แม้บางแบรนด์จะตีตลาดต่างประเทศได้ดี มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ใช่ว่านำเข้ามาในไทยแล้วจะประสบความสำเร็จไปทุกราย ยิ่งเป็นสินค้ามีคู่แข่งมากมายในตลาด ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้คนจดจำ ซื้อซ้ำ และแนะนำต่อ แต่แบรนด์เครื่องเสียง-ฟิล์มติดรถจากเยอรมันอย่าง ‘BLAUPUNKT’ (บลาวฟุ้งค์) ทำได้
ก่อนจะเข้าเนื้อหา เราอยากแนะนำให้รู้จัก ‘BLAUPUNKT’ (บลาวฟุ้งค์) อีกสักนิดว่าไม่ใช่แบรนด์ใหม่ แถมยังมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เพราะเป็นผู้ผลิตวิทยุรถยนต์เครื่องแรกของโลกที่ก่อตั้งในกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนีเมื่อปี 1924 และยังคงผลิตเครื่องเสียงในรถในอีก 100 ปีให้หลัง หลังจากประสบความสำเร็จกับวิทยุรถยนต์ราว 1 ล้านเครื่องในปี 1959 บลาวฟุ้งค์แตกไลน์จัดจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตมัลติมีเดียสำหรับรถยนต์ขายมากกว่า 50 ประเทศ ได้รับรางวัล ‘แบรนด์แห่งศตวรรษ-มาตรฐานแบรนด์เยอรมัน’ ในปี 2015
แม้ในไทยจะเคยมีคนนำเข้าสินค้าแบรนด์นี้มาแล้วหลายคราว แต่ผลตอบรับยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวังนัก จนกระทั่ง ธัญญวิชญ์ เตชาทัตอัครวินท์ หรือ เฮียสี่ ผู้บริหาร บริษัท เตชินท์ อินเตอร์เทรด จำกัด ได้นำเข้ามาจำหน่าย พร้อมปั้นบลาวฟุ้งค์ให้ติดตลาดและได้รับการยอมรับจากลูกค้าไทยมากมาย ซึ่งกว่าจะทำได้ขนาดนี้ ย่อมต้องมีความเข้าใจตลาดเมืองไทยสูง พร้อมสายตาอันแหลมคมที่จะเลือกสินค้ามาได้ตอบโจทย์คนไทย แถมเฮียสี่ยังไปไกลกว่านั้น เพราะสินค้าบางอย่างไม่ได้มีขายในยุโรป แต่ทำออกมาตอบโจทย์คนไทยโดยเฉพาะ ภายใต้มาตรฐานสุดเนี้ยบของแบรนด์เยอรมันแบรนด์นี้
เฮียสี่ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการคนเดียวในไทยทำอย่างไร ขอชวนแฟน ๆ ของบลาวฟุ้งค์มาค้นหาคำตอบกัน

ฟังซ้ำทุกวัน ใช้เองทุกชิ้น
ในการทำธุรกิจ ความหลงใหลคือสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิ่งอื่น เพราะมันคือปัจจัยที่ทำให้ทำธุรกิจได้อย่างทุ่มเทและอดทน ซึ่งหากย้อนไปนับตั้งแต่จำความได้ เฮียสี่เป็นคนที่ชอบเห็น ชอบนั่ง ชอบสำรวจรถที่นำเข้าจากต่างประเทศอยู่เสมอ
สิ่งหนึ่งที่เห็นบ่อยแต่เด็ก คือไม่ว่ารถคันไหน เครื่องเสียงที่อยู่ในรถจะเป็นยี่ห้อ BLAUPUNKT จนจำชื่อยี่ห้อนี้ได้ขึ้นใจ แต่ใครจะรู้ว่าเด็กน้อยที่ชอบสำรวจรถ คุ้นกับเครื่องเสียงยี่ห้อดังในวันนั้น จะกลายมาเป็นนักธุรกิจที่อินจนฝ่าโจทย์หินของการนำเข้าได้สำเร็จ
“จริง ๆ บลาวฟุ้งค์เคยมีคนนำเข้ามาในไทยหลายครั้งแล้ว แต่จุดไม่ติด ขายได้น้อยมากเพราะไม่มีการโปรโมต บังเอิญว่าผมมีพันธมิตรที่ต่างประเทศซึ่งเป็นตัวแทนบลาวฟุ้งค์ที่เยอรมนี เขาเห็นว่าผมทำธุรกิจเครื่องเสียง เลยชักชวนให้นำเข้าแบรนด์นี้ด้วย” เฮียสี่เล่าจุดเริ่มต้น
“อย่างเครื่องเสียง ก่อนจะปล่อยออกไปสักตัว ผมฟังทุกวัน แล้วก็เปิดเพลงเดิม ๆ ด้วย นอกจากฟังเองแล้วยังให้ลูกน้องช่วยฟัง เปิดรับคำติชมของเขาและเอาไปปรับจนกลมกล่อม” เฮียสี่เล่าด้วยแววตามุ่งมั่นเและเป็นประกายบอกว่าเขาทำแบบนี้กับสินค้าทุกชิ้น
“เวลาจะทำสินค้าชิ้นหนึ่ง ผมจะคิดว่าตัวเองเป็นผู้บริโภค และต้องคิดว่าผมต้องการอะไรจากมัน ซื้อแล้ววางไว้ตรงไหน พกพาออกไปข้างนอกยังไง ต้องคิดถึงรายละเอียดทุกอย่างก่อน ผมจะคิดเสมอว่ากับสินค้าชิ้นนี้ ถ้าอยากทำให้ดีขึ้นได้อีก ต้องทำยังไง”
เพราะเมื่อสินค้าวางจำหน่ายออกไปและขายได้ดีตามที่หวัง สิ่งที่มีคุณค่ากว่าตัวเลขรายได้ คือความภาคภูมิใจที่ตัวเองได้ช่วยเลือกสิ่งดี ๆ ให้ลูกค้านั่นเอง


BLAUPUNKT = Blue Point = ผ่านมาตรฐาน
นอกจากความคุ้นเคยกับแบรนด์แล้ว เหตุผลที่เฮียสี่เลือกบลาวด์ฟุ้งค์ เพราะเป็นแบรนด์มาตรฐานดีไม่มีตก ทั้งยังปรับตัวเก่งทุกยุคสมัย
“เราพยายามหาสิ่งที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ คนไทยชอบเทคโนโลยีที่ดูดี”
ชายหนุ่มวิเคราะห์ให้ฟังว่า จุดเด่นที่ทำให้บลาวฟุ้งค์ต่างจากแบรนด์อื่น คือดีไซน์ คุณภาพ และการพัฒนาสินค้าอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ แต่บลาวฟุ้งค์ยังตอบโจทย์ลูกค้ารุ่นใหม่อยู่เรื่อย ๆ แถมยังมีราคาที่จับต้องได้
“การที่แบรนด์แบรนด์หนึ่งจะอยู่มาได้เป็นร้อยปี เพราะเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา เขามีความยืดหยุ่น หมุนไปกับโลก รู้ว่าเทรนด์ใหม่ ๆ คืออะไร และใช้นวัตกรรมมาตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภค อย่างเครื่องเสียงที่เคยติดในรถยนต์ ทุกวันนี้เขาก็มีเครื่องเสียงที่ต่อบลูทูทได้ เป็นเครื่องเสียงสมัยใหม่ที่เอาไปใส่ในรถคลาสสิกได้
“และด้วยความที่สินค้าผลิตโดยคนเยอรมัน ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะมีความเป๊ะมาก ถ้าไม่ดีจะไม่ปล่อยออกมาเลย”
เฮียสี่ชี้ไปที่โลโก้ของบลาวฟุ้งค์ซึ่งเป็นจุดสีฟ้า แนะนำกับเราว่า จริง ๆ ที่มาของโลโก้นี้คือจุดที่กำกับควบคุมคุณภาพคุณภาพ (Quality Control) หากสินค้าตัวไหนผ่านมาตรฐานก็จะแปะจุดสีฟ้าเอาไว้ “นี่มันโคตรเยอรมันเลย แต่เป็นเยอรมันที่ปรับตัวตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของสินค้า”
เมื่อสินค้าดีเป็นทุนเดิม ด่านต่อมาคือการทำให้คนรู้จัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่แบรนด์จะไปตอบ Pain Point ของพวกเขาได้
“การทำแบรนดิ้งเหมือนการให้ข้าวให้น้ำคน เราสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับคนที่ต้องกินข้าวทุกวันถึงจะโตได้ การทำการตลาดก็เหมือนกัน เรามีการทำแคมเปญอย่างต่อเนื่อง คุยกับลูกค้าตลอดเวลา”
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ชื่อของบลาวฟุ้งค์เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าหลายคนได้สำเร็จ






จากสินค้ายุโรปสู่การตอบโจทย์ตลาดไทย
ใครที่รู้จักบลาวฟุ้งค์ดีอยู่แล้ว อาจรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ผลิตแค่เครื่องเสียงรถยนต์เท่านั้น แต่ยังมีสินค้าไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ให้เลือกช้อปอีกเป็นร้อยเป็นพันรายการ
โจทย์น่าคิดหนักสำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนำเข้า คือจะเลือกสินค้ามาขายอย่างไรให้โดนใจคน
“ผมดูตามเทรนด์ในตลาดว่าอะไรมาและอะไรขายดีที่เมืองนอก อีกอย่างหนึ่งคือผมมีโอกาสได้ช่วยออกแบบสินค้ากับบลาวฟุ้งค์ด้วย เมื่อผมรู้ว่าตลาดเมืองไทยต้องการอะไร ผมก็จะดีไซน์ให้ตอบโจทย์ตลาดเมืองไทย นี่เป็นหลักสำคัญเลยนะ” ชายหนุ่มบอก
เตชินท์ อินเตอร์เทรด บริษัทของเฮียสี่ได้เลือกนำเข้าเครื่องเสียงรถยนต์ของบลาวฟุ้งค์ก่อนเป็นตัวแรก เพราะเป็นสินค้าที่โด่งดังและเป็นตำนานอยู่แล้ว ก่อนจะตามมาด้วยสินค้าตัวอื่น ๆ ที่คนไทยใช้กันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงบลูทูท หลอดไฟ LED หลอดไฟโซลาร์เซลล์ ปลั๊กพ่วง EV Charger หูฟัง ไปจนถึงฟิล์มติดรถยนต์
ที่น่าสนใจคือมีสินค้าของบลาวฟุ้งค์บางตัวที่มีขายในประเทศไทย แต่ถ้าไปมองหาจากประเทศฝั่งตะวันตกอาจจะไม่เจอ
“ตลาดเอเชียกับยุโรปฟังเพลงไม่เหมือนกัน ชอบฟังเสียงไม่เหมือนกัน ถ้าคนไทยจะชอบฟังเพลงที่ทุ้ม มีเบสนิดหนึ่ง แต่ฝั่งยุโรปจะเน้นเพลน ๆ ไปทางแหลม” เฮียสี่ยกตัวอย่างพร้อมเปิดลำโพงบลูทูทให้เราฟัง
“หรืออย่างฟิล์ม ขนาดในเอเชียก็ยังใช้สินค้าไม่เหมือนกัน เมืองไทยเป็นเมืองแดดแรง เราอาจจะชอบติดฟิล์มที่กันความร้อน สีมืดหน่อย แต่ถ้าไปฮ่องกงเขาชอบติดฟิล์มใส”
นี่คืออินไซต์ของคนทำธุรกิจที่รู้จักความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้เลือกสินค้ามาขายได้อย่างตรงจุด

ฟิล์มเซรามิกที่เป็น Product Hero
หนึ่งในสินค้าตัวขายดีของบลาวฟุ้งค์ คือฟิล์มเซรามิกติดรถยนต์ ซึ่งตอบโจทย์เมืองไทยที่มีแดดจ้าและอากาศร้อน
ปกติแล้วฟิล์มเซรามิกจะมีราคาสูง เพราะกันความร้อนได้ดี หากมองเข้ามาจากด้านนอกตัวรถจะดูมืดแต่ดูจากข้างในจะใส ทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถเป็นไปด้วยดี ซึ่งนอกจากฟิล์มเซรามิกแบบพื้นฐานแล้ว บลาวฟุ้งค์ยังมีฟิล์ม PPF กันสีกันรอย ฟิล์มที่ฟื้นฟูตัวเองได้เมื่อมีรอยขีดข่วน และในอนาคตจะมีฟิล์มใหม่ ๆ มาตอบโจทย์ลูกค้าได้อีกเรื่อย ๆ
การเข้าไปแก้โจทย์ในใจลูกค้า บลาวฟุ้งค์มีวิธีการทำงานที่น่าสนใจ อย่างการร่วมมือกับ DAS TREFFEN เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรักรถ Porsche อย่างเป็นทางการต่อเนื่องมา 5 ปี โดยเป็นแบรนด์ฟิล์มติดรถรายเดียวที่ได้ร่วมงานกับคอมมูนิตี้รถสปอร์ตที่ใหญ่ที่สุด สะท้อนถึงความตั้งใจที่อยากตอบโจทย์การเลือกใช้ฟิล์มคุณภาพสูงทั้งเรื่องความสวยงาม ประสิทธิภาพ และมาตรฐานระดับโลกให้กับคนรักรถตัวจริง
แต่ความยากของการเป็นสินค้าขายดีในยุคนี้ คือการถูกมิจฉาชีพฉวยสวมรอย ลูกค้าหลายคนโดนมิจฉาชีพหลอกให้ติดฟิล์มปลอมอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งตรวจได้ยากเมื่อติดรถไปแล้ว
“เรายินดีบริการลูกค้าให้ตรวจสอบกับทางบริษัทได้ทุกช่องทาง เพื่อรับรองว่าสินค้าเป็นของแท้ มีมาตรฐาน และได้รับประกันจากผู้ผลิต โดยก่อนติดตั้งฟิล์ม อยากให้ตรวจสอบที่มาว่ามาจากบริษัทโดยตรงหรือร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบลาวฟุ้งค์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง และติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับสิทธิ์การรับประกันที่ตรวจสอบได้”

คุณภาพเหนือการแข่งขัน
ในยุคที่ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์เป็น Red Ocean ที่มีการแข่งขันกันสูง ลูกค้าจะเลือกช้อปปิ้งจากมุมไหนของโลกก็ได้ เฮียสี่บอกว่า กลยุทธ์ที่เขาใช้เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม คือการสร้างจุดยืน
“จุดยืนที่เรามีร่วมกันกับบลาวฟุ้งค์คือดีไซน์ คุณภาพ และราคา สินค้าของบลาวฟุ้งค์แทบจะตอบโจทย์ทุกอย่างเลย แม้ราคาเราอาจสูงกว่าสินค้าจีนนิดหน่อย แต่ราคาสูงเพราะมีเหตุผลด้านคุณภาพ คุณอาจจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีกว่า“เวลาคนเห็นชื่อแบรนด์บลาวฟุ้งค์ ผมว่าคนมั่นใจเรื่องคุณภาพ ถ้าเขาซื้อไปใช้จริงแล้วคิดว่าดี ก็เกิดการซื้อซ้ำในตัวอื่น ๆ ด้วย นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบลาวฟุ้งค์ยังอยู่ได้ ขยาย และเติบโต” เฮียสี่ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม


