15 มกราคม 2025
5 K

‘น้ำผึ้ง’ เป็นสินค้าที่พิสูจน์ความแท้ได้ยากมาก เพราะความที่มีรสชาติและส่วนประกอบทางเคมีซับซ้อน แหล่งที่มาและกระบวนการก็หลากหลาย ถ้าอยากได้น้ำผึ้งที่คุ้มราคาที่จ่ายและได้คุณสมบัติที่ดีตามที่น้ำผึ้งควรจะเป็น ยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์ จากร้าน Honeyful Cafe เคยให้เคล็ดลับเอาไว้ว่า “ให้ไปทำความรู้จักกับคนขายน้ำผึ้งนั้น” 

เมื่อหน้าร้อนปีกลาย ยุ้ยยกหูหาพวกเราที่ The Cloud เพื่อชวนให้ไปรู้จักกับคนทำน้ำผึ้งที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศ เราก็ไม่รอช้า เก็บกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน ไปทำความรู้จักกับคนขายน้ำผึ้งกัน 

เปี๊ยก-ปวีณา วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำผึ้งรักษ์ป่า จำกัด คือคนทำน้ำผึ้งที่ยุ้ยพูดถึง ทั้งคู่รู้จักกันผ่านความสนใจเรื่องธรรมะ และนั่นก็เป็นคุณสมบัติข้อแรกที่เราทดไว้ในใจ

นอกจากกรรมการผู้จัดการแล้ว เปี๊ยกยังมอบตำแหน่งให้ตัวเองเป็น Accidental Beekeeper หรือผู้จับพลัดจับผลูมาเป็นคนเลี้ยงผึ้งด้วย เธอเข้าวงการนี้ผ่านความประทับใจรสชาติของน้ำผึ้งจากภาคใต้ประเทศไทย ที่มีรสชาติซับซ้อนไม่แพ้น้ำผึ้งต่างชาติ และหลังจากลงพื้นที่ในอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นที่ของครอบครัว ได้ชิมน้ำผึ้งจากที่นั่น ความสนใจก็เริ่มบานปลายไปสู่การขอทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) มาศึกษาพรรณพืชในพื้นที่ว่าทำไมน้ำผึ้งแถวนี้ถึงอร่อย 

“การวิจัยทำให้เรารู้ว่าพื้นที่แถวนี้มีพืชพรรณที่หลากหลาย เหมาะกับการเป็นอาหารของผึ้ง แล้วก็จะได้น้ำผึ้งที่คุณสมบัติดีด้วย ทั้งหมดนี้ธรรมชาติให้มา เราไม่ได้ปรับแต่งพื้นที่หรือปลูกอะไรเพิ่มเลย เลยคิดว่าธรรมชาติคงอยากให้เรามาทำสิ่งนี้” เปี๊ยกเล่า

ด้วยความเป็นคนเชื่อในความเพียรและไม่เบียดเบียนใคร แม้จะมีต้นทุนที่เพียบพร้อม เปี๊ยกก็ตั้งใจออกแบบธุรกิจน้ำผึ้งให้ไม่เบียดเบียนทั้งผึ้งและคน

น้ำผึ้งรักษ์ป่า (Rakpaa.honey) จึงนิยามตัวเองว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่คิดถึงทุกชีวิต ตั้งแต่คน ผึ้ง และพืชพรรณ แต่ความเจ๋งของน้ำผึ้งรักษ์ป่าที่เราอยากเล่าให้ฟังวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความใจดี แต่น้ำผึ้งรักษ์ป่ายังออกแบบโมเดลธุรกิจที่แม้จะเล็กแต่ยั่งยืนมาก ๆ และทำให้ได้น้ำผึ้งคุณภาพที่ขายได้ราคามากกว่าทั่วไปเกือบ 5 เท่า

Single Origin, Raw & Real

รสชาติและคุณสมบัติของน้ำผึ้งเกิดจากปัจจัยหลัก ๆ 2 อย่าง คือพืชพรรณที่ผึ้งใช้เป็นอาหาร และสายพันธุ์ของผึ้ง ในการผลิตน้ำผึ้งแบบอุตสาหกรรมอาจมีการนำเข้าผึ้งจากต่างถิ่นและปรับแต่งพืชพรรณเพื่อเร่งการผลิตน้ำผึ้ง แต่น้ำผึ้งของน้ำผึ้งรักษ์ป่าผลิตโดยคงทุกอย่างอย่างดั้งเดิมที่สุด

น้ำผึ้งที่ดีต้องได้มาจากผึ้งที่หากินเองตามธรรมชาติ น้ำผึ้งรักษ์ป่าใช้น้ำผึ้งจากผึ้งโพรงที่เชื้อเชิญให้ผึ้งท้องถิ่นเข้ามาทำรังอยู่อาศัยในพื้นที่ที่ผึ้งอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เป็นน้ำผึ้งแปลงเดี่ยว (Single Origin) ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ หลังจากนั้นนำไปบ่มโดยไม่ใช้ความร้อน เพื่อคงคุณสมบัติตามธรรมชาติไว้ 

คนที่น้ำผึ้งรักษ์ป่าต้องเอาใจมากที่สุดคือฝ่ายผลิตอย่างเหล่าผึ้งทั้งหลาย จึงต้องมีกลยุทธ์ในการเอาใจ พวกเขาจะได้มาช่วยผลิตน้ำผึ้งดี ๆ ให้กันไปนาน ๆ 

“ทีมงาน Beekeeper ของเราใช้เวลาเลือกชัยภูมิในการให้ผึ้งแต่ละรังเข้ามาอยู่อย่างตั้งใจ ด้วยการไปนั่งสังเกตทุกเช้าว่าพวกเขาหากินกันอยู่แถวไหน รังเดิมมีสมาชิกเยอะเกินไปแล้วหรือยัง คอยสังเกตว่าพวกเขามีศัตรูไหม ยังอยู่ดีหรือเปล่า” เปี๊ยกเล่า

 ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญไหม รังผึ้งเหล่านี้ได้ร่มเงาและแสงแดดทำให้สวย บรรยากาศดีทุกหลัง เป็นรังที่น่าอยู่ ผึ้งที่อาศัยอยู่ก็น่าจะผ่อนคลายและมีความสุข 

“ไม่ได้ทำเพื่อจรรยาบรรณ แต่ทำเพราะเขาเป็นคนใจดี”

เรื่องสำคัญต่อมา คือการเก็บเกี่ยว 

น้ำผึ้งรักษ์ป่าเลือกวิธีเก็บเกี่ยวแบบไม่เอาทั้งรัง แต่เลือกเฉพาะส่วนที่พร้อมใช้ 

การเก็บน้ำผึ้งนำทีมโดย เดียว Beekeeper ผู้อ่อนโยนกับผึ้งมาก ๆ เขาเล่าถึงผึ้งทุกรังได้ว่าออกหากินเวลาไหน กลับมาเวลาไหน รังไหนที่ประชากรชักจะเยอะเกินไปต้องเริ่มต่อรังให้ใหม่ เพราะมานั่งเฝ้าทุกเช้า และเมื่อถึงเวลาขอแบ่งปันน้ำผึ้งเขาก็ทำอย่างเบามือ

เดียวเปิดรังแบบไม่ต้องใช้ควันมาไล่ เพราะเขาเชื่อว่าผึ้งรู้สึกได้ว่าเขามาดี จากนั้นจะใช้แปรงขนนุ่ม ค่อย ๆ ปัดผึ้งออกจากรัง แล้วเลือกตัดเฉพาะส่วนของรังที่ปิดผนึกแล้วและไม่มีตัวอ่อนเท่านั้น การเลือกตัดแบบนี้ทำให้ผึ้งสร้างรังใหม่บนที่เดิมได้โดยไม่ต้องย้ายไปที่อื่น และเลือกเก็บน้ำผึ้งจากรังที่สมบูรณ์ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเหลือไว้ให้มีอาหารพอเพียงในฤดูที่มีอาหารน้อยด้วย

เปี๊ยกอธิบายว่า “การแบ่งน้ำผึ้งออกมาจะเอื้อให้เขาอยู่สุขสบายมากขึ้น การเก็บแบบยังเหลือรังเอาไว้ ทำให้ประชากรผึ้งที่โตเต็มวัยไม่ต้องทิ้งรัง ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานก็อยู่ต่อได้ ช่วยประหยัดพลังงานให้พวกเขา ตัวอ่อนก็มีโอกาสเติบโตเต็มวัยในบ้านเดิม แหล่งอาหารเดิม เมื่อมีความปลอดภัย สุขภาพจิตของผึ้งดีขึ้น เขาก็จะผลิตน้ำผึ้งได้ดี

“เชื่อว่าทีม Beekeeper ของเราเขาไม่ได้ทำวิธีนี้เพราะคิดถึงจรรยาบรรณ แต่เขาเลือกวิธีนี้เพราะเขาเป็นคนใจดี” เปี๊ยกบอก

“ธรรมชาติให้มาเท่าไหร่ เราก็เก็บเท่านั้น”

“น้ำผึ้งของเราเป็นน้ำผึ้งดิบ ไม่หยอดน้ำเชื่อม ไม่เร่ง ธรรมชาติให้เท่าไหร่ก็เก็บเท่านั้น” เปี๊ยกย้ำอีกครั้ง ก่อนจะเล่าถึงต้นทุกอีกอย่าง คือเวลา

การเก็บน้ำผึ้งแบบนี้ทำได้ช้า เพิ่มขั้นตอน และได้ผลผลิตต่อครั้งน้อยกว่าการเก็บแบบทั่วไป ยากที่จะทำรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำ แต่น้ำผึ้งรักษ์ป่าเลือกวิธีนี้เพราะคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือผึ้ง แหล่งวัตถุดิบที่สร้างความแตกต่างให้กับน้ำผึ้งรักษ์ป่า แถมยังทำให้พื้นที่เกษตรกรรอบ ๆ ได้ประโยชน์จากการช่วยผสมเกสร ระบบนิเวศกลับมาสมดุลโดยมีผึ้งเป็นตัวช่วย

และเพื่อให้มีน้ำผึ้งมาขายได้มาก ๆ น้ำผึ้งรักษ์ป่าก็ไปชวนเกษตรกรและเจ้าของสวนซึ่งมีผึ้งอยู่ในพื้นที่อยู่แล้วให้มารู้จักแนวทางการเลี้ยงผึ้งแบบพวกเขา เพราะให้ผลผลิตที่มั่นคงกว่า รสชาติและคุณสมบัติดีกว่า 

“ช่วงแรก ๆ อุปสรรคเยอะมาก เราจับไมค์พูดก็ไม่มีคนฟัง ยังมีคนไลน์มาในกลุ่มว่าอยากกินตัวอ่อนผึ้งอยู่เลย แต่พอเริ่มมีคนทำไป 2 – 3 ปี ชุมชนก็เห็นว่าคนในโครงการเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากขายน้ำผึ้งได้ราคาดีขึ้นแล้ว ผลผลิตในสวนเขายังมากขึ้นด้วย ชาวบ้านจึงเริ่มหันมาดูแลผึ้งเป็นอย่างดีกันมากขึ้น” เปี๊ยกเล่า

 “ตั้งแต่น้ำผึ้งรักษ์ป่าเริ่มดำเนินการมา มีคนนำวิธีนี้ไปใช้มา 2 – 3 ปีแล้ว มีหลายแปลงที่ดี ๆ ปลอดสาร อยู่ในพื้นที่ที่มีพืชหลากหลาย ทำให้ได้รสชาติคนละแบบ” เปี๊ยกเล่าถึงการขยายธุรกิจในแบบของน้ำผึ้งรักษ์ป่า ซึ่งไม่ได้แค่สร้างอุปทาน แต่ยังไปช่วยแก้ปัญหาในชุมชนด้วย

“เกษตรกรก็ได้ผลผลิตที่ดี มีรายได้เสริม คนในชุมชนก็มีชีวิตที่ดีไปด้วย” เปี๊ยกเล่าปิดลูปความตั้งใจในการทำธุรกิจของเธอ

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมีความหมาย”

“เราขายราคาเท่าน้ำผึ้งทั่วไปไม่ได้” เปี๊ยกยืนยัน 

หลังจากคำนวณต้นทุนทั้งหมดต่อผลผลิตที่มีจำกัดแล้ว น้ำผึ้งรักษ์ป่าตัดสินใจเลือกเดินเกมการเป็นสินค้าคุณภาพพิเศษ ซึ่งจะส่งต่อของที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค และทำให้ธุรกิจอยู่ได้ยืนยาว

“ทุกคนในชุมชนร่วมมือกัน ทำให้เรามั่นใจว่าป่าเราดีมาก ไม่มีสารเคมี เราเลยอยากให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมีความหมายนะ พวกเราทำได้ดีจนคนเห็นค่าและยอมจ่ายแพงกว่า” เปี๊ยกเล่าความตั้งใจที่อยากให้กำไรเกิดกับความรู้สึกไปพร้อม ๆ กับเงินในกระเป๋า 

น้ำผึ้งรักษ์ป่าขายน้ำผึ้งแบบ Single Origin มีรสสัมผัสแบบต่าง ๆ ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ เหมือนเวลาซื้อชาหรือกาแฟพิเศษ มีบรรจุภัณฑ์หลายอย่าง แต่ที่เราชอบที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่มาเป็นหลอด เพื่อให้รับประทานหมดได้ในครั้งเดียว

ช่องทางขายหลักของน้ำผึ้งรักษ์ป่าอยู่ทางออนไลน์ และอาจพบเห็นวางขายอยู่ตามชั้นวางของร้านที่มีความตั้งใจเดียวกัน

นอกจากมูลค่าทางธุรกิจแล้ว คุณค่าที่ส่งต่อให้ชุมชนรอบข้างประเมินค่าไม่ได้ “พนักงานเขามาทำงานกับเราแล้วก็ชื่นใจ” เปี๊ยกเล่า “หลายครอบครัวไม่ใช่แค่พ่อที่มาทำงาน แต่ลูกก็มาทำด้วย ได้มาใกล้ชิดพ่อ ได้ความรู้ และได้มีอาชีพที่เขาภาคภูมิใจ” 

นอกจากน้ำผึ้งแล้ว น้ำผึ้งรักษ์ป่ายังแตกไลน์สินค้าเป็นผ้าห่ออาหารที่เคลือบไขผึ้ง และเทียนกลิ่นยูคาลิปตัสที่มีในพื้นที่ เพื่อช่วยลดปริมาณของเสียและสร้างงานในชุมชน 

“เราตั้งใจมอบหมายงานนี้ให้กลุ่มสตรีในพื้นที่ เพื่อให้เขามีรายได้ มีความภาคภูมิใจ เราเชื่อว่าปัญหาสังคมจะบรรเทาได้ผ่านแม่ เพราะแม่จะเป็นคนคอยเป็นห่วง ดูแลเยาวชนอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องออกไปทำงานไกล ๆ” 

น้ำผึ้งเป็นสินค้าที่พิสูจน์ความแท้ได้ยากมาก แต่เมื่อได้รู้จักกับคนทำแล้ว เราจะไม่สงสัยว่าเบื้องหลังราคา รสชาติ และความดีงามในแต่ละหยดนั้นประกอบขึ้นจากคุณค่าอะไร

น้ำผึ้งรักษ์ป่าไม่ได้อยากเป็นคนขายน้ำผึ้งที่รวยที่สุด แต่อยากเป็นผู้เลี้ยงผึ้งอย่างรับผิดชอบ ซึ่งจะพัฒนาให้น้ำผึ้งมีคุณภาพดียิ่ง ๆ ขึ้นไป 

เปี๊ยกกล่าวปิดท้ายว่า “เราอยากให้ต้นทางกับปลายทางใจถึงกัน อยากให้ผู้บริโภคได้ของที่ถูกตั้งใจผลิตมาอย่างดี”

Facebook : Rakpaa.honey 

Lessons Learned

  • ธุรกิจที่คิดเพื่อความยั่งยืนตั้งแต่เริ่ม แนวคิดนี้จะไม่เป็นภาระ แต่จะช่วยส่งเสริมในระยะยาว
  • อย่ากลัวที่จะตั้งราคาและเงื่อนไข เพื่อรักษาคุณค่าที่ยึดถือ
  • จงเป็นธุรกิจที่พนักงานภาคภูมิใจที่ได้ทำ

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

อรรถชัย สมเพชร

อาชีพช่างภาพ ความสุขของผมคือการถ่ายภาพ