1 มีนาคม 2025
3 K

เจริญกรุงเป็นย่านที่มาเมื่อไหร่ก็ไม่เคยเบื่อ คงเพราะเราชอบเชียงใหม่เป็นทุนเดิม เมืองที่ไปกี่ครั้งก็มีสิ่งใหม่ผลิบานอยู่เสมอ เช่นเดียวกับย่านนี้ในกรุงเทพฯ ที่รายล้อมด้วยกิจการสร้างสรรค์มากมาย คาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ อาร์ตสเปซ รวมถึงที่พักขนาดเล็ก-ใหญ่ ทว่ากลมกลืนไปกับกิจการเก่าแก่ของย่าน

นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะเรียนให้ทุกท่านทราบว่าเจริญกรุงมีกิจการน่ารักที่เปิดต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเพิ่มขึ้นอีก 1 อัตรา นั่นคือ ‘Blu Dock Restel Bangkok’ ที่พักขนาดเล็กในซอยเจริญกรุง 30 

Blu Dock Restel เป็นน้องใหม่ของย่าน มีเพื่อนบ้านอย่าง convo.bkk, Kitt.Ta.Khon, 

Lek Gallery, MADBEEF, DEAR SUNDAY HOMETEL, Khěng Rongtiem BKK และอีกสารพัด

ซึ่งที่พักแห่งนี้เกิดจากการรวมพลังของ เปา-ปิยนุช แซ่จู, แหม่ม-ธนสินี และ หม่ำ-อภิวัฒน์ หน่อขุดทอด ด้วยหม่ำติดภารกิจ สองสาวเลยรับหน้าที่เล่าความมาเป็นมาของที่นี่ให้เราฟัง 

Blu Dock Restel เปิดมาเพียง 3 เดือน แต่มีแขกมาพักเกือบ 20 ประเทศ มีตั้งแต่ 1 ขวบจนถึง 70 ปี ซึ่งบทบาทใหม่นี้ก็ทำให้เปา-แหม่มต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับแขก อย่างการเปิดยูทูบดูวิธีปูเตียง หรือการทำออมเล็ต

เรายกแก้วน้ำส้มตรงหน้าขึ้นมาดื่ม ก่อนจะดำดิ่งไปกับเรื่องราวของคนทำโรงแรม

(ขอดอกจันว่า น้ำส้มที่นี่ชื่นใจมาก เกล็ดส้มเน้น ๆ ยิ่งแช่เย็นเจี๊ยบ ยิ่งดื่มอร่อย)

“เราอยากทำโรงแรมเล็ก ๆ มานานแล้ว” เปาเปรยถึงที่มาด้วยรอยยิ้ม

“เพราะเราคลุกคลีกับโรงแรมมาก่อน เราเป็นดีไซเนอร์ที่ทำแบรนดิงและดีไซน์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ ให้โรงแรมขนาดเล็ก พอดีมีเพื่อนแนะนำอาคารหลังนี้ก็เลยเข้ามาดู เดิมเป็นโกดังเก่า บวกกับเราชอบย่านเจริญกรุงอยู่แล้ว เลยสนใจ เรา 3 คนคุยกันว่าพื้นที่ตรงนี้น่าจะมีศักยภาพ ทั้งใกล้ท่าเรือสี่พระยา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ และย่านนี้ก็เดินเล่นได้ ซึ่งโลเคชันมันเหมาะที่จะทำโรงแรม

“สโลแกน Blu Dock Restel คือ Stay, Explore, Experience, Together ซึ่งเป็นหัวใจในการทำโรงแรมและการออกแบบบริการของเรา เราอยากทําให้ที่พักเป็นหนึ่งในประสบการณ์ของแขก และส่งเสริมให้เขามีประสบการณ์การท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่น่าจดจำมากขึ้น” เปาเล่าความตั้งใจ

หม่ำ เป็นอินทีเรีย และแหม่ม เคยทำงานเกี่ยวกับ Hotel Supply (เธอเป็นพี่สาวหม่ำ)

เราว่าทั้ง 3 คนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่ทำให้เกิด Blu Dock Restel Bangkok ขึ้นมา

ในอาคารตึกแถวนี้มี 4 ชั้น ชั้นล่างสุดเป็น Sharing Space และมินิบาร์

“เราไม่อยากให้พื้นที่ส่วนกลางเป็นแค่ล็อบบี้ แต่อยากให้เกิดไวบ์ที่คนมาใช้งานและปฏิสัมพันธ์กันเหมือนพื้นที่นี้เป็นห้องนั่งเล่น เคยมีคุณป้ามานั่งเขียนโปสต์การ์ด แขกอีกคนมานั่งเล่นเกม” ระหว่างเปาเล่าก็มีแขกวัยฟันน้ำนมจากเวียดนามถามเธอว่า ขอซื้อชุดหมากฮอสทรงฝาจีบน้ำอัดลมนี้กลับบ้านได้ไหม ท่าทางจะชอบจริงจัง เพราะเราเห็นหนุ่มน้อยกับพี่สาวเล่นหมากฮอสอย่างเพลิดเพลิน

“นอกจากมานั่งเล่นได้แล้ว เรามีมินิบาร์ให้เขามากินน้ำ กินขนมได้ด้วย และจากที่เราเคยเป็นนักท่องเที่ยว ปัญหาหนึ่งคือน้ำไม่พอ ที่นี่เลยมีเครื่องกรองน้ำติดไว้เลย แขกเติมน้ำได้ตลอดเวลา หรือจะหยิบน้ำ หยิบขนมไปกินบนห้องก็ได้” เปาเล่าพลางผายมือไปที่เคาน์เตอร์ใหญ่สีเงินด้านหลัง

ด้วยช่วงที่นัดหมายกันเป็นช่วงหลังตรุษจีน เลยมีขนมจากเทศกาลวางให้ชิม แต่ที่ถูกใจเป็นพิเศษคือขนมปี๊บที่ทำให้หวนคิดถึงวัยเด็ก เธอว่าแขกชอบนะ ดึก ๆ บางคนก็ย่องมาหยิบไปกินบนห้อง ถัดไปอีกนิดเป็นตู้แช่ มีบริการเครื่องดื่ม 24 ชั่วโมง น้ำเปล่า น้ำส้มคั้น นมวัว และนมทางเลือกประเภทต่าง ๆ 

อีก 3 ชั้นเป็นห้องพัก ชั้นละ 2 ห้อง มีห้องให้เลือก 3 ประเภท ได้แก่ Triple, Friendly และ Family เราชอบมากที่ห้องพักเริ่มต้นที่ 3 คน ไม่ค่อยเห็นที่ไหน นอกเสียจากที่พักแบบขายเหมายกหลัง ส่วนห้อง Friendly และ Family รับแขกได้สูงสุด 4 คน มีห้องเตียงเดี่ยว + เตียง 2 ชั้น (Bunk Beds) ให้เลือก ห้องนี้ถูกใจเด็ก ๆ เป็นที่สุด ปีนป่ายได้เต็มที่ ซึ่งเจ้าบ้านบอกว่าห้องนี้ทำขึ้นมาเพราะความชอบส่วนตัว

สองสาวกระซิบว่า บางทีแขกมาคนเดียวหรือ 2 คนก็ยินดีเลือกห้องขนาด 4 คนนะ

เปาบอกว่าเธอไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างของตึกมาก ด้วยอยากเก็บรักษาเสน่ห์อาคารเดิม เธอว่าแค่ทาสีก็สดใสขึ้นมาแล้ว ส่วนหม่ำรับหน้าที่ดูการออกแบบตกแต่งภายในทั้งหมด มีเปาคอยเสริม

“การออกแบบโรงแรมของเราต้องสะท้อนเสน่ห์ของย่านเจริญกรุงที่เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอันหลากหลาย ไม่ว่าวัฒนธรรมยุโรป จีน ไทย ซึ่งเราดึงองค์ประกอบต่าง ๆ มาใช้ โดยไม่บอกว่าเป็นอะไร แต่ให้แขกรู้สึกและสัมผัสได้เอง เช่นความโค้ง คิ้วประตู ลายตารางหมากรุก บานเฟี้ยม โต๊ะหินขัด และเราพยายามนำความเก่ากับความใหม่มาอยู่ด้วยกัน นี่คือไอเดียตั้งต้นในการออกแบบ Blu Dock Restel” เปาเล่าส่วนงานดีไซน์

เราถามเธอถึงชื่อ ‘Blu Dock’ ว่าได้แต่ใดมา ได้ยินครั้งแรกก็ติดหูแทบทันที 

“มันเป็นความเนิร์ดของเราเอง ตรงนี้คือซอยกัปตันบุช ซึ่ง กัปตันจอห์น บุช เป็นผู้ก่อตั้ง Bangkok Dock Company เทรดสินค้าเอเชีย-ยุโรป เราชอบความเกี่ยวโยงกันในเชิงความหมายของพื้นที่นี้ เพราะเราต้อนรับแขกจากอีกซีกโลกหนึ่งด้วยเหมือนกัน แล้วคำว่า Dock ก็เชื่อมโยงกับพื้นที่ที่มีท่าเรือ ส่วน Blu สื่อถึงแม่น้ำ

“ระหว่างรีเสิร์ช เราไปเจอข่าวหมาตกน้ำจากเรือลากจูง” เปาหัวเราะน้อย ๆ “มันมีหลายข่าวมาก เราก็เริ่มเอ๊ะ จนมารู้ว่าเรือบางลำเขาเลี้ยงหมาเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง คำว่า Blu Dock จึงออกเสียงคล้ายกับ Bulldog ซึ่งเปรียบว่าเราคือเพื่อนร่วมเดินทางของแขกที่มาพักกับเรา และชื่อนี้ก็จำง่ายด้วย

“แต่มี Restel ห้อยท้าย เพราะเราอยากสื่อสารให้เห็นถึงสถานะและบรรยากาศของโรงแรม ซึ่งเราอยู่ระหว่าง Hotel กับ Hostel เลยมองหาคำที่สื่อสารถึงคุณค่าหลักที่อยากมอบให้แขก นั่นคือการพักผ่อนอย่างแท้จริง เรามีเตียงที่ดี มีผ้าปูเตียงที่ทอจากผ้าลินิน มีหมอนที่สัมผัสนุ่มสบาย มั่นใจได้เลยว่ามาพักที่ Blu Dock Restel จะได้รีชาร์จ พร้อมออกไปลุยต่อได้อย่างเต็มที่ และคำว่า Restel ก็ฟังดูอบอุ่นด้วยนะ”

ขอการันตีว่านอนที่นี่สบายจริง ๆ หลับสนิทด้วย (เพราะไปนอนมาแล้ว) เราชอบม่านทึบในห้องมาก เจ้าโปรเจกเตอร์ก็ดีเช่นกัน เพิ่มอรรถรสการดูซีรีส์ แม้ไม่มีโซฟาในห้อง แต่ม้านั่งไม้ตัวยาวก็ทดแทนได้ดีเยี่ยม จะนั่ง จะนอน หรือวางกระเป๋าเดินทางก็ใช้การได้ดี ส่วนด้านหลังห้องมีระเบียงกว้างขวาง 

ระหว่างเราสนทนากับเปาและแหม่ม มีแขกเดินเข้าออกขวักไขว่ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว ที่น่าสนใจคือแขกมาพักซ้ำในระยะเวลาไม่นาน เราเลยชวนพวกเธอไขข้อสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใด

“อังกฤษ ไอร์แลนด์ ยูเครน อิสราเอล รัสเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง นิวซีแลนด์ ไต้หวัน เกาหลี ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ลาว เนเธอร์แลนด์” แหม่มไล่รายชื่อประเทศแขกที่มาพักภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนที่เปิดทำการ ก่อนเปาเสริมว่า “มีแขกจากโปแลนด์ด้วย เขามาดูตัวเงินตัวทองที่สวนลุม”

พวกเราหัวเราะครืนกับเรื่องเล่าของเปา ก่อนเธอเฉลยว่า ที่แขกมาพักซ้ำคงเป็นเพราะมาที่ Blu Dock Restel แล้วรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน และแหม่มก็พร้อมช่วยเหลือแขกอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะจองตั๋วดูโลมา พิกัดร้านอาหารอร่อยละแวกย่าน หรือหาข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว คงเพราะที่นี่เต็มใจช่วยเหลือแขกด้วยความยินดี จนพวกเขาไว้ใจและรู้สึกปลอดภัยที่จะกลับมาซ้ำ

“มีสิ่งที่เราไม่คาดคิดเหมือนกันนะ อย่างการพูดคุยกันระหว่างแขกกับแขก เคยมีคุณป้าชาวฝรั่งเศสอวดกางเกงที่ซื้อมาใหม่จากแพลทินัมให้แขกมาเลเซียฟัง วันรุ่งขึ้นก็ไปแพลทินัมกันเลย หรือแขกจากฮ่องกงกับแขกจากสหรัฐฯ เขาเพิ่งกลับจากทริปอยุธยาก็เมาท์มอยกันสนุกสนาน ก่อนแขกฮ่องกงจะกลับ เขาขอฝากจดหมายถึง 2 สาวอเมริกัน เราดีใจที่ที่พักของเราทำให้เกิดภาพแบบนี้ได้” เปาเล่า

“มีคนซื้อดอกไม้มาให้ก่อนกลับด้วยนะ มีพับนกกระเรียนเขียนโน้ตไว้ให้ด้วย” แหม่มเสริม

เปา-แหม่มในบทบาทเจ้าบ้าน ผลัดกันเล่าด้วยน้ำเสียงสนุกสนานที่รับรู้ได้ถึงความสุข

ถ้ามาพักที่นี่ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะมีสารพัดสิ่งให้ทำมากมาย ด้วยเจริญกรุงเป็นย่านสร้างสรรค์ จึงมีสเปซดี ๆ ร้านรวงทั้งเก่า-ใหม่ให้เดินเล่น เดินกินเพียบ ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นไกด์ท้องถิ่นที่น่ารัก รู้จักสถานที่น่าสนใจเยอะเลย เพราะคลุกคลีกับย่านนี้ และบนห้องก็มีแผ่นข้อมูลบอกพิกัดแหล่งท่องเที่ยวในย่านให้แขกด้วย แม้กระทั่งในอินสตาแกรมของที่พักก็มักเล่าเรื่องย่านหรือเพื่อนบ้านของ Blu Dock Restel อยู่บ่อย ๆ 

ด้วยหน้าที่การงานของเปาที่ข้องเกี่ยวกับโรงแรมขนาดเล็กในต่างจังหวัด ทำให้เธอให้ความสำคัญกับผู้คน ย่าน และชุมชน พอเราได้ฟังเหตุผลของเธอก็ต้องพยักหน้าเห็นด้วย เธอบอกไว้ว่า

“เพราะเราคิดว่าธุรกิจจะยั่งยืนได้ต้องเติบโตไปพร้อมกับชุมชน มันต้องเอื้อและส่งเสริมกัน แล้วเสน่ห์ของโรงแรมขนาดเล็กคือการมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน เขารู้ข้อมูลเชิงลึกของท้องถิ่นนั้นดี ซึ่งส่งผลดีกับแขกที่มาพักด้วย เพราะแขกได้รู้เรื่องราวต่าง ๆ และได้รับประสบการณ์ที่เขาหาจากกูเกิลไม่ได้”

ก่อนเราจะขอตัวไปเก็บของบนห้องพักชั้นบนสุด และก่อน 2 สาวจะไปรับแขกจากทั่วโลก เราชวนเธอคุยถึงเสน่ห์ของย่านเจริญกรุงอันเป็นทำเลที่ตั้งของ Blu Dock Restel แถมเป็นย่านที่ทั้งคู่หลงรัก

“สมัยเรียนจุฬาฯ เรานั่งรถเมล์สาย 36 มาแถวนี้เพื่อแวะมาหาของกิน มาบ่อยเป็นปกติ เราว่าย่านนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งงานศิลปะริมถนน มีแต่เพิ่ม ไม่มีลด” แหม่มหัวเราะ “คนเดินเจริญกรุงได้ไม่มีเบื่อนะ ร้านค้าก็เปลี่ยนแปลงตลอด เราชอบที่ย่านนี้เดินได้ ผู้คนไม่จอแจ จะขับรถมาหรือนั่งรถสาธารณะมาก็ได้ จากเจริญกรุงก็เดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่อื่น ๆ ในกรุงเทพฯ ได้หลายที่เลย”

“เราว่าเจริญกรุงได้รับการฟื้นฟูด้วยศิลปะ เสน่ห์คือเป็นถนนสายแรก มีความเก่าแก่ แต่ขณะเดียวกันก็มีชีวิตชีวา มีกิจการใหม่ ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รบกวนย่าน และกิจการเหล่านั้นยังเชื่อมโยงและส่งเสริมย่านด้วย และ Blu Dock Restel เองก็ไม่ได้มาเติมเต็มย่าน เราเป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ทำให้ย่านนี้สมบูรณ์ และจะพยายามแนะนำให้แขกออกไปทำความรู้จักย่านนี้ให้มากยิ่งขึ้น” เปาปิดท้าย

สีสันของ Blu Dock Restel จะทำให้บรรยากาศของเจริญกรุงสนุกสนานขึ้น และทำให้นักเดินทางจากทั่วโลกรู้จักย่านนี้มากขึ้น แม้กระทั่งเราเองก็ชักจะสนิทกับย่านนี้แล้ว เราว่าเจริญกรุงเป็นย่านเก่าแก่ที่ไม่หลับใหล เหมือนคนวัยเก๋าที่แต่งตัวทันสมัย น่ารักและทรงเสน่ห์ไม่ว่ายามตะวันตื่นหรือลาลับขอบฟ้า

อ้อ แม้แขกเดินทางมาพักจากทั่วโลก เราก็ยังอยากแนะนำให้คนไทยแวะไปพักผ่อนหรือเปลี่ยนบรรยากาศที่นี่นะ ไปกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้ ตอบโจทย์มาก แถมไม่ไกลจากย่านท่องเที่ยวสุดฮิตอย่างทรงวาด ชุมชนตลาดน้อย หรือเยาวราช รับรองว่าคุณจะรู้จักกรุงเทพฯ มากขึ้นแน่นอน

3 Things you should do

at Blu Dock Restel Bangkok

01

ลองนั่งรถเมล์สาย 1 จากไปรษณีย์กลาง (บางรัก) ไปเยาวราช

02

ลองเดินสำรวจสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในย่านเจริญกรุง

03

ลองแวะแกลเลอรี จะ ATT 19 หรือ River City Bangkok ก็ได้

Blu Dock Restel Bangkok
  • 27/16 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • 08 3655 9297
  • bludock.bkk

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์