7 มกราคม 2025
2 K

eavam (อีวาม) เป็นคำกรีกโบราณ หมายถึงดินแดนที่อยู่ระหว่างโลกกับสรวงสวรรค์ อาซาเอะ ฮานาโอคะ (Asae Hanaoka) นำคำศัพท์จากหนังสือของ โทมัส อไควนัส (Thomas Aquinas) มาใช้ตั้งชื่อคณะนักเต้นร่วมสมัยของเธอ สมัยทำงานในโตเกียวเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ภายหลังเธอตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากที่เชียงใหม่เพื่อทำเครื่องสำอางออร์แกนิกจากวัตถุดิบธรรมชาติ eavam จึงถูกใช้เป็นชื่อแบรนด์

“อีวามเป็นที่อยู่ของเทวดา แต่ไม่ใช่สวรรค์ อไควนัสบรรยายว่าคือสถานที่ที่ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่จริง ๆ แล้วมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกตลอดเวลา” อาซาเอะเล่า “พอฉันเริ่มทำแบรนด์สกินแคร์ จึงคิดถึงคำนี้ในมุมของร่างกายและผิวพรรณของเรา ถ้าเราใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เราอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน แต่จะค่อย ๆ ทำให้ร่างกายเราดีขึ้นจริง ๆ ซึ่งเป็นไปอย่างยั่งยืน” 

‘eavam Shop and Tea Space’ ตั้งอยู่ในชุมชนขนาดเล็กอันเงียบสงบหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย เชียงใหม่ ที่นี่เป็นทั้งร้านชา ร้านอาหาร โชว์รูม และโรงงานผลิตสกินแคร์ออร์แกนิกแบรนด์ eavam ของอาซาเอะ และ จิโร่ โอฮาชิ (Jiro Ohashi) คู่รักชาวญี่ปุ่นที่เปลี่ยนที่ดินขนาด 5 ไร่อันรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และสวนมะลิแห่งนี้ ให้เป็นพื้นที่ของชีวิตและการทำงานของพวกเขา ซึ่งไม่แน่ใจว่าเจ้าของจะตั้งใจหรือไม่ หากเมื่อได้มาเยือนที่นี่ เราพบตัวเองเหมือนได้หลุดเข้าไปยังดินแดนในนิยามของ โทมัส อไควนัส ในแบบฉบับลูกผสมญี่ปุ่น-เชียงใหม่เสียจริง 

“ก่อนหน้านี้ฉันเป็นนักเต้นร่วมสมัยในโตเกียว พอถึงจุดหนึ่ง ฉันอยากทำเครื่องสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติ พอดีกับฉันได้รู้จักหุ้นส่วนที่ดูแลเรื่องการจัดจำหน่าย ก็เลยมาไล่ดูว่าเราจะเปิดโรงงานที่ไหนได้บ้าง จนมาพบกับเชียงใหม่ เมืองที่มีพร้อมทั้งวัตถุดิบและคนทำงานด้านหัตถกรรมที่มีฝีมือมาก ๆ” อาซาเอะเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมเธอไม่เพียงเปลี่ยนอาชีพ แต่ยังย้ายที่ทำงานมาไกลถึงที่นี่

อาซาเอะเปิดโรงงาน SAL Laboratories บนที่ดินผืนนี้เมื่อปี 2003 โดยนำชื่อมาจาก SAL Magazine ฟรีก๊อบปี้จากโตเกียวที่จิโร่ โอฮาชิ เป็นผู้ก่อตั้ง บรรณาธิการบริหาร และอาร์ตไดเรกเตอร์ (ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว) แรกเริ่ม SAL Laboratories รับผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM ส่งให้แบรนด์ในญี่ปุ่น กระทั่งปี 2017 เมื่อหุ้นส่วนคนเก่าเสียชีวิต และแนวทางการทำงานของหุ้นส่วนคนใหม่ไม่ตรงกัน อาซาเอะจึงยุติการผลิตแบบ OEM และเริ่มต้นแบรนด์ eavam ของเธอเองร่วมกับจิโร่ ภายใต้บริษัท SAL Laboratories จำกัด

“หุ้นส่วนคนใหม่คิดว่าพอผลิตภัณฑ์เป็น Made in Thailand ค่าแรงต้องถูก ซึ่งวิธีคิดนี้ใช้ไม่ได้กับการผลิตสินค้าด้วยมือโดยช่างฝีมือ เราจึงตัดสินใจแยกทางกัน และหันมาทำผลิตภัณฑ์ที่ฉันอยากทำจริง ๆ แบรนด์ที่ให้ความเคารพต่อคุณค่าของการผลิต ผู้ผลิต รวมถึงประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม นั่นจึงเป็นที่มาของ eavam” อาซาเอะกล่าว

ผลิตภัณฑ์ของ eavam สะท้อนคำพูดของอาซาเอะได้อย่างชัดเจน การผสมผสานระหว่างความหมดจดและความเป็นแบบแผนของญี่ปุ่น กับความพิถีพิถันและละเอียดอ่อนของสล่าเชียงใหม่ ก่อนจะครอบทับด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัย – ชุดสกินแคร์ที่ประกอบด้วยสบู่ โคลนพอกหน้า และบาล์ม บรรจุมาในห่อผ้าดิบที่เย็บอย่างประณีต ลิปบาล์มบรรจุในถ้วยเซรามิกประกบกันแบบที่คนไทยคุ้นเคยจากขนมถ้วย ไปจนถึงการใช้งานจักสานและกระดาษสามาเป็นบรรจุภัณฑ์ เป็นอาทิ 

“ถ้าไม่ได้รู้จักแบรนด์เรามาก่อน ลูกค้าแทบจะเดาไม่ได้ว่าเราขายอะไร เราให้ความสำคัญกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำเสนอสินค้า เท่า ๆ กับเรื่องเล่าจากวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติทั้งหมด” จิโร่ ที่ดูแลเรื่องงานออกแบบและการนำเสนอทั้งหมดของแบรนด์เล่า

“หลัก ๆ คือเรามองว่าสกินแคร์คือสินค้าหัตถกรรม หัวใจของมันต้องมาจากกระบวนการผลิต” อาซาเอะเสริม “เราใช้แม่บ้านในชุมชนที่มีความพิถีพิถันผลิตให้ ส่วนวัตถุดิบหลายชนิดก็มาจากภาคเหนือ หรือกระทั่งในรั้วบ้านของเราเอง เช่นที่คุณเห็นว่าเรามีสวนมะลิออร์แกนิก เราก็สกัดกลิ่นหอมของมะลิสดเข้าไปในผลิตภัณฑ์แทนการใช้น้ำมันหอมระเหย ขณะเดียวกันเรานำเข้าวัตถุดิบบางอย่างจากต่างประเทศ เช่น น้ำมันอาร์แกนจากโมร็อกโก น้ำมันมะกอกจากตุรกี เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมากที่สุด” 

ปัจจุบันนอกจากจะวางจำหน่ายในโชว์รูมในโรงงานและช่องทางออนไลน์ ผลิตภัณฑ์ของ eavam วางจำหน่ายที่ร้านอากาศดี และ Hoshihana Village ในอำเภอหางดง Aden Health Shop และ Greenpea Organic Market ในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนในกรุงเทพฯ วางจำหน่ายที่ Spoonful Zakka Cafe’ สุขุมวิท 32 รวมถึงขายใน Selected Store กว่า 50 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น 

อย่างไรก็ดี จิโร่บอกว่าเพื่อเป็นการทำความเข้าใจแบรนด์ของพวกเขาได้ดีที่สุด หากมีโอกาสมาเชียงใหม่ เขาแนะนำให้มาที่ eavam Shop and Tea Space ให้ได้สักครั้ง

“อย่างที่ผมบอกว่าถ้าคุณไม่รู้จักแบรนด์เรามาก่อน คุณอาจไม่รู้เลยว่าเราขายเครื่องสำอาง นั่นทำให้ช่วงกลางปีที่ผ่านมา (ปี 2024) เราเปิด Tea Space เพราะอยากให้ทุกคนมารู้จักแบรนด์เราโดยตรง มาซึมซับบรรยากาศ มาดูกระบวนการผลิต มาทดลองใช้ และบ่อยครั้ง เราก็มักชวนคนที่สนใจมาร่วมเวิร์กช็อปทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติด้วยกัน” จิโร่เล่า “อ่อใช่ เรามีชา กาแฟ และอาหารเสิร์ฟด้วยครับ” เขายิ้ม

กาแฟของที่นี่เป็นโมก้าพอต ส่วนชามีทั้งชาอู่หลงและชาเขียวญี่ปุ่นแบบสกัดเย็น และอาหารในตอนนี้มีเมนูเดียวคือข้าวแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น รสชาติดีรับไปกับบรรยากาศโดยรอบ และเช่นเดียวกับสินค้าของ eavam ทุกอย่างในร้านล้วนได้รับการจัดวางอย่างเรียบง่าย นิ่งน้อย และผ่อนคลาย หากก็ฉายแสงของความมีระดับไปพร้อมกัน ซึ่งนอกจากอาหารและเครื่องสำอาง ที่ร้านยังมีสินค้าที่ผลิตโดยช่างท้องถิ่นอย่างงานจักสานดีไซน์ร่วมสมัย งานปักผ้าสวย ๆ และถ้วยชามเซรามิกจำหน่ายด้วย

ในฐานะผู้ประกอบการที่มีพื้นฐานมาจากนักสร้างสรรค์ ทั้งอาซาเอะและจิโร่มองเรื่องการทำแบรนด์เครื่องสำอางในมิติเดียวกับการที่พวกเขาเคยเป็นศิลปินด้านการแสดงและคนทำสื่อศิลปะไม่ต่างกัน 

“ฉันรู้จักจิโร่ครั้งแรกตอนที่เขามาช่วยออกแบบเวทีการแสดงให้สมัยทำงานในญี่ปุ่น ฉันพบว่าพอเปลี่ยนมาทำธุรกิจด้วยกัน ปรัชญาในการทำงานของเราก็ยังคงไม่ต่าง การทำแบรนด์สกินแคร์คือการคำนึงถึงองค์ประกอบทั้งหมด แสง เสียง บรรยากาศ ความเคลื่อนไหว และหัวใจของเรื่องที่เราจะสื่อสารไปยังผู้ชม แบบเดียวกับศิลปะการแสดง เราไม่ได้ทำสินค้าเพื่อขาย แต่เราคำนึงถึงคุณค่าที่มาจากองค์ประกอบโดยรวม ทั้งหมดก็เพื่อจะได้สินค้าที่ไม่ใช่แค่ดีต่อผิวพรรณลูกค้า แต่ยังดีต่อหัวใจ” อาซาเอะปิดท้าย

นอกจากจะยกระดับสกินแคร์ให้เป็นเหมือนงานศิลปะ เราว่าทั้งอาซาเอะและจิโร่ก็ยกระดับพื้นที่ของพวกเขาให้สะท้อนสุนทรียภาพของการใช้ชีวิตได้อย่างหมดจดไม่ต่างกัน

Writer

จิรัฏฐ์​ ประเสริฐทรัพย์

นักเขียนและนักแปล แต่บางครั้งก็หันมาทำงานศิลปะ อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ ผลงานล่าสุดคือรวมเรื่องสั้น 'รักในลวง'

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ