26 ธันวาคม 2024
2 K

กำ ผาย กำ ผาย

ผาย กำ เขย่ง เขย่ง

ท่อนฮุกของเพลง ปล่อยแก่ ที่มีใจความสนับสนุนให้ผู้สูงวัยขยับร่างกาย เพื่อที่กล้ามเนื้อยังคงเคลื่อนไหว ส่งผลดีต่อสุขภาพ

รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข เป็นคนแต่งเพลงนี้ เพราะเพลงส่วนใหญ่มักพูดถึงเรื่องที่คนอายุน้อยสนใจอย่างการอกหักหรือแอบรัก ผู้สูงวัยที่มีความสนใจอีกแบบจึงหาเพลงฟังค่อนข้างยาก และอาจารย์สุกรียังอยากหาเพลงให้สมาชิก ‘วงปล่อยแก่’ ร้อง จึงเป็นที่มาของการแต่งเพลงนี้ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงประจำวง พูดถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงวัย ฟังแล้วสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

‘วงปล่อยแก่’ เป็นวงดนตรีประสานเสียงที่มีเงื่อนไขการเข้าร่วมเพียงข้อเดียว คือคุณต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ฉะนั้น จะเรียกว่าเป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุก็ย่อมได้ ส่วนอาจารย์สุกรีที่เป็นผู้ก่อตั้งก็ริเริ่มทำสิ่งนี้ในวัยเกษียณเช่นกัน 

พจนานุกรรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายคำว่า ‘เกษียณ’ ไว้ว่า สิ้นไป ใช้กับอายุ เช่น เกษียณอายุราชการ เกณฑ์อายุเกษียณเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ปี เมื่อมาถึงอายุนี้หลายคนต้องออกจากการทำงาน ต้องพักตามความเข้าใจสังคม ซึ่งบางคนยินดีที่จะใช้เวลานี้เติมเต็มชีวิต แต่บางคนมองว่าพวกเขายังมีเรี่ยวแรง เพียงแต่อายุมากขึ้น ทำไมถึงถูกทำให้ต้องหยุดใช้ชีวิตกลาย ๆ อาจารย์สุกรีจึงสร้างวงปล่อยแก่ขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตและเยียวยาตัวเองผ่านเสียงเพลง ส่วนวิธีสร้างวงจะเป็นอย่างไร อาจารย์สุกรีพร้อมบรรเลงให้เราฟังแล้ว

ดนตรีรักษาใจคน

อาจารย์สุกรีอยู่กับดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากผู้เป็นพ่อที่เป็นนักร้องอาชีพ ถนัดร้องเพลงพื้นบ้านภาคใต้ เมื่อโตถึงวัยมัธยมอาจารย์สุกรีได้เข้าร่วมวงโยธวาทิตของโรงเรียน โชว์ฝีไม้ลายมือจนเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าวง ได้ไปเรียนต่อปริญญาโทและเอกด้านการเล่น-สอนแซกโซโฟน ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นโคโลราโด สหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์ด้านดนตรีที่สั่งสมมาทำให้อาจารย์สุกรีในวัย 33 ปีก่อตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และอยู่เบื้องหลังวงดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายวงของไทย เช่น วงบางกอกแซกโซโฟนควอเตต (Bangkok Saxophone Quartet) วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา (Thai Symphony Orchestra) วงด็อกเตอร์แซ็ก แชมเบอร์ออร์เคสตรา (Dr. Sax Chamber Orchestra) ฯลฯ

“มหาวิทยาลัยมหิดลมีชื่อเสียงด้านการผลิตแพทย์ คนถามผมเยอะว่าแล้วทำไมมหิดลถึงต้องเปิดสอนดนตรี ผมตอบว่าหมอรักษาคน แต่ดนตรีรักษาหมอได้” แม้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะช่วยรักษาปัญหาสุขภาพได้ แต่อาจารย์สุกรีก็ยืนยันหนักแน่นว่า ‘ดนตรี’ ก็เป็นยาดีอีกขนานที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ไม่แพ้กัน 

“นอกจากร้องเพลงแล้วมีความสุข บางทีเสียงดนตรียังช่วยขจัดความเจ็บปวดได้ เช่น เวลาเครียด ๆ แล้วได้ตะโกนร้องเพลงในห้องน้ำ หรือนักกีฬาร้อง อ๊าก! ระหว่างแข่งขันเพื่อระบายความทุกข์ อาจฟังเป็นเสียงที่รำคาญ แต่นั่นก็คือเสียง และเสียงก็คือดนตรี”

สูงวัยไม่ได้แปลว่าต้องหยุดใช้ชีวิต

พ.ศ. 2560 อาจารย์สุกรีตัดสินใจเกษียณจากตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ นำมาสู่คำถามถัดไปว่า แล้วจะทำอะไรต่อ 

“ขึ้นชื่อว่าคนแก่ หนึ่ง ไม่มีงานทำ สอง กู้อะไรไม่ได้ สาม ไม่มีใครรับเข้าทำงาน เงินที่เก็บมาตลอดชีวิตเอาไปให้หมอให้พยาบาล ผมจึงมานั่งคิดว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร สมมติจะตายตอน 90 อีก 30 ปีนี้จะอยู่อย่างไร บางทีรู้สึกเปล่าประโยชน์นะ ลูกหลานไม่ค่อยสนใจคนแก่ ไม่มีใครเห็นเรา ชีวิตไม่มีความหมาย เพื่อน ๆ ต่างทยอยเสียชีวิตเรื่อย ๆ”

แม้บางคนมองว่าวัยเกษียณเป็นวัยที่ควรได้พัก หลังจากผจญภัยใช้ชีวิตมายาวนาน แต่การพักก็จำเป็นต้องใช้ทั้งเงินและความมั่นคง จึงมีผู้สูงอายุหลายคนที่ยังต้องทำงานจนถึงวันที่ใกล้หมดลมหายใจ ยังไม่รวมถึงปัญหาสุขภาพกาย-ใจที่เกิดขึ้นกับคนวัยนี้ ซึ่งส่งผลต่อชีวิตในวัยเกษียณไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น 

แล้วอาจารย์สุกรีก็ได้คำตอบว่าเขาและเพื่อน ๆ วัยเดียวกันควรใช้ชีวิตอย่างไร และคำตอบที่ได้ก็คือการทำวงปล่อยแก่

วงปล่อยแก่

ณ ตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ที่หมายแรกที่อาจารย์สุกรีตั้งใจใช้สร้างวงปล่อยแก่ขึ้นมา แม้จะอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ว่าทำไมเลือกที่นี่ แต่โดยพื้นฐานชายผู้นี้สนใจดนตรีพื้นบ้านมาโดยตลอด วงดนตรีหลายวงที่อาจารย์ทำงานด้วยมักหยิบเพลงพื้นบ้านมาเล่น การคลุกคลีมาตลอดชีวิตทำให้อาจารย์เห็นความน่าสนใจในพื้นที่ และอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาเลือกมาสร้างวงปล่อยแก่วงแรกที่บ้านคา

อาจารย์ใช้ทุนส่วนตัวสร้างในการวง ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปีก็ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นวงปล่อยแก่

ที่มาของชื่อวงปล่อยแก่ อาจารย์สุกรีอธิบายว่าเดิมปล่อยแก่เป็นชื่อละครที่เล่นโดยคณะของ นายบัว วิเศษกุล อาจารย์อ่านเจอแล้วชอบ บวกกับอยากใช้ชื่อที่ชวนทุกคนมาสนุกด้วยกัน

“การทำงานต้องมี 4 องค์ประกอบรวมกัน องค์ประกอบแรก คือคนที่มาร่วม เขาต้องช่วยเหลือตัวเองได้ระดับหนึ่ง เดินทางมาทำกิจกรรมเองได้ องค์ประกอบที่ 2 คือชุมชนที่เขาอยู่ ต้องมีพื้นที่และคนที่สนใจอยากมาทำกิจกรรมกับเรา องค์ประกอบที่ 3 คือการทำงานของอาจารย์ภายใต้มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข และองค์ประกอบสุดท้าย คือการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ”

ความตั้งใจในการวงปล่อยแก่ของอาจารย์สุกรีจึงไม่ใช่การแข่งขันเพื่อเอาชนะ แต่มุ่งสร้างพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิต ได้พบเจอเพื่อน ช่วยกระตุ้นสมองให้ยังทำงานผ่านการจำเนื้อเพลง และสร้างปฏิสัมพันธ์ ป้องกันภาวะสมองเสื่อม โรคฮิตที่มักจะเกิดขึ้นกับคนวัย 50+​ 

“อ๊าก”

อยู่ ๆ อาจารย์ร้องออกมา ทำเอาคนฟังแบบเราตกใจไม่น้อย ก่อนอธิบายว่าวงปล่อยแก่นั้นไม่ได้เน้นสอนผู้สูงอายุร้องเพลงจริงจัง เพียงเลือกเพลงหนึ่งให้พวกเขาร้องไปพร้อมกับดนตรี เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ความไพเราะเป็นรสนิยมส่วนบุคคล แต่การทำให้ผู้สูงอายุยังส่งเสียงได้ถือเป็นเรื่องสำคัญ

“คุณต้องเลิกตั้งความคาดหวังเลยว่าเขาต้องร้องเพลงเพราะ แค่ได้พูดออกมาเขาก็มีความสุขแล้ว ก่อนแม่อาจารย์เสียชีวิต ท่านส่งเสียงได้แค่ว่าแฮ่ ทั้งคนพูดและคนฟังก็มีความสุขแล้ว เพราะฉะนั้น วงปล่อยแก่จึงไม่ได้ตั้งขึ้นมาแข่งขันหรือเอาชนะใคร ไม่ได้ตั้งใจให้ร้องเพลงเพราะ จะร้องถูกหรือผิดก็ไม่สำคัญ แค่ชวนชาวเกษียณมาส่งเสียงและมีความสุขไปด้วยกันก็เพียงพอแล้ว 

“จริง ๆ คนแก่ก็ร้องเพลงเองได้นะ คุณเริ่มจากร้องในห้องน้ำคนเดียวก็ได้ ไม่ต้องมาร้องกับวง แต่การมารวมวง ประโยชน์ คือหนึ่ง เขาได้พบเพื่อน ได้อยู่กับเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิด ได้เห็นรอยยิ้ม สัมปชัญญะของเขาจะยังคงครบถ้วน ดีกว่าถ้าปล่อยให้คนแก่อยู่คนเดียว เขาอาจจะเป็นอัลไซเมอร์ได้ เพราะการปล่อยคนแก่ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวคือการทำร้ายชีวิตเขา คนแก่ก็เหมือนวัยอื่น ๆ อยากมีเพื่อน อยากมีสังคม บางคนลูกหลานไม่สนใจหรือคู่ชีวิตเสียไปแล้ว การออกมาพบปะคนใหม่ ๆ จะทำให้เขามีชีวิตต่อไปได้”

จาก พ.ศ. 2565 ที่เริ่มทำวงแรก ปัจจุบันมีวงปล่อยแก่ 13 วงจาก 12 จังหวัด มีสมาชิกอีกพันกว่าคน พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

ภูมิใจที่ได้เป็นผู้สูงวัย 

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าปัจจุบันไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) โดยสมบูรณ์ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ แนวโน้มของธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุและนโยบาย-มาตรการเกี่ยวกับชาวสูงวัยจึงเพิ่มขึ้นด้วย 

ในทัศนะของอาจารย์สุกรี เขาบอกว่าอีกสิ่งที่ควรทำ คือการปรับเปลี่ยนทัศนคติทั้งในคนสูงวัยและคนรุ่นอื่น ๆ 

“เราต้องเปลี่ยนให้คนสูงวัยคิดว่าเขาเป็นคนที่มีโอกาสมาก ๆ คุณอยู่มาจนอายุถึง 70 เลยนะ คุณควรภาคภูมิใจในตัวเอง อาจารย์บอกคนที่คุยด้วยเสมอว่า อยู่ให้ถึงผมละกัน” อาจารย์สุกรีกล่าวติดตลก

ริ้วรอยบนใบหน้าและตามร่างกาย เรี่ยวแรงที่มีไม่เท่าตอนหนุ่มสาว หรืออาการหลงลืม อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าวัยนี้เป็นวัยที่ไม่สนุกและโหดร้ายที่จะมีชีวิตอยู่ แต่ใครอีกหลาย ๆ คนอย่างเช่นอาจารย์สุกรี มองว่ามนุษย์ทุก ๆ วัยมีความสำคัญไม่ต่างกัน มีทั้งความสนุกและความทุกข์ผสมกันไป อยู่ที่ว่าเราจะหาสิ่งนั้นได้อย่างไร

“เราต้องมีสติให้มากที่สุด อยู่กับตัวเองให้มากที่สุด ณ เวลานี้ ใครจะพูดอะไรช่าง ขอแค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขมากที่สุดก็พอแล้ว” อาจารย์สุกรีทิ้งท้าย

ติดตามวงปล่อยแก่ได้ที่ Facebook : วงปล่อยแก่

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด