ทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่น ดิฉันชอบไปเดินร้าน Tokyu Hands ร้านที่รวบรวมสินค้าดีไซน์ดี สร้างสรรค์ ครั้งหนึ่งดิฉันได้เจอถุงผ้ายี่ห้อ ‘Shupatto’ (ชุ-พัต-โตะ) จุดเด่นคือเล็ก กะทัดรัด พับเก็บง่ายมาก ทั้งตัวเองและสามีเลยซื้อมาลองใช้และชอบมาก พอไปญี่ปุ่นอีกครั้ง Shupatto ก็มีลายมากขึ้น ขนาดหลากหลายขึ้น และมีรุ่นที่เป็นถุงเก็บความเย็นด้วย
เมื่อลองหาข้อมูลดูว่าบริษัทไหนเป็นผู้ผลิตถุงน่ารักรุ่นนี้ ก็ได้ทราบว่าบริษัทที่ผลิตคือ ‘Marna’ บริษัทเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 150 ปี ปัจจุบันประธานรุ่นที่ 5 เป็นผู้สืบทอดกิจการ เป็นทายาทที่เคยปฏิเสธการทำธุรกิจที่บ้าน แต่สุดท้ายก็กลับมาทำกับที่บ้าน เคยไม่ลงรอยกับคุณพ่อ แต่ก็ปรองดองกันได้ในที่สุด
อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของธุรกิจร้อยกว่าปีที่สืบทอดกันมา 5 รุ่นนี้ มาติดตามเรื่องราวของบริษัท Marna กัน
ถุงผ้ายอดขาย 13 ล้านใบ ไอเดียพนักงานใหม่
มินามิ คิคุตะ จบด้านศิลปะและเพิ่งเข้างานที่บริษัท Marna วันหนึ่งหัวหน้าก็บอกให้คิคุตะลองหาวิธีพัฒนาถุงผ้าแบบใหม่ ถุงผ้าสมัยนั้นส่วนใหญ่มักทำจากผ้าร่ม มีน้ำหนักเบาก็จริง แต่พับเก็บยาก คิคุตะลองพยายามหาวิธีต่าง ๆ ดู จนเธอนึกถึงตอนไปฝึกงานที่โรงงานผลิตอาหารแห่งหนึ่ง พนักงานทุกคนต้องใส่หมวกคลุมผมเพื่อไม่ให้เส้นผมตกลงบนอาหาร คิคุตะจำได้ว่าหมวกจะถูกพับย่น ๆ เหมือนคลื่น มีขนาดเล็กนิดเดียว แต่พอกางก็กลายเป็นหมวกคลุมผมขนาดใหญ่ได้ เธอจึงลองนำมาพลิกแพลงกับถุงผ้ารักษ์โลกนี้ดู



นี่คือต้นกำเนิดของ Shupatto ถุงผ้ารักษ์โลกที่แค่ดึงปลายผ้า 2 ฝั่งตึง ๆ ผ้าแต่ละทบจะพับกลายเป็นแถบผ้าชิ้นเดียวอย่างง่ายดาย จากนั้นแค่ม้วนเก็บและติดกระดุมก็เก็บถุงผ้าได้แล้ว เวลาคลี่ก็แค่คลายม้วนออกแล้วสะบัด ก็จะกลายเป็นถุงผ้าขนาดใหญ่ได้

Shupatto วางจำหน่ายในปี 2015 และมียอดขายรวมจนถึงเดือนตุลาคมปี 2022 กว่า 13 ล้านใบ กลายเป็นสินค้าใหม่ขายดีของบริษัท

คิคุตะกล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสินค้าขายดีแบบนี้คือพลังของทีมค่ะ ทั้งรุ่นพี่และเจ้านายคอยให้คำแนะนำอย่างแข็งขัน ทางฝ่ายผลิตก็พยายามไปหาวิธีทำสินค้าที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ให้เกิดขึ้นได้ ทีมดีไซน์ก็ช่วยออกแบบสีและลายแบบที่ลูกค้าน่าจะชอบ เพราะมีทีมที่แข็งแกร่งแบบนี้ Shupatto ถึงเกิดขึ้นได้
“ดิฉันคิดว่าพนักงาน Marna มีแต่คนดี การได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมดี ๆ เช่นนี้คือความสุขของดิฉันค่ะ”
คิคุตะเพิ่งเข้าทำงานมาได้ปีกว่า ๆ แต่ก็ได้รับโอกาสให้ลองทำสินค้าใหม่นี้จนสำเร็จ คิคุตะหารู้ไม่ว่าในอดีตบริษัท Marna เคยมียุคธุรกิจครอบครัวมาก ๆ เป็นยุคเผด็จการ ก่อนจะปรับมาเป็นยุคที่พนักงานกล้าเสนอความเห็นและร่วมมือร่วมใจกันเช่นนี้
ผู้ผลิตแปรงชั้นดี
จุดกำเนิดของ Marna เริ่มต้นในปี 1872 ณ จังหวัดนีงาตะ โดย โทระมัตสึ นาโงยะ สินค้าหลักของบริษัท คือแปรงขัดหม้อ กระทะ และแปรงทาสี ช่างฝีมือใช้ขนม้าหรือขนสัตว์อย่างดีค่อย ๆ ตัดและมัดทุกอย่างเข้าด้วยกัน กลายเป็นแปรงทำความสะอาดชั้นเลิศ

ในปี 1894 ประธานรุ่นสองที่สืบทอดกิจการคือ คิโยมัตสึ นาโงยะ เขาตัดสินใจเปิดร้านที่โตเกียว ย่านอาซากุสะ จนได้รับความนิยมจากชาวโตเกียวสูงมาก

ทว่าหลังจากนั้นเกิดสงครามแปซิฟิก บริษัท Marna ซึ่งตั้งอยู่ที่โตเกียวถูกถล่มพังจนหมด ทางบริษัทจึงต้องย้ายโรงงานไปที่จังหวัดอิบารากิแทน และเริ่มวางรากฐานการผลิตใหม่ จากที่เคยเน้นการใช้ช่างฝีมือมาเป็นการผลิตแบบอุตสาหกรรม ผลิตทีละมาก ๆ แทน
เมื่อเข้าปี 1950 ประธานรุ่นสามคือ คิโยะ นาโงยะ ก็รับช่วงต่อจากบิดา เขาวางรากฐานการส่งออกต่างประเทศจนส่งออกแปรงชั้นดีไปยังประเทศต่าง ๆ ได้กว่า 26 แห่ง ขณะเดียวกัน เขาเริ่มพัฒนาอุปกรณ์ครัวต่าง ๆ ให้หลากหลายยิ่งขึ้น
ในปี 1998 ประธานรุ่นสี่ คือ โยชิกิ นาโงยะ ร่วมกับน้องชาย ยกระดับดีไซน์ของอุปกรณ์ครัวให้ดีขึ้น น่ารักขึ้น เช่น ทำฟองน้ำล้างจานเป็นรูปปลา ฝาปิดหม้อเป็นรูปหน้าหมู บริษัท Marna จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์ในห้องครัวที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์


ล่าสุด โก นาโงยะ ลูกชายของนาโงยะก็เข้ารับตำแหน่งประธานรุ่นห้าในปี 2024
พ่อลูกที่ (เคย) ทะเลาะกัน
โก เกิดปี 1983 เขาจบด้านบริหารธุรกิจจาก Gakushuin University จากนั้นไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาญี่ปุ่น โกเข้าทำงานที่บริษัทเทรดดิ้งชื่อดังอยู่ 3 ปี ก่อนจะกลับมาสืบทอดธุรกิจที่บ้าน
“สมัยเด็ก คนรอบ ๆ มักบอกผมว่าที่บ้านมีกิจการใช่ไหม โตแล้วต้องสืบทอดกิจการนะ ผมไม่ชอบการโดนบอกแบบนี้เลยครับ ผมเลยไม่คิดจะทำธุรกิจที่บ้านเลย”
ตอนนั้นโกฝันอยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เพราะเขาชื่นชอบวิธีการสอนของอาจารย์ท่านหนึ่งที่โรงเรียน
ทว่าวันหนึ่ง โกเล่าความฝันของเขาให้คุณปู่ (ประธานรุ่นสาม) และคุณพ่อ (ประธานรุ่นสี่) ฟัง
“คุณปู่ที่มักจะยิ้มแย้มใจดีเสมอ ๆ กับผม ทำสีหน้าเศร้าแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน และตอบว่า เหรอ… โกจะไม่สืบทอดธุรกิจนี้สินะ พอผมเห็นสีหน้าท่าทางคุณปู่ ผมรู้สึกอะไรบางอย่างมาก ๆ ผมไม่อยากให้คุณปู่เศร้าแบบนั้น ถ้าอย่างนั้น ผมสืบทอดกิจการของที่บ้านต่อดีกว่า”
หลังไปทำงานบริษัทอื่นมา 3 ปี โกก็เข้ามาสืบทอดกิจการในปี 2011 เขาทำงานด้านฝ่ายขาย ก่อนจะมาดูแลแผนกพัฒนาสินค้า และขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการในปี 2018
แต่การทำงานที่บ้านก็ไม่ได้ราบรื่นนัก โยชิกิ ประธานรุ่นสี่ผู้เป็นบิดาของโกนั้นเป็นคนที่ทำงานละเอียดมาก โยชิกิเป็นคนที่ต้องตรวจทานทุกอย่างด้วยตนเอง ต้องตัดสินใจเองหมด พนักงานจึงไม่ค่อยกล้าออกความเห็นกับโยชิกินัก ได้แต่ทำตามคำสั่งของท่านประธาน
ในช่วงแรกที่โกเข้ามาทำงาน เขาไม่ได้คิดอะไรและทำตามพนักงานคนอื่น ๆ ไป แต่เมื่อเขาเห็นว่า เมื่อเวลาผ่านไป พ่อยิ่งรวมอำนาจมากยิ่งขึ้น โกจึงตัดสินใจว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
ในการประชุมครั้งหนึ่ง โกรายงานพ่อว่า “พวกผม (ทีมงาน) มีความเห็นว่าอย่างนี้ครับ” การประชุมนั้นเริ่มกลายเป็นการถกเถียงกันระหว่างพ่อลูก แม้หลังจากนั้นพ่อก็ยังไม่ค่อยยอมฟังไอเดียหรือข้อเสนอของลูกชายอยู่ดี จนโกรู้สึกถอดใจ อยากลาออกจากบริษัทที่บ้านอยู่วันละหลายครั้ง
สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น คือบริษัท Marna พยายามออกสินค้าเร็วเกินไป หลากหลายเกินไป จนสินค้าบางชิ้นพัฒนาขึ้นโดยไม่ได้นึกถึงผู้บริโภคเท่าไหร่นัก ยอดขายเริ่มลดลง พนักงานในองค์กรก็ดูอิดโรย และแววตาไม่เป็นประกายเหมือนแต่ก่อน โกจึงตระหนักได้ว่า เขาจะลาออกไม่ได้
“ผมอยากสร้างสถานที่ทำงานที่ทุกคนทำงานร่วมกันแล้วยิ้มได้ รู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราได้มาเจอกัน ผมคิดว่านั่นเป็นหน้าที่สำคัญของผมที่ต้องอยู่ต่อและเปลี่ยนแปลงบริษัทนี้ให้ดีขึ้นให้ได้”

โกจึงเริ่มทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างไป
เขาหันมาสนใจการพัฒนาสินค้าแต่ละชิ้นเพื่อผู้บริโภคจริง ๆ
โกพยายามรีโนเวตออฟฟิศให้สว่างขึ้น มีสีสันขึ้น นำต้นไม้มาวาง เพื่อทำให้พนักงานรู้สึกถึงความคิดสร้างสรรค์และมีความสดใสในชีวิตมากขึ้น
นอกจากนี้ โกยังสนับสนุนการเปิดโซเชียลมีเดียของบริษัท เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่แค่ติดต่อกับตัวแทนจำหน่ายเพียงอย่างเดียว หากเจอลูกค้าที่เป็นแฟนคลับ Marna มาก ๆ ก็จะเชิญมาบริษัท เพื่อพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนความคิด
จากการกระทำต่าง ๆ ข้างต้นนี้ บรรยากาศในออฟฟิศเริ่มเปลี่ยนไป พนักงานเริ่มคิดถึงผู้บริโภคมากขึ้น พนักงานแต่ละคนพยายามคิดว่าในชีวิตประจำวันของพวกเขามีสินค้าแบบไหนที่พวกเขารู้สึกอยากให้มีสินค้าแบบนี้จัง มีการประชุมระดมสมองกันเป็นระยะ เพื่อช่วยกันคิดสินค้าที่จะทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น ถุงผ้ารักษ์โลก Shupatto ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความมุ่งมั่นทำเพื่อผู้บริโภคของทีม
เมื่อสินค้าพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง สินค้าก็เริ่มขายดีขึ้น คุณพ่อก็เริ่มเปิดใจและคุยกับโกมากขึ้น ตัวของโกเองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

ภาพ : prtimes.jp/main/html/rd/
“ตอนเข้าบริษัทใหม่ ๆ ผมมองไม่เห็นทรัพยากรอันมีค่าของบริษัทเราครับ ผมมองเป็นเรื่องเฉย ๆ แต่ตอนนี้ผมเห็นแล้วว่าบริษัทเรามีทรัพยากรล้ำค่าขนาดไหน ทั้งที่ดิน เครื่องจักร โรงงาน และทรัพยากรที่มองไม่เห็นอย่างความสัมพันธ์ที่สั่งสมมากว่า 150 ปีกับซัพพลายเออร์ พาร์ตเนอร์ธุรกิจ ความสามารถของพนักงาน ปรัชญาบริษัท ตลอดจนวิถีคิดและความมุ่งมั่นในฉบับของ Marna
“สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะพ่อของผม ปู่ของผม และบรรพบุรุษ ตลอดจนพนักงานรุ่นก่อน ๆ พยายามสร้างและรักษามาอย่างยากลำบาก บริษัทเราถึงได้มีสิ่งล้ำค่าเช่นนี้
“ในตอนแรกผมมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย แต่ตอนนี้ผมได้แต่รู้สึกขอบคุณ และทำงานด้วยความรู้สึกดีมาก ๆ ครับ สิ่งใดที่บริษัทเรายังไม่มี ผมก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สร้างหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น”
วิถีของ Marna
วิถีของ Marna คือทำสินค้าที่ตอนใช้ก็รู้สึกดี ตอนไม่ได้ใช้ แค่มองก็เห็นว่าสวยงาม สินค้าทุกชิ้นของ Marna จึงใช้เวลากว่า 1.5 – 2 ปี กว่าจะพัฒนาเสร็จ
ยกตัวอย่างเช่น Toast Steamer ขนมปังปั้นดินเผาที่ช่วยให้อบขนมปังได้อร่อยขึ้น เวลาใช้แค่นำขนมปังดินเผาก้อนเล็กนี้แช่น้ำสัก 20 วินาที จากนั้นนำไปวางในเตาอบอุ่นพร้อมขนมปัง ดินเผาจะค่อย ๆ คายไอน้ำ ทำให้ขนมปังปิ้งที่อบนุ่มฟู กรอบนอกนุ่มใน


จริง ๆ แล้ว ทาง Marna นำเสนอดินเผานี้เป็นรูปอะไรก็ได้ หากทำเป็นทรงสี่เหลี่ยมธรรมดา ๆ ก็จะแกะแม่พิมพ์ได้ง่ายและขนส่งได้ทีละมากกว่า แต่บริษัทคำนึงถึงความสนุกขณะใช้ จึงตั้งใจทำเป็นรูปก้อนขนมปัง
จากหลักการดีไซน์โดยคำนึงถึงประโยชน์และความสนุกในการใช้ Marna ได้รับรางวัล GOOD DESIGN AWARD ทุกปีมาตลอด 19 ปี
Marna ถือกำเนิดจากการเป็นผู้ผลิตแปรงขัด แปรงปัดต่าง ๆ แม้กาลเวลาผ่านไปกว่า 150 ปี ความตั้งใจบริษัทที่ว่า แม้พวกเราจะสกปรกก็ไม่เป็นไร ขอให้ช่วยให้ลูกค้าสะอาดขึ้น ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ทุกวันนี้บริษัทมีสินค้าประเภทอุปกรณ์ครัว เช่น ตะหลิว กระติกน้ำ กล่องเบนโตะ ประเภทอุปกรณ์อาบน้ำ เช่น ใยขัดตัว แปรงขัดตัว ที่วางแก้ว หมวดทำความสะอาด เช่น แปรงเล็ก ๆ ที่ปัดเศษฝุ่นตามซอกได้ ไม้กวาด แปรงล้างห้องน้ำ
สินค้าทุกชิ้นได้รับการออกแบบโดยหลักการ ‘ใช้งานได้ดี’ และ ‘ดูสวยงาม’


ในประกาศรับสมัครงานตำแหน่งดีไซเนอร์ บริษัทเขียนว่า
สนใจมาทำสินค้าที่ทำให้ชีวิตผู้คนมีความสุข กับเหล่าดีไซเนอร์ที่มุ่งมั่นทำสินค้าดี ๆ และอยากทำให้ผู้บริโภคดีใจกันไหม
ทุกวันนี้บรรยากาศในบริษัทไม่ได้มีความเผด็จการหรือการต้องรับทำแต่คำสั่งเพียงอย่างเดียวต่อไป ทุกคนทำงานด้วยความสนุกสนานและตั้งใจทำเพื่อผู้บริโภคให้ได้ดีที่สุด
ภาพ : marna.jp/
