ตั้งแต่เป็นนักเรียนนุ่งกางเกงขาสั้น ต้นไม้ใหญ่ในความทรงจำแรก ๆ ของผู้เขียน คือ ‘จามจุรี’
จำได้ว่าเห็นครั้งแรกสะดุดตามาก จากขนาดอันใหญ่โต กิ่งก้านสาขาที่แผ่กระจาย เวลาเดินเข้าไปใต้ร่มไม้ รู้สึกได้ว่าเขาคือเจ้ายักษ์ใหญ่ท่าทางใจดี เห็นต้นจามจุรีที่ใด ไม่ว่าจะริมถนน ในสวนสาธารณะ หรือในป่า มักจะขอเดินเข้าไปทำความรู้จัก เดินสำรวจ และมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใต้ร่มเงาของเขา
หลายคนคงมีความผูกพันและสะดุดตากับต้นจามจุรี รูปทรงพุ่มทึบ สวยงามได้สัดส่วน แม้ว่าถิ่นกำเนิดจะไม่ได้อยู่ในประเทศหรือดินแดนแถบนี้ แต่มีต้นกำเนิดอันไกลโพ้นข้ามทวีปไปถึงอเมริกาใต้ เป็นต้นไม้พื้นเมืองของเม็กซิโก บราซิล และเปรู ก่อนเผยแพร่เข้ามาในทวีปเอเชีย หมู่เกาะแปซิฟิก และฮาวาย
เมื่อประมาณ พ.ศ. 2443 (ปี 1900) มิสเตอร์เอ็ชเสลด (Mr. H. Slade) อธิบดีกรมป่าไม้คนแรกของไทย นำต้นจามจุรีจากประเทศพม่าไปทดลองปลูกตามข้างถนนของที่ทำการกรมป่าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสมัยนั้นยังเรียกชื่อต้นจามจุรีว่า ‘ต้นกิมบี้’ และทางภาคเหนือนิยมปลูกเป็นแม่ไม้ที่ใช้เลี้ยงครั่ง ได้ผลดีมากชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะต้นจามจุรีชนิดที่มีดอกสีชมพู เปลือกสีเทาดำ ใบเขียวเข้ม ครั่งจะจับได้ดี หลังจากนั้นก็มีคนนิยมปลูกต้นจามจุรีจนแพร่กระจายไปทั่วประเทศ จากคุณสมบัติที่เป็นไม้โตเร็ว ขึ้นง่าย และชาวบ้านนิยมปลูกให้เป็นไม้ประธานในสวนต่าง ๆ จากความใหญ่โตและกิ่งก้านสาขาที่แผ่ออกมาได้สัดส่วนงดงาม


จามจุรี คือพืชตระกูลถั่ว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Samanea saman เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีกิ่งก้านสาขามาก มีใบขนาดเล็ก ดอกสีชมพู มีผลเป็นฝัก เมล็ดแข็ง ผลมีเนื้อสีชมพู ใบไม้ที่ร่วงหล่นนำไปหมักเป็นปุ๋ยชั้นดีได้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Rain Tree มาจากคุณสมบัติที่โตเร็วผิดกับต้นไม้อื่น ๆ กล่าวกันว่าฤดูฝนผ่านไปครั้งหนึ่ง ต้นจามจุรีจะโตขึ้นอย่างโดดเด่นและชัดเจน
ต้นจามจุรี เป็นไม้ประธานที่มีชื่อไทยเรียกหลากหลาย ทั้งก้ามปู ก้ามกุ้ง ก้ามกราม จามจุรีแดง ฉำฉา สารสา สำสา ตุ๊ดตู่ ลัง ฯลฯ และเป็นหนึ่งในไม้มงคลตามความเชื่อของคนไทยว่า ต้นจามจุรีที่มีอายุมากกว่า 100 ปี หรือต้นจามจุรียักษ์มีเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยอารักขาสิงสถิตอยู่ ชาวบ้านสมัยก่อนต้องมากราบไหว้บูชาขอพรเรื่องโชคลาภวาสนา
ไม่แปลกใจที่เราจะเห็นต้นจามจุรีขนาดใหญ่หลายต้นในหมู่บ้านหรือในพื้นที่สาธารณะจะมีผ้าหลากสีไปผูก เป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวบ้าน
แถวบ้านของผู้เขียนทางภาคเหนือเคยมีต้นจามจุรีขนาดใหญ่โตอายุนับร้อยปี สูง 20 กว่าเมตร แผ่กิ่งขนาดใหญ่ออกมาร่วม 10 เมตร โดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา เรียกว่าต้นไม้ต้นเดียวดูแต่ไกลเหมือนเป็นป่าขนาดย่อมทีเดียว ผู้เขียนเห็นมาหลายสิบปีแล้ว และมักจะไปยืนใต้ร่มไม้เพื่อพักผ่อนเสมอมา
แต่น่าเสียดายที่ไม่นานมานี้ชาวบ้านพากันตัดโค่นลง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ เพราะเนื้อไม้ชนิดนี้เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมแกะสลักไม้ทางภาคเหนือ เนื่องมาจากไม้สักมีราคาแพงและหายาก ไม้จามจุรีจึงมีบทบาทในการทดแทนไม้สัก มีราคาถูกกว่า หาได้ง่ายกว่าไม้สัก และไม่ได้เป็นไม้สงวนต้องห้าม เนื้อไม้มีแก่นสีดำคล้ำสวยงามคล้ายไม้มะม่วงป่าหรือไม้วอลนัต เมื่อขัดตกแต่งจะขึ้นเงาแวววาว เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทุกระดับทั่วไป


เมื่อไม่นานมานี้ มีเพื่อนส่งข่าวว่ามีปรากฏการณ์ต้นจามจุรีหลายสิบต้นถูกน้ำท่วมแต่ไม่ตายอยู่ริมอ่างเก็บน้ำแม่งัดฯ ในอุทยานแห่งชาติศรีล้านนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ด้วยความที่เป็นคนหลงรักเจ้ายักษ์ใหญ่ใจดี จึงนัดกับเพื่อนรู้ใจ รีบรุดไปที่หน้าเขื่อนแม่งัด เพื่อหาเรือล่องไปดูปรากฏการณ์น่าสนใจนี้ให้ได้
เราล่องเรือไปตามอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดฯ หรือชื่อเป็นทางการว่า เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2520 โดยกรมชลประทาน เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2527 ต่อมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือ กฟผ. เข้ามาดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน พ.ศ. 2528 ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กำลังผลิตทั้งสิ้น 9,000 กิโลวัตต์
“รู้ไหมน้ำแถวนี้ลึกมาก” เราบอกให้ลูกทีมได้เข้าใจว่าขณะที่นั่งเรือกลางอ่างเก็บน้ำ ต้องจินตนาการว่าในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ พอเวลาสร้างเขื่อนก็จะเกิดน้ำท่วมสูงขึ้น เพื่อกักเก็บน้ำจนกลายเป็นทะเลสาบ เกาะที่เราเห็นกลางทะเลสาบในอดีตก็คือยอดเนินเขาที่น้ำท่วมไม่ถึงนั่นเอง
เขื่อนแม่งัดฯ จำต้องเสียพื้นที่ป่าเปลี่ยนเป็นอ่างเก็บน้ำประมาณ 10,000 ไร่ ส่วนจะสูญเสียสัตว์ป่าไปกี่ร้อยกี่พันตัว ไม่เคยมีการสำรวจ และความลึกของระดับน้ำแถวนี้ประมาณ 50 กว่าเมตร สองข้างคืออุทยานแห่งชาติศรีล้านนาที่บางส่วนกลายเป็นทะเลสาบไปแล้ว
อุทยานแห่งชาติศรีล้านนาครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิงตอนบน มีสัตว์ป่านานาชนิด มีความหลากหลายของป่าสูงมาก ทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา และจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกม่อนหินไหล รวมเนื้อที่ประมาณ 878,750 ไร่ มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคเหนือ หรือใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศ
เรือหางยาวต่อด้วยเหล็กแล่นผ่านสองข้างทางผ่านป่านานาชนิด โดยเฉพาะป่าเต็งรังที่มีมากเป็นพิเศษ เกือบชั่วโมงผ่านไป เรือเริ่มชะลอความเร็ว เราส่องกล้องเห็นดงไม้ใหญ่มีน้ำท่วม จนทราบแน่ชัดว่าคือต้นจามจุรีขนาดใหญ่ร่วมสิบต้นที่โดนน้ำท่วมประมาณ 3 – 4 เมตรอยู่ไม่ห่างจากฝั่ง

พอเรือแล่นเข้าไปใกล้ ความงามเริ่มปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบรรยายไม่ถูก ทั้งกิ่งก้านสาขาที่แผ่ออกมาอย่างงดงาม ได้สัดส่วนสมบูรณ์ มองไปมุมใดธรรมชาติก็จัดวางทุกอย่างได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งเงาต้นไม้สะท้อนท้องน้ำที่เกือบเรียบราวกระจก ยิ่งเห็นความสวยงามตระการตาต่อหน้าจนอธิบายไม่ถูก
ดงจามจุรีสะกดให้เรานั่งอยู่เงียบ ๆ จนลืมถ่ายรูปไปชั่วขณะ เพื่อจะได้สัมผัสกับความงดงามที่ปรากฏให้กระจ่างตาจริง ๆ เพราะจะถ่ายภาพอย่างไรก็ไม่อาจเก็บอารมณ์ความรู้สึกของธรรมชาติต่อหน้าไม่ได้เลย
เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ไปด้วยได้เขียนบันทึกว่า
เราหลงรักกิ่งก้านสาขาใหญ่โตมหาศาลที่แผ่ร่มเงาไปทั่วบริเวณนั้น กิ่งก้านด้านล่างของเขากางออกด้านข้าง เหมือนอ้าแขนรอใครสักคนเข้าไปสวมกอก เราหลงรักดอกไม้สีชมพูเหมือนแปรงปัดแก้ม เรามองลงมาที่เปลือกไม้แห้งแข็งหนา ขรุขระของลำต้น แล้วก็เห็นความงามในความขี้เหร่ของเปลือกต้นจามจุรีนั้น…
เราทราบกันดีว่าจามจุรีเจริญเติบโตได้ดีในที่น้ำแฉะ ๆ แต่น่าทึ่งว่าพวกเขาเหล่านี้จะทนน้ำได้เก่งกาจนานถึงปีละ 3 เดือน อันเกิดจากสภาพระดับน้ำขึ้นลงในทะเลสาบ โดยรากแทบไม่เน่า และรอคอยโอกาสฟื้นคืนร่างกายลำต้นให้สมบูรณ์อีกครั้ง
ยักษ์ใหญ่ใจดีเหล่านี้กำลังบอกว่า ความอดทนคือรากฐานสำคัญในการอยู่รอดของพวกเรา เพื่อจะเติบใหญ่เป็นร่มเงาให้ผู้อื่นได้พึ่งพา ดั่งต้นจามจุรีที่เติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่นแก่ผู้คนเสมอ
สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2568 แด่ท่านผู้อ่าน The Cloud ทุกท่านครับ

ขอขอบคุณ พญ.ชนัดดา วงศ์เอกชูตระกูล
