9 พฤศจิกายน 2024
2 K

ท้องฟ้ามืดครึ้มไร้แสงแดด 

จากปกติที่ฝนมักจะตกช่วงเย็น วันนี้กลับกระหน่ำตกลงมาช่วงบ่ายเสียอย่างนั้น ซึ่งดันตรงกับเวลาที่ผมนัดหมายกับ ต้น-ศราวุฒิ ปิ่นทอง สถาปนิก นักออกแบบภายใน นักทำคอนเทนต์เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรม และพ่วงตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอาไว้พอดี

หลักใหญ่ใจความที่นัดพูดคุยกันนั้นไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ย่านช้างเผือก เป็นที่พัก 4 ห้องนอน ต้นนิยามไว้ว่าเป็นเซฟโซนสำหรับเขา ข้อสำคัญ อาคาร ห้องพัก บาร์ กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่ห้องนอนยันห้องน้ำ เป็นสีดำสนิทกว่าท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่บนหัวผมตอนนี้เสียอีก

เมื่อทุกอย่างเป็นสีดำ อาคารแห่งนั้นจึงได้รับขนานนามว่า ‘นิลกาล’ (นิน-ละ-กาน) สถานที่ที่ทุกประสาทสัมผัสจะถูกดึงออกมาใช้เพื่อบำบัด ทดลอง มอบประสบการณ์ ไปจนถึงการเป็นสถานที่สำหรับทบทวนตัวเองผ่านความมืด ร่วมกับผลงานศิลปะจากหลากหลายศิลปินที่เวียนกันมาจัดแสดง

ในส่วนของที่มาที่ไป ต้นให้เหตุผลง่าย ๆ ว่า เพราะเขาชอบสีดำ

ส่วนเหตุผลยาก ๆ นั้นไว้ว่ากันยาว ๆ ที่ส่วนเนื้อหาน่าจะดีกว่า

Spirit of the Darkness

“จริง ๆ นิลเป็นงานวิจัยกึ่งทดลองที่กำลังอยู่ เราพยายามคิดว่าจะบำบัดความรู้สึกคนด้วยความมืดยังไงได้บ้าง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสจะถูกดึงออกมาทดลองใช้” ต้นเปรยถึงโครงการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ความคิดทั้งหมดเริ่มต้นจากการชอบสีดำ สีนี้มักถูกใช้เป็นตัวแทนของความอัปมงคล ความชั่วร้าย ความน่ากลัว เขาจึงได้ไอเดียว่า หากนำสีดำมาตีความใหม่ในมุมมองที่ว่าด้วยความงามจะเป็นอย่างไร นั่นเองคือตอนที่โครงการ ‘นิลกาล’ กำเนิดขึ้นมาภายใต้ความหมายที่ว่า ช่วงเวลาของความมืดมิด

ผมขอตัดภาพไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ต้นมีรุ่นน้องคนหนึ่งที่ไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น ซึ่งพวกเขาทำงานด้วยกันมานานพอสมควร และต้นเองก็มีความผูกพันกับจังหวัดนี้อยู่ไม่น้อย จนเขาค่อย ๆ เกิดความคิดขึ้นว่า เขาควรมีพื้นที่ของตัวเองที่นั่นบ้าง เพื่อตอบสนองความอยากจะไปอยู่ตรงนั้น ประจวบเหมาะกับที่ต้นและรุ่นน้องกำลังจะมีโครงการหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้สเปซในจังหวัดเชียงใหม่อยู่พอดี 

“เราตามหาที่จากหลาย ๆ องค์ประกอบและเงื่อนไขต่าง ๆ แต่ก็ไม่เจอที่ที่ถูกใจ เย็นวันหนึ่งเราขับรถผ่านหมู่บ้านเก่าแถวนั้น พอลองวนเข้าไปก็เจอบ้านหลังนี้ เลยถ่ายรูปไว้ แล้วมานั่งคุยกับน้องว่าตรงนี้น่าจะโอเคนะ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน MONEY EXPO ที่เชียงใหม่พอดี ก็รีบไปคุยกับเขา วางมัดจำ วันรุ่งขึ้นเข้าบ้านไปวัดพื้นที่ ด้วยความที่เราเป็นสถาปนิก ก็เริ่มดีไซน์ตั้งแต่วันนั้นเลย” ต้นย้อนความถึงวันแรก

ถึงอย่างนั้นกว่าจะสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างก็กินเวลากว่า 3 ปี โครงการก่อนหน้านี้ที่ตกลงไว้ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดด้วยพิษโควิด-19 แต่เมื่อซื้อตึกไว้แล้ว ต้นจึงเลือกลุยต่อกับโครงการนิลกาล ท้ายที่สุดจากบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นก็เปลี่ยนหน้าตาให้กลายเป็นอาคารสีดำสนิทที่ประกอบไปด้วย 3 ฟังก์ชัน นั่นคือ To Zip (บาร์สำหรับดื่ม), To Sleep (ห้องพัก) และ To Design (ออฟฟิศสำหรับทำงาน)

Fifty Shades of Black

“มันเป็นงานปรับปรุงอาคารเก่า เราใส่ตัวตนของเราไปเต็ม ๆ อยู่แล้ว ตั้งแต่สีดำ การใช้วัสดุ การวางผัง เพียงแต่ว่า ถ้าสร้างใหม่ เราจะใส่ตัวเราได้เต็มที่กว่านี้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัด และภายใต้เงื่อนไขของการออกแบบและงบประมาณ เราต้องจัดการให้มันฟังก์ชันสำหรับเรามากที่สุด” ต้นอธิบายการออกแบบให้เห็นภาพและเข้าใจง่าย เพราะน่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้เดินดูที่พักด้วยตาตัวเอง

วัสดุหลักของนิลกาลนั้นตั้งอยู่บนโจทย์ที่ว่า ต้องหาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ ซึ่งเกิดจากความประทับใจของต้นครั้งเมื่อเคยได้เห็นภูมิปัญญาของคนภาคเหนือที่นำไม้ไผ่มาใช้ในชีวิตประจำวัน

“เสน่ห์ของไผ่ คือเป็นไม้พื้นถิ่นที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง มีคุณค่า พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน โดยส่วนตัวเราเป็นคนชอบงานเหล็ก ชอบการรีโนเวตที่เก็บของเก่าเอาไว้ แล้วผสมของใหม่เข้าไป เลยเอาเหล็กกับไผ่มาเจอกันในแบบที่ลงตัว” ต้นเล่าถึงการออกแบบ ซึ่งพื้นที่ที่เห็นได้ชัดเจนสุดคือบาร์

นอกจากไม้ไผ่บริเวณพื้นผิวอาคารแล้ว ต้นยังนำไม้สักที่รื้อมาจากบานประตูเก่าที่บ้านในกรุงเทพฯ มาทำเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเองทั้งหมดร่วมกับงานเหล็กที่เขาชอบ โดยไม้ทุกชิ้นใช้เทคนิคเข้าลิ่ม

ผมถามต้นต่อว่าในระหว่างการออกแบบ เขากลัวมันจะมืดเกินไปรึเปล่า แต่ต้นกลับตอบอย่างตรงกันข้ามว่า เขากลัวมันจะมืดไม่พอมากกว่า กระทั่งต้นไม้ที่เลือกใช้อย่างต้นตะโก หรือตามที่คนภาคเหนือเรียกกันว่าพญาช้างดำ ซึ่งเป็นต้นไม้ประธานก็ผ่านการรีเสิร์ชหาต้นที่กิ่งก้านใบเป็นสีเขียวเข้มทั้งหมด

อีกอย่างหนึ่งคือการนำสีดำต่างเฉดมาอยู่ด้วยกัน เนื่องจากบางวัสดุใช้สีดำเป็นแม่สีไม่ได้ ต้นถึงขนาดว่า ต้องวางเทียบวัตถุสีดำต่างเฉดกันนี้ เพื่อดูว่าไปด้วยกันได้หรือไม่ แม้เป็นสีดำก็จริง แต่ถ้าหากผิดพลาดเพียงเฉดเดียว อาจดูแปลกปนขำขันในสายตานักออกแบบทันที และโจทย์ตั้งต้นที่ถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลัก คือการออกแบบและสร้างที่แห่งนี้ให้เหมือนกับทำบ้านของตัวเอง คือต้องสะดวกสบายไปพร้อม ๆ กับทำให้แขกรู้สึกเหมือนมานอนบ้านเพื่อนที่มีความเป็นกันเอง ไม่น่าอึดอัดเมื่อเข้ามาพักผ่อน

“บางทีความมืดทำให้อึดอัด เท่าที่ฟังจากเพื่อน ๆ ที่ไปพัก พวกเขาไม่รู้สึกแบบนั้น แปลว่าผ่านสเตปสำคัญได้แล้ว เรายังให้ความสำคัญกับผิวสัมผัสของผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ทุกอย่างผ่านกระบวนการรีเสิร์ช มีผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา เพราะอยากให้แขกประทับใจและมาซ้ำได้เรื่อย ๆ

“ในเรื่องของรายละเอียด ถ้าห้องมืดแต่ฝ้าสูง เราจะไม่รู้สึกว่าถูกกดทับ เพราะมีแสงธรรมชาติที่ลอดผ่านเข้ามากับแสงเงาที่สะท้อนเข้ามา ทำให้ความอึดอัดกลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่ผมบอกว่าเป็นเซฟโซน เพราะว่าผมนอนได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรเลย ซึ่งดีนะ” ต้นบรรยายถึงการพักที่แห่งนี้

SPIRIT / SOUL / SANE / SAGE

“ตอนทำบ้านหลังนี้ก็เหมือนกับทำบ้านตัวเอง เวลาไปเชียงใหม่จะได้ไปพักที่นู่น แล้วเรามีประสบการณ์ทำ Airbnb เลยทำที่พักเอาไว้ด้วย” ต้นเปรยถึงจุดเริ่มต้นของการทำห้องพักที่ตั้งชื่อให้สื่อถึงความชาญฉลาด ความคิด และจิตวิญญาณของคน ได้แก่ SPIRIT, SOUL, SANE, SAGE

ด้วยโครงสร้างเดิมที่ต้นใช้คำว่าเละเทะค่อย ๆ ได้รับการแก้ไข ปรับปรุง และต่อเติมเป็นห้องพัก 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ เริ่มต้นจากด้านหน้าซึ่งเป็นที่ตั้งของห้อง SOUL กับ SPIRIT ที่เปลี่ยนให้เป็นห้องแบบ Duplex ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่น และชั้นบนเป็นห้องนอน เสริมด้วยระเบียง Sky Light รับแสงธรรมชาติ

อีก 2 ห้องด้านหลังอย่าง SANE เป็น Standard Room

ห้อง SAGE พิเศษตรงที่นอนได้ถึง 4 คน แน่นอนว่าทุกห้องนั้นดำและมืดสนิท

“โครงการนิลกาลเป็นกึ่งงานทดลอง เราเลยต้องรอดูฟีดแบ็กว่าจะเป็นยังไง คนที่มาเขามองหาอะไร อาจจะอยากมาสร้างประสบการณ์ เพราะเดินทางมาง่ายหรือราคาดี ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเก็บข้อมูลจากคนที่มาเหมือนกันว่าเขาคาดหวังอะไรและตอนกลับไปเขารู้สึกยังไง แต่ส่วนตัวเวลาไปนอนที่นั่นก็คือนอนไม่อยากตื่น หลับสบายมาก” ต้นย้ำอีกครั้งว่าห้องพักในความมืดของเขานอนสบายมาก

Art & Craft Drink

นิลกาลเพิ่งเปิดทำการเมื่อวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2024 นี้

ข้อน่าสนใจ คือต้นเลือกไม่โปรโมตอะไรมากมาย แต่ขอใช้วิธีเอาศิลปะมาเล่าแทน

“ตอนเปิดตัวครั้งแรก เราชวนศิลปิน 7 คนไปเปิดที่นิลกาล ทั้งศิลปินที่อยู่ในเชียงใหม่ จากกรุงเทพฯ และจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ศิลปินมาแลกเปลี่ยนหรือมาแสดงผลงานได้ เพื่อสร้างให้เกิดคอมมูนิตี้ศิลปะ และเราไม่ได้กะจะทำบาร์จริงจัง เลยใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์” ต้นเล่าถึงพื้นที่ขนาดย่อมที่ใช้สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ หรือในอีกชื่อหนึ่งก็คือ บาร์ นั่นเอง

ในตอนนี้นิลกาลจัดนิทรรศการไปแล้ว 2 งานกับอีก 3 อีเวนต์

ภาพ : NIN BAR & CAFÉ

ส่วนบาร์นั้นเกิดขึ้นด้วยเหตุผลง่าย ๆ คล้ายกับที่ต้นชอบสีดำนั่นแหละ เพราะเขาเป็นคนชอบดื่ม ต้องการพื้นที่ให้คนได้พูดคุยแลกเปลี่ยน และมีความรู้สึกว่าเครื่องดื่มเหล่านี้คือศิลปะ แม้ในตอนนี้เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของนิลกาลกำลังออกแบบอยู่เพื่อรอเสิร์ฟ แต่จากข้อมูลที่ต้นให้มาก็นับว่าคุ้มค่าที่จะกระตุ้นประสาทสัมผัสของต่อมรับรสท่ามกลางความมืดดูสักครั้งหากมีโอกาสไปเยือน

“เราเรียนเอง ชงเอง แล้วให้ Mixologist (ผู้รังสรรค์เมนูเครื่องดื่มที่แปลกใหม่ผ่านความรู้ความเข้าใจในส่วนผสม เทคนิคการชง ไปจนถึงประวัติศาสตร์การชงอย่างลึกซึ้ง) มาดีไซน์เครื่องดื่มสำหรับนิลกาล ซึ่งเราดีไซน์เครื่องดื่มซิกเนเจอร์เอาไว้แล้ว บอกก่อนว่าจะเป็นเครื่องดื่มสีดำ 3 ตัว แต่ไม่ได้เป็นซิกเนเจอร์ที่ครอบคลุมขนาดนั้นนะ เพราะผมอยากมีซิกเนเจอร์ที่ตอบสนองอารมณ์ของผู้คนด้วย

“วันนี้เหนื่อย สุข เศร้า ผิดหวัง เราก็ดีไซน์แก้วนั้นให้เขา กินแล้วจะรู้สึกดดันไหม หรือจะรู้สึกว่าชีวิตยังมีความหวัง เคยคิดว่าอยากให้มี Therapist อยู่ประจำบาร์เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน หรือถ้าเป็นคนตาบอดที่มาชงเครื่องดื่มแล้วมีความสามารถในการบำบัด มันคงจะโคตรเจ๋งเลย” ต้นเปรยถึงไอเดียของเขา

Dark Experience

ถ้าเราอยู่ในที่มืด มันอาจจะมีความรู้สึกไม่คุ้นชินหรือมีความรู้สึกว่าอันตราย แต่ถ้าเราปล่อยให้สายตาปรับสภาพไปสักพัก เราจะมองเห็นในที่มืดได้ถึงจะไม่ชัดเจนก็ตาม มันเป็นปรัชญาอย่างหนึ่งที่พระอาจารย์เคยสอน ชีวิตก่อนบวชเป็นชีวิตที่มีแต่ความทุกข์ เหมือนอยู่ในห้องที่มืดสนิท ไม่มีความสุขในการดำเนินชีวิต จนพอได้มารู้จักหลักธรรมะ ได้รู้จักคำสั่งสอนจากพระอาจารย์ มันมีความรู้สึกเหมือนมีคนมาเปิดไฟให้ แล้ววันหนึ่งเรากำลังจะสึก เหมือนเราเดินไปปิดสวิตช์ไฟ กลับไปใช้ชีวิตมืด ๆ อีกครั้ง

“แต่พระอาจารย์บอกว่า จริง ๆ มันก็ดีนะ ช่วงเวลาที่ห้องสว่างขึ้นมา อย่างน้อยเราก็จำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนหรือแนวทางเป็นยังไง” ต้นเล่าถึงปรัชญาที่เขานำมาใช้กับที่พักแห่งนี้

แรกเริ่มที่ต้นบอกว่าที่พักแห่งนี้คือเซฟโซน รวมถึงมีเรื่องของการบำบัดเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อฟังจากสิ่งที่เขาเล่าในย่อหน้าข้างบน ห้องพักสีดำขลับสำหรับบางคนจึงอาจเป็นสถานที่สงบจิตสงบใจ พื้นที่ที่ช่วยให้พวกเขานอนหลับสนิทและรู้สึกผ่อนคลายในบรรยากาศที่มีความเป็นส่วนตัวสูง

แน่นอนว่าสถานที่นี้ซึ่งเป็นงานทดลองของต้นยังคงไม่สมบูรณ์แบบ ตัวเขาเองก็รู้ดีในโครงสร้างและสเปซที่เปรียบเสมือนฮาร์ดแวร์นั้น ยังมีช่องว่างในซอฟต์แวร์ที่รอวันให้เขามาเพิ่มเสริมเติมแต่งสิ่งต่าง ๆ เข้าไปอีก เช่น การไปพูดคุยกับนักบำบัดเพื่อนำดนตรีมาใช้สร้างความผ่อนคลายในความมืด

“อีกหนึ่งความคิดที่เรายังทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ นั่นคือเราอยากจ้างงานผู้พิการทางสายตามาเป็นพนักงาน เพราะเราอยากสร้างโอกาสและพื้นที่ในการทำงานให้เขา ครั้งหนึ่งเราเคยเข้าไปที่โรงเรียนสอนคนตาบอดในเชียงใหม่ ความยากคือสถานที่ของเราไม่ได้อยู่ในเมือง ต้องเดินทาง ซึ่งเรากำลังพูดถึงความมืดมิดในเชิงสัญญะ มันอาจสัมพันธ์กับเรื่องของการเสียประสาทสัมผัสด้านการมองเห็น เราอยากร่วมทำอะไรบางอย่างที่สร้างสรรค์กับคนกลุ่มนี้ ซึ่งต้องใช้เวลา เพื่อทำให้เป็นจริงให้ได้” ต้นเล่าความคิด 

หากมองนิลกาลเป็นชีวิต ต้นก็อยากให้มันเติบโตไปพร้อมกับเขา โดยมีประสบการณ์ระหว่างทาง 3 ปีเป็นบทเรียนว่าบางสิ่งบางอย่างก็ไปเร่งไม่ได้ และบางสิ่งก็ไม่ได้มีผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้เสมอไป คล้ายกับการเดินในที่มืดที่ก็ไม่รู้หนแห่งว่าอยู่ตรงไหน แต่อย่างที่ต้นบอก ขอแค่ให้สายตาได้ปรับสภาพสักครู่ แม้ไม่ชัดเจน แต่เส้นทางในความมืดย่อมปรากฏให้เห็น เช่นเดียวกับคาแรกเตอร์ของที่พักหลังนี้

“เราไม่ได้ทำโรงแรมที่มีทุกอย่างพร้อม สิ่งที่เราจัดเตรียมไว้ให้อาจมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ อย่างน้อยขอให้เปิดใจให้กว้าง แล้วจะได้เห็นว่าสิ่งที่เราพยายามจะสื่อ คือในความมืดมีความงามซ่อนอยู่ อยู่ที่เราจะมองเห็นมันไหม มันเป็นปรัชญา แต่ถ้าเกิดว่ากลัวความมืดมากจริง ๆ …อาจต้องเปิดไฟ”

ชายผู้หลงใหลในความมืดมิดจบบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะ

3 Things
you should do

at นิลกาล

01

02

03

นิลกาล & NIN BAR & CAFÉ
  • 144/21 หมู่บ้านศักดิ์ชัยนิเวศน์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • 08 1913 1877
  •  NIN BAR & CAFÉ
  • สำรองห้องพักที่ : www.airbnb.com/p/nincnx

Writer

พันธุภา

จากเด็กที่ฝันว่าอยากไปซื้อของเล่นญี่ปุ่น สู่ผู้ใหญ่ที่ฝันว่าอยากไปจับมือกับอุลตร้าแมนตัวเป็น ๆ ที่ญี่ปุ่น

Photographer

ภูพิงค์ ตันเกษม

ชีวิตผม ชอบการเดินทาง ชอบทำอาหาร และรักการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย