ก่อนหน้านี้ ไทม์ไลน์เราเต็มไปด้วยเหล่าคนรักงานฝีมือที่ลุกมาต่อห้องจิ๋ว บ้านจิ๋ว และสถานที่จิ๋ว ๆ อีกมากมายจากแบรนด์ Rolife พร้อมแคปชันทำนองว่า ปวดหลัง แต่ยังสู้!
หนึ่งในนั้นคือแอคเคานต์ทวิตเตอร์ของศิลปินอาร์ตทอยสุดน่ารัก me.mashedpotato จิน-จินต์จุฑา ตันติราพันธ์ ที่ออกมารีวิวความยากในการต่อบ้านจิ๋ว Rolife ฉบับละเอียดยิบ

เธอเล่าว่ารุ่นที่ยากที่สุดใช้เวลาประกอบถึง 2 วันเต็ม ซึ่งตอนนี้ประกอบเสร็จสิ้นไปแล้ว 7 ชิ้น และกำลังรอแกะกล่องอีก 1 ชิ้น
ทั้งที่งานหลักของจินคืองานฝีมืออยู่แล้ว แต่เธอกลับเลือกใช้เวลาว่างไปกับงานอดิเรกที่เหนื่อยไม่แพ้กัน แถมยังยืนกรานว่า ถ้า Rolife เป็นโมเดลสำเร็จรูปสวย ๆ พร้อมวางในห้องก็คงไม่ซื้อ ยิ่งชวนให้เราสงสัยว่า อะไรทำให้ตัวต่อจิ๋วสุดซับซ้อนเหล่านี้ซื้อใจลูกค้าได้สำเร็จ
วิศวกรผู้สร้างโลกใบจิ๋ว
ก่อนจะไปรู้จัก Rolife ให้มากขึ้น เราอยากพาย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของ Robotime บริษัทแม่ในประเทศจีน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นโดย แอนดี้ บัณฑิตวิศวกรรมเครื่องกลผู้หลงใหลในหุ่นยนต์
แอนดี้รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ สร้างโมเดลไม้ โดยประยุกต์ใช้ศาสตร์ที่ร่ำเรียนมา จนในที่สุดพวกเขาก็สร้างไดโนเสาร์เครื่องกลไฟฟ้า DIY ตัวแรกของโลกสำเร็จ ซึ่งเดิน กัด และส่งเสียงได้
ผลงานชิ้นนี้ทำให้แอนดี้และผองเพื่อนได้รับเงินทุนไปสร้างสรรค์นวัตกรรมอื่น ๆ จนกลายเป็นที่มาของบริษัท Robotime ในปี 2007 ซึ่งเน้นผลิตโมเดลประกอบไม้หลากหลายรูปแบบ จนกระทั่งปี 2017 Robotime เปิดตัวอีก 2 แบรนด์ใหม่ในเครือ ได้แก่ ROKR ที่เน้นโมเดล 3 มิติ มีกลไกซับซ้อน และ Rolife โมเดลขนาดจิ๋วจำลองสถานที่ในชีวิตประจำวัน เน้นงานประดิษฐ์ DIY ซึ่งในเว็บไซต์ของ Rolife ระบุว่า RO ในภาษาจีน หมายถึง ‘ถ้า’ (If) เมื่อรวมกับคำว่า Life ที่แปลว่าชีวิตในภาษาอังกฤษ จึงสื่อถึงความเป็นไปได้มากมาย และความตั้งใจที่อยากให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตช้า ๆ สนุกกับการค้นหาความเป็นเด็กภายในตัวเองอีกครั้ง
‘สร้างสรรค์ ดีไซน์สวย คุณภาพดี’ แม้ไม่ใช่สโลแกนของแบรนด์ แต่เป็นคำที่แฟนตัวยงอย่างจินนึกถึงเมื่อพูดถึงแบรนด์นี้ “เราเห็นครั้งแรกแล้วถูกใจการออกแบบ เราชอบห้องครัว บ้านต้นไม้เล็ก ๆ น่ารักดี” เธอเอ่ยถึงโมเดล Rolife ชิ้นแรกของตัวเอง พร้อมบอกเหตุผลว่าตัดสินใจซื้อ เพราะหาฉากประกอบการถ่ายภาพอาร์ตทอยตัวเองอยู่พอดี บวกกับชอบงานประดิษฐ์เป็นทุนเดิม จนรู้ตัวอีกทีก็เริ่มมีชิ้นใหม่เพิ่มมาเรื่อย ๆ


“Rolife มีแบบให้เลือกเยอะ ทั้งรุ่นสำหรับคนที่ไม่ค่อยชินงานคราฟต์ รุ่นที่ประกอบยากขึ้นมาหน่อยต้องใช้ความละเอียดสูง ซึ่งเขาจะบอกระดับความยากไว้บนกล่องและในเว็บไซต์
“เราชอบดีไซน์และคุณภาพของวัสดุ เพราะเท่าที่ซื้อมาประกอบ ยังไม่เคยเจอชิ้นส่วนไหนตกหล่นไปเลย งานไดคัตไม้และกระดาษก็ทำออกมาอย่างดี คู่มือเข้าใจง่าย เรียกว่าเตรียมมาถูกใจคนรักงานคราฟต์มาก”
แต่บอกว่าถูกใจอย่างเดียวคงยังไม่เห็นภาพ เราจึงอยากพาไปทำความรู้จัก Rolife ให้มากขึ้นผ่าน 3 รุ่นสุดโปรดของจิน
01 Happy Meals Kitchen
ใช้เวลาประกอบประมาณ 45 นาที


Happy Meals Kitchen แม้จะเป็นชุดที่ต่อง่าย ไม่ซับซ้อน แต่จุดเด่นคือการพาเรากลับไปเล่นแบบเด็ก ๆ เพราะชุดครัวจำลองนี้มีรายละเอียดเสมือนจริง โดยเฉพาะอาหารและอุปกรณ์เครื่องครัวจิ๋วที่เคลื่อนย้ายได้ เช่น หยิบผักไปวางในอ่างล้างจาน หยิบขนมปัง ไข่ดาว ไปใส่ในไมโครเวฟ เก็บจาน ช้อนส้อมให้เข้าที่ และสารพัดสิ่งที่จัดวางได้หลายรูปแบบ
“รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากประกอบห้องง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นาน ชิ้นส่วนจะใช้กาวสองหน้าติด สนุกตอนประกอบเข้าล็อกง่าย ออกมาแล้วดูเรียบร้อยดี” จินอธิบาย
02 Afternoon Baking Time
ใช้เวลาประกอบประมาณ 4.5 ชั่วโมง


Afternoon Baking Time สะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากให้ ‘ใช้ชีวิตช้า ๆ’ เพราะออกแบบเป็นครัวจำลองในบ้านแสนอบอุ่นและใช้สีเขียววินเทจเป็นสีหลักให้ห้องดูสดชื่น มีชีวิตชีวา พร้อมอาหาร เครื่องครัวที่ดูสมจริง
“ชิ้นนี้คล้ายห้องทำเบเกอรี ตอนนั้นเราทำอาร์ตทอยชิ้นเล็กแล้วอยากได้ฉากมาไว้ถ่ายรูปน่ารัก ๆ เลยเริ่มลองหา Miniature House จนไปเจอของ Rolife ที่ขนาดพอดีกับอาร์ตทอยที่ทำ และเราชอบที่จะได้ประกอบเองสนุก ๆ ดีไซน์ก็ดูน่ารักด้วย”
จินเล่าว่าชิ้นนี้จะยากกว่าแบบแรก แต่ยังเหมาะกับคนพื้นที่จัดเก็บน้อย เพราะห้องค่อนข้างเล็ก เฟอร์นิเจอร์ส่วนมากเป็นไม้ ต้องตัดกระดาษและผ้าเอง ไม่ค่อยมีส่วนสำเร็จรูป จึงต้องใช้ความละเอียดและความอดทนสูงพอสมควร
03 Cathy’s Flower House
ใช้เวลาประกอบประมาณ 7.5 ชั่วโมง


Cathy’s Flower House เป็นรุ่นคลาสสิกของ Rolife ที่สะท้อนถึงการออกแบบและการประกอบที่ซับซ้อน ตั้งแต่การใช้กรรไกรตัดแฉกใบไม้ ไปจนถึงใช้ไม้จิ้มฟันม้วนดอกไม้จิ๋ว
“ถ้าอยากท้าทายตัวเอง ลองประกอบรุ่นนี้ดู” จินแนะนำ พร้อมบอกว่า กว่าจะต่อเสร็จ เธอนั่งปวดหลังไป 2 วันเต็ม
“ถ้าใจไม่รัก ต่อชิ้นนี้น่าจะมีท้อบ้าง เพราะต้นไม้-ดอกไม้ในกระถางทำยากจริง ๆ ทั้งเล็ก แล้วก็มีให้ตัดกระดาษ ม้วนกระดาษ ดัดลวดเองเยอะมาก ตัวโครงที่เป็นกรอบโรงเรือนก็ทำยาก โดยเฉพาะส่วนใส ๆ ที่ต้องระวังเลอะคราบกาวตลอด ต้องคอยตั้งสติว่าแต่ละชิ้นหันถูกด้านไหม เพราะเคยใช้มั่วแล้วออกมาไม่เหมือนในแบบ (หัวเราะ) เรียกว่าได้ทำงานคราฟต์แบบจุใจ
“เราซื้อมาเพราะอยากท้าทายตัวเอง และสนุกตอนได้ใช้เวลาทำแต่ละชิ้น ซึ่งเวอร์ชันที่ซื้อมาแทบไม่มีส่วนสำเร็จเลย แต่เหมือนเวอร์ชันใหม่น่าจะปรับบางจุดให้ประกอบง่ายขึ้นแล้ว”
โมเดลทั้งหมดนี้หากนำมาวางรวมกันคงเหมือนโลกใบจิ๋วสุดน่ารัก น่าสะสม แต่เมื่อถามจินว่าหากเป็นของสะสมสำเร็จรูปจะคุ้มกว่าไหม เพราะเธอไม่ต้องลงแรงประกอบเอง
จินปฏิเสธทันทีที่ได้ยินคำถาม เธอไม่ได้มองว่ากำลังซื้อ ‘ของเล่น’ หรือ ‘โมเดลจิ๋ว’ แต่เธอซื้อ ‘ประสบการณ์’ ระหว่างประกอบของชิ้นเล็กชิ้นน้อยเข้าด้วยกัน
“เหมือนเป็นความท้าทายว่าเราจะทำของจิ๋วพวกนี้ได้เหมือนแบบขนาดไหน เราสนุกกับการตัดกระดาษ ประกอบไม้ หรือเห็นเฟอร์นิเจอร์จิ๋วเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ถ้าทำได้ตามแบบ หนึ่ง เราจะได้ของสะสมที่น่ารัก สอง เราภูมิใจว่า โห เราก็มีฝีมือนะเนี่ย (หัวเราะ) เราอยู่กับงานชิ้นเล็ก ๆ ได้นาน อย่างดอกไม้ดอกนั้น เราภูมิใจจังที่ทำสำเร็จ มองทีไรก็ยังจำความรู้สึกตอนประกอบได้” จินเอ่ย ก่อนจะทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี
“แม้จะปวดหลัง แต่เรารักความปวดหลังนี้ ไว้ค่อยไปออกกำลังกายแทนแล้วกัน”
ข้อมูลอ้างอิง
- www.rolifeonline.com
- www.robotimeonline.com
ภาพ : จินต์จุฑา ตันติราพันธ์











