ลองมาคิด ๆ ดูแล้ว ‘สารคาม’ บ้านเรามีอะไรดีบ้างนะ
นอกจากประโยคยอดฮิตอย่าง ‘สารคามน้ำบ่ต้อง’ เพราะฝนตกทีไรเรือนใกล้แม่น้ำชีก็ท่วมทุกปี หรือจะ ‘สารคามเมืองพี่น้อง’ ประโยคฮิตของเหล่าวัยรุ่นจากโซนมหาวิทยาลัยที่สื่อถึงเรื่องความรัก
สารคามขึ้นชื่อเรื่องการศึกษา มีโรงเรียน มหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือสถานศึกษามากมาย จนถูกนำมาตั้งเป็นคำขวัญประจำจังหวัดเลยแหละ ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ คือหากลากเส้นยาวตามแนวเหนือ-ใต้ ตัดกับเส้นขวางตามแนวตะวันออก-ตก บนแผนที่ภาคอีสาน จุดตัดที่ลากผ่านระหว่าง 2 เส้นนี้คือ ‘มหาสารคาม’ ใช่แล้ว สารคามคือจังหวัดที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของอีสานพอดี
ฟังถึงตรงนี้ก็ดูน่าตื่นเต้นดีนะ จังหวัดที่อยู่ตรงกลางอีสานพอดีงั้นเหรอ แต่มีอะไรให้อยากตามไปลองใช้ชีวิตระยะสั้นอีกล่ะ ไลฟ์สไตล์คนที่นี่เป็นยังไงกันนะ สาวสารคามคนนี้ขอพาทุกคนแวะไปเยือน 11 สถานที่เก่า-ใหม่ ที่ซ่อนอยู่ในตัวเมืองมหาสารคามและโซนมอใหม่ (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)
เผื่อทุกคนจะได้รู้กันสักทีว่า ‘สารคาม’ เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ จะสมกับคำว่า ฮักนะ ‘สารคาม ตามภาพยนตร์รอมคอมที่เคยถ่ายทำที่นี่จริง ๆ หรือเปล่า ไม่รอช้าเด้อ ลองมาหาสารคามกันเถอะ

#01
ลองเดินตลาดเช้าที่ตลาดสดเทศบาล
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการก้าวเท้าออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพื่อไปเดินสำรวจชีวิตของผู้คนที่ตลาดสดเทศบาล เชื่อว่าหลายชีวิตเริ่มต้นวันที่นี่ ไม่ว่าจะพ่อค้า แม่ค้า ลูกค้า คนรับจ้างหาบส่งของ นักเรียน รวมไปถึงเรา เด็กคนหนึ่งที่ต้องเดินต้อย ๆ ตามแม่ไปซื้อของตั้งแต่เด็ก เพราะแม่เปิดร้านอาหาร ตลาดสดแห่งนี้คือแหล่งวัตถุดิบชั้นดี ทั้งของสด ของแห้ง ผัก ปลา และวัตถุดิบพื้นบ้าน ฯลฯ
นอกเหนือจากวัตถุดิบมากมาย ในตลาดยังมีร้านเก่าแก่ที่อยู่มานาน เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ หลายคนอาจมีความทรงจำที่คุณแม่พาไปกิน เราก็เช่นกัน หรือจะร้านอาหารตามสั่ง ร้านทำผมที่ซ่อนอยู่ในนั้น หลายคนถ้าไม่ได้เข้าไปเดินตามซอกซอยต่าง ๆ ก็อาจจะไม่รู้ว่ามี และร้านดอกไม้สดที่เด็กนักเรียนจะต้องขออนุญาตออกนอกโรงเรียนก่อนเวลาเพื่อมาซื้อดอกไม้ไปทำพานไหว้ครู
สถานที่แห่งนี้แม้ไม่หวือหวา ทว่าแทรกซึมอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน

#02
ลองกินอาหารเช้าสไตล์จีน-เวียดนามที่กิมโอชา
ร้านอาหารเช้าในสารคามมีไม่เยอะเท่าจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ เราพาไปลองกินร้านอาหารเช้าเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางเมือง เลี้ยวขวาจากสามแยกกาฬสินธุ์ตรงมาฝั่งเข้ามอใหม่ไม่กี่ร้อยเมตรก็เห็นร้านตั้งอยู่ขวามือ สะดุดตาด้วยป้ายหน้าร้านว่า ‘กิมโอชา’ ร้านอาหารเช้าสไตล์จีน ตกแต่งร้านด้วยโทนสีแดง สีเขียว และสีเหลืองอ่อน เมนูอาหารคล้ายร้านอาหารเช้าจีน-เวียดนาม มีไข่กระทะ กวยจั๊บ ขนมปังญวน ซาลาเปาทอด และปากหม้อ แต่พิเศษตรงที่ในสารคามมีร้านสไตล์นี้และตกแต่งแบบนี้น้อยมากนี่แหละ
ไฮไลต์คือมีอาหารไทยยอดนิยมตลอดกาลอย่างกะเพราหมูสับไข่เจียวฮ่องเต้
ระหว่างรออาหารเพลิน ๆ ก็มีน้ำชาเสิร์ฟให้ซดร้อน ๆ ฟรีด้วยนะ

#03
ลองดื่มกาแฟสเปเชียลตี้ที่ CALM Coffee
ว่ากันว่า วันที่ดีเริ่มต้นด้วยกาแฟดี ๆ สักแก้ว ชวนคอกาแฟแวะ ‘CALM Coffee’ ร้านกาแฟสายสเปเชียลตี้อันดับต้น ๆ ของเมือง ที่นี่ทดลองเมนูใหม่ ๆ อยู่เสมอ เคยกินช่วงร้านเปิดใหม่ มีเมนูแปลก ๆ เยอะมาก ถ้าเทียบกับ 4 – 5 ปีก่อนที่ร้านทั่วไปในสารคามยังไม่ได้แหวกมาสายกาแฟอย่างจริงจัง
จากร้านเล็ก ๆ ติดริมคลองสมถวิล ตอนนี้เติบโตและขยายพื้นที่ใหญ่ขึ้น ที่นั่งเยอะขึ้น มี Merchandise ของตัวเอง ใครเป็นคอกาแฟต้องแวะมานั่งพักทำใจ Calm Calm แล้วดื่มด่ำคาเฟอีนที่ CALM Coffee แล้ว

#04
ลองชมงานศิลปะและปลดปล่อยจินตนาการที่บ้านลุงหลอย
ยุคนี้อยากเทสต์ดีต้องเดินหอศิลป์ เสพงานอาร์ต แต่พื้นที่แบบนั้นในจังหวัดเล็ก ๆ จะมีได้อย่างไร แต่ราว 4 – 5 ปีก่อน ได้เกิดพื้นที่แห่งหนึ่งขึ้นมา ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในชื่อ ‘บ้านลุงหลอย’ สตูดิโอศิลปะสุดแปลกที่อาศัยบ้านไม้เช่า 2 ชั้นเป็นพื้นที่จัดวางและทำงานศิลปะของชายคนหนึ่ง
หากมองจากภายนอก สตูดิโอนี้หน้าตาดูงง ๆ เดินเข้าไปในตัวบ้านก็ยังงง เจอเจ้าของสถานที่ยิ่งงง ด้วยคาแรกเตอร์งานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เน้นระบบแมนนวล วาดมือ เพนต์มือ ทาสีเขียนคำคมที่ค่อนไปทางตลกขบขันไว้รอบตัวบ้าน ตั้งแต่ประตู รั้วบ้าน บันได จนถึงชั้น 2 และแซมงานศิลปะไว้ทั่วห้องนอกจากเปิดให้คนเข้าชมงานศิลปะ บ้านลุงหลอยยังจัดอีเวนต์ที่ชวนคนเมืองออกมาใช้เวลากับศิลปะ เพิ่มพื้นที่ให้ได้จับพู่กันละเลงจินตนาการลงผืนผ้าใบขนาดยาว งานจัดทุก 2 – 3 เดือน ซึ่งหาอีเวนต์แบบนี้ในเมืองได้ค่อนข้างยาก ถ้ามีโอกาสลองไปเดินเล่น ซอย35สารคาม CRAFT กันดูได้นะ

#05
ลองหยิบหนังสือไปอ่านเคล้าวิถีอีสานที่ T’taste. Khamriang
หากมีวันว่าง ๆ คงเหมาะอย่างยิ่งที่จะอ่านหนังสือสักเล่ม จิบเครื่องดื่มสักแก้ว ในบรรยากาศร่มรื่น สบาย ๆ ไม่วุ่นวาย สถานที่ที่เราพรรณนามานี้มีอยู่จริง จับต้องได้ พิกัดขามเรียง มอใหม่
‘T’taste. Khamriang’ แฝงตัวอย่างแนบเนียนในชุมชนใกล้รั้วมหาลัย ซึ่งยังคงวิถีพื้นบ้าน เพราะมีคุณแม่-คุณยายวัย 60+ นั่งกรอไหม ทอผ้าซิ่นกันเป็นปกติ ลูกค้าจะเห็นกิจกรรมนี้เป็นประจำ ถือเป็นการรวมคน 2 รุ่นไว้ด้วยกันได้อย่างแนบเนียน ผ่านคาเฟ่ที่เคล้ากลิ่นความเป็นอีสานแห่งนี้

#06
ลองกินลาบวัวที่ถนนลาบ
อยู่แดนอีสานทั้งทีจะไม่กินลาบได้ไง มหาสารคามเคยจัดอีเวนต์ลาบโลก ด้วยความคาดหวังที่อยากยกระดับอาหารท้องถิ่นให้เวิลด์ไวด์ มีงานใหญ่เกิดขึ้นขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องมีแหล่งเนื้อชั้นดี
หากขับรถจากตัวเมืองตรงไปก่อนเข้าเขตมอใหม่ ทางซ้ายมือตรงข้างกับ Big C ทุกคนจะพบกับ ถนนสายลาบ ตั้งเรียงรายอยู่เป็นตับกว่า 10 ร้าน ซึ่งทุกร้านขึ้นชื่อในเรื่องอาหารอีสาน ลาบ ก้อย ซอยจุ๊ มาหมด ‘ลำชี1’ คือร้านขึ้นชื่อที่เกิดขึ้นเป็นร้านแรก ๆ และยังคงขายดีจนเป็นตำนานถึงทุกวันนี้
แต่อยากให้ทุกคนได้ลองหลาย ๆ ร้าน เพราะเนื้อดีไม่แพ้กัน

#07
ลองดื่มเพียวมัทฉะตำรับญี่ปุ่นที่ White Balance Cafe
ร้านที่จริงจังกับ ‘มัทฉะ’ แห่งเดียวในสารคาม ท่ามกลางกระแสมัทฉะที่กำลังมาแรง ‘White Balance Cafe’ คือคาเฟ่มัทฉะที่ยืนเด่นอยู่หนึ่งเดียว ไม่มีใครเปิด Matcha Speciality เลย แต่จะบอกว่ามีอยู่ร้านเดียวเลยแนะนำก็คงไม่ได้ เพราะเขามีดีกว่าที่คิด ด้วยความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมัทฉะ จึงใส่ใจในวัตถุดิบเป็นพิเศษ ขั้นตอนการทำราวกับยกสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่นมาไว้แดนอีสาน ช่วงแรกที่ร้านเปิดก็สร้างความแปลกใหม่ให้กับที่นี่ได้ไม่น้อย บวกกับการตกแต่งร้านที่สะดุดตา ด้วยการใช้โทนสีขาวคลีนตัดกับสีเขียวสดของเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว สายคาเฟ่ฮอปปิ้งและมัทฉะเลิฟเวอร์ต้องถูกใจสิ่งนี้

#08
ลองกินร้านท้องถิ่นขวัญใจเด็กสารคามที่ สาม ฟ. ก๋วยจั๊บโบราณ
ใครเป็นเด็กสารคามต้องคุ้นหู ‘สาม ฟ. ก๋วยจั๊บโบราณ’ บ้างแหละ ร้านกวยจั๊บบนถนนเส้นกลางเมืองหรือหน้าป้าย ไม่ได้ขึ้นชื่อแค่ความอร่อย แต่ยังเปิดมานานกว่า 10 ปี (หรืออาจถึง 20 ปี) ร้านโลคอลในตำนานที่เข้าถึงง่าย มีคุณลุงคุณป้าผลัดกันทำ ผลัดกันเสิร์ฟ ส่วนตัวกินมาตั้งแต่สมัยประถม แฟนคลับของร้านนี้เหนียวแน่นมาก เพราะร้านตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน เด็ก ๆ ที่เคยมากินก็โตมาพร้อมกับร้านนี้เลย

#09
ลองดื่มด่ำเสียงเพลงในบาร์ลับใกล้ มมส. ที่ Romeo had Juliette
ร้านที่ยามสว่างเป็นคาเฟ่ แต่เมื่อตะวันลับขอบฟ้า สถานที่แห่งนี้ก็กลายร่างเป็นบาร์ลับไวบ์ดี นอกจากอินทีเรียสุดเท่ ถ่ายรูปสวยแล้ว ร้านยังนำเสนอแนวเพลงและวงดนตรีใหม่ ๆ ที่ในสารคามหรืออีสานยังไม่ได้เป็นกระแสมากนัก ทั้งแนว Indie Pop Rock, Alternative Metal, Jazz Funk, Experimental หรือ DJ แม้แนวเพลงค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม แต่ก็ได้ฐานลูกค้าที่เข้มข้นไปเต็ม ๆ ใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ต้องไปลองให้รู้ ไปดูให้เห็นเด้อ ถือเป็น Coffee & Bar แห่งหนึ่งที่น่าลอง

#10
ลองแวะหาอาหารมื้อค่ำที่ตลาดโต้รุ่ง
ถ้าตลาดสดคือแหล่งอาหารยามเช้าของคนสารคาม ตลาดโต้รุ่งก็เปรียบเสมือนศูนย์รวมมื้อค่ำที่เป็นปากท้องมายาวนาน ใครนึกมื้อค่ำไม่ออกก็บอกโต้รุ่งนี่แหละ มีอาหารท้องถิ่นน่าสนใจหลายร้าน ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ลาบวัว หรือขนมหวาน ถ้าไปเดินเมื่อไหร่ แม่ต้องฝากซื้อรวมมิตรกลับบ้านทุกที

#11
ลองปล่อยใจดูอาทิตย์ตกดินที่ริมแก่งเลิงจาน
โลเคชันสุดท้ายที่ทำให้ทุกคนตกหลุมฮักสารคามเหมือนที่เรารักได้ นั่นคือ ‘แก่งเลิงจาน’ สถานที่เดตแบบติดดิน ติดน้ำ ติดธรรมชาติแบบสุด ๆ และเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะใกล้เมืองที่ผู้คนได้อยู่กับธรรมชาติและมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดที่ 1 ในจังหวัด (จากใจคนเขียน) ด้วยความเป็นแอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีรอบวงกว่า 10 กิโลเมตร ทำให้เรานั่งทอดสายตาไปได้ไกลและกว้างมาก ๆ
ก่อนอาทิตย์ลับของฟ้า แสงสีส้มสะท้อนเงากระทบผืนน้ำ สวยชนิดที่ต้องยกมือถือมาถ่ายให้ไว แต่ก็ยังเก็บความสวยไม่หมด ใครเป็นสายตั้งแคมป์และออกกำลังกาย ที่นี่ก็ตอบโจทย์ เดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานก็ได้หมด (มีร้านเช่าจักรยาน) ใครแวะเวียนมาสารคาม ลองมาพักใจก่อนหมดวันที่นี่ได้นะ
