ว่าด้วยเรื่อง Product Design คนมักจะนึกถึงเก้าอี้บ้าง หีบห่อบ้าง น้อยคนนักที่จะนึกไปถึงการดีไซน์ ‘ก๊อกน้ำ’ มันมักจะโดนมองข้ามเสมอ ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ในทุกวัน และหากก๊อกน้ำดีไซน์ไม่ดี ย่อมส่งผลต่อชีวิตประจำวันไม่มากก็น้อย
เราจึงอยากพาทุกคนไปสู่โลกของ AXOR One การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ AXOR และสตูดิโอออกแบบอุตสาหกรรมระดับโลก Barber Osgerby ที่เนิร์ดทั้ง 2 ฝั่ง แพสชันล้นเหลือทั้ง 2 ฝั่ง จนได้สิ่งที่ฉีกไปจากสิ่งเดิมที่เคยมี
แล้วพวกเขาคือใคร
AXOR คือแบรนด์สุขภัณฑ์ห้องน้ำและอุปกรณ์ครัว Luxury จากเยอรมนี ก่อตั้งในปี 1993 โดยมีคอนเซปต์หลักในการทำงานกับเหล่าดีไซเนอร์ที่เป็นตัวท็อปของโลก (Philippe Starck, Antonio Citterio หรือ Jean-Marie Massaud ก็ร่วมงานมาแล้ว)
ส่วน Barber Osgerby เป็นสตูดิโอออกแบบสารพัดจากสำนัก Royal College of Art (RCA) ในลอนดอน ที่ทำงานกับผู้ผลิตชั้นนำมาแล้วทั่วโลกเช่นเดียวกัน
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ทุ่มเทกับผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำไม่เคยหยุดหย่อน และอะไรคือเหตุผลที่นักออกแบบระดับโลกตั้งใจกับก๊อกน้ำขนาดนี้
นี่คือบทสัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังการทำงานจาก คุณ Olivier Sogno ผู้นำธุรกิจ AXOR และรองประธานฝ่ายการตลาดองค์กร Hansgrohe Group และ คุณ Edward Barber หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและดีไซเนอร์ของ Barber Osgerby ที่ทำให้เรารู้ว่าการขายดีครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
รู้จักกับ 2 เซียน
“AXOR เป็นแบรนด์ที่ยึด 3 คุณค่าหลัก” คุณ Olivier เล่าให้เราฟัง
อย่างแรก การคิดไปข้างหน้า ทำสิ่งใหม่ ท้าทายความเชื่อหรือขีดจำกัดเดิม ๆ ทั้งในแง่ดีไซน์และฟังก์ชัน
อย่างที่ 2 คือความยอดเยี่ยม สินค้า 90% ของ AXOR ผลิตที่เยอรมนีซึ่งเป็นประเทศแห่งงานฝีมือส่วนอีก 10% ผลิตในประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีมาตรฐานที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน “เราใส่ใจทุก ๆ กระบวนการผลิต และทุก ๆ รายละเอียด” เขาว่าแบบนั้น
คุณค่าสุดท้าย คือความโดดเด่นไม่เหมือนใคร มีการใส่ตัวตนของคนดีไซน์เข้าไป รวมถึงใส่เรื่องราวให้เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนเข้าไปด้วย
เล่าอย่างนี้อาจจะยังไม่กระจ่าง แต่ก่อนจะเล่าถึงหนึ่งในคอลเลกชันของ AXOR อย่าง AXOR One ที่แบรนด์ได้ร่วมงานกับ Barber Osgerby ให้เห็นภาพ เราขอย้อนกลับไปเล่าถึงความพิเศษของสตูดิโอนี้กันสักเล็กน้อย
Barber Osgerby มาจากการรวมตัวกันของ คุณ Edward Barber และ คุณ Jay Osgerby ซึ่งพบกันขณะเรียนสาขาสถาปัตยกรรมที่ RCA ในปี 1992 ซึ่งชื่อ Barber Osgerby ก็มาจากนามสกุลของเขา 2 คนต่อกันนั่นเอง
“เราทำหมดเลยนะครับ เราออกแบบผลิตภัณฑ์ นิทรรศการ ออกแบบภายนอก ภายใน เราทำหลายอย่างมาก หลัง ๆ ก็ได้มาทำเฟอร์นิเจอร์ให้แบรนด์ฝรั่งยุโรปและอเมริกา” คุณ Edward เล่าให้ฟัง

เมื่อเราถามถึง ‘แก่น’ ของสตูดิโอ คุณ Edward นิ่งคิดสักพักแล้วตอบว่า อธิบายยาก
“จะบอกว่าเป็นความเรียบง่ายก็ไม่ใช่ บางงานของพวกผมก็มีการใส่รูปทรงหรือสีสันกระแทกตาเข้าไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจะพยายามลดให้มากที่สุด ลดจนเหลือแต่แก่นของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ครับ”
“ผมคิดว่าแก่นของสตูดิโอนี้คือการเข้าใจผู้ใช้งาน” คุณ Olivier จาก AXOR ตอบในมุมมองของเพื่อนร่วมงาน “บางทีผู้ใช้งานเขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาอยากได้อะไร แต่เขาใส่เข้าไปมากกว่าที่ผู้ใช้งานเข้าใจตัวเองเสียอีก เหมือนเขาตกตะกอนความต้องการของคนได้ดี”


ดีไซเนอร์ที่ผู้ผลิตอยากร่วมงาน
และผู้ผลิตที่ดีไซเนอร์ใฝ่ฝัน
ผู้บริหารอย่าง คุณ Olivier บอกว่าการร่วมมือระหว่าง AXOR กับ Barber Osgerby เริ่มมาจากการที่แบรนด์ตั้งเป้าหมายว่า อยากทำงาน Luxury ที่ดู ‘น้อยแต่แพง’ ชื่อของสตูดิโอดังนี้จึงผุดขึ้นมาในที่ประชุม และได้ร่วมพัฒนาก๊อกน้ำด้วยกันครั้งแรกในปี 2015
ทางแบรนด์มีชื่อของสตูดิโอในใจ ในขณะเดียวกัน สตูดิโอก็มีชื่อของแบรนด์อยู่ในใจโดยไม่ได้นัดหมาย
“พวกผมมีลิสต์ของบริษัทที่เป็น ‘ที่สุด’ ในด้านต่าง ๆ ที่อยากร่วมงานด้วย และในด้านผลิตภัณฑ์ห้องน้ำ-ห้องครัว ก็มี AXOR ชื่อเดียวที่อยู่ในลิสต์ ไม่อยากร่วมงานกับที่อื่นเลย” เขาบอกว่า Luxury Brand นั้นออกผลิตภัณฑ์น้อยมากใน 1 ปี และคงมีดีไซเนอร์เก่ง ๆ ที่อยากร่วมงานอยู่หลายคน การที่พวกเขาได้เป็นผู้ถูกเลือกจึงมีความหมายมาก
“เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากของสตูดิโอ” คุณ Edward เล่าด้วยรอยยิ้ม
เมื่อฝันเป็นจริง สิ่งแรกที่พวกเขาคิด คือ อยากจะท้าทายบรรทัดฐานเดิม ๆ ของการดีไซน์ด้วยการทำสิ่งใหม่ โดยไม่ใช่แค่พัฒนาจากของเดิมที่มีในตลาด เพื่อเป้าหมาย คือ สินค้า Best Seller

ดีไซเนอร์เริ่มด้วยการสำรวจว่าในตลาดมีแบรนด์ก๊อกน้ำใดบ้าง มีช่องว่างตรงไหนที่สตูดิโอจะทำให้ผลิตภัณฑ์ดีขึ้นได้ ผนวกกับไอเดียในหัวที่คิดไว้ว่าห้องน้ำควรจะเป็นแบบไหน
นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามและหรูหรา เนื่องด้วยทุกประเทศกำลังให้ความสำคัญกับการประหยัดน้ำ สิ่งที่เขาสนใจเป็นพิเศษ คือ เทคโนโลยีในการควบคุมน้ำเพื่อความแม่นยำในการเปิด-ปิด นี่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานอย่างเราอาจนึกไม่ถึง แต่สำหรับดีไซเนอร์ แค่การทำให้ ‘ไม่มีน้ำหยด’ โดยไม่จำเป็นในระหว่างการใช้งาน ก็เป็นประเด็น และต้องใช้เทคโนโลยีเบื้องหลังมากมาย


พวกเขาพัฒนารูปร่างหน้าตา รวมถึงขนาดของก๊อกด้วยการทำโมเดลกระดาษ จากนั้นก็หารือกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยของ AXOR จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์อย่างที่คิดไว้ในหัว ภายใต้ชื่อคอลเลคชัน AXOR One
ด้วยแพสชันเต็มเปี่ยมของดีไซเนอร์ สุดท้ายแล้ว AXOR One ก็ประสบความสำเร็จในทุกแง่มุม แบรนด์ก็ชอบ ลูกค้าก็ชอบ ขายดิบขายดีกันไป จนได้ร่วมงานกันมาถึงทุกวันนี้


เมื่อมีมุมมองพิเศษ ทุกสิ่งก็พิเศษ
สำหรับ AXOR One Bi-color แคมเปญใหม่ที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาค โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมแคมเปญ เป็นการตอกย้ำศักยภาพด้าน Individualization หรือการปรับแต่งสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานของ AXOR ภายใต้บริการที่เรียกว่า AXOR FinishPlus ที่มี Surface ซึ่งดีไซน์เป็นพิเศษให้เลือกใช้ได้มากสุดถึง 15 สี มีทั้งที่เป็นเนื้อแมตต์ เนื้อวาว ไปจนถึงบริการ AXOR Signature ที่ให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนความยาวของผลิตภัณฑ์ สลักโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ และเปลี่ยนวัสดุบางอย่างที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ได้ตามต้องการ ซึ่งในแคมเปญ Bi-color จะเป็นการจับคู่ Surface ที่แตกต่างมาใช้คู่กันในผลิตภัณฑ์เดียว อย่างสี Matt Black กับ Polished Gold Optic เพื่อเพิ่มความโดดเด่นไม่เหมือนใครให้การตกแต่ง ซึ่ง Controller และก๊อกอาจเลือกให้ต่างกันก็ได้ ซึ่งความอิสระ ปรับไปตามบุคคลได้นี้ ก็เป็น Ultra Luxury สำหรับพวกเขา
แบรนด์และดีไซเนอร์มองว่าห้องน้ำไม่ใช่แค่ห้องน้ำอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่คนใช้เวลามากมายเหมือนกับห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องพักผ่อน นอกเหนือจากความสะอาด ปลอดภัย มีฟังก์ชันที่ใช้งานได้แล้ว ยังต้องเพิ่มความสดใสให้กับชีวิตได้ และเป็นที่ให้ผู้คนเป็นตัวเองได้อย่างอิสระด้วย
ปัจจุบันนี้สตูดิโอ Barber Osgerby มีกันอยู่ 6 คน และถืองานออกแบบกันอยู่ประมาณ 50 โปรเจกต์ที่หลากหลาย พวกเขามองตัวเองเป็นเหมือนโรงงานที่คอลแลบกับแบรนด์มากมายในโลก ซึ่งการที่ได้ทำโปรดักต์ดี ๆ ก็มาจากการคอลแลบเจ๋ง ๆ ทั้งนั้น และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่โอกาสดี ๆ แบบนั้นเกิดขึ้น
คำถามสุดท้ายก่อนจากกัน เราถามดีไซเนอร์ดังว่า คุณอยากเปลี่ยนโลกด้วยดีไซน์แบบไหน
“ทุกอย่างเลย” คุณ Edward ตอบทันที “พูดยากว่าอยากเปลี่ยนอะไรบ้าง เพราะโปรเจกต์ต่าง ๆ ล้วนเข้ามาหาเราเอง แล้วเราก็ใส่สิ่งที่เราอยากจะเปลี่ยนแปลงลงไป โอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน เรามีโอกาสได้ดีไซน์คบเพลิง ถ้าย้อนเวลากลับไป เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้คิดอะไรใหม่ ๆ ให้คบเพลิง”
สุดท้ายแล้ว ความแตกต่างในโลกก็มาจากผู้คนที่มองสิ่งเดิมในแง่มุมใหม่ ไม่ว่าจะสิ่งนั้นจะดูธรรมดามากแค่ไหนก็ตาม
ยืนยันได้จากก๊อกน้ำโฉมใหม่จาก AXOR


ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอลเล็กชัน AXOR One ได้ที่นี่
ภาพ : AXOR
