ซีรีส์ Asura ซึ่งรับชมได้ผ่านทาง Netflix เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาทำให้เราคิดถึงเรื่องการกลับมาพบกันอีกครั้งมักเกิดขึ้นหลังจากที่ต่างคนต่างแยกย้ายและห่างเหินกันไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
สำหรับครอบครัวแล้ว การย้ายออกจากบ้านพ่อแม่อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นตามจังหวะของชีวิต บางครั้งการย้ายออกเกิดขึ้นโดยที่พ่อแม่ไม่ทันตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ ว่ากันไปตามเหตุและปัจจัยที่พอจะทำให้ให้พ่อแม่พยายามเข้าใจและยอมรับได้ อย่างการย้ายไปเรียนต่อ การเริ่มต้นชีวิตทำงานในต่างถิ่น หรือแม้แต่การสร้างครอบครัวใหม่หลังแต่งงาน
ในขณะเดียวกัน ปัจจุบันเราเริ่มเห็นแนวโน้มในการย้ายออกเพื่อไปอยู่คนเดียวมากขึ้น แม้ว่าเหตุผลนี้อาจสร้างความขัดใจให้หลาย ๆ ครอบครัว แต่สำหรับบางคน การแยกออกไปเพื่อเติบโตในแบบของตัวเองกลับกลายเป็นความจำเป็น
การได้ใช้ชีวิตทุก ๆ วันในพื้นที่ที่ออกแบบเอง การจัดวางสิ่งของในแบบที่สะท้อนตัวตนของเรา การเลือกสีผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือการสร้างมุมเล็ก ๆ ที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง ก็เหมือนกับเราได้สร้าง ‘โลกส่วนตัว’ ระหว่างผนังบ้านที่สร้างขึ้นกับสภาพแวดล้อมของเมืองภายนอก เมื่อไหร่ที่ก้าวเท้าเปิดประตูกลับเข้ามาในบ้าน ความรู้สึกหนักอึ้งจากภายนอกก็เหมือนถูกปลดเปลื้อง ประตูที่ปิดลงไม่ได้กั้นแค่เสียงและสายตา แต่ยังช่วยให้เราได้พักใจ ได้เป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งใด ๆ อีกต่อไป
ไม่ต่างกันกับเรื่องราวของ ‘บ้านทาเคซาวะ’ ในซีรีส์ Asura ที่ 4 พี่น้องต่างแยกย้ายกันไปเติบโต ตั้งแต่ในวัยเด็ก ภาพในอุดมคติของครอบครัวสุขสันต์และอบอุ่นของครอบครัวชนชั้นกลางดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูหนาวเดือนมกราคม ปีโชวะที่ 54 (ปี 1979) ณ มหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 4 พี่น้องบ้านทาเคซาวะก็กลับรวมตัวกันอีกครั้ง และได้รับรู้ว่าพ่อของเธอในวัย 70 นั้นมีชู้!

ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ซับซ้อนค่อย ๆ ตีแผ่ออกมาอย่างละเมียดละไมในแต่ละตอน ตามลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ (Hirokazu Koreeda) ที่ถ่ายทอดโตเกียวในยุค 70 ได้อย่างละเอียดลออ เขาถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวและทุก ๆ ฉากที่ออกแบบมาก็เหมือนว่าเขากำลังพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปนั่งพลิกดูรูปภาพเก่า ๆ ในอัลบัมครอบครัวอย่างไรอย่างนั้น การคุมโทนสีของฮิโรคาสุสร้างสภาพภูมิอากาศที่สื่อสารการแปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของตัวละคร ทั้งสุข เศร้า และเหงา
ซีรีส์ Asura ฉบับปี 2025 ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยาย Ashura no Gotoku (Like Asura) ซึ่งเดิมเป็นละครโทรทัศน์ออกอากาศทางช่อง NHK ในปี 1979 และต่อมาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี 2003 โดยผู้กำกับ โยชิมิตสึ โมริตะ (Yoshimitsu Morita) และนักเขียนบทระดับตำนาน คุนิโกะ มุโคดะ (Kuniko Mukōda) ผู้วางรากฐานให้ละครครอบครัวญี่ปุ่น
คำว่า อาชูระ (Asura, 阿修羅) ในที่นี้หมายถึง ‘อสูร’ ซึ่งไม่เพียงสื่อถึงตัวตนในมิติทางกายภาพ แต่ยังมีนัยเชิงเปรียบเปรยถึงด้านมืดในจิตใจมนุษย์ คำว่า อาชูระ (Asura, 阿修羅) แปลว่า อสูร ในบริบทนี้อาจเปรียบเปรยถึงด้านมืดในจิตใจของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความรัก โลภ โกรธ หลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
เส้นเรื่องตามต้นฉบับนั้นปัญหาเริ่มปะทุขึ้นเมื่อความสัมพันธ์ลับ ๆ ในครอบครัวทาเคซาวะถูกเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ โดยการส่งจดหมายเรื่องสั้นจากทางบ้าน ซึ่งส่งโดยผู้ไม่ประสงค์เอ่ยนาม ทำให้พี่น้องทั้ง 4 คนเกิดความสงสัยในตัวกันและกัน ว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงความบังเอิญหรือมีสมาชิกคนใดในครอบครัวเป็นผู้เขียนและส่งเรื่องราวเหล่านั้นออกไปกันแน่
หากเป็นเรื่องบังเอิญนั้น การได้อ่านเรื่องราวของผู้อื่นผ่านตัวอักษรคงทำให้เรารับรู้ถึงความรู้สึกที่ ‘ยากจะพูดออกไป’ ด้วยคำพูดของผู้เขียนที่กำลังอัดอั้นในใจ ถึงขั้นเขียนเรื่องราวลงกระดาษและนำไปส่งถึงตู้ไปรษณีย์ เพื่อปลดปล่อยความเจ็บปวดในใจ เพราะหากพูดออกมาแล้วก็เท่ากับยอมรับว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นความจริงที่ยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับมัน หรือบางทีความรักอาจเป็นเรื่องของ 2 คน แม้กระทั่งลูกหลานอาจไม่มีสิทธิ์ไปชี้ขาดหรือตัดสินถูกผิดแทนได้


พี่น้องทั้ง 4 ได้แก่ สึนะโกะ มาคิโกะ ทากิโกะ และซากิโกะ เติบโตด้วยกันมาในบ้านหลังเก่าของพ่อแม่ โคทาโร่ และ ฟูจิ บ้านไม้หลังนี้เป็นสถานที่แห่งความทรงจำ แต่ละมื้ออาหาร แต่ละเมนูที่ทำและกินด้วยกัน เสียงหัวเราะ และบางครั้งก็เป็นเสียงทะเลาะเบาะแว้งของพี่น้องที่มีบุคลิกและอุปนิสัยแตกต่างกัน ตามช่วงอายุ ในหลาย ๆ ฉากเราจะเห็นสายสัมพันธ์และบทบาทของพี่น้องทาเคซาวะที่เติบโตไปพร้อมกันในแต่ละตอน แม้จะอายุมากแล้วก็ตาม
สึนะโกะ พี่สาวคนโต เธออายุย่างเข้าเลข 5 หลังจากสามีเสียชีวิตเธอก็อยู่คนเดียว มีอาชีพเป็นครูสอนจัดดอกไม้ และชอบใส่ชุดกิโมโนเป็นประจำ
มาคิโกะ พี่สาวคนรอง อายุ 40 ต้น ๆ เธอเป็นแม่บ้านลูก 2 เต็มเวลา ด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกัน สึนะโกะกับมาคิโกะมักจะปรึกษาปัญหาชีวิตของกันและกันอย่างตรงไปตรงมา ทั้งคู่ยังคอยเฝ้าดูความเป็นอยู่ของน้องอีก 2 คนอย่างใกล้ชิด ทั้งถามสารทุกข์สุกดิบและคะยั้นคะยอให้น้องหาคู่แต่งงาน
ทากิโกะ พี่สาวคนที่ 3 อายุ 30 กลาง ๆ เธอทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่หอสมุดอาริสุกาวะ เธอเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างเข้มงวดและมีระเบียบแบบแผน ตรงกันข้ามกับน้องสาวคนสุดท้องอย่าง ซากิโกะ อายุประมาณ 20 ปลาย ๆ ทั้งคู่จึงมักจิกกัดกันในหลายเรื่อง ๆ เพราะมีมุมมองการใช้ชีวิตแตกต่างกัน
ซากิโกะทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟและกำลังอินเลิฟกับแฟนหนุ่มนักมวยที่ตั้งเป้าจะคว้าแชมป์ในการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อสร้างฐานะความเป็นอยู่ที่ดีให้กับครอบครัว

บ้านไม้ญี่ปุ่นชั้นเดียวแบบดั้งเดิม มุงหลังคากระเบื้องสีเทา ล้อมรอบด้วยรั้วสูงระดับสายตา ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบในตรอกที่ผู้คนเดินผ่านไปมา
บ้านของครอบครัวทาเคซาวะโอบล้อมด้วยต้นไม้ที่ให้ร่มเงาและบรรยากาศสงบ สวนหลังบ้านมีชานระเบียงไม้ยื่นออกมาจากตัวบ้านพร้อมผ้าม่านไม้ไผ่ช่วยกันแดด เชื่อมพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหารได้อย่างกลมกลืน สวนหลังบ้านใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบ้านขนาดกะทัดรัด รองรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การซักและตากเสื้อผ้า หรือการเตรียมอาหารมื้อใหญ่ในวันที่สมาชิกในครอบครัวมารวมตัวกัน
พื้นที่ภายในบ้านออกแบบตามมาตรฐานขนาดของเสื่อทาทามิ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งาน ในห้องนั่งเล่นมีเพียงเบาะรองนั่งกับโต๊ะก็ใช้รับประทานอาหารหรือรับรองแขกได้อย่างสะดวก และเมื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์ออกก็ปูที่นอนเพื่อรองรับแขกได้อีกด้วย การนั่งกับพื้นโดยไม่มีเก้าอี้ยังช่วยลดระดับสายตาลง ช่วยร่นระยะของวิวสวน ทำให้ซึมซับความเขียวขจีของต้นไม้ในระยะใกล้ขึ้น โดยที่ขอบเขตรั้วช่วยบังทัศนวิสัยจากภายนอกและสร้างความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน
แม้จะไม่ปรากฏในฉากใดของซีรีส์ Asura แต่ผู้ชมอาจจินตนาการย้อนกลับไปในวันที่บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความวุ่นวายของเหล่าพี่น้อง ในวันที่ทุกคนอาศัยอยู่รวมกันพร้อมหน้าพร้อมตา ร่องรอยของความทรงจำในอดีตและเรื่องราวในวัยเด็กยังคงหลงเหลือตามมุมห้อง รอยขีดเขียนบนผนัง ภาพถ่ายตั้งโชว์ และข้าวของกระจุกกระจิก
วันหนึ่ง เมื่อการ ‘ย้ายออก’ ของสมาชิกในครอบครัวมาถึงโดยไม่ได้ตั้งตัว เสียงคึกคักในบ้านหลังเดิมค่อย ๆ แทนที่ด้วยเสียงลมพัดและธรรมชาติ ความเงียบเหงาค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาภายในบ้าน ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกคิดถึงอดีต เมื่อใดที่เหล่าสมาชิกมีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง ก็มักอดไม่ได้ที่จะเล่าย้อนถึงวีรกรรมเก่า ๆ ด้วยรอยยิ้ม
สวนทางกับการ ‘ย้ายเข้า’ ไปยังที่อยู่อาศัยใหม่ สิ่งที่ผู้คนมักทำเป็นลำดับแรกคือการลบร่องรอยและความทรงจำของผู้อยู่อาศัยคนก่อนให้มากที่สุด การทาสีผนังใหม่ ปูพื้นใหม่ เปลี่ยนโคมไฟ และซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ล้วนทำไปเพื่อต้องการสร้างโลกส่วนตัว การลบและสร้างซ้ำในพื้นที่เดิมเพื่อประกาศอาณาเขตทางจิตใจว่า ‘นี่คือบ้านของฉันแล้ว’
ในซีรีส์ Asura หลังจากที่พี่น้องแต่ละคนย้ายออกจากบ้านหลังเดิมไปสร้างชีวิตใหม่ในบ้านของตนเอง ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงการเติบโตตามสถานะและบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนไป แต่ยังสะท้อนถึงเส้นทาง Coming of Age ในแต่ละช่วงวัยของแต่ละคนที่ได้ก้าวข้ามมา


บ้านของมาคิโกะ พี่สาวคนกลาง เป็นภาพสะท้อนของชีวิตหลังแต่งงานและการพยายามสร้างสมดุลระหว่างบทบาทแม่บ้านกับแม่ของลูกวัยรุ่น 2 คนในขณะที่สามีออกไปทำงานนอกบ้าน บ้าน 2 ชั้นสไตล์ญี่ปุ่นยุคโมเดิร์นของเธอแตกต่างจากบ้านพ่อแม่อย่างชัดเจน โต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้แบบตะวันตกเข้ามาแทนที่โต๊ะเตี้ยและเสื่อทาทามิแบบดั้งเดิม เป็นการเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยและความสะดวกสบายที่ตอบสนองชีวิตประจำวันของครอบครัวยุคใหม่
ชีวิตที่เร่งรีบของสมาชิกในบ้านปรากฏชัดในช่วงเช้า โดยเฉพาะเมื่อทุกคนต้องแบ่งกันใช้ห้องน้ำเพียงห้องเดียว เวลาถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบ ทุกคนรู้ดีว่าใครจะเข้าก่อนเข้า-หลังตามลำดับเวลา มาคิโกะต้องตื่นก่อน ปลุกลูก ๆ และจัดเตรียมอาหารเช้าให้พร้อมก่อนที่ทุกคนจะออกจากบ้าน ลูก ๆ เร่งรีบเตรียมตัวไปโรงเรียน ส่วนสามียังคงมีเวลาอ่านหนังสือพิมพ์และจิบกาแฟก่อนออกจากบ้าน เรียกได้ว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ดูวุ่นวายแต่กลับดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่บ่งบอกถึงบุคลิกและความเป็นแม่บ้านเต็มตัวของมาคิโกะได้อย่างชัดเจน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอุปกรณ์เครื่องครัวที่แขวนและจัดวางอย่างเป็นระบบตามการใช้งาน บ่งบอกว่าเธอนี่แหละคือผู้บริหารของบ้านหลังนี้ เธอคือผู้สนับสนุนหลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสมาชิกในบ้าน


ตรงกันข้ามกับการอาศัยอยู่คนเดียว คุณต้องจัดการเรื่องภายในบ้าน การทำอาหาร ล้าง และทำความสะอาดในเวลาที่จำกัดและเร่งรีบ ทั้งก่อนและหลังเลิกงาน คุณต้องมีวินัยมากพอตัวเลยทีเดียว เพราะหลังจากการจัดการสิ่งเหล่านี้เสร็จ คุณจะมีเวลาเพียงน้อยนิดให้พักผ่อน คุณต้องพยายามทำทุกอย่างให้เร็ว หรือไม่ก็ลดทอนเมนูและขั้นตอนการทำอาหาร ซึ่งส่วนมากจะจบที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือคุณจะเลือกซื้อกินข้างนอก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ทุกวัน ไม่งั้นคุณคงได้ทำงานเพื่อจ่ายค่าเช่าบ้านอย่างเดียวแน่
นี่คือภาพชีวิตโสดของทากิโกะ พี่สาวคนที่ 3 เธออาศัยอยู่บนชั้น 2 ของอะพาร์ตเมนต์รวมที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานในพื้นที่จำกัดในตัวเมือง ทางเดินด้านนอกเชื่อมต่อห้องแต่ละห้องเป็นแถว สิ่งที่แตกต่างจากบ้านเดี่ยวคือการมีพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่สาธารณะที่ใช้งานร่วมกับเพื่อนบ้าน เธออาศัยอยู่เพียงลำพังในห้องพักแบบสตูดิโอขนาดกะทัดรัดสำหรับ 1 คน ภายในห้องปูพื้นด้วยเสื่อทาทามิ พื้นที่จึงมีความยืดหยุ่นแม้ห้องจะเล็ก พื้นห้องนั่งเล่นเพียงแค่ปูฟูกนอน ก็ทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นห้องนอนในตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อตัดข้อจำกัดต่าง ๆ ออกไป อิสระในการจัดสรรเวลาตามจังหวะของตัวเองอาจเป็นข้อดีในการอยู่อาศัยแบบเดี่ยว
แม้จะย้ายออกกันออกไปมีที่อยู่เป็นของตัวเอง การกลับมารวมตัวกันของพี่น้องในบ้านหลังเก่าของครอบครัวทาเคซาวะ ไม่เพียงสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของชีวิต แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของบ้านในฐานะที่เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันในชีวิตของพวกเขา ทำให้บ้านเป็นมากกว่าผนังสีด้านและหลังคา บ้านกลายภาชนะบรรจุความทรงจำ ทั้งความสุข ความเศร้า และทุกช่วงเวลาที่พวกเขาเคยใช้ชีวิตร่วมกัน
บ้านอาจเปลี่ยนมือเจ้าของเมื่อคนเดิมย้ายออก และบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำอาจเหลือเพียงร่องรอยของอดีตที่รอคอยให้ผู้ย้ายเข้ามาใหม่สร้างเรื่องราวและความทรงจำใหม่ใส่กลับเข้าไปอีกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
- Netflix. (2025). Asura [TV series]. Directed by Hirokazu Kore-eda. Netflix.
www.netflix.com/title/81234567 - about.netflix.com/en/news/asura-streams-january-9
- Director’s Twitter
x.com/hkoreeda - Coccia, E. (2021). Philosophy of the home. Polity Press.
