม่ยอมให้ทำอะไรเลย เราจะช่วยทำกับข้าวก็ไล่ให้ออกไปดูทีวี ไม่ยอมให้ทำอะไรหนัก ๆ เลย”

แม่ของคุณยายหลุยส์ชอบให้ลูกแต่งชุดกระโปรงยาวและไว้ผมยาว แต่คุณยายหลุยส์กลับชอบตรงกันข้าม คือใส่กางเกงและตัดผมสั้นเหมือนผู้ชาย แต่ไป ๆ มา ๆ คุณยายหลุยส์ก็ยอมแต่งตัวแบบที่แม่ต้องการ โดยให้เหตุผลว่า “ถ่ายรูปแล้วสวยดี”
ตอนอายุ 18 ปี คุณยายหลุยส์กลายเป็นเจ้าสาว เพราะเธอคบหาเพื่อนชายและทางครอบครัวมองว่าทั้งคู่ควรแต่งงานเพื่อความเหมาะสม จากนั้นเธอก็ตั้งใจใช้ชีวิตบทใหม่ในการเป็นภรรยาและแม่
แม้ว่าชีวิตบทนี้คุณยายหลุยส์จะไม่ได้เลือกเองโดยตรง แต่เธอยอมรับและตั้งใจดูแลครอบครัวของเธอที่วันนี้มันออกผลเป็นชีวิตของลูกที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างดี ได้ใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาต้องการ ไม่มีกรอบเกณฑ์ใด ๆ มากำหนด มันทำให้คุณยายหลุยส์ปล่อยมือจากพวกเขาเพื่อหันมาดูแลตัวเองได้ กลับมาใช้ชีวิตทำตามความฝันที่เคยมี

รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
สุขภาพเป็นสิ่งที่คุณยายหลุยส์ให้ความสำคัญเสมอมาตั้งแต่ยังสาว เพราะเธอมองว่าถ้าร่างกายแข็งแรง ก็จะมีแรงทำสิ่งที่อยากทำได้
คุณยายหลุยส์ชอบออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นโยคะ เดิน ว่ายน้ำ และเทนนิส แต่กีฬาที่เธอชอบสุด ๆ ตอนนี้ และเป็นความฝันในวัยเด็ก คือการเต้นลีลาศ
จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเต้นลีลาศในวัย 63 ปีของคุณยายหลุยส์เกิดจากความเหงา เมื่อลูก ๆ ต่างสร้างครอบครัวของตัวเอง แต่ละคนมีภาระหน้าที่มากขึ้น ทำให้คุณยายหลุยส์ที่เริ่มห่างจากลูกรู้สึกเหงา แต่เธอถือคติว่าไม่อยากเป็นภาระของใครและยังอยากใช้ชีวิตด้วยตัวเอง คุณยายหลุยส์เดินหน้าหาวิธีแก้เหงา นั่นก็คือการออกไปใช้ชีวิตข้างนอก หาสังคมใหม่ ๆ

ซึ่งเธอลองมาหลายกิจกรรมแต่ยังไม่มีกิจกรรมไหนที่ทำให้คุณยายหลุยส์อยากทำแล้วทำอีก นอกจากการเต้นลีลาศ
“คุณยายชอบเสียงดนตรี ชอบอะไรที่บันเทิง ๆ ถ้าได้เต้นลีลาศก็จะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ”
คุณยายหลุยส์สมัครเป็นสมาชิกที่ศูนย์กีฬารามอินทรา ซึ่งให้บริการกิจกรรมกีฬาหลากหลายประเภท รวมไปถึงลีลาศที่มีการเรียนการสอนฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากค่าสมาชิกศูนย์รายปี (คุณยายหลุยส์บอกว่า ถ้าอยากเรียนเต้นลีลาศหรือกีฬาอื่น ๆ ลองดูว่าแถวบ้านใกล้ศูนย์กีฬาที่ไหนก็ไปสมัครได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นที่เดียวกับคุณยาย)

แนวทางการเรียนการสอนที่ศูนย์จะเป็นระดับขั้นพื้นฐาน คือรู้หลักการเต้นลีลาศเบื้องต้น ทำให้เนื้อหาที่เรียนอาจไม่เข้มข้นถึงขั้นพัฒนาไปเป็นนักเต้นลีลาศมืออาชีพ ตัวคุณยายหลุยส์ก็ไม่ได้ตั้งใจจะลงเรียนอย่างจริงจัง เพียงแต่อยากหากิจกรรมทำเพื่อคลายเหงา
แต่อาจเป็นโชคชะตา เพราะที่ศูนย์กีฬารามอินทราทำให้คุณยายหลุยส์ได้รู้จักกับครูสอนเต้นลีลาศและชักชวนเธอไปลงแข่งเต้น
“ชุดเต้นลีลาศสวย ๆ ทั้งนั้นเลยนะ เป็นชุดที่เราไม่น่าใส่ในชีวิตทั่วไปได้ เลยตัดสินใจไปแข่งจะได้เป็นโอกาสให้เราแต่งตัวสวย ๆ”
เมื่อได้รับคำชวนนี้แทนที่จะกลัวเพราะเพิ่งเริ่มเรียนลีลาศได้ไม่นาน คุณยายหลุยส์ตอบรับคำชวนทันที เพราะ 2 เหตุผล คือได้เต้นลีลาศและได้ใส่ชุดสวย ๆ คุณยายหลุยส์ตัดสินใจเรียนเต้นลีลาศอย่างจริงจัง จ้างครูมาสอน ใช้เวลาเพียงเดือนเดียวเธอก็ตัดสินใจลงแข่งรายการแรก คือการแข่งขันกีฬาสูงอายุนานาชาติ ‘ไทยแลนด์โอเพ่น มาสเตอร์เกมส์’ ซึ่งมีการแข่งกีฬาลีลาศด้วย

“คุณยายไม่คิดอะไรมากเลยนะ ครูมาชวนลงแข่งรายการนี้ก็ตัดสินใจลงทันที ซึ่งคนที่มาแข่งมีแต่แชมป์ทั้งนั้น ตัวครูก็รู้นะแต่ไม่บอกเรา เพราะกลัวเราจะกลัวไม่กล้าลงแข่ง
“ถึงวันแข่งจริง คนอื่นเขาซ้อมเต้นไป คุณยายเรียกช่างภาพไปถ่ายรูป ถ่ายมุมโน้นมุมนี้ ถ่ายจนไม่มีมุมจะถ่ายแล้ว” คุณยายหลุยส์หัวเราะหลังเล่าจบ เพราะไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อชิงแชมป์ แต่มาเอาประสบการณ์ แม้จะเป็นการแข่งครั้งแรกในชีวิต แต่คุณยายหลุยส์ไม่มีความกังวลใด ๆ
การแข่งขันครั้งนั้นคุณยายหลุยส์ลงแข่งไปทั้งหมด 4 ประเภทจังหวะ คือชะชะช่า (Cha Cha Cha), รุมบา (Rumba), ไจวฟ์ (Jive) และแซมบา (Samba) ซึ่งได้อันดับสุดท้ายหมดเลย เลยทำให้คุณยายประหลาดใจเมื่อมีคนคนหนึ่งเดินมาคุยว่า เขาชื่นชมคุณยายมาก ๆ ที่กล้าลงแข่งครั้งนี้


“เขาเคยลงแข่งเต้นลีลาศมาก่อน เป็นนักเต้นลีลาศมืออาชีพเลย แต่ไม่ได้ลงแข่งครั้งนี้ เขาเดินมาทักคุณยายว่า สุดยอดเลย พี่ยอมใจน้องมาก ๆ พี่ลงแข่งมาหลายสนามแต่สนามนี้พี่ยังไม่กล้าลงเลย” ตอนนั้นคุณยายหลุยส์เกิดความสงสัยว่า ทำไมเขาคนนั้นถึงชื่นชมเธอ จนตอนหลังที่คุณยายหลุยส์ได้ลงแข่งเต้นลีลาศบ่อยขึ้น ได้เจอคนเยอะขึ้น เลยถึงบางอ้อว่า วันนั้นคุณยายได้แข่งกับระดับแชมป์หมดเลย เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงชมว่าคุณยายใจกล้า
ภายในเวลา 2 ปีคุณยายหลุยส์ลงแข่งและกวาดรางวัลมามากกว่าร้อยรายการ ที่ลงแข่งขนาดนี้ไม่ใช่เพื่อล่ารางวัล แต่เพราะความสนุกที่ได้ทำ แต่คุณยายหลุยส์ยอมรับว่า ช่วงแรก ๆ ที่เรียนเต้นลีลาศมีความยากเหมือนกัน เพราะเป็นกีฬาที่ผู้เล่นต้องจัดระเบียบร่างกายให้เป๊ะ โชคดีที่เธอมีพื้นฐานจากการเล่นโยคะ จึงไม่มีอุปสรรค์ในการเริ่มต้นเต้นลีลาศในวัย 63 ปี
ลีลาศเป็นการเต้นที่มีจังหวะเพลงประกอบหลากหลาย แต่มีจังหวะหนึ่งที่คุณยายหลุยส์ชอบที่สุด คือเวียนนีส วอลตซ์ (Viennese Waltz) เพราะเป็นจังหวะเดียวกับที่ตุ๊กตาในลูกแก้วของคุณยายหลุยส์ตอนเด็ก ๆ เต้น

อย่ากังวลเรื่องเวลา
เมื่อถึงช่วงที่อายุเปลี่ยนผ่านจากเลข 2 เป็นเลข 3 จาก 3 ไปเป็น 4 ขยับเป็น 5 บางคนอาจมีความกลัวเป็นเงาตามติด ทั้งกลัวว่าอายุมากขึ้นร่างกายจะเปลี่ยนไปจนเป็นภาระให้คนอื่น กลัวว่าชีวิตที่ผ่านมาจะพลาดบางสิ่งบางอย่างไป หรือกลัวว่ากำลังเข้าใกล้ความตายเรื่อย ๆ
แต่คุณยายหลุยส์กลับไม่กลัวอะไรเลย
“เห็นไหมว่าคุณยาย 65 แล้วก็ยังแข็งแรงนะ” คุณยายชี้มาที่ตัวเองที่ยังคงแต่งหน้าแต่งตัวในแบบที่ชอบ วันนี้เธอใส่ชุดเดรสยาวสีช็อกกิงพิงก์ตัดกับโบสีดำ เป็นชุดจาก FLAT2112 แบรนด์เสื้อผ้าของลูกสาวที่ชอบแฟชั่นเจริญรอยตามคุณแม่และคุณยาย
และอายุก็ไม่ทำให้คุณยายหลุยส์กลัวที่จะลองทำสิ่งใหม่ ๆ อย่างเปิดช่อง TikTok คุณยายหลุยส์อยากลองทำเพราะเห็นลูกสาวสนุกสนานกับการเปิดช่อง TikTok เป็นของตัวเอง ซึ่งคุณยายหลุยส์ตั้งใจใช้ TikTok เป็นช่องทางส่งต่อความสดใสที่เธอมีให้คนอื่น ๆ รวมถึงแบ่งปันข้อคิดที่อยากชวนทุกคนมาใช้ชีวิตให้เต็มที่เช่นเดียวกับเธอ
“คุณยายอยากเป็นตัวอย่างให้คนที่ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งไปกับการเลี้ยงลูกและดูแลสามีว่า อย่าคิดว่าความฝันตอนที่เราเป็นสาว มันอาจจะยังไม่หายไป คุณยังมีโอกาสที่จะได้ทำตามความฝัน ไม่มีคำว่าสายเกินไป ดูชีวิตของคุณยายเป็นตัวอย่างก็ได้ ขอแค่มีสุขภาพแข็งแรง พอวันนั้นมาถึง เราจะได้ทำมันแน่นอน
“มีคอมเมนต์ใต้คลิปอันหนึ่งที่ยังจำได้ถึงทุกวันนี้ เขาบอกว่าดูคลิปคุณยายแล้วร้องไห้ เพราะตอนนี้เขาต้องเลี้ยงลูกเล็ก ๆ 2 คน ต้องดูแลสามี จนคิดว่าคงจะไม่ได้ทำตามความฝันแล้ว แต่พอดูคลิปคุณยายทำให้เขามีกำลังใจมากยิ่งขึ้น”
บางคนอาจเสียดายช่วงเวลาที่พวกเขาต้องใช้ไปเพื่อคนอื่น แต่สำหรับคุณยายหลุยส์ เธอไม่เคยเสียดายช่วงเวลาที่อุทิศให้ครอบครัว เพราะเธอเชื่อมั่นเสมอว่า เมื่อถึงเวลาเธอก็จะได้ใช้ชีวิตของตัวเอง
“เราเลี้ยงลูกด้วยความภูมิใจ ยิ่งตอนนี้ยิ่งภูมิใจมากเพราะลูก ๆ เติบโตมาอย่างดี จึงไม่เสียดายเวลาที่เสียไปสักนิด”

ชีวิตต้องเจอความท้าทายบ้าง
“คุณยายไม่วางแผนอะไร ทำไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก” ทิศทางอาชีพนักเต้นลีลาศของคุณยายหลุยส์ที่ยังคงแนวคิดเดิม คือไม่ตั้งเป้าหมายและตั้งใจทำให้ดีที่สุด
ตอนนี้คุณยายหลุยส์อยู่ในวัย 65 ปีที่ผ่านการทำตามความต้องการและความฝันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เธอบอกว่ายังมีสิ่งที่อยากทำอีกมากมาย และถ้าเป็นสิ่งที่มีความท้าทายเป็นส่วนประกอบก็ยิ่งชอบ
“อยากขึ้นเฮลิคอปเตอร์แล้วโดดลงมา กับบันจีจัมป์” เธอบอกฝันต่อไปให้เราฟัง แต่ยังไม่มีโอกาสทำสักทีเพราะต้องรอไปพร้อมเพื่อน ๆ จะได้มีคนถ่ายรูปให้ และเธอก็ไม่รีบร้อนเพราะยังมีเวลาอีกมาก
อย่างที่คุณยายย้ำกับเราเสมอว่า เวลาไม่ใช่ข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ขอเพียงดูแลตัวเองให้แข็งแรง เราจะได้ทำทุกอย่างที่อยากทำแน่นอน
“ภายใน 1 วัน ลองหาเวลาออกกำลังกายสักชั่วโมงก็ได้ ให้ร่างกายเราแข็งแรง ถ้าโอกาสมาถึงเราจะได้ทำสิ่งที่ฝันไว้ อันดับแรกต้องแข็งแรงก่อนนะ” คุณยายหลุยส์ทิ้งท้าย

ติดตามคุณยายหลุยส์ได้ที่ TikTok : คุณยายหลุยส์














