5 กุมภาพันธ์ 2025
1 K

ข่าวนิทรรศการ ‘Van Gogh: Poets and Lovers’ ที่จัดโดย National Gallery ประเทศอังกฤษ ผ่านหูผ่านตา แม้เราสนใจแต่ไม่ได้เตรียมจองบัตรเข้าชมงาน เพราะไม่มีแผนไปลอนดอนในช่วงเวลานั้น (นิทรรศการจัดระหว่างวันที่ 14 กันยายน ปี 2024 – 19 มกราคม ปี 2025) ต่อมาไม่นานได้ทราบข่าวว่าคนแห่แหนจองบัตรกันถล่มทลาย จะไม่ถล่มทลายได้อย่างไร เพราะนี่คือนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปี ของ National Gallery รวบรวมผลงานของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ จากหลายประเทศมาแสดงให้เห็นพร้อมกันในคราวเดียวถึง 61 ภาพ ผู้จัดงานโฆษณาว่านี่คือ นิทรรศการ ‘Once-in-a-Century’ ร้อยปีจะมีครั้งเดียว

คิดแล้วก็ได้แต่เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปดู หากไม่นับ Van Gogh Museum ที่เนเธอร์แลนด์แล้ว จะมีใครหรือมหกรรมใดที่รวมงานของแวนโก๊ะจำนวนมากขนาดนี้มาให้ชมในคราวเดียวได้ 

แต่แล้วก็มีเหตุให้เราต้องเดินทางไปลอนดอนอย่างกะทันหันในช่วงคริสต์มาส ก่อนเดินทางลองเข้าเว็บไซต์ของ National Gallery แน่นอนว่าบัตรถูกจองเต็มทุกรอบแล้ว แต่ดวงคนจะได้ดู ข้าง ๆ คำว่า ‘จำหน่ายหมด’ มีคำว่า ‘สมัครสมาชิก’ อยู่ 

ทุกปัญหามีทางออก อย่ารอช้า กดสมัครสมาชิกรายปี National Gallery ไปเลย เพราะถ้าเป็นสมาชิกจะมีสิทธิเข้าชมนิทรรศการพิเศษต่าง ๆ ได้ตลอดปีที่เป็นสมาชิก รวมถึงนิทรรศการครั้งนี้ด้วย รีบจ่ายค่าสมาชิกรายปี (แพงกว่าค่าบัตรเข้างานนี้ราว 3 เท่า) บอกแล้วว่าทุกปัญหามีทางออก เพียงแต่จะออกทางนี้ต้องใช้เงิน แล้วจะคุ้มไหม ต้องไปพิสูจน์กันที่ลอนดอน

คนเยอะมากจนน่ากลัว คือความรู้สึกแรกที่เห็นนักท่องเที่ยวต่อแถวเพื่อรอเข้าภายในอาคาร National Gallery เข้าใจว่าเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ นักท่องเที่ยวในกรุงลอนดอนเลยล้นหลามไปเสียทุกที่ ขนาดเจ้าหน้าที่แยกแถวผู้ถือบัตรเข้าชมนิทรรศการแวนโก๊ะกับแถวนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการเข้าชมส่วนอื่น ๆ ของหอศิลป์ออกจากกันแล้ว ทั้ง 2 แถวก็ยังยาวจนชวนท้อใจ โชคดีที่ถือบัตรสมาชิก ทำให้เราได้เดินเข้าช่องที่จัดไว้สำหรับสมาชิกโดยเฉพาะซึ่งไม่มีแถวเลย ผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดพอสมควร ก่อนเข้าสู่โถงจัดแสดงงานนิทรรศการพิเศษ เจ้าหน้าที่เรียกตรวจบัตรสมาชิกหรือบัตรเข้างาน แล้วจากนั้นเข้าชมฝีมือศิลปินในดวงใจได้เลย

นิทรรศการ Van Gogh: Poets and Lovers แบ่งออกเป็น 6 ห้อง ห้องแรก คือ Introduction อารัมภบทด้วยผลงานเพียง 3 ภาพเท่านั้น คือ The Lover, 1888 ภาพวาด Lieutenant Milliet นายทหารเจ้าชู้ผู้มีหญิงคนรักจำนวนมาก ภาพต่อมาคือ The Poet’s Garden, 1888 สวนสาธารณะในเมือง Arles และ ภาพ The Poet, 1888 ภาพเหมือน Eugène Boch เพื่อนศิลปิน ผู้มีใบหน้าชวนให้แวนโก๊ะนึกถึงกวี Dante

จากนั้นในอีก 5 ห้องที่เหลือ เราได้เห็นผลงานที่แวนโก๊ะวาดในช่วงปี 1888 – 1890 แม้นิทรรศการจะมีชื่อว่า Poets and Lovers ก็จริง แต่เราไม่ได้เห็นภาพบรรดากวี ไม่ได้เห็นภาพคนรักคนใดของแวนโก๊ะ สิ่งที่เราได้เห็น คือภาพคน ต้นไม้ ทิวทัศน์ บ้าน สวนสาธารณะ คู่รัก ต้นมะกอก ดอกทานตะวัน เครื่องเรือน ฯลฯ สารพัดสิ่งที่แวนโก๊ะวาดเพื่อสื่อสารความรู้สึกนึกคิดและสร้างความหมายของสิ่งที่พบเห็นตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

เราได้เห็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจและการถ่ายทอดอารมณ์ของแวนโก๊ะผ่านภาพสวนสาธารณะ ต้นไม้ ดอกไม้ จากเมือง Arles และ Saint-Rémy-de-Provence ที่จัดแสดงในห้องที่ 2 The Garden: Poetic Interpretations เป็นธรรมชาติที่แวนโก๊ะได้สัมผัสแล้วถ่ายทอดออกมาตามความรู้สึกนึกคิด ตามจินตนาการ มากกว่าจะวาดเพื่อให้เกิดความสมจริง

ห้องที่ 3 The Yellow House: An Artist’s Home ในห้องนี้มี 8 ภาพ รวมถึงภาพบ้านสีเหลือง (The Yellow House หรือ The Street, 1888) ในเมือง Arles ที่แวนโก๊ะเคยพำนัก ภาพเก้าอี้ (Van Gogh’s Chair, 1888) และภาพห้องนอน (The Bedroom, 1889) เป็นช่วงเวลาที่เขาใฝ่ฝันให้บ้านเป็นที่พำนักและสตูดิโอของบรรดาเพื่อนศิลปินที่มาเยี่ยมเยือน ในห้องนี้มีภาพที่โด่งดังที่สุดภาพหนึ่ง และเป็นภาพที่ได้รับความสนใจที่สุดจากผู้เข้าชมงานนั่นคือ Starry Night over the Rhône, 1888

เราได้เห็นงานวาดด้วยดินสอ หมึก และชอล์ก ซึ่งเป็นงานของแวนโก๊ะที่คนส่วนใหญ่ไม่คุ้นตา ในห้องที่ 4 Montmajour: A Series รวบรวมงานวาดบนกระดาษ 6 ภาพ (วันที่เราเข้าชมได้เห็น 5 ภาพ ขาด View of La Crau from Montmajour ซึ่งไม่ได้จัดแสดงแล้ว เนื่องจากเหตุผลด้านการเก็บรักษา) งานทั้งหมดเป็นภาพทิวทัศน์ใกล้อาราม Montmajour ที่ซึ่งแวนโก๊ะได้สัมผัสความสวยงามและความเงียบสงบของธรรมชาติ แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นงานวาดที่มีองค์ประกอบภาพงดงาม

ห้องที่ 5 Decoration รวบรวมภาพเขียนจากช่วงที่เขามีความคิดเรื่องการจัดวางผลงานและพยายามส่งงานไปร่วมจัดแสดงที่ปารีสและบรัสเซลส์ ในห้องนี้เองที่ภาพดอกทานตะวัน Sunflowers, 1888 ซึ่งเป็นสมบัติของ National Gallery, London วางเรียงกับภาพดอกทานตะวัน Sunflowers, 1889 จาก Philadelphia Museum of Art โดยมี La Berceuse, 1889 คั่นกลาง เป็นการจัดวาง 3 ภาพไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกตามที่แวนโก๊ะเคยตั้งใจไว้

ห้องสุดท้าย Variations on a Theme เราเห็นความงามของสีสัน ฝีแปรง และการปาดป้ายสีหนานูน ในชุดภาพวาดทิวทัศน์จากเมือง Arles และ Saint-Rémy-de-Provence เทือกเขา ทุ่งหญ้า ท้องฟ้า และต้นมะกอกของแวนโก๊ะสวยจับใจ ทั้งหมดในห้องนี้บอกเราว่าศิลปินมองและเห็นธรรมชาติ แล้วสื่อสารด้วยการวาดแล้วและวาดอีก ด้วยปรารถนาที่จะถ่ายทอดความงามและความจริงในแบบของตัวเอง

ดูจบครบถ้วน รู้สึกประทับใจแต่ยังไม่สะใจ เพราะคนเยอะมาก มากขนาดที่ต้องเข้าแถวเดินชมภาพแล้วไหลตามกันไปคล้ายแถวตักอาหารบุฟเฟต์ เราจึงกลับไปชมงานอีกครั้งในอีก 2 วันต่อมา คราวนี้มาถึง 10 โมง ซึ่งเป็นเวลาเปิดทำการ ครั้งนี้มาแบบรู้ทางหนีทีไล่แล้ว เราเลือกเดินไปห้องที่ 6 ซึ่งเป็นห้องสุดท้ายก่อน คลื่นมหาชนยังมาไม่ถึงเราจึงได้ยืนมองหลายภาพแบบไม่ต้องเบียดเสียดใคร แล้วค่อยเดินย้อนกลับมาจนถึงห้องแรก ก่อนจะปิดท้ายด้วยการซื้อสินค้าที่ระลึก เป็นอันว่าโชคดีมากที่ได้มาดูนิทรรศการนี้ (2 รอบ)

สำหรับเราแล้ว Van Gogh: Poets and Lovers ไม่ใช่แค่นิทรรศการที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีการก่อตั้ง National Gallery และไม่ใช่เพียงเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีที่ภาพ Sunflowers, 1888 มาอยู่กับหอศิลป์แห่งนี้ แต่นี่คืองานเฉลิมฉลองและเชิดชูผลงานในห้วง 2 ปีสุดท้ายในชีวิตของแวนโก๊ะ ภัณฑารักษ์ไม่ได้มุ่งเน้นนำเสนอความทุกข์ระทมขมขื่นในชีวิตของศิลปิน แต่มุ่งนำเสนอผลงานในด้านความคิด จินตนาการ แรงบันดาลใจ และการสร้างความหมาย 

เราคิดว่าไม่เพียงแต่ผลงานของแวนโก๊ะที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้ผู้เข้าชมงาน แต่ตัวนิทรรศการเองก็สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับใครหลายคนเช่นกัน

หากทั้ง 61 ภาพในงานนี้เป็นตัวแทนของความฝัน ความพยายาม และความสามารถของแวนโก๊ะ นิทรรศการครั้งนี้ก็เป็นภาพแทนของความฝัน ความพยายาม และความสามารถของผู้จัดงานเช่นกัน จะต้องใช้แรงกาย แรงใจ ความกล้าหาญ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายขนาดไหนกันจึงจัดหา หยิบยืม เคลื่อนย้าย และรวบรวมสมบัติล้ำค่าเหล่านี้จากทั่วโลกมาให้คนได้เห็นพร้อมกันในคราวเดียวได้ สมกับที่ประกาศไว้จริง ๆ ว่า นี่คืองานในระดับร้อยปีจะมีแค่ครั้งเดียว

Write on The Cloud

Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

กรรณิกา รุ่งเจริญพงษ์

เคยเขียนข่าว เคยสอนหนังสือ เดินทางท่องเที่ยวบ้าง มีเงื่อนไขว่าขอเที่ยวแบบไม่ลำบาก