LGBT, Transgender, คนข้ามเพศ, ความหลากหลาย
เห็นกันจนชิน คุ้นเคย แต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คำเหล่านี้แทบไม่ปรากฏบนพื้นที่สื่อหรือแม้แต่พูดถึงในวงสนทนา
หากจะเรียกคนที่เพศสภาพเปลี่ยนไปจากเดิม เราเรียกคนเหล่านั้นแค่ 2 คำ ไม่ ‘กะเทย’ ก็ ‘ตุ๊ด’ ไม่ต้องพูดถึงความหลากหลายและเท่าเทียมที่ดูห่างไกลจากยุคปัจจุบันมาก
สื่อมีผลแน่นอน ในการพัฒนาให้ผู้คนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น เมื่อหนังที่มีประเด็นด้านคนข้ามเพศดี ๆ ได้รับการฉายในวงกว้าง คนเริ่มเข้าใจมากขึ้น เกิดเป็นกระแสในสังคม นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ขึ้น (ปรากฏการณ์ ‘สมรสเท่าเทียม’ จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเรื่องนี้ไม่เกิดเป็นกระแส) ในขณะเดียวกัน การมองสื่อในแต่ละยุคยังทำให้เราเข้าใจบริบทสังคมในเวลานั้นว่ากำลังพูดถึงประเด็นนี้อย่างไร
นี่คือจุดแข็งของงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ‘Five Films for Freedom’ นำหนังสั้นและสารคดีที่เกี่ยวกับความหลากหลายและเท่าเทียมมาให้เราชมกัน งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหราชอาณาจักร จัดโดย British Council ร่วมมือกับ BFI Flare: เทศกาลภาพยนตร์ LGBTIQ+ แห่งลอนดอน
งานนี้มีภาพยนตร์สั้นจำนวน 5 เรื่องจากทั่วโลก เพื่อเป็นการสนับสนุนสิทธิของกลุ่มเลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล ทรานส์เจนเดอร์ อินเทอร์เซ็กส์ และอะเซ็กชวล ชมฟรีทางออนไลน์ วันที่ 19 – 30 มีนาคม พ.ศ. 2568
เรื่องนี้เป็นปรากฏการณ์อย่างไร มองหนังแล้วเราเห็นอะไรบ้าง
สัณห์ชัย โชติรสเศรณี รองผู้อำนวยการ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ผู้เชี่ยวชาญประเด็นความหลากหลายในภาพยนตร์พร้อมเล่าให้เราฟัง

คนเปลี่ยนรุ่น คนเปลี่ยนแปลง
ทำไมหนังเกี่ยวกับความหลากหลายถึงเปลี่ยนไป
ทำไมคนถึงยอมรับเรื่องนี้มากขึ้น
สัณห์ชัยเล่าว่า เรื่องที่มีผลแน่คือคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นพ่อแม่มากขึ้น การเปลี่ยนรุ่นทำให้การยอมรับเกิดขึ้นง่ายมาก 20 ปีก่อนสัณห์ชัยเคยไปถือธงในขบวนเรียกร้องสิทธิ์คนข้ามเพศหลายงาน แต่ปัจจุบันเราก็ได้กฎหมายคนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้เมื่อต้นปีนี้เอง
“มันใช้เวลา แต่เราไม่ได้ใช้เวลากับการสร้างความเข้าใจอย่างเดียว แต่เพื่อรอการเปลี่ยนผ่านรุ่นของผู้มีอำนาจซึ่งเป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราด้วย ซึ่งเขาก็เปิดกว้างมากขึ้น ปัจจุบันผมเห็นพ่อแม่หลายคนที่มีลูกเป็นคนหลากหลายทางเพศก็ยอมรับได้ ส่งเสริม รู้สึกว่าไม่เป็นไร ผิดกับยุคเราที่ยังต้องปกปิด หาทาง Come out ต้องเลือก ต้องคุย” เขาเล่า
หนังมีผลยังไง ลองดูละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์เมื่อ 20 ปีก่อน ถ้าคนไหนเป็นกะเทยหรือตุ๊ด ผู้สร้างมักเลือกคาแรกเตอร์ให้เป็นตัวตลก หรือหนักกว่านั้นคือสติไม่ดี ผู้ใหญ่ยุคนั้นที่เสพสื่อก็อาจไม่รู้จักคนที่เป็นแบบนี้จริง ๆ ว่าเหมือนหรือต่างกับละคร เกิดภาพจำว่าคนแบบนี้จะเป็นคนตลก ปากจัด ตาม Stereotype ที่หนังหรือสื่อสร้างขึ้นมามา
“แต่ปัจจุบัน เมื่อสื่อบันเทิงหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่มีปริมาณมากอย่างเดียว แต่มีหลายมุม หลายเฉด พอสื่อนำเสนอสิ่งเหล่านี้มาก ๆ เข้า คนดูที่ไม่เคยมีเพื่อนแบบนี้ในชีวิตจริงจะช่วยปลดภาพจำบางอย่างในใจเขาได้
“ผมเข้าใจว่าอันนี้เป็นข้อดีของการมีสื่อนะครับ มันไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว สื่ออาจจะไม่ใช่คน Lead ให้เราเชื่อ เพียงแต่มันเป็นภาพที่มาเน้นย้ำความคิดหรือมาเปิดโลกของเรา
“ฉะนั้น การที่มีหนังแบบนี้เยอะมากขึ้น เปิดเผยมากขึ้น ไม่ว่าจะสื่อไทยหรือต่างประเทศ สังคมจะขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เริ่มเปิดรับมากขึ้น”
โลกใหม่ในหนัง 5 เรื่อง
Five Films for Freedom จะได้ดูหนังแบบไหนบ้าง ขอเล่าเรื่องย่อกันไปทีละเรื่อง

Dragfox โดย Lisa Ott แอนิเมชันเล่าเรื่อง Sam เด็กอายุ 11 ขวบที่กำลังสับสนกับอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเอง และไม่แน่ใจว่าจะสื่อความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไร คืนหนึ่งเขาพบจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จากละแวกบ้าน กระโดดพรวดเข้ามาทางหน้าต่าง พาแซมไปผจญภัย ร้องเต้นอย่างสนุกสนาน เพื่อค้นหาและยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

If I Make it to the Morning โดย Andre Shen เล่าเรื่อง
Ziyi เด็กวัยรุ่นชาวจีนใช้เวลาคืนสุดท้ายของการทัวร์วิทยาลัยในต่างรัฐที่อะพาร์ตเมนต์สุดชิกของป้าในนิวยอร์ก พร้อมกับแม่ที่เอาแต่ใจของเธอ Ziyi อยาก Come out กับครอบครัว วาดฝันว่าที่นี่อาจเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้ชีวิตและเรียนต่อ แต่ทั้งหมดไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

NGGAK!!! โดย Oktania Hamdani และ Winner Wijaya หนังอินโดนีเซียเล่าเรื่อง Sekar และ Bebi แฟนสาว ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนชีวิตเมื่อแม่ของ Sekar โทรมาบอกจะให้เธอนัดดูตัวกับคนที่จะมาเป็นคู่ครอง พร้อมจับคลุมถุงชนตามธรรมเนียมสังคม

We’ll Go Down in History โดย Cameron Richards และ Charlie Tidmas สารคดีเล่าเรื่อง TRUK United สโมสรฟุตบอลของคนข้ามเพศระดับรากหญ้า และภาคภูมิใจในความเป็นทรานส์
ทีมนี้ก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2021 หนังเล่าทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และแตกต่างของทีมผู้บุกเบิกในสหราชอาณาจักร ขณะที่พวกเขาพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับชุมชนของพวกเขา ท่ามกลางกระแสความเกลียดกลัวคนข้ามเพศที่เพิ่มขึ้น

สุดท้ายคือ Wait, Wait, Now! โดย Ramon Te Wake เล่าเรื่อง Alex และ Sam สองคู่หูที่ถูกปล่อยให้อยู่บ้านตามลำพังในคืนหนึ่ง พวกเขารื้อค้นตู้เสื้อผ้าของแม่ เล่นแต่งตัว และสร้างโลกแฟนตาซีที่พวกเขารู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับ โดยไม่รู้เลยว่าพ่อแม่กำลังแอบดูอยู่
จุดเด่นของงานปีนี้ คือหนังหลากหลาย มาจากทั่วโลก เราได้เห็นวิธีการมองเรื่องคนข้ามเพศในบริบทที่ต่างกัน มีทั้งหนังเล่าเรื่อง สารคดี แอนิเมชัน หรือหนังที่ถ่ายแนวตั้ง การเอางานกลุ่มนี้มาเทียบกันก็น่าสนุกดี
คนดูยังได้เข้าใจ ที่มาของ Segment ในกลุ่มเพศหลากหลายมากขึ้น คนไทยอาจไม่รู้สึกอะไรกับคำว่า Transgender แต่ในสารคดี We’ll Go Down in History เราจะได้พบตัวละครกรรมการฟุตบอลที่เป็นคนข้ามเพศและมีภรรยาแล้ว แต่ก็ต้องทำงานในบทบาทของผู้ชาย เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้เราเข้าใจความสำคัญของคำว่า Transgender มากขึ้น และรับรู้ว่าทำไมต้องมีคำนี้เกิดขึ้นมา การบอกว่าตัวเองคือใครสำคัญกว่าที่เราคิดมาก
บทบาทของหนังสั้นที่ซีรีส์วายทำไม่ได้
หลายคนรู้ดีว่าโซเชียลมีเดียจะคัดเนื้อหาที่เราชอบ คนที่คิดแบบเดียวกับเรา
การจะออกจาก Echo Chamber นี่ไม่ง่ายนัก โครงการหนังแบบนี้คือหนึ่งในช่องทางที่ทำให้เราเห็นโลกที่คิดไม่เหมือนเรา แต่มีอยู่จริง ไม่เกินจริงหากจะบอกว่างานแบบนี้มีประโยชน์มากต่อมนุษยชาติ ทั้งปัจจุบันและอนาคต
สัณห์ชัยบอกว่า ข้อดีของการทำหนังสั้น คือทุนสร้างไม่สูง ทดลองอะไรได้เยอะ ผิดกับการสร้างหนังหรือซีรีส์ที่ทุนสร้างสูงกว่า พลาดได้ยากกว่า คนทำจึงมีกรอบทำงานที่ขยับตัวลำบาก ต้องเน้น Play Safe จนทำให้เกิดข้อจำกัดบางอย่าง
งานหนังสั้นอาจไม่แมสเท่าซีรีส์วายที่เล่าเรื่องเพศหลากหลายเหมือนกัน แต่ก็มีความสำคัญและบทบาทมากไม่แพ้กัน
“สิ่งที่บ้านเรายังเน้นหนักอยู่คือขายตัวละครวัยรุ่น เรายังไม่ค่อยได้เห็นซีรีส์วายที่เป็นคนหลากหลายทางเพศอายุเยอะขึ้น ปัญหาของคนวัยนี้ไม่ใช่แค่ความรัก เป็นเรื่องงาน ธุรกิจ ซึ่งภาพแบบนี้ยังไม่ถูกนำเสนอเท่าไหร่ ถ้าถูกนำเสนอมากขึ้น คนข้ามเพศก็จะเป็นเหมือนตัวละครทั่วไป เช่น คุณทำหนังเกี่ยวกับธุรกิจของคนข้ามเพศ โดยไม่ได้เน้นเรื่อง Sexuality ของเขา ไปพูดเรื่องอื่น มันยังไม่ถูกนำเสนอแบบนั้น
“ถ้าทำได้ก็จะดี เราจะเห็นว่าไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน ทุกคนล้วนอยู่ในโลกที่ประสบปัญหาธุรกิจ ปัญหาครอบครัว ทุกคนแชร์ความทุกข์เหมือนกัน ผมว่ามันจะทำให้ภาพของความหลากหลายเติบโตได้อีก หวังว่าหนังสั้นจะเป็นผู้นำในการทดลองประเด็นพวกนี้ได้ และทำให้เราได้เห็นความหลากหลายเหล่านี้มากขึ้น”

รับชมชมภาพยนตร์สั้นทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ www.britishcouncil.org/five-films
