ดอกไม้เคลื่อนไหวได้ที่ตั้งอยู่บนท้ายรถสีขาวของ PAÑPURI ในขบวนไพรด์พาเหรด
Art Installation ที่เล่าเรื่องเมืองโคราชผ่านดอกไม้ท้องถิ่นในงาน Thailand Biennale
เวิร์กช็อป In ( ) Between และ Flowerfields™ ที่สอนจัดดอกไม้ทั้งในกรุงเทพฯ และกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
สำหรับคนรักดอกไม้และงานครีเอทีฟ โปรเจกต์เหล่านี้ของ ‘PHKA’ อาจเคยผ่านตาและอยู่ในความสนใจมาบ้าง ยังไม่นับรวมดอกไม้งานแต่งงานสุดอลังการ หรือการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาและดูแลดอกไม้ให้โรงแรม 6 ดาวหลายโรงแรมในประเทศไทย ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ดอกไม้และสเปซในการจัดงานดูน่าสนใจขึ้นมา
นับตั้งแต่ปี 2015 ที่เริ่มก่อตั้งสตูดิโอ วันนี้ PHKA ทำงานในฐานะ ‘นักจัดวางดอกไม้’ ตุณ ชมไพศาล, ปอย-วิศทา ด้วงวงศ์ศรี และ อุ๋ง-ประดับวงศ์ หงส์วิเศษชัย พาร์ตเนอร์ทั้ง 3 คนเชื่อว่าดอกไม้เป็นได้มากกว่าพร็อปวางสวย ๆ แต่ยังมีความสัมพันธ์และบอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ วัฒนธรรม ค่านิยม และคาแรกเตอร์ของผู้คนได้อย่างหมดจดงดงาม มากกว่านั้น มันช่วยเนรมิตสเปซให้มีชีวิตใหม่ได้ในสายตาของผู้ชม
ในขวบปีที่ 10 PHKA ตั้งใจไว้ว่าอยากวางตัวเองเป็นแบรนด์ระดับสากล และเมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาก็เริ่มขยับขยายสาขาจากกรุงเทพฯ ไปยังปารีส โดยมีตุณเป็นหัวเรือใหญ่ในการทำงาน
ความสำเร็จของสตูดิโอนี้นี้มีอะไรอยู่เบื้องหลัง การเดินทางข้างหน้าของพวกเขาเป็นอย่างไร เราต่อสายตรงถึงตุณเพื่อฟังเรื่องราวของเขา


นักจัดวางดอกไม้
จากงานอดิเรกที่ตุณทำเล่น ๆ ในปี 2013 – 2 ปีให้หลัง PHKA ก็ถูกก่อตั้งในฐานะสตูดิโอที่ทำงานจัดดอกไม้อย่างเป็นทางการ
อันที่จริงจะใช้คำว่าจัดดอกไม้ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะตั้งแต่วันแรก พวกเขานิยามตัวเองว่า Floral Designer หรือนักจัดวางดอกไม้ ไม่ใช่ Florist นักจัดดอกไม้ที่เราคุ้นเคยกัน
“เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเป็น Traditional Florist ที่มีหน้าร้าน จัดดอกไม้ใส่แจกัน มีลูกค้ามาสั่งและทำตามออร์เดอร์ หรือเป็น Floral Artist ศิลปินที่ทำงานศิลปะโดยมีดอกไม้เป็นสื่อกลาง ถึงแม้ว่าเราจะข้ามไปสู่จุดนั้นบ้างในภายหลัง แต่ด้วยความที่พื้นฐานของเราเป็นดีไซเนอร์ เราจึงทำงานโดยไม่มีโจทย์ไม่ได้ เราต้องรู้ว่าคนที่มาดูคือใคร สถานที่จัดการไซซ์ไหน หรือมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในงานนั้น พอมีเงื่อนไขตรงนี้ครบ จากนั้นค่อยออกแบบต่อ”


ตุณเล่าว่านอกจากความสวยงามแล้ว การจัดวางดอกไม้ต้องตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของลูกค้าและสื่อสารข้อความที่ลูกค้าอยากสื่อสารผ่านงานได้ด้วย
“สมมติว่าเป็นงานแต่งงาน คาแรกเตอร์ของงานคือตัวคนแต่ง มันอยู่ที่ว่าเราจะแปลคาแรกเตอร์ของคนนั้นออกมาในงานได้ไหม ถึงแม้ว่าเขาจะมีบรีฟที่ชอบเหมือนกับคนอื่น ๆ หรือบางงานที่มีเรื่องวัฒนธรรมผสม ถ้าเราตีความใหม่และแปรรูปวัฒนธรรมออกมาผ่านดอกไม้ได้ งานนั้นก็น่าจะเป็นงานที่ดี” ชายหนุ่มอธิบาย
สร้างชีวิตใหม่ให้พื้นที่
ดอกไม้คือความสวยงาม คือธรรมชาติ คือความไม่คงทนถาวร นั่นคือเสน่ห์ของดอกไม้ที่ทำให้ชาว PHKA หลงใหล
ใครเคยเห็นงานฝีมือพวกเขา อาจสังเกตว่าหลายงานเป็นงานที่บรรจงเลือกดอกไม้ท้องถิ่นมาใช้ ส่วนวัสดุอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากดอกไม้ PHKA ก็เลือกสิ่งที่ไม่เป็นมลพิษต่อโลก ทั้งการงดใช้ Floral Foam ที่ไม่ Biodegradable การงดการใช้พลาสติกในแพ็กเกจจิงต่าง ๆ และการลดการใช้ดอกไม้นำเข้าที่มีผลต่อคาร์บอนฟุตพรินต์ ตุณบอกว่านั่นคือความตั้งใจ
“3 – 5 ปีหลังมานี้ เราตั้งเป้าว่าอยากให้ PHKA เป็นแบรนด์ระดับสากล พอผู้รับสารของเรากว้างขึ้น เราก็ตั้งคำถามกับการเอาดอกไม้จากต่างประเทศที่เราชินตามาใช้ นอกเหนือจากเหตุผลเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำไมเราไม่นำเสนอในมุมที่ต่างออกไป ที่ไทยเรามีธรรมชาติที่แปลกใหม่และหลากหลายสุด ๆ ชาวโลกก็น่าจะอยากเห็นสิ่งนั้นจาก Thai Floral Designer ด้วย มันก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะนำดอกไม้ท้องถิ่นมาทำให้กลมกล่อม”
ที่สำคัญ PHKA ไม่ได้มองว่าดอกไม้เป็นแค่สิ่งของตกแต่งที่ไปวางอยู่ในพื้นที่หนึ่งแล้วจบแค่นั้น
“นอกจากดอกไม้ต้องส่งเสริมพื้นที่นั้น ๆ แล้ว และต้องสร้างการรับรู้ใหม่ ๆ ให้กับพื้นที่นั้น อาจไม่ได้ถึงขั้นที่เราต้องห่อทั้งห้องด้วยดอกไม้ แต่มันต้องขับ ดึงดูด และสร้างชีวิตให้พื้นที่นั้นขึ้นมาใหม่”


นับจากวันแรกจนถึงปัจจุบัน PHKA ผ่านงานจัดวางดอกไม้ในโปรเจกต์ต่าง ๆ มากมายในหลายประเทศ เช่น สเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ จีน และ คูเวต มีลูกค้าตั้งแต่โรงแรม แบรนด์หรู หน่วยงานท้องถิ่น ไปจนถึง Art Installation และ Festival ของเมือง เช่น Thailand Biennale และ Festival Flora
“เวลาคนรู้ว่าเราทำดอกไม้ เขามักจะบอกว่า โห ดีอะ ได้อยู่กับสิ่งสวย ๆ น่าจะมีความสุข แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เขาเห็นเป็นแค่ภาพสุดท้ายเท่านั้น เราเรียกว่าภาพเบอร์ 10 แล้วกัน แต่ 0 – 9 อาจจะไม่ได้สวยงาม มันมีความคาดหวัง ความเครียด ความที่เราต้องทำงามตามโจทย์ แล้วพอเป็นดอกไม้ที่เป็นของสด ก็จะมีข้อจำกัดทั้งเวลาที่เราทำเร็วหรือช้าไปไม่ได้ เราดูแลมันดีไหม ถ้าเปรียบเทียบก็คล้าย ๆ กับอาหาร กว่าจะออกมาเป็นจานสวย ๆ อาจมีหลายขั้นตอนที่ต้องเตรียมก่อนหน้านั้น”
อย่างที่ตุณบอกแต่แรกว่า PHKA เป็นดีไซเนอร์ที่ทำงานตามโจทย์ เพราะฉะนั้น แม้จะเป็นลูกค้ารายเดิมกลับมาจ้างใหม่ แต่งานที่ได้ก็จะไม่ซ้ำเดิม และมีเอกลักษณ์ของตัวเองเสมอ
Bonjour Paris!
ในขวบปีที่ 10 ของสตูดิโอ ชายหนุ่มบอกว่า PHKA ชูช่อแบ่งบานเกินกว่าที่คาดคิดไว้มาก วันนี้พวกเขาขยายทีมจนมีคนทำงานกว่า 30 คน เคยไปเวิร์กช็อปในต่างประเทศ พบปะคนจัดดอกไม้จากรอบโลกในสถานที่อันหลากหลาย
ล่าสุด ตุณพาชื่อของ PHKA ไปแนะนำตัวกับชาวปารีส
“เพราะเราตั้งเป้าว่าอยากเป็น Global Brand เราจึงอยากพิสูจน์ตัวเองกับชาวโลก เราคิดมาตลอดว่าที่ไหนจะเป็นที่ที่เหมาะสม ถามว่าทำไมต้องเป็นปารีส อาจเพราะฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้านวัฒนธรรมอยู่แล้ว คล้าย ๆ กับประเทศไทย มีศิลปะและวัฒนธรรมที่หยิบมาใช้ได้ ในเรื่องของดอกไม้เอง คนที่นี่ก็ใช้ดอกไม้เยอะในเชิงไลฟ์สไตล์ ถ้าเราเดินไปตามถนนเราจะเห็นร้านดอกไม้อยู่ทั่วทุกมุมถนน ถ้ามีอีเวนต์พิเศษของแบรนด์ต่าง ๆ หรือแฟชั่นโชว์ใหญ่ เขาก็ใช้ดอกไม้ในปริมาณมาก คึกคักมาก เราจึงคิดว่าที่นี่เป็นที่ที่น่าลอง”


ก่อนหน้านี้ตุณเคยทำงานในบริบทต่างประเทศมาบ้าง แต่เมื่อมาปารีส เขาก็ออกปากว่าต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกเยอะ
“เหมือนกับที่ไทย ที่นี่ก็มีดอกไม้ที่เราเดินออกไปเจอตามข้างถนนหรือเป็นดอกไม้ที่ขึ้นสวยงามตามธรรมชาติ ไม่ได้อยู่ในดอกไม้ที่เราจะสั่งซื้อได้ในตลาดดอกไม้ ซึ่งก็อาจจะเป็นวัสดุน่าสนใจที่เราอาจนำมาใช้ได้ เราก็ต้องค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป การได้เรียนรู้มันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ”
ปัจจุบัน ตุณออกปากว่า PHKA สาขาปารีสยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ เขาพบข้อจำกัดด้านการทำงานที่ต่างจากไทยคือการหาคนทำงานฝีมือระดับคนไทยได้ยาก แต่ในขณะเดียวกัน ความสนุกของการทำงานดอกไม้ที่ปารีสคือทุกอย่างใหม่สำหรับเขา ทั้งผู้คน สภาพอากาศ และดอกไม้ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากตื่นไปทำงานทุกวัน


ดอกไม้คือชีวิต ธุรกิจคือทีมงาน
“เมื่อเป็นธุรกิจ แน่นอนว่ามันก็มีปัญหารายทาง เช่น เรื่องตัวเลขหรือการสื่อสารกับลูกค้า แต่อุปสรรคใหญ่ที่สุดสำหรับเรา คือเราไม่ได้ถูกฝึกมาเป็นนักธุรกิจ เราฝึกฝนมาอีกแบบ” ตุณตอบ เมื่อเราถามถึงหินก้อนใหญ่ที่สุดที่เขาเคยข้าม
“พอเราทำงานแล้วมันเติบโต ทำให้เราต้องพยายามมากพอสมควรในการสร้างและดูแลทีม ซึ่งก็มีความลองผิดลองถูกระหว่างทาง เราอาจทำผิดพลาดบ้างด้วยความรู้ ณ ตอนนั้น แต่ทุกวันนี้เราก็ยังเรียนรู้ที่จะทำให้ดีขึ้น


“แน่นอนว่าพอเป็นบริษัท คนทำงานก็ควรจะได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมและแฟร์ แต่สิ่งที่นอกเหนือจากนั้นคือเราอยากเป็นบริษัทที่มีสภาพแวดล้อมในการทำงานสร้างสรรค์ให้สวยงาม สนุก และมีพลังอยู่ในนั้น สิ่งสำคัญที่สุดของเราคือทีม เพราะงานที่เราทำมีสเกลใหญ่ การจะไปสู่จุดนั้นได้ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แค่ทีมด้านหน้าอย่าง Designer และ Florist แต่รวมไปถึงทีม Support ที่สำคัญไม่แพ้กัน เช่น Project Coordinator, Inventory Supervisor, Admin, Visual Designer หรือกระทั่ง Researcher เราขาดใครไปไม่ได้ ไม่งั้นงานอาจจะเกิดขึ้นไม่ได้” เขาย้ำ
ทำงานกับดอกไม้มานานกว่า 10 ปี เราสงสัยว่าสิ่งที่ตุณได้เรียนรู้จากดอกไม้คืออะไร
“ดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิตและเป็นวัสดุที่มีเอกลักษณ์ ชีวิตของดอกไม้สั้นมาก ๆ และมันก็สะท้อนกลับมาสู่ตัวเราเหมือนกัน เราคิดว่าตัวเราเองก็ทำงานไม่ได้และชีวิตของเราก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป ทุกอย่างมีเวลาจำกัด”
ต่อจากนี้ PHKA จะแบ่งบานต่อไปได้อีกนานแค่ไหนอาจยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่ตุณกับทีมจะคอยดูแล ผลักดัน สนุกกับการออกแบบมันจนถึงวันสุดท้ายแน่นอน เราเชื่ออย่างนั้น

Website : phkastudio.com












