อินทรีย์ และ ศิลปะ มีความเหมือนกันอยู่ข้อหนึ่ง คือการสร้างความงามที่เป็นมิตรต่อโลกในมิติที่ต่างกัน เราคุ้นเคยกับแนวคิดอินทรีย์ในแง่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม แต่กับงานศิลปะรักษ์โลกหรือการใช้อุปกรณ์ศิลปะที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ ปลอดภัยกับผู้ใช้งาน ยังดูเหมือนจะเป็นแนวคิดที่ไม่แพร่หลายเท่าไหร่นัก
ตอนนี้เรามีศิลปินและคนทำงานในวงการศิลปะที่ใส่ใจเรื่องธรรมชาติและอินทรีย์มากขึ้น เปลี่ยนการทำงานศิลปะให้ส่งผลร้ายต่อโลกน้อยลง แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดเป็นคลื่นกระเพื่อมวงเล็ก ๆ หน้าที่ของบทความมนุษย์อินทรีย์ตอนนี้ คือชวนให้คนเห็นคลื่นกระเพื่อมที่ว่านี้ วันหนึ่งคงน่ายินดีหากเราได้เห็นงานศิลปะที่มีวิธีทำงานที่ไม่เบียดเบียนโลกในทุกขั้นตอนมากจนเป็นเรื่องปกติ
เพราะหากทำได้ งานศิลปะชิ้นนั้นจะมีความงามและความหมายในทุกมิติอย่างแท้จริง
พู่กันแก้ว peeti.studio
peeti.studio เป็นสตูดิโอเป่าแก้วขนาดมินิที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เน้นการทำงานคราฟต์โดยใช้เทคนิค Lampworking หรือ Flameworking ในการเป่าแก้วเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ต่างหู เครื่องประดับ สร้อยคอ และของแต่งบ้าน ความใสของแก้วเข้ากันได้ดีมากกับรูปทรงของน้ำ การเคลื่อนตัวของแก้วที่หลอมเหมือนกับน้ำที่กำลังเคลื่อนที่ไม่มีผิด รูปทรงแก้วที่ออกแบบจึงอิงกับรูปทรงต่าง ๆ ของน้ำที่มีในธรรมชาติ
จุดเด่นของพู่กันแก้ว คือความเรียบง่ายของวัสดุเดียว (Single Material) สร้างปากกาวาดเขียนได้ แก้วมีความแข็งแรงและทนทาน ไม่สึกกร่อนเมื่อสัมผัสน้ำหรือหมึก ลดปริมาณขยะจากขั้นตอนการผลิตได้ หากแตกหักก็ซ่อมแซมได้โดยการหลอมและเชื่อมแก้วใหม่


อีกข้อ คือความเรียบง่ายของการใช้งาน ปากกาจุ่มหมึกปล่อยหมึกอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ได้เส้นที่ต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน และง่ายต่อการทำความสะอาด เพียงสะบัดปากกาในน้ำเหมือนการล้างพู่กัน ซับให้แห้ง ก็เปลี่ยนไปจุ่มหมึกสีใหม่ได้ทันที ปากกาแท่งเดียวจึงใช้งานได้หลายสี โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งเมื่อหมึกหมด
พู่กันแก้วยังทำตามความถนัดในการจับปากกา มุมกดตรงข้อนิ้วของแต่ละบุคคลได้ ทำให้เข้าล็อกนิ้วมือ ใช้ถนัด ไม่ต้องกลัวหลุดมือ

ช่องทางจัดจำหน่าย
ผลงานอื่น ๆ ของสตูดิโอ
กระดาษเวฬุวัน
กระดาษเวฬุวัน โดย อ.สุพรรณ พรหมเสน ศิลปินผู้ผลิตกระดาษเยื่อไผ่ที่คนในแวดวงรู้จักดี
อาจารย์ปลูกไผ่เองในสวนของบ้าน เขาอ่านประวัติศาสตร์การทำกระดาษ รู้ว่าจีนใช้ไม้ไผ่ทำกระดาษด้วยเทคนิคโบราณ หมักเยื่อไผ่ในบ่อดิน จึงเกิดแรงบันดาลใจปลูกไผ่ทำกระดาษด้วยมือทุกขั้นตอนบ้าง
ไผ่ธรรมชาติแต่ละเดือนแต่ละปีไม่เหมือนกัน ใบไผ่แต่ละใบที่ใช้ทำกระดาษออกมาไม่เหมือนกันเลย จะให้ได้คุณภาพแบบเครื่องจักรเหมือนเดิมทุกแผ่นเป็นไปไม่ได้ แต่คนที่เป็นแฟนของแบรนด์กระดาษนี้ก็รอได้ เพราะเป็นกระดาษที่ทำมือทุกขั้นตอน เนื้อกระดาษสัมผัสได้ถึงธรรมชาติจากเส้นใยไผ่ อ.สุพรรณเล่าว่าตัวเองเรียนด้านฟิสิกส์มา เคยคิดว่าวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่ ควบคุมทุกอย่างได้ แต่เมื่อได้ลองทำกระดาษจากไผ่ธรรมชาติซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งนี้มีผลกับจิตใจของเขาไม่มากก็น้อย

โรงงานกระดาษส่วนใหญ่ต้มด้วยกรด ควบคุมความเป็นกรด ทำให้โรงงานหลายแห่งปล่อยน้ำเน่าเสียไหลลงแหล่งธรรมชาติ ในขั้นตอนการผลิตกระดาษเวฬุวันใช้สารเคมีน้อยที่สุด ไม่ใช้คลอรีนเพราะอันตราย เสียหายต่อธรรมชาติมาก อาจารย์จะเปลี่ยนมาใช้โซดาไฟ โซดาแอช เทียบเท่ากับขี้เถ้าไม้ ซึ่งถ้าใช้ขี้เถ้าไม้จะต้องใช้เยอะมากเพื่อให้ได้ความเข้มข้นมาก เทียบกับโซดาไฟซึ่งใช้เพียงนิดเดียว น้ำที่ปล่อยออกมาก็ปล่อยลงในป่าไผ่ ไม่ได้ลงแหล่งน้ำหรือท่อน้ำทิ้ง จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คนที่สั่งซื้อกระดาษต้องรอตั้งแต่การเริ่มเก็บใบไผ่ จนได้เป็นกระดาษตามขนาดและความหนาตามต้องการ ตัวอย่างศิลปินที่ใช้กระดาษเวฬุวัน เช่น ประสงค์ ลือเมือง, นพนันท์ ทันนารี, มกุฏ อรฤดี, กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย จาก C.A.P studio, ศ.ชลูด นิ่มเสมอ (ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเดินทางไปเยี่ยม อ.สุพรรณ และบอกสิ่งที่ อ.สุพรรณ จำได้ไม่เคยลืมว่า คุณสุพรรณไม่เหมือนศิลปินคนอื่น เพราะคุณให้กระดาษนำทางชีวิต), อินสนธิ์ วงศ์สาม, และ คามิน เลิศชัยประเสริฐ

ช่องทางจัดจำหน่าย
กระดาษ PAPA PAPER จากซังข้าวโพด เปลือกข้าวโพดแก้ปัญหา PM 2.5
ในยุคที่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างภาคเหนือของประเทศไทย การเผาเศษซากพืชหลังการเก็บเกี่ยวเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศ ด้วยความตระหนักถึงปัญหานี้ PAPA PAPER จึงถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับความตั้งใจอันแน่วแน่ในการเปลี่ยน ‘ขยะทางการเกษตร’ ให้กลายเป็น ‘ทรัพยากรที่มีคุณค่า’ ผ่านผลิตภัณฑ์กระดาษเปลือกข้าวโพดลดการเผา

ข้าวโพดเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือที่มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเป็นจำนวนมาก หลังการเก็บเกี่ยว เกษตรกรมักกำจัดซากข้าวโพดด้วยการเผา เนื่องจากเป็นวิธีที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ แต่ผลกระทบที่ตามมาคือมลพิษทางอากาศที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
PAPA PAPER เห็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบที่ถูกมองข้ามอย่างเปลือกข้าวโพดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า นั่นคือกระดาษเปลือกข้าวโพด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการเผา แต่ยังสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนเกษตรกรอีกด้วย กระดาษมีนวัตกรรมกันน้ำ และไม่ลามไฟ แถมปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ากระดาษคราฟต์ 40%

ช่องทางจัดจำหน่าย
สีธรรมชาติ Suwanya
แซนด์-สุวัลญา ศักดิ์สมบัติ นักวาดภาพประกอบที่แพ้สีเคมีจนไม่มีลายนิ้วมือ เธอจึงต้องเริ่มทำสีน้ำใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ หิน ดิน เปลือกไม้ ใบไม้ ยางไม้ และสรรพสิ่งรอบตัวอื่น ๆ อีกมากมายถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นพาเลตต์โทนสีสวย ๆ ที่มีมากกว่า 50 เฉดสี
หลังจากที่ทำสีให้ตัวเองใช้สำเร็จแล้ว เธอคิดว่าสีที่ปลอดภัยไร้สารเคมีน่าจะมีประโยชน์ต่อคนแพ้ง่ายหรือเด็ก ๆ เหมือนกัน สีทำมือของแซนด์ทำจากวัตถุดิบดอกไม้ ใบไม้ ดิน หิน ผลิตตามกำลังผลิของดอกใบตามฤดูกาล สินค้าเดิมคือสีน้ำ สีเทียน และล่าสุดทำสีน้ำมันได้แล้ว
นอกจากจะขายให้ผู้ที่สนใจแล้ว เธอยังแบ่งปันความรู้ที่มีผ่านเวิร์กช็อปสอนทำสีธรรมชาติ การทำสีน้ำธรรมชาติจึงกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารชิ้นสำคัญของแซนด์ ซึ่งทำให้เธอได้รู้จักผู้คน ธรรมชาติ และที่สำคัญ ทำให้เธอได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นอีกด้วย


ช่องทางจัดจำหน่าย
สีธรรมชาติ Mann Craft
ในแต่ละคอลเลกชันผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติของแบรนด์ Mann Craft ใช้สีย้อมจากธรรมชาติ 100% ซึ่งหลังจากการย้อมเส้นใยและผ้ามีน้ำย้อมที่ต้องจัดการ โดยทาง Mann Craft ใช้วิธีการนำไปรดน้ำต้นไม้ในสวนไม้ย้อมสีต่อ
จากการสังเกตเห็นตะกอนสีเหลืออยู่ในน้ำย้อม จึงเกิดเป็นไอเดียที่ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด แมน-ปราชญ์ นิยมค้า ช่างย้อมผ้าได้นำน้ำย้อมมาตกตะกอนสีอีกครั้งให้เป็นเนื้อสีสำหรับการใช้วาดรูประบายสีในลักษณะของสีน้ำ สีโปสเตอร์ เหมาะเป็นกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการทางศิลปะและการเรียนรู้ธรรมชาติ แถมยังปลอดภัยต่อคนใช้้ด้วย



สีหลัก ๆ จะเป็นแม่สี คือสีน้ำเงินได้จากคราม สีเหลืองจากใบไม้เช่นใบสมอ ใบหูกวาง ใบยูคาลิปตัส สีแดงได้จากครั่ง และสีน้ำตาลได้จากเปลือกไม้ประดู่ โดยผู้ใช้ผสมแม่สีให้เกิดสีขั้นที่ 2 ได้ สีนี้จะมีแจกฟรีในกิจกรรมที่จัดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ที่สวนแมน Creative Crafts Center จังหวัดสกลนคร

ช่องทางติดต่อ
สีธรรมชาติ Heddi Craft
เฮ็ดดิคราฟต์ (Heddi Craft) คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสีธรรมชาติ โดยฝีมือของผู้พิการในชุมชนเต่างอย จังหวัดสกลนคร
สินค้าของเฮ็ดดิคราฟต์ประกอบด้วยสีธรรมชาติหลากหลายประเภท เช่น สีเทียน ผงสี เทียนหอม เสื้อ และกระเป๋ามัดย้อม วัตถุดิบหลักในการผลิตได้มาจากพืชพรรณไม้ที่ให้สี เช่น แก่นฝาง เปลือกประดู่ และใบสมอ วัสดุเหล่านี้จะนำมาต้มเพื่อสกัดสีธรรมชาติออกมา ซึ่งแต่ละชนิดให้โทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ตามธรรมชาติของพืชนั้น ๆ กระบวนการผลิตของเฮ็ดดิคราฟต์เน้นความปลอดภัยทั้งต่อผู้พิการที่เป็นผู้ผลิตและบุคคลทั่วไปที่สนใจ

ทุกขั้นตอนสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความยั่งยืน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ช่องทางจัดจำหน่าย
สี ISAN PALETTES โทนสีจากอีสาน
ISAN PALETTES คือสีที่แสดงความเป็นอีสาน ไอเดียเริ่มมาจากกลุ่มนักออกแบบที่ต้องคิดเรื่องสีที่จะใช้ในงานออกแบบ โดยเฉพาะแหล่งทำงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ซึ่งมีประเพณี วัฒนธรรม และคติความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง


ช่วงแรกทีมผลิตด้วยการเลือกสีฝุ่นที่มีคุณสมบัติจากแร่ธรรมชาติ นำมาผสมกับกาวกระถิน เทียบกับเฉดสี Pantone ทำให้จากจำนวนสี ISAN PALETTES กว่า 10,000 สีเหลือเพียง 24 สี ใช้ระบายในลักษณะโปร่งแสงและทึบแสงได้ จากนั้นเกิดการร่วมมือกับบริษัท ARTISTIC Paints ผลิตสีโดยเน้นเป็นสีอะคริลิกที่ผ่านการตรวจมาตรฐานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายกับผู้ใช้ ใช้ได้เกือบทุกพื้นผิว ทั้งผ้าแคนวาส ไม้ พลาสติก โลหะ รวมถึงงาน Art Toy ที่กำลังฮิตตอนนี้ด้วย
ช่องทางจัดจำหน่าย

น้ำยาเคลือบกระดาษ กันสีเลอะ SalvaStory
แม้ปัจจุบันโลกจะมุ่งเน้นที่การเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล แต่เอกสาร หนังสือ ภาพวาด และภาพถ่าย ยังคงมีความสำคัญในฐานะมรดกทางความทรงจำ เชื่อมโยงเรื่องราวและคุณค่าของผู้คนในอดีตมายังปัจจุบัน
นักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้คิดค้นนวัตกรรมสกัดน้ำยาจากเส้นใยพืช ออกมาเป็นน้ำยาเคลือบกระดาษภายใต้เครื่องหมายการค้า SalvaStory (ซัลวาสตอรี) น้ำยาเคลือบกระดาษนี้จะช่วยรักษาสภาพและยืดอายุกระดาษ เพิ่มคุณสมบัติการต้านทานน้ำและความชื้น เพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อกระดาษ ช่วยลดการหลุดลอกของสีบนชิ้นงานศิลปะ


ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการรักษาสภาพกระดาษ งานศิลปะ (ศิลปินหรือนักสะสมที่ต้องการเคลือบงานศิลปะ ผู้ปกครองที่ต้องการรักษาสภาพผลงานศิลปะลูกหลาน บุคคลทั่วไปที่ต้องการเคลือบเอกสารสำคัญ ฯลฯ)


ช่องทางจัดจำหน่าย
น้ำยาล้างพู่กัน The Paintmore
เคมีจากอุตสาหกรรมสีแม้จะมีราคาถูก ประสิทธิภาพดี แต่มีกลิ่นฉุนรุนแรง เป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้ The Paintmore คือแบรนด์สัญชาติไทยที่เกิดขึ้นเพื่ออยากแก้ปัญหานี้
สีของ The Paintmore พัฒนาโดยนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ เพื่อสร้างสินค้าทางเลือกที่ตอบโจทย์ทังเรื่องราคาและคุณภาพ ภายใต้แนวคิด Eco-friendly Artist’s Materials โดยยึดคุณภาพ ความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ในราคาที่เข้าถึงได้ เปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ นักเรียน และนักศึกษา เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางศิลปะที่ดีในราคาย่อมเยา


ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของแบรนด์ คือนํายาล้างพู่กันและเจือจางสีน้ำมัน Odorless Mineral Spirit ชนิดไร้กลิ่น 100% ด้วยประสิทธิภาพของสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งาน ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดี จากนั้นจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์สําหรับศิลปะอื่น ๆ เช่น น้ำมัน Linseed สำหรับผสมสีน้ำมัน น้ำยาล้างสีอะคริลิก เพื่อตอบความต้องการของตลาดและงานศิลปะทุกแขนงอย่างต่อเนื่อง

ช่องทางจัดจำหน่าย
ร้านค้า
MUJI Chiangmai
หลายคนอาจมองข้ามแบรนด์นี้ แต่ MUJI สาขาที่เชียงใหม่จัดเวิร์กช็อปแนะนำสินค้าศิลปะที่ดีต่อโลกสู่คนวงกว้างมาหลายครั้งมาก
ขกยกตัวอย่างเดือนมกราคมนี้ MUJI จัดเวิร์กช็อป 2 งาน งานแรก คือ Colors from the Earth Workshop ชวนคนมาวาดภาพด้วยสีจากหินและดินธรรมชาติใน ‘Colors from the Earth’ จากกลุ่ม Somdul Chiangmai เวิร์กช็อปนี้เปิดโลกแห่งศิลปะผ่านสีสันจากดินตะกอนริมฝั่งลำห้วยในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเรื่องราวเชื่อมโยงพื้นที่ชุมชนป่าต้นน้ำ แหล่งเกษตรกรรมอันอุดมสมบูรณ์และทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิต


งานที่ 2 ชื่อว่า Nature’s Pages สร้างสมุดทำมือจากวัสดุธรรมชาติเหลือใช้ เช่น ข้าวโพด ภายใต้แนวคิด Turn Waste to Work เพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสนับสนุนรายได้ให้กับชุมชนบ้านต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมนี้สอนโดย PAPA PAPER ผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปเยื่อกระดาษธรรมชาติที่ช่วยเย็บสมุดทำมือเล่มเดียวในโลก ด้วยกระดาษที่ผลิตจากเศษข้าวโพดเหลือใช้ในอุตสาหกรรมการเกษตร พร้อมออกแบบ ตกแต่ง และเย็บเล่มด้วยตัวเอง กิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จัดทุกวันพุธและเสาร์ ตลอดเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 จำกัดเพียง 10 ที่นั่งต่อรอบ สอนเป็นภาษาไทยเท่านั้น เวลา 14.00 – 16.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ MUJI ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต


