4 พฤศจิกายน 2024
3 K

แม้ธุรกิจผลิตสมุดนักเรียนในปัจจุบันจะไม่ได้เฟื่องฟูมากเท่าสมัยก่อน แต่ภาพสมุด ‘โกญจนาท’ กลับโลดแล่นอยู่บนโลกออนไลน์และกลายเป็นที่จดจำของใครหลายคน โดยเฉพาะสมุดนักเรียน 8 วิชาที่ปกหลังมีเนื้อหาตั้งแต่หน่วยทางคณิตศาสตร์ วิธีการแยกขยะ ไปจนถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศ ส่วนปกหน้ามีสีพาสเทลสดใสกับลายไทยฉบับร่วมสมัยมากขึ้น 

โกญจนาท คือโรงงานผลิตสมุดนักเรียนอายุ 40 กว่าปีที่ยังมีทายาท 3 รุ่นทำงานร่วมกัน คือ ออย-ชาติพร อาม่าที่คอยให้คำแนะนำและมักจะนั่งประจำที่อยู่ในมุมโปรดอย่างโต๊ะพับสมุด ดวง-นพธาร ทายาทรุ่นสองที่คอยบริหารกิจการภาพรวม และ มิน-ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ทายาทรุ่นสามที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาช่วยเรื่องการออกแบบเมื่อไม่นานมานี้

อะไรทำให้พวกเขาลุกขึ้นมาเปลี่ยน และทำอย่างไรให้สมุดแสนจะธรรมดากลายเป็นสมุดที่สะดุดตาและน่าใช้ เราเดินทางมาเยือนโรงงานในย่านพระราม 2 เพื่อหาคำตอบนี้

ภายในอาคาร 3 ชั้น เสียงเครื่องจักรผสานกับเสียงหยิบ ยก ย้าย ของแต่ละจุดอย่างคล่องแคล่วแข็งขัน มินและอาม่าชวนเราเดินเข้าไปยังห้องเล็ก ๆ ในชั้น 1 ของโรงงาน ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราฟัง

ธุรกิจ : โรงงานสมุดโกญจนาท

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2524

ประเภท : ธุรกิจสมุดนักเรียน

ผู้ก่อตั้ง : ชาติพร หวังไพสิฐ

ทายาทรุ่นสอง : นพธาร หวังไพสิฐ

ทายาทรุ่นสาม : ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ

โรงงานสมุดรุ่นอาม่า

ในสมัยที่ยังสาว ๆ อาม่าเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานในโรงงานผลิตสมุด ด้วยความเป็นคนขยัน อาม่าจึงมักใช้เวลาว่างระหว่างพักทานข้าวเข้าไปขอเรียนรู้วิธีทำสมุดกับแผนกอื่น ๆ อยู่เสมอ จนเริ่มเข้าใจว่า กว่าจะออกมาเป็นสมุด 1 เล่มต้องใช้เครื่องมืออะไร ผ่านกระบวนการไหนบ้าง

เมื่ออาม่าแต่งงานกับอากงที่มาจากแวดวงทำสมุดเหมือนกัน ทั้งคู่จึงจับมือกันก่อตั้งโรงงานเล็ก ๆ ขึ้นมาในย่านตลาดน้อย เพื่อผลิตสมุดนักเรียนปกอ่อนส่งให้ยี่ปั๊วหรือพ่อค้าคนกลางไปกระจายสินค้าให้ร้านรวงต่าง ๆ ต่อไป 

ช่วงแรกกิจการดำเนินไปอย่างราบรื่นและรุ่งเรืองจนต้องขยายโรงงานเพิ่มอีกแห่งในย่านพระราม 2 แถมยังล้นมือถึงขั้นต้องจ้างโรงงานอื่นช่วยผลิตเมื่อทำไม่ทัน 

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป สถานการณ์รอบข้างเริ่มเปลี่ยนตามไปด้วย ทั้งเศรษฐกิจแย่ลง ตามมาด้วยวิกฤตโรคระบาด บวกกับการใช้สมุดน้อยลงกว่าสมัยก่อน ขณะที่การแข่งขันสูงขึ้นเพราะโรงงานผลิตสมุดเจ้าใหญ่ ๆ ที่เครื่องมือครบครันก็ผลิตสมุดนักเรียนได้เช่นเดียวกัน

ท้ายที่สุด โรงงานในตลาดน้อยจึงต้องปิดตัวลงอย่างถาวร เหลือเพียงโรงงานย่านพระราม 2 เพียงแห่งเดียว ทว่าโกญจนาทยังคงมีลูกค้าเก่าที่เหนียวแน่น จึงดำเนินกิจการต่อไปได้เรื่อย ๆ เพียงแต่ลดปริมาณการผลิตลง และยังคงไม่มีวี่แววของลูกค้าใหม่ที่เข้ามา

ฉายแววนักเปลี่ยนแปลง

“เมื่อก่อนตอนอยู่ตลาดน้อย เราชอบไปวิ่งเล่นในโรงงานที่โซนการผลิต เราไปคลุกคลีดูวิธีทํา ให้เขาสอนแล้วลองทํา อาจจะเละเทะบ้าง เขาก็เอาไปแก้ใหม่” มินเล่าย้อนถึงภาพจำของโรงงานโกญจนาทในวัยเด็ก 

“เขาชอบเล่นกระดาษ เอากระดาษมาพับนก พับนู่นนี่” อาม่าเล่าเสริมด้วยรอยยิ้ม 

แม้จะมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกับโรงงาน แต่มินไม่เคยคิดว่าจะมาสานต่อหรือกอบกู้กิจการของที่บ้านแม้แต่น้อย ทว่าความสนุกจากงานออกแบบได้พาเขาเดินทางเข้าสู่ธุรกิจครอบครัวทีละนิด โดยที่มินเองก็ไม่รู้ตัว

“เขามีแววฉลาดตั้งแต่เด็กนะ เป็นคนมุ่งมั่น” อาม่าเอ่ยด้วยความภูมิใจ 

“ที่โรงเรียนประถม เจอครูเล่าให้ฟังว่ามินเนี่ยเป็นเด็กไม่ธรรมดานะ ให้จัดเวทีตอนปีใหม่ เขาก็ไปซื้อผ้ามาทำโดยไม่ต้องวัดเลย เขาเอาผ้าขึงออกมาสวยมาก ครูบอกว่าเด็กคนนี้ใช้ได้เลย” 

นอกจากมุมมองของผู้ใหญ่แล้ว มินเล่าว่าเขาเองก็ชอบเรื่องการออกแบบมาตั้งแต่เด็ก และค่อย ๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

“เราเรียน Adobe Photoshop ครั้งแรกตอนประถมปลายก็รู้เลยว่าชอบงานออกแบบ หลังจากนั้นก็ฝึกมาเรื่อย ๆ แล้วลองออกแบบปกสมุดเวอร์ชันแรกให้ที่บ้านดู แต่เขาบอกว่าปกสมุดไม่ได้ออกแบบด้วย Adobe Photoshop นะ มันใช้โปรแกรม Adobe Illustrator เราเลยไปซื้อหนังสือสอนใช้โปรแกรมนั้นมา แล้วลองทําดู ตอนนั้นรู้สึกว่ายากจังเลย แต่ก็พยายามเปิดยูทูบฝึกมาเรื่อย ๆ พอทําได้แล้วก็เริ่มรับงานฟรีแลนซ์เล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง จนช่วงเวลาว่าง เรารู้สึกว่าอยากลองออกแบบปกสมุดดู”

เมื่อเห็นว่าปกสมุดที่บ้านคล้ายกับโรงงานอื่นที่ผลิตเหมือนกันมาหลายสิบปี แม้จะมีลูกค้าเก่าที่ซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในฐานะนักออกแบบ มินย่อมอยากเปลี่ยนแปลงให้ลวดลายทันสมัยถูกใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น เขาจึงลองร่างแบบปกใหม่มานำเสนอที่บ้าน

“ช่วงฝึกทําแรก ๆ ฝีมือยังไม่ดีขนาดนั้น ทําไปก็ยังไม่ได้ผลิตจริง จนกระทั่งปีที่แล้วเขาขาดคนออกแบบพอดี เราเลยได้มาทำแทน กลายเป็นว่างานที่เราทําถึงได้พิมพ์จริงเป็นครั้งแรก”

เปลี่ยนปกหลังสู่เนื้อหา 8 วิชาที่ใช้ได้จริง

แม้หลายคนจะจดจำภาพหน้าปกสมุดสีสดใสได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งแรกที่มินเปลี่ยน คือเนื้อหาปกหลังของสมุดนักเรียนทั้ง 8 วิชา

“เกิดจากการคิดกันเล่น ๆ ว่าสมุดนักเรียนแบบเดิม ด้านหลังมีแค่สูตรคูณ ตารางสอน มาตราชั่งตวงวัด แล้วทําไมไม่มีวิชาอื่นบ้าง เราอยากเห็นเหมือนกันนะ ถ้าเป็นภาษาไทยจะเป็นเรื่องอะไร เราเคยถามหลายคนมาก หรือถามอาม่า อาม่าก็ไม่รู้ว่าทําไมถึงต้องเป็นสูตรคูณ รู้แค่ว่าก็เจ้าอื่นทํา ทุกคนทําเหมือนกันหมด ไม่มีใครรู้ด้วยว่าใครเป็นคนเริ่ม แล้วเผอิญว่าการพิมพ์ปกสมุด 1 แผ่นใหญ่ ๆ ต้องพิมพ์ทีละ 8 เล่ม ตัวเลข 8 นี้ตรงกับจํานวน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้พอดี เราก็เลยทําให้เป็น 8 วิชาไปเลย

“พอได้โจทย์มา เราต้องไปคิดเนื้อหามาก่อน เราอยากให้เนื้อหานี้ เป็นพื้นฐานไปต่อยอดเรื่องใหม่ได้เรื่อย ๆ และมีประโยชน์กับชีวิตประจําวัน จึงไปเปิดหลักสูตรว่าแต่ละชั้นปีเขาเรียนอะไรบ้าง ไล่หาว่าอะไรที่ซ้ำกัน และเป็นรากฐานที่จะไปต่อยอดได้

“สิ่งที่เราพยายามทําคือการอธิบายเรื่องนั้นให้เข้าใจง่ายด้วยภาพ แผนผังหรืออินโฟกราฟิก แม้แต่วิชาสุขศึกษาที่เราเลือกเอาความหลากหลายทางเพศมาใส่ ซึ่งไม่มีใครทํา และหลุดไปจากกรอบเลย หรือวิชาการงานอาชีพก็มีเรื่องการแยกขยะใส่เข้ามา เพราะเราอยากสื่อสารอะไรที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจําวัน”

เมื่อเสนอไอเดียนี้ ทางบ้านของมินไม่ขัดข้องแต่อย่างใด เพียงแต่กังวลเรื่องความถูกต้องของเนื้อหาทั้ง 8 วิชา 

“ส่วนใหญ่ที่บ้านไม่ค่อยแก้ดีไซน์ แต่เขาจะแก้เนื้อหาทั้ง 8 วิชา และเขาต้องไปตามหาคนที่เชี่ยวชาญมาช่วยกันแก้หลายดราฟต์เลย บางทีไม่ได้แก้แค่ข้อความผิดนะ แต่เปลี่ยนเนื้อหาใหม่หมดเลยก็มี”

หน้าปกโฉมใหม่กับความไทยแบบมินิมอล

เมื่อปกหลังเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาคือการแปลงโฉมปกหน้าให้สบายตามากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีทั้งปกสีพาสเทลที่ขายดิบขายดี กับปกลายไทยที่ปรับให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น รวมทั้งขยายไปทำสมุดจดทั่วไปกับลวดลายคราม 4 แบบที่มองแล้วยังคงเสน่ห์แบบไทย ๆ แต่ก็ดูเก๋ไปอีกแบบ

นอกจากนี้โกญจนาทยังปรับมาขายปลีกให้ลูกค้าสั่งในช่องทางออนไลน์ได้ จากเดิมที่ขายส่งเพียงอย่างเดียว แต่การขายปลีกในที่นี้ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ไม่กระทบลูกค้าเดิม 

“ความซื่อสัตย์เป็นเรื่องสําคัญ สมัยก่อนอากงอยู่นะ เคยมีลูกค้าจากต่างจังหวัดมาซื้อสมุดถึงหน้าร้าน แต่อากงไม่ขาย อากงให้ที่อยู่ร้านแถวสําเพ็งไปแทน เพราะเราต้องไม่แย่งลูกค้าเขา” อาม่าเล่าถึงหลักยึดในการทำธุรกิจเสมอมา นั่นคือความซื่อสัตย์ว่าจะไม่ตัดหน้ากลุ่มลูกค้าขายส่ง

“เรามาวิเคราะห์กันใหม่ พบว่าลูกค้าเก่าที่ซื้อเราแบบขายส่ง เขาใช้วิธีขายที่ไม่เหมือนเรา” มินเล่าเสริม “เขามีสายส่ง ไปส่งตามร้านนู้นร้านนี้ที่ต่างจังหวัด ซึ่งขายให้คนในพื้นที่อีกที แต่เราไม่ทำแบบนั้น เพราะจะเป็นการแย่งลูกค้ากัน เราใช้วิธีขายออนไลน์ ซึ่งลูกค้าคนละกลุ่มกัน เลยไม่มีลูกค้าเก่าคนไหนติดปัญหาเรื่องนี้”

การปรับมาขายปลีกยังทำให้โกญจนาทต้องละเอียดกับกระบวนการผลิตบางส่วน เพื่อเพิ่ม ‘ความเนี้ยบ’ ให้สมุดแต่ละเล่มอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเนื้อกระดาษให้เรียบลื่นขึ้น ทำเส้นสมุดที่คมชัดต่อเนื่อง ไปจนถึงหลังบ้านที่ต้องเพิ่มงานดูแลสต็อกและจัดส่งให้ลูกค้า 

การปรับเปลี่ยนคราวนี้จึงเป็นเหมือนงานกลุ่มของครอบครัวและสมาชิกในโรงงานที่ช่วยกันคิดหาหนทางที่รองรับการผลิตรูปแบบใหม่ แต่ก็นับว่าคุ้มค่า เพราะในมุมธุรกิจ สมุดนักเรียนมีสเปกและการใช้งานคล้ายเดิม จึงสร้างความแตกต่างได้ยาก นอกจากจะออกแบบลวดลายให้โดดเด่นชัดเจน จึงนับว่ามินเดินเกมมาได้ถูกจุด

“เรายังพัฒนาปรับปรุงต่อไป เพราะสมุดประเภทนี้จําเป็นต้องออกแบบใหม่เรื่อย ๆ ปกหนึ่งอยู่ได้ 2 – 3 ปีคือนานแล้ว หลังจากนั้นต้องเปลี่ยนลายปกใหม่ เพราะมีการใช้งาน มีสเปกตายตัว สิ่งเดียวที่เปลี่ยนได้คือภาพบนปก เราจึงต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ”

เปิดใจและปรับตัว 

มินพาเราเดินชมสต็อกสินค้าที่วางเรียงรายอยู่ในโกดัง พร้อมบอกว่าสมุดลายไทยแบบเดิมยังมีขายอยู่จนกว่าสินค้าจะหมด ควบคู่ไปกับการเริ่มขายสินค้าลายใหม่ ซึ่งนอกจากสมุดนักเรียนแล้ว โกญจนาทยังมีสมุดแฟนซีเล่มจิ๋วราคาย่อมเยาที่ขายดิบขายดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะลายน้องแมวที่ฮิตเป็นพิเศษช่องทางออนไลน์

ก่อนจากกัน มินย้ำกับเราว่าภาพสมุดหลากหลายละลานตาตรงหน้านี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากผู้ใหญ่ในบ้านไม่ได้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ 

“เราพัฒนาสินค้าออกมาได้แล้วคนชื่นชอบขนาดนี้เพราะที่บ้านเปิดใจ และสิ่งที่คนมาคอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกัน คือคนยุคเก่าไม่ยึดติดในอะไรเดิม ๆ ซึ่งอาจไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะรับฟังเด็กหรือยอมให้ความเห็นของของคนที่อายุน้อยมีส่วนตัดสินใจ แต่ครอบครัวเราค่อนข้างเปิดกว้าง รับฟังและปล่อยให้เราลองทํา เราว่าการเปิดใจเป็นหัวใจสำคัญเลยนะ เพราะเขากล้าเสี่ยงไปกับเรา ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ต่อให้เรามีไอเดียดีแค่ไหน ก็จะไม่มีใครปล่อยให้มันได้ผลิตออกมา”

แม้มองเผิน ๆ การเปลี่ยนปกจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะทำแบบนี้ได้ เพราะความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจครอบครัวคงไม่ได้เกิดขึ้นจากคนใดหนึ่งหรือรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น หากแต่เกิดจากการร่วมมือกันของคนทุกวัยภายในบ้าน จนออกมาเป็นส่วนผสมอันแสนลงตัวและไม่เหมือนใคร คล้ายกับเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของโกญจนาทในครั้งนี้

Facebook : โรงงานสมุดโกญจนาท

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์อยู่ไม่ติดบ้าน มีงานอดิเรกคือการเดิน

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน