7 มกราคม 2025
2 K

วันธรรมดายามเปิดเทอมที่มหาวิทยาลัยมหิดลคึกคักไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น แต่วันนี้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ เพราะในมหาวิทยาลัยกำลังมีกิจกรรมสำคัญ

มองเผิน ๆ กิจกรรมนี้คล้ายงานออกร้าน มีเวทีกลางและร้านรวงพร้อมบูทกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งเรียงราย แต่แทนที่จะสัมผัสได้ถึงความวุ่นวาย เรากลับรู้สึกสงบ ผ่อนคลายกายและใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาในงาน

เพราะนี่คือ ‘HEAL JAI FESTIVAL’ เทศกาลที่อยากชวนเหล่านักศึกษามาเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาวะทางจิตใจและปัญญา เพื่อใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงแข็งแรง จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, ณ สมดุลย์ ศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะและพัฒนาสมดุลชีวิตองค์รวม, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย

ในวันเวลาที่สังคมหันมาให้ความสำคัญกับเรื่อง Well-being หรือสุขภาวะ ที่มีความหมายครอบคลุมทั้งเรื่องร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และจิตวิญญาณ เราชวนทีมผู้จัดเทศกาลในครั้งนี้มานั่งลงพูดคุยถึงแนวคิดเบื้องหลังและเรื่องราวสถานการณ์สุขภาวะของคนรุ่นใหม่บ้านเรา 

ลองรับฟังมุมมองจาก รศ.ร.ท.ทพ.ชัชชัย คุณาวิศรุต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล รศ.ดร.นพ.ชัชวาลย์ ศิลปกิจ จิตแพทย์ผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.จิรัฐกาล พงศ์ภคเธียร อาจารย์จากศูนย์จิตตปัญญาศึกษาฯ ญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา และ พท.ป.วิพุธ สันติวาณิช ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ณ สมดุลย์ ศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะและพัฒนาสมดุลชีวิตองค์รวม

อะไรคือฮีลใจ

เกริ่นให้ฟังสักเล็กน้อย HEAL JAI FESTIVAL ไม่ใช่งานให้คำแนะนำเรื่องการรักษากับผู้ป่วย แต่เป็นการทำงานเชิงรุก ตั้งต้นจากการที่กองกิจการนักศึกษาและศูนย์จิตตปัญญาศึกษาฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าจำนวนนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิตจนต้องไปใช้บริการให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี 

“ปัจจุบันนักศึกษาให้คุณค่ากับความสำเร็จสูง จนเกิดการแข่งขันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะระบบการศึกษาของเราไม่ได้ออกแบบให้คนพร้อมจะล้มเหลว ซึ่งพอความกดดันเกิดขึ้นต่อเนื่องไปถึงจุดหนึ่งจนรับไม่ไหวก็เกิดเป็นปัญหาสุขภาพจิตตามมา” คุณหมอผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษาฯ เล่าถึงสาเหตุที่เมื่อทราบข้อมูลจากกองกิจการนักศึกษาแล้ว ทำให้ จิรัฐกาล อาจารย์ของทางศูนย์ฯ นำเรื่องนี้ไปหารือกับรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เพื่อร่วมกันหาทางออกทันที 

“ในบางครั้ง กว่าจะรอให้ไปถึงกระบวนการรักษาตามระบบก็สายเกินไปแล้ว

“มหาวิทยาลัยในไทยลงทุนกับงบประมาณด้านการรักษาสุขภาพจิตนักศึกษาปีละหลายสิบล้าน เราจึงกลับมานั่งคิดว่า จะมีทางไหนที่ช่วยสนับสนุนให้นักศึกษารู้วิธีดูแลใจตัวเองได้บ้าง” รองอธิการบดีชัชชัยกล่าวเสริม เป็นการบอกเราว่านี่ไม่ใช่ปัญหาทั่วไป แต่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องหาทางแก้ไข ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนักศึกษาทั่วประเทศ

ตอนนี้เองที่ทาง ณ สมดุลย์ฯ เข้ามามีบทบาท โดย พท.ป.วิพุธ หรือ หมอต้า กับทีมทำหน้าที่คอยประสานงาน วางภาพรวม และพาเชื่อมโยงหน่วยงานที่จะเข้ามามีบทบาทในการนำเสนอวิธีดูแลใจ จนได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย พันธมิตร รวมถึง สสส. เข้ามาสนับสนุน

HEAL JAI FESTIVAL จึงเกิดขึ้น ในฐานะเทศกาลที่ตั้งใจนำเสนอทางเลือกในการดูแลสุขภาวะทางจิตใจและปัญญาให้กับนักศึกษาและบุคลากร ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่เป็นเหมือนการแนะนำแบบ 101 ใครสนใจกิจกรรมไหนก็ไปศึกษาต่อเองได้ มีทั้งบูทร้านที่เราเห็นในตอนแรก เวทีเสวนา นิทรรศการฮีลใจ Sound Healing ไปจนถึงเวิร์กช็อปที่จัดอยู่ตามห้องต่าง ๆ ในอาคารของมหาวิทยาลัย และกิจกรรมบำบัดที่ต้องการรับคำปรึกษาส่วนตัวใน Private Session

โดยไม่ใช่งานที่จัดแล้วจบ แต่เป็นสารตั้งต้นของการสร้างความรับรู้เรื่องสุขภาวะและเชื่อมโยงเครือข่ายให้กระจายกว้างออกไปถึงคนในชุมชนรอบมหาวิทยาลัย สู่สังคมและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย โดยในอนาคตทางภาคีเครือข่ายก็จะนำกิจกรรมนี้ไปต่อยอด ร่วมกับอีเวนต์ทั้งใหญ่เล็ก เช่น สัปดาห์ความสุขสากล (Happiness Connects), HEAL JAI FESTIVAL ในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ รวมถึง Soul Connect Fest ประจำปี 2025 ด้วยเช่นกัน

ทำไมต้องฮีลใจ

คำหนึ่งที่เป็นหลักสำคัญ เป็นแกนกลางของอีเวนต์ฮีลใจครั้งนี้คือ ‘สุขภาวะทางจิตใจและปัญญา’ หรือ Holistic Well-being การเชื่อมโยงกับโลกภายในตัวเอง ซึ่งเป็น 1 ใน 5 มิติสุขภาพตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO)

“สุขภาวะทางจิตใจและปัญญาเกิดจากการเข้าใจชีวิตและเชื่อมโยงตนเองกับผู้อื่น กับโลก และกับธรรมชาติ ทําให้เกิดสังคมที่เกื้อกูลและยอมรับความแตกต่างหลากหลาย” ญาณีขยายความให้เราฟัง 

แนวคิดของงานนี้จึงตั้งบนพื้นฐานของการเรียนรู้ รักษา และพัฒนาภายในตน เน้นนำเสนอทักษะที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตใจและปัญญาให้ผู้เข้าร่วม คำที่ทีมผู้จัดใช้อธิบายและเราชอบมากคือ ‘สังเกตการณ์ภายใน’ กล่าวคือ โดยปกติมนุษย์ก็สังเกตสิ่งรอบตัวอยู่แล้ว แต่น้อยคนที่จะรู้วิธีสังเกตความเป็นไปภายในตัวเอง ทำให้บางครั้งเรารับมือกับความรู้สึกหรืออาการที่เกิดขึ้นได้ไม่ทันท่วงที

“ถ้ามองเห็นภายในตัวเองได้ เราจะเข้าใจความเป็นไปเวลามีสิ่งมากระทบ รู้ว่าตอนนี้เราตกร่องหรือเปราะบางอยู่หรือไม่ ทำให้เวลาเกิดความเปลี่ยนแปลงหนัก ๆ เราจะรับมือได้ดีขึ้น”

โดยทีมผู้จัดไม่ได้คาดหวังให้งานนี้เป็นแค่กิจกรรมออกร้านหรืองานเสวนาทั่ว ๆ ไป แต่หวังใหญ่ หวังไกล ให้งานนี้เป็นรากฐานสำคัญของการต่อยอดหลายด้าน เหมือนที่ พท.ป.วิพุทธิ์ เล่าให้เราฟัง 

“เราตั้งใจสร้างเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้รู้จักศาสตร์อีกแขนงหนึ่งซึ่งมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาวะทั้งด้านจิตใจและปัญญา โดยมีแผนต่อยอดต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้และปีถัด ๆ ไป ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งระดับบุคคล ระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคน และระดับมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล สู่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมถึงระดับสังคม และประเทศชาติ”

ทั้งนี้ ทีมผู้จัดงานได้ฝากข้อความสั้นไว้ถึงผู้อ่าน ไว้ใช้ดูแลใจและรู้เท่าทันปัญญาในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงเร็วและเต็มไปด้วยการแข่งขัน 

“ความภูมิใจสร้างได้ด้วยตัวเราเองนะ”

“อยากชวนทุกคนได้กลับมารักและดูแลตัวเอง”

“รู้อะไรไม่สู้รู้งี้ อย่ากดดันตัวเองเกินไปจนถึงจุดที่กลับมาแก้ไขไม่ทัน”

“ความคิดไม่ใช่ความจริง ความจริงคือสิ่งที่เราเชื่อ แต่ถ้าเชื่อแล้วตัวเองเดือดร้อน ไม่ต้องเชื่อก็ได้”

“เราเดินทางท่องเที่ยวภายนอกเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนกลับมาเดินทางภายในเพื่อฟังเสียงของตัวเอง”

ฮีลใจต้องทำยังไง

เราขอใช้ส่วนสุดท้ายของบทความนี้พาคุณมาลองสัมผัสความเป็นเทศกาลนี้ไปด้วยกัน ผ่านกิจกรรมในงาน HEAL JAI FESTIVAL ที่เราเองได้เข้าไปลองร่วมทำ เผื่อใครชอบจะได้ลองหาโอกาสเข้าร่วมในงานครั้งถัดไป

กิจกรรมที่เราเลือกมาคือมีชื่อว่า Snap a Shot : ถ่ายภาพเพื่อสร้างสมดุลชีวิตและการเรียน โดย เดโช นิธิกิตตน์ขจร อาจารย์จากศูนย์จิตตปัญญาศึกษาฯ

โดยปกติ เมื่อเราถ่ายรูป สมองและกระบวนการคิดของเราจะเริ่มปรุงแต่ง เริ่มจัดวางแสง ตำแหน่งของภาพ หรืออาจเลยเถิดไปถึงว่าทำอย่างไรให้รูปออกมาสวยที่สุด ให้ชนะรางวัล จนเราลืมมองความรู้สึกตั้งต้นขณะถ่ายภาพของเรา 

ในเวิร์กช็อปนี้ เราได้เรียนรู้วิธีการตามความคิดให้ทัน จากนั้นก็ได้ลองกดถ่ายภาพ โดยไม่ได้โฟกัสว่ารูปต้องสวย แต่ให้การถ่ายรูปเป็นสื่อกลางในการหัดจดจ่ออยู่กับตัวเอง ซึ่งเราพบว่าเมื่อเราไม่ได้ใส่ใจความสวยงามของภาพ แต่จดจ่อไปที่กระบวนการระหว่างนั้น ทำให้เราตามความคิด เท่าทันจิตใจตัวเองมากขึ้น

ถึงตอนนี้ คุณคงพอเห็นภาพงานนี้มากขึ้น เราขอเล่าแถมอีกนิดว่า นอกจากกิจกรรมถ่ายภาพ Snap a Shot แล้ว ภายในงาน HEAL JAI FESTIVAL ยังมีกิจกรรมน่าสนใจอีกถึง 7 หมวดกิจกรรมที่สอดคล้องกันผ่านตัวอักษร H E A L J A I และร้อยเรียงไปด้วยกันในเทศกาล ดังนี้

H : Holistic Well-being (การดูแลสุขภาวะองค์รวม) เน้นกิจกรรมที่ดูแลทั้งกายและใจแบบองค์รวม

E : Embracing Self-love (โอบกอดความรู้สึก) มุ่งเน้นการเข้าใจด้านในตนเองและคนรอบตัว

A : Art of Awareness (ศิลปะแห่งการตระหนักรู้) ใช้ศิลปะเป็นสื่อในการตระหนักรู้และเติมเต็มโลกด้านใน

L : Live and Learn (การเรียนรู้และพัฒนาด้านใน) เน้นการพัฒนาด้านในตนเองผ่านการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ

J : Journey with Nature (การเดินทางไปกับธรรมชาติ) สำรวจตัวเองผ่านการเดินทางทั้งภายใน และภายนอก

A : Aroma for Relaxation (กลิ่นหอมเพื่อการผ่อนคลาย) ใช้กลิ่นหอมเพื่อช่วยในการผ่อนคลาย และเพิ่มการรับรู้

I : Inner Sound (เสียงแห่งดุลยภาพภายใน) มุ่งเน้นการสร้างความสุขสมดุลและความสงบภายใน

ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การจัดดอกไม้ การสัมผัสผ่านธรรมชาติ กระบวนการสีน้ำ การเรียนรู้หรือการปรับใช้พลังธาตุทั้ง 6 ในการฮีลทั้งกายและใจ ไปจนถึงการใช้ไพ่เป็นสื่อกลางในการมองภายในตน และกิจกรรมผ่านเครื่องมือต่าง ๆ อีกมากมายที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ลองเล่นตลอดทั้งวัน

และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของเทศกาล HEAL JAI FESTIVAL ที่นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของภาคีเครือข่ายที่มาช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดเป็นระบบนิเวศในการดูแลสุขภาวะทางจิตใจและปัญญาอย่างยั่งยืนของเหล่านักศึกษาไทย สังคม และประเทศ ส่วนใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ดูแลสุขภาวะ

รอติดตามข่าวสารได้ที่

Facebook : Healjaifestivalmu

Facebook : ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

Facebook : ณ สมดุลย์ ศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะและพัฒนาสมดุลชีวิตองค์รวม

Facebook : Soul Connect Fest

Writer

สิรภพ พรอำนวยผล

นักอ่านมือสมัครเล่น ทาสแมวมืออาชีพ โตขึ้นอยากเป็นบรรณาธิการ พร้อมความฝันว่าสักวันจะเปิดร้านหนังสือที่เชียงใหม่

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด