ปีนี้เทศกาลกินเจเริ่มแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 – วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568
ดิฉันขอไม่กล่าวถึงประเพณีการกินและที่มานะคะ แต่สิ่งที่จะขอนำเสนอสำหรับเทศกาลกินเจในครั้งนี้ ก็คือเส้นทางสายกินและของเด็ดในย่านที่ไปได้ง่าย ๆ และเป็นที่กินเยี่ยงคน Local อย่างเยาวราชและคลองถม
Tips : โรงเจหลายที่อนุญาตเฉพาะชุดขาวนะคะ และเป็นขาวล้วนยิ่งดี แบบ Theme Hit ปาร์ตี้ EDM เวลาเข้าไปในโรงเจจะมีแสงและเพลงประกอบแบบฟังไม่ออก คล้าย ๆ กับ EDM จริง ๆ ค่ะ เพียงแต่ Beat จะช้ากว่าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถือว่าดีค่ะ
เอาล่ะ แหล่งของกินเจเฉพาะกิจที่แรก
1. ศาลเจ้าชิกเซี้ยม่า หัวลำโพง
เป็นศาลเจ้าที่มีเทพเจ้าจีน 7 องค์ สมกับชื่อ ชิก (7) เซี้ยม่า ถ้าไม่ใช่เทศกาล ที่นี่เป็นย่านเงียบ ๆ มีร้านกาแฟ ส่วนร้านนั่งกินที่ดูดีเริ่มมีบ้างประปราย แต่ก็เป็นย่านที่เงียบอยู่ดีถ้าไม่ใช่เทศกาลกินเจ ย่านนี้เป็นย่านขายอาหารเจเฉพาะกิจ การมาก็ง่ายดายมาก มาจาก MRT สถานีวัดมังกรก็ได้ ถือว่าเดินไกลพอเหนื่อย แต่จะแวะได้เยอะหน่อย หรือจะใกล้กว่านี้เชิญมาจาก MRT สถานีหัวลำโพง อาหารที่ขายมีมากมาย ของทอดและขนมตุ๊บตั๊บเป็นสิ่งที่แนะนำ


ในตรอกศาลเจ้าชิกเซี้ยม่าเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ก็จะมีของเจขายเรื่อย ๆ เช่นกัน



จุดนี้ขอแนะนำให้มาช่วงเย็นนะคะ เพราะที่นี่เดินจาก MRT สถานีวัดมังกรมาประมาณ 800 เมตร ถ้าเป็นกลางคืนก็จะเก๋ ๆ เดินสบาย แต่ถ้าเป็นกลางวัน นั่งรถไปเถอะค่ะ ร้อนมาก สะฮาราชัด ๆ
ที่ตรงนั้นอยู่ใกล้ดงบาร์เก๋ ๆ เครื่องดื่มเลิศเลอ ดนตรีเพราะมาก ณ ซอยนานา เยาวราช ไม่ว่าจะเป็น Bā hào, Teens of Thailand, Wallflowers Cafe, Píjiǔ Bar ฯลฯ (ชื่อเหล่านี้ Google ได้ง่ายและ Maps แม่นด้วย ไม่หลงแน่นอน)
เรียกว่าช่วงเจ แวะไปรองท้องแถวศาลเจ้าชิกเซี้ยม่า แล้วไปต่อซอยนานา เยาวราช ก็จะสนุกอยู่ค่ะ (แต่คนกินเจห้ามทำตามนะคะ เพราะการกินเจห้ามดื่มแอลกอฮอล์)
แต่ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยนมาดูมหรสพแบบจีนดั้งเดิม ที่ศาลเจ้าซิกเซี้ยม่าก็มีให้ดูนะคะ มันคืออุปรากรจีนหรืองิ้วนั่นเอง งิ้วที่นี่พูดแต้จิ๋ว งิ้วแต้จิ๋วครบเครื่องแบบนี้หาดูยากแล้ว เนื้อเรื่องฮิตคือนางเอกฆ่าตัวตายด้วยการกินเกลือ 1 กิโลกรัมหรือฆ่าตัวตายด้วยการวิ่งชนเสา
ส่วนของกินเด็ดที่มาแล้วต้องลองก็คือของทอดต่าง ๆ ผัดหมี่ฮ่องกง เอาเจ้าติดกับศาลเจ้าที่เป็นอาเฮียผัดนะคะ และอย่างที่อยากให้โดนมาก ๆ คือ ‘ขนมตุ๊บตั๊บ’ ที่มาทุบกันสด ๆ ตรงนั้นเลย เดินเข้าสุดซอย ได้ยินเสียงทุบตุ๊บตั๊บ ก็คือเจ้านั้นเลยค่ะ ไปซื้อได้ ถ้าสดจริง ๆ มันจะร้อน เพราะการทุบมาก ๆ จะเกิดการเสียดสีจนร้อน
Tips : ส่วนคนที่กินเจจริงจัง สังเกตป้ายเจที่ขนมเปี๊ยะทุกอย่างนะคะ เพราะส่วนผสมหลักของขนมเปี๊ยะคือน้ำมันหมู ถ้าเป็นขนมเปี๊ยะเจจะใช้น้ำมันจากพืชแทน
2. ตลาดน้อย เซียงกง

นี่เมนูแนะนำคือหมี่หวานค่ะ หน้าตาเป็นงี้ อร่อยนะคะ

นอกจากหมี่หวาน เจ้านี้ยังมีเช็งซิมอี๊ด้วย เดินร้อน ๆ มากิน แล้วเช็งซิมจริง ๆ ค่ะ (เช็งซิม แปลว่า ดีใจ)

ปกติโซนตลาดน้อยนี้เป็นโซนขายอะไหล่รถหรืออะไหล่เรือเก่า แต่ช่วงเจจะมีอาหารขายสองข้างทาง ทั้งอาหารเจทั่วไป อย่างเช่นผัดหมี่ ของทอดทั่วไป มาเดินดูอะไหล่เก่า ๆ นี่บางชิ้นเรางงเลยนะว่าทำไมใหญ่มาก น็อตเรือขนาดเท่าตัวคนก็มี
และที่อยากให้ถ่อมาจริง ๆ คือเช็งซิมอี๊ หมี่หวานค่ะ เมนูโบราณนี้ไม่ค่อยเห็นคนทำเท่าไหร่แล้ว มันคือบะหมี่เหลืองที่เอามาทำหมี่เกี๊ยวนี่แหละ เพียงแต่เอามาทำแบบหวาน กินกับน้ำแข็งไสใส่ลูกพลับแห้ง และของกินเต้าทึงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแปะก๊วย พุทราจีน ที่สำคัญมี Chinese Strawberry เป็นผลไม้จีนลูกเล็ก ๆ มีขน อร่อยมากนะคะ
ส่วนในเทศกาลกินเจ ย่านนี้เป็นย่านที่คน Local กินเจกันอย่างเอิกเกริกเหมือนกัน ถ้าได้แวะมา ก็มาเดินเพลิน ๆ นะคะ เดินไปอีกหน่อยก็จะไปโผล่วัดกาลหว่าร์ของนิกายคาทอลิกที่มีกระจกนำเข้าจากโปรตุเกส โบสถ์สวย ริมน้ำวิวดี
พิกัดโซนนี้คือไปทางซอยเจริญกรุง 20 ก็ได้ เดินเข้าถึงทางแยก เลี้ยวขวา หรือเข้าทางซอยวานิช 2 ก็ได้ เห็นป้ายซอยแล้วเลี้ยวซ้าย คุณจะเริ่มเห็นดงเจเองค่ะ แนะนำว่าอย่าริเดินตอนกลางวันจาก MRT สถานีวัดมังกรเช่นกัน เรียกรถเถอะ ไม่เกิน 50 บาท มันร้อน (หรือฉันเองเป็นคนขี้เกียจ)
3. ย่านวัดเล่งเน่ยยี่และตลาดเล่งบ๊วยเอี๊ยะ
ย่านนี้ในช่วงเทศกาลกินเจเป็นแหล่งอาหารที่คนนิยมไปหาอาหารเจกินอย่างดุเดือด เพราะเยื้อง ๆ กับวัดเล่งเน่ยยี่ มีตลาดเล่งบ๊วยเอี๊ยะ (ชื่อนี้มาจากศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะในตลาด) เป็นซอยที่สนุกนะคะ เพราะทะลุถนนเยาวราชได้ ตลาดนี้เน้นขายวัดถุดิบที่เอามาทำอาหารเจ วัตถุดิบเจเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ ถ้าคุณไปในช่วงนี้แล้วนึกอกครึ้มใจตอนที่เดินเลือกวัตถุดิบทั้งหลายแล้วเกิดไม่รู้ว่าต้องประกอบอาหารยังไง ถามคนขายไปเลยนะคะ เขายินดีตอบกันแน่นอน
แต่ถ้าไม่ได้คิดจะทำ เดินออกมาค่ะ ในซอยเจริญกรุง 14 มีร้านอาหารเจนานาชาติอยู่ (เจ๊แกเขียนไว้นะคะว่านานาชาติ)


อาหารเด็ดของ เจ๊หลี นี้คือ ‘เต้าหู้เหลืองผัดชะอม’ อันนี้อร่อยจริงอะไรจริง เผ็ดนะคะ ส่วนขนมก็มี เป็นขนมเปี๊ยะทอด มีทั้งไส้หวานและไส้เค็ม
ถ้าเดินแล้วร้อน (ซึ่งร้านเจ๊แกร้อนมาก) แนะนำร้านที่อยู่ติดกัน ชื่อร้าน จิงจิง เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมดที่ดี มีหลายรสชาติ รสแปลกที่สุดสำหรับฉันคือรสโชยุหวาน ส่วนรสที่ชอบที่สุดคือ Salted Caramel



มีอีกร้านที่อยากแนะนำ เพราะเป็นข้าวแกงสไตล์จีน อยู่ตรงข้ามวัดเล่งเน่ยยี่ถ้าหันหน้าออกจากวัด อยู่ทางเยื้องขวา ชื่อร้าน ข้าวแกงไทยเจริญ ปกติไม่ได้ขายอาหารเจ ปลาทอดคือสิ่งที่มาแล้วควรสั่ง แต่ถ้าเป็นช่วงเจ เมนูเด็ดคือ ‘ฟองเต้าหูน้ำแดง’ มันคือฟองเต้าหู้ห่อเป็นทบ ๆ จนหนา เป็นแหล่งโปรตีนที่อร่อย เหมาะกับช่วงกินเจที่ไม่ได้กินเนื้อสัตว์อย่างมาก



สำหรับช่วงเทศกาลกินเจ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เชื่อในการกินเจหรือไม่ ถ้าคุณได้ลองมาแถวนี้ สิ่งที่จะได้นอกจากการได้กินอาหารเจแสนอร่อย คุณจะเห็นวิถีชีวิตของคนแถวนี้ที่เปลี่ยนไปตามเทศกาล 10 วันนี้ศาลเจ้าจะคึกคัก การออกมากินเจนอกบ้านก็จะถี่ขึ้น ถือเป็นช่วงที่มีสีสัน (สีเหลืองตามสีของเจ และสีขาวตามชุดที่มักใส่เพื่อกินเจ)
แนะนำค่ะ สวัสดีค่ะ
