11 ธันวาคม 2024
2 K

คนที่กดอ่านบทความนี้คงมี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ 

กลุ่มแรกน่าจะเป็นผู้ติดตาม ‘Namsai Petite Engineer’ ที่อยากรู้จักเจ้าของช่องให้มากขึ้นและได้รับคำตอบว่าคลิปใหม่ของเธอจะลงเมื่อไหร่ หลังรอมา 1 ปีเต็ม

ส่วนอีกกลุ่มก็คงอยากทำความรู้จักเธอ (ถ้าไม่อยากรู้จักไม่กดเข้ามาหรอก) 

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนกลุ่มไหน หรือต่อให้ไม่อยู่ไหนกลุ่มไหนเลยก็ตาม แต่คุณกำลังจะได้รู้จักกับ น้ำใส-ฑภิสรา พุทธาคุณเจริญ ผู้อยู่เบื้องหลังการทำช่องยูทูบ Namsai Petite Engineer เล่าประวัติศาสตร์การดูแลตัวเองของคนแต่ละยุคผ่านไอคอนในยุคนั้น ๆ อย่าง คลีโอพัตรา, บูเช็กเทียน, มารี อ็องตัวแน็ต ไปจนถึงชาววังในสยาม 

โดยพื้นฐานน้ำใสเป็นคนชอบจดบันทึก เธอจดทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเจอในแต่ละวันลงสมุดประจำตัว หรือที่เรียกว่า Commonplace Book อย่างเช่นข้อมูลจากหนังสือที่เพิ่งอ่านจบไป ประวัติศาสตร์ที่รู้ล่าสุด หรือวันนี้เกิดเหตุการณ์อะไรกับเธอ 

วันเวลาผ่านไป น้ำใสตัดสินใจวางปากกาแล้วหันมาตั้งกล้องอัดคลิปแทน เป็นวิธีบันทึกชีวิตของเธอตอนนี้ แต่บันทึกนี้คงโดนใจใครหลายคน เลยมีคนติดตามช่องของน้ำใสเกือบ 4 แสนคน และทวีตหาเธอทุกเดือนว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวปล่อยคลิปใหม่

เพื่อตอบคำถามนี้และให้ทุกคนได้รู้จักน้ำใสมากขึ้น เธอพร้อมเล่าให้เราฟังแล้ว

ประวัติศาสตร์และวิธีดูแลตัวเอง เป็น 2 สิ่งที่อยู่ในความสนใจของน้ำใสเสมอมา และมีจุดเชื่อมโยงคือวิธีดูแลตัวเองของคนแต่ละยุค 

ชุดที่น้ำใสใส่มาพบเราวันนี้เป็นเสื้อแขนสั้นสีครีม จับคู่กับกระโปรงยาวสีเทาซึ่งทำมาจากผ้าไหมเทียมลายแพรวา เธอบอกว่านี่เป็นการจับคู่สีเสื้อผ้าตามคนโบราณ

“วันพุธนุ่งสีเหล็กห่มจำปา” น้ำใสอธิบาย แม้ว่าวันที่เราเจอกันไม่ใช่วันพุธ แต่น้ำใสเลือกสีวันนี้เพราะน่าจะเข้ากับสีออฟฟิศ The Cloud ถ่ายรูปออกมาจะได้สวย 

น้ำใสไม่ได้ศึกษาข้อมูลเท่านั้น แต่บางอย่างเธอรับมาใช้ด้วยอย่างการแต่งสีตามวัน 

อย่างที่เล่าไปช่วงต้นว่าน้ำใสเป็นคนชอบจดบันทึก เธออยากบันทึกทุกช่วงเวลาของชีวิตว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ชีวิตช่วงมหาลัยเป็นช่วงที่บันทึกของเธอแปลกไปจากเดิม ไม่ได้จดลงกระดาษ แต่ตั้งกล้องอัดคลิปแทน

“เราเรียนวิศวกรรมโยธา ที่จุฬาฯ เพื่อนในคณะส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เขาไม่เข้าใจบางเรื่องของเรา เช่น ช่วงที่เราเป็นประจำเดือน เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก เพื่อนบอกว่า เฮ้ย มึงเคลื่อนไหวช้าอย่างนี้ต้องไปกินปิ้งย่างนะ คือเขาก็คงพูดด้วยความหวังดีแหละ แต่ให้มาคุยกันหนุงหนิงอย่างเรื่องสีลิปสติกแบบเพื่อนสาวคงยาก”

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ยูทูบกำลังมา เกิดยูทูบเบอร์ บิวตี้บล็อกเกอร์ คนที่ใช้ยูทูบเล่าเรื่องที่อยากเล่า น้ำใสสนใจแพลตฟอร์มนี้ บวกกับอยากหาคนที่มีความสนใจเช่นเดียวกัน เป็นเหตุผลให้เธอเปิดช่องของตัวเองในชื่อ Namsai Petite Engineer หรือชื่อไทย ‘ชีวิตของนายช่างน้อย’ เพราะรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นยังมีหลายเรื่องที่เธอต้องเรียนรู้ ยังเป็นเพียงนายช่างน้อย 

ช่องนายช่างน้อยแรก ๆ ทำคลิปตามเทรนด์บิวตี้บล็อกเกอร์ยุคนั้น แต่งหน้าฉบับสาวมหาลัย What’s in My Bag หรือ Morning Routine และน้ำใสอยากบันทึกว่าช่วงเวลานั้นเธอแต่งหน้าอย่างไร มีวิธีดูแลตัวเองแบบไหน ที่สำคัญ ก็เพื่อฝึกตัวเองให้ได้ทำตามเป้าหมายที่แท้จริง

หลังตัดสินใจเปิดช่องยูทูบ ไอเดียการทำคลิปแรกที่ปิ๊งในหัวน้ำใส คือทำคลิปแต่งหน้าตาม สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แต่ไอเดียนี้ถูกพับเก็บทันที เพราะน้ำใสรู้ตัวว่ายังไม่พร้อม เธอเพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของยูทูบ มีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้ และนี่เป็นสิ่งที่เธออยากทำจริง ๆ เธอจึงอยากให้มันออกมาดีที่สุด

‘5 ปี’ คือช่วงเวลาที่น้ำใสใช้เพื่อเรียนรู้การทำคลิป ลองผิดลองถูกจนรู้สึกว่าวิทยายุทธเก่งกล้ากว่าตอนทำคลิปแรก ไม่ต้องค้นในกูเกิลว่าอยากทำคลิปแบบนี้ต้องใช้วิธีไหน คลิปแต่งหน้าตามควีนเอลิซาเบธที่ 1 จึงได้ฤกษ์ปล่อยออกมา และคงมีเนื้อหาที่โดนเส้นคนดูหลายคนจนมียอดวิวหลักล้าน ตามมาด้วยผู้ติดตามจำนวนมาก คลิปอื่น ๆ ก็ทยอยออกมาบ้าง แต่งหนัา-ดูแลตัวเองตามคนยุคต่าง ๆ แต่ระยะเวลาแต่ละคลิปห่างกันพอสมควร บางคลิปถึงขั้นเป็นปี จนเราสงสัยว่ากระบวนการทำคลิปของเธอเป็นอย่างไร

แทนการตอบคำถาม น้ำใสหยิบสมุดจากกระเป๋าขึ้นมาเล่มหนึ่ง ก่อนเปิดให้เราเห็นภายในที่คล้ายการจดสตอรีบอร์ด นี่เป็นสมุดที่น้ำใสใช้เขียนรายละเอียดและวางแผนถ่ายคลิป ตามนิสัยชอบจดบันทึก เมื่อได้ไอเดียว่าอยากถ่ายคลิปเล่าเรื่องอะไร น้ำใสจะจดลงสมุดทันที วางแผนการทำงานที่เริ่มจากหาข้อมูล วางแผนว่าจะเล่าเรื่องอะไรบ้าง วิธีเล่าโดยทำเป็นสตอรีบอร์ด และลงมือถ่ายทำ

น้ำใสทำคลิปคนเดียว ส่วนสตูดิโอก็ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลเพราะใช้ห้องพักของเธอเอง โดยมีองค์ประกอบคือโคมไฟ 2 ดวง ของเธอดวงหนึ่ง อีกดวงเป็นของคุณแม่ที่ใช้เสร็จต้องรีบไปคืน ผ้าม่าน และกล้องตัวโปรด (ถ้าคุณฟังบางคลิปดี ๆ จะได้ยินเสียงไก่ขัน ถ้าหน้าฝนเป็นเสียงอึ่งอ่าง เจ้าตัวบอกส่วนใหญ่ถ่ายตอนกลางคืน เพราะเป็นเวลาหลังเลิกงาน และเสียงไม่รบกวนคนอื่น)

“คลิปล่าสุดของเราคือ แอนน์ แฟรงค์ เพราะคุณพ่อเพิ่งเสีย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงจดบันทึกว่า ช่วงเวลานี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วก็นั่งให้น้ำตาหยดใส่สมุด การทำคลิปก็เป็นวิธีจดบันทึกอย่างหนึ่ง เป็นวิธีแสดงออกถึงความเสียใจของเรา เพราะ แอนน์ แฟรงค์ ค่อนข้างสนิทกับพ่อมาก ๆ เหมือนเรา”

หนังสือ The Diary of a Young Girl หรือ บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์ ที่น้ำใสหยิบติดมือมาด้วยเป็นเล่มที่เธอใช้หาข้อมูลสำหรับถ่ายคลิป แต่ละหน้าเจ้าตัวไฮไลต์ประโยคไว้ด้วยสีต่าง ๆ แต่ละสีแทนความสำคัญ เช่น สีชมพูเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง สีเขียวกล่าวถึงบริบทสังคมยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 (อยากบอกว่าท่าเปิดหนังสือของเธอทำเราใจหายใจคว่ำ เพราะเธอกาง 180 องศา เจ้าตัวบอกอย่างติดตลกว่า กางได้ เพราะหนังสือมีไว้อ่าน)

‘30 วัน’ คือระยะเวลาโดยประมาณที่เธอใช้ผลิตคลิป ในกรณีที่ทุกอย่างเป็นใจ คิดวิธีนำเสนอออก อุปกรณ์ทุกอย่างเป็นใจให้ถ่ายได้ราบรื่น เห็นตัวเลขนี้แล้วแฟน ๆ อาจประท้วงว่า ทำไมเวลาลงคลิปใหม่แต่ละครั้งถึงนาน เหตุผลก็คือ น้ำใสมีงานประจำที่ต้องรับผิดชอบ การทำยูทูบเป็นงานอดิเรกเพื่อตัวเองล้วน ๆ เธออยากทำแล้วตัวเองสนุก เลือกเล่าเรื่องที่สนใจจริง ๆ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

“เราว่าคนดูสัมผัสได้ว่าเราตั้งใจทำ ถึงแม้เพี้ยน ๆ ไปบ้าง แต่ก็ตั้งใจทำนะ”

ระหว่างเปิดสมุดสตอรีบอร์ด เรามีโอกาสเห็นสตอรีบอร์ดคลิปล่าสุดที่เธอกำลังเตรียมทำ ซึ่งเราไม่สปอยล์แน่ ๆ รอให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาตัวเอง บอกเพียงได้ว่าสัมพันธ์กับชีวิตตอนนี้ของน้ำใสที่มีชายหนุ่มเข้ามา คลิปถูกวางโครงเล่าเรื่องได้ประมาณหนึ่ง แต่ติดปัญหาสำคัญ คือกำลังหาวิธีเล่าให้ ‘เหมาะสม’ ซึ่งเจ้าตัวหามาแล้วเกือบปีแต่ก็ยังไม่เจอวิธีที่ใช่

ความสวยของคนแต่คนแต่ละยุคคืออะไร 

เรายิงคำถามนี้ เพราะน้ำใสน่าจะท่องประวัติศาสตร์ดูแลตัวเองของมนุษย์ เห็นนิยามความสวยแต่ละช่วงเวลา แม้มันจะไม่มีถูกผิด แต่เราก็อยากรู้มุมมองของคนที่สนใจเรื่องนี้

“Beauty is Pain มั้ง” เธอเริ่มต้นคำตอบ ก่อนขยายว่า “คนเราชอบสิ่งที่ไม่ได้เห็นทั่วไป ไม่ได้เห็นได้ทุกวัน ความงามจึงเป็นสิ่งที่มีแบบหนึ่งในล้าน เช่น ยุคที่ยังมีทาส คนผิวคล้ำเพราะทำไร่ทำนา ผิวขาวเลยเป็นสิ่งที่หายาก กลายเป็นความสวยในยุคนั้น ปัจจุบันคนไปอาบแดดทำผิวแทน กลายเป็นบรรทัดฐานความสวยของสังคมหนึ่ง

“บางทีความสวยก็เป็นความลำเค็ญ ยอมลำบากเพื่อให้ได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะยุคไหนก็ตาม แต่เราว่านี่เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์มาก ๆ ของมนุษย์ เราเห็นมนุษย์แต่ละยุคพยายามทำตัวเองให้สวยตรงตามบรรทัดฐานนั้น ๆ ได้ดูกระจกแล้วรู้สึกว่า เราสวยจัง เราหล่อจัง”

น้ำใสหยิบของออกจากกระเป๋า เป็นตลับลายดอกขนาดกะทัดรัด เราเดาว่าเป็นตลับแป้ง น้ำใสบอกว่าถูกครึ่งหนึ่ง ก่อนเฉลยด้วยการเปิดให้ดู ด้านหนึ่งเป็นกระจก ส่วนอีกด้านแบ่งเป็นช่องต่าง ๆ เจ้าตัวอธิบายว่าเป็นช่องใส่แป้งพัฟฟ์ ลิปสติก ฝั่งที่เป็นกระจกเปิดออกเป็นช่องใส่ของเล็ก ๆ ได้

“เขาเรียกว่า Makeup Compact ชิ้นนี้น่าจะผลิตในปี 1950 เราได้จาก eBay หลานสาวเป็นคนเอามาประมูล เพราะเขาคิดว่าไม่น่าได้ใช้ อยากให้ของของย่าอยู่กับคนที่ต้องการจริง ๆ 

“สิ่งนี้น่าสนใจมาก ๆ สำหรับเรา เพราะได้เห็นชีวิตผู้หญิงยุคนั้น เวลาไปเดตเขาจะพกแค่นี้ไปเลย มีกระจก แป้ง และลิปสติก ไว้เติมหน้า ส่วนช่องหลังกระจกไว้ใส่บุหรี่ เพราะตอนนั้นคนยังนิยมสูบ มองว่าโก้เก๋”

ของอีกชิ้นที่น้ำใสหยิบจากกระเป๋าเป็นพวงที่ร้อยด้วยเม็ดเล็ก ๆ หลากหลายสีคล้ายสีรุ้ง น้ำใสบอกว่าสิ่งนี้เรียกว่าแป้งพวง ทำจากแป้งหินผสมน้ำให้ข้น แล้วหยอดลงบนด้ายเป็นเม็ดเล็ก ๆ จนดูคล้ายกับพวงมาลัย นิยมใช้บูชาพระและประดับผม

พวงนี้น้ำใสทำเอง เจ้าตัวเลยขอเพิ่มสีสันลงไป ทำให้ดูเหมือนพวงมาลัยสายรุ้ง เหตุผลที่น้ำใสโชว์สิ่งนี้กับเรา เพราะเห็นถึงความฉลาดของคนยุคนั้นในการแสดงฝีมือ

“ผู้หญิงยุคนั้นอาจชื่นชอบความหอม เลยประดับผมด้วยดอกไม้สด แต่ถ้าเกิดฤดูแล้งหรือใช้ดอกไม้ซ้ำกับคนอื่น เลยมีคนคิดวิธีประดับผมแบบอื่น ๆ หยอดแป้งลงบนเส้นด้ายให้ได้หลายเส้น มาผูกรวมกันเป็นพวง เอาไปร่ำควันเทียนให้หอมฟุ้ง

“เราคิดเองเล่น ๆ ว่าเป็นการแสดงฝีมือของลูกผู้หญิงที่เจ๋งมาก ทำยังไงให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอละเอียด ละเมียดละไม จะให้หยอดขนมอาลัวไปเดินแจกหนุ่ม ๆ ก็เกรงว่าไม่เหมาะ แป้งพวงนี่แหละ เม็ดเรียงสวย พร้อมเป็นแม่เรือน”

นอกจากได้วิธีดูแลตัวเองที่เอามาปรับใช้ได้ น้ำใสว่าสิ่งที่เธอได้จากการศึกษาประวัติศาสตร์ด้านนี้ คือความมั่นใจ

“คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะพวกนางมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ๆ เลยถูกจารึกไว้ เราเลยได้รับแรงบันดาลใจด้านความเป็นตัวของตัวเองจากสุภาพสตรีในประวัติศาสตร์ทั้งหลายมา”

“เอาจริง ๆ ตอนทําคลิปเราทําให้ตัวเองสนุกเป็นหลัก เลยรู้สึกขอบคุณคนดูที่สนุกไปด้วยกัน เป็นความรู้สึกที่ว่า มีคนดูคลิปเรา ดูแล้วมีความสุขด้วย ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ”

แม้จะบอกว่ายึดตัวเองเป็นหลักในการทำคลิป แต่จำนวนคนติดตามและยอดคนดูที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนบางครั้งคลิปเธอกลายเป็นสื่อการสอนที่ครูบางคนเปิดให้นักเรียนดู น้ำใสเลยค่อนข้างระมัดระวังและให้ความสำคัญกับเนื้อหา ภาษาที่ใช้มากยิ่งขึ้น 

แต่ผลพลอยได้ของการทำช่อง เจ้าตัวตอบทันทีว่า สุขภาพจิตที่ดี เป็นคำตอบที่ทำให้เราประหลาดใจ เพราะส่วนมากเราเจอคนบอกว่าโซเชียลมีเดียทำให้สุขภาพจิตพวกเขาแย่ลง แต่สำหรับน้ำใสผู้ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อจดบันทึกชีวิต ทำให้เธอได้คุยกับตัวเองและได้เข้าใจในตัวเองมากขึ้น 

มีบางทีเธอเจอคอมเมนต์แย่ ๆ วิธีรับมือของน้ำใสจะพิจารณาว่าคอมเมนต์เหล่านี้มีประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่ เธอก็เลือกจะช่างมันเถอะ

“เช่น บอกว่าเราหูกาง เราจะดูว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ส่องกระจกดู เฮ้ย หูกางจริง ๆ แล้วสบายใจกับมันไหม เราสบายใจกับหูของเรา โอเค ช่างมัน แต่ถ้าเรื่องที่เขาพูดมันจริงและเราไม่สบายใจ หรือเป็นการเตือน เราก็จะหาวิธีแก้ไข”

เราเห็นน้ำใสที่เป็นฝ่ายศึกษาและเล่าเรื่องคนโบราณ หากในวันข้างหน้าเธอกลายเป็นคนโบราณให้คนอื่นมาศึกษาบ้าง เธอคิดว่าเขาจะศึกษาอะไรจากเธอได้ 

น้ำใสตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเธอยังอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง และคงน่าตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่าคนรุ่นหลังได้รู้เรื่องอะไรของเธอ

“อาจจะเป็นเสื้อผ้ามั้ง” ความสนใจล่าสุดของน้ำใส เธอชอบใส่ผ้าไทยจนขยับมาเป็นคนตัดชุดใส่เอง อย่างชุดที่ใส่มาวันนี้ก็เป็นฝีมือของเธอ 

บทสนทนาสุดท้ายของเรากับน้ำใส คือการเอาใจช่วยให้เธอคิดวิธีนำเสนอคลิปล่าสุดออก แฟน ๆ และเราเองจะได้มีโอกาสดูคลิปของเธอ เจ้าตัวเปรย ๆ ว่าอาจเป็นช่วงสงกรานต์ และน่าจะได้เห็นชายหนุ่มที่เป็นเหตุผลของการทำคลิปนี้

ติดตามเรื่องราวของน้ำใสได้ที่ YouTube : Namsai Petite Engineer

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง