28 กันยายน 2024
2 K

ตั้ม-นิพนธ์ พิลา เป็นเด็กต่างจังหวัดอีกคนที่ฝันอยากกลับบ้าน 

สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือการหวังจะกลับมาโดยใช้ความเชี่ยวชาญและแพสชันพัฒนาบ้านเกิด

The Cloud เคยสัมภาษณ์ตั้มไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ขอเล่าอย่างย่อเพื่อเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับการอัปเดตโปรเจกต์ล่าสุดของตั้มด้านล่างนี้

ตั้มเป็นคน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่กำเนิด ก่อนระหกระเหินไปทำกิจการเสื้อผ้า PILA Studio ในเมืองหลวง เมื่อถึงเวลาพรั่งพร้อม ลูกหลานเกษตรกรเลือกกลับบ้านเกิดมาทำโปรเจกต์บ้าน ๆ ที่ชื่อ PILA Farm Studio (วาระที่เราสัมภาษณ์เขาคราวนั้น) จากสตูดิโอขนาดย่อมในอะพาร์ตเมนต์ก็กลายเป็นสตูดิโอบ้านทุ่งให้ดีไซเนอร์ได้เล่นสนุก หยิบจับสินค้าเกษตรอย่างข้าว มะขาม มาแต่งตัวใหม่ด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยเก๋ มีระดับ

พูดถึงอดีตกันหอมปากหอมคอ ขอกระโดดข้ามมาปี 2024 

หลังเห็นแนวโน้มว่าธุรกิจแต่งตัวให้สินค้าเกษตรไปได้ดี ตั้มก็อยากแต่งตัวให้กับหมู่บ้านด้วยการสร้างฟาร์มสเตย์ในโปรเจกต์ ‘STAY.PILAFarm’ โดยมีจุดหมายปลายทางคือการพัฒนาฟาร์มของครอบครัวให้กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย

แต่เห็นทีฟาร์มสเตย์ในมือของดีไซเนอร์มากไอเดียจะธรรมดาไม่ได้ ตั้มจึงเนรมิตบ้าน 7 หลัง 7 เฉดสีจากพืชผลการเกษตร สร้างโดยสัจจะวัสดุในชุมชน ได้แก่ เหล็ก ไม้ สังกะสี ปูนดิบ เขาเปลี่ยนวัสดุดั้งเดิมให้ดูสมัยใหม่ ผสมผสานประสบการณ์จากเมืองหลวงและสายเลือดเพชรบูรณ์เข้าด้วยกัน 

สำหรับตั้ม แฟชั่นที่ดีคืออะไรก็ตามที่ปราศจากฤดูกาล บ้านพักตากอากาศของเขาก็ไม่ต่าง 

บ้าน 7 หลังมหัศจรรย์นี้เข้าพักได้ทุกฤดู

นักเดินทางสำรวจชีวิต

“ปกติเราทำงานหนัก เก็บเงินไปเดินทางท่องโลก แต่แทนที่จะออกไปเจอโลก เราอยากให้โลกออกมาเจอเรา อยากให้ทุกคนเก็บเงินมาเที่ยวบ้านเราบ้าง อยากให้เขาเดินทางมาทำความรู้จักเรากับพื้นที่”

ตั้มเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นไอเดียว่าความฝันอยากมีฟาร์มสเตย์ซ่อนอยู่ในใจลึก ๆ ตั้งแต่หยุดทำแบรนด์เสื้อผ้ามาทำแบรนด์สินค้าเกษตร เขาเฝ้ามองดูพัฒนาการของสวนผักที่ปรับเปลี่ยนเป็นฟาร์มออร์แกนิกจนลงตัว เฝ้ามองดูกิ่งก้านใบของต้นไม้ที่สูงใหญ่พอจะทอดเงาลงบนบ้านสักหลัง และเฝ้าฝันว่าสักวันคงได้เปิดประตูต้อนรับลูกค้าเข้าบ้านที่เขาออกแบบเอง

เขาลงมือพัฒนาโปรเจกต์ STAY.PILAFarm เมื่อต้นปีและเปิดให้บริการมาแล้วหลายเดือน นับว่ารวดเร็วมากสำหรับผู้ประกอบการที่พักอาศัยหน้าใหม่

ตั้มเปิดเผยความจริงว่าเขาพอมีประสบการณ์จากการทำห้องพักสไตล์ Airbnb ตอนทำกิจการเสื้อผ้ามาบ้าง

เขาใช้พื้นที่บนร้านย่านสุขุมวิท 95 หั่นเป็นห้องเล็ก 5 ห้อง ใช้เตียง Bunk Bed 2 ชั้น ตกแต่งโทนขาวดำคลาสสิก ในคอนเซปต์ Living in the Designer House โดยดีไซเนอร์เจ้าบ้านให้บริการลูกค้าเองทุกคน บ้างชวนไปซื้อผ้าที่สำเพ็ง บ้างชวนไปเดินชิมอาหารที่เยาวราช จนได้รับการจัดอันดับให้เป็น TOP 10 Most Incredible AirBnbs บ่งบอกว่ามันอาจไม่หรูหราที่สุด แต่การมอบประสบการณ์ให้ผู้เข้าพักนั้นทำให้มันน่าทึ่ง ลูกค้าในอดีตหลายคนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของตั้มจนถึงทุกวันนี้

ประสบการณ์จาก AirBnb ห้องเล็กจิ๋วในเมืองใหญ่ทำให้เขามีทัศนคติต่อการทำที่พักเปลี่ยนไป 

ที่นั่นเขาต้อนรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติทั้งหมด พอขยายพื้นที่สตูดิโอท้องไร่ให้เป็นฟาร์มสเตย์ เขาต้อนรับกลุ่มลูกค้าคนไทยครึ่งหนึ่ง 

“เราอยากเห็นการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน แต่ความท้าทายคือการหาจุดยืนที่จะดึงดูดลูกค้าได้โดยที่ยังเป็นตัวเราอยู่ด้วย

“เพราะคนที่จะมา ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก ที่อยู่นอกเมืองไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่เป็นนักเดินทางที่ต้องเดินทางมาเรียนรู้วิถีชีวิตที่นี่ เขาควรได้เสพงานดีไซน์ที่เราใส่เข้าไปในที่พัก”

วัตถุปลายตา

หากเคยเห็นเสื้อผ้าแบรนด์ PILA Studio ผ่านตามาบ้าง จะเห็นว่าทุกตัวมีโครงสร้างวินเทจแต่รูปลักษณ์ล้ำสมัย ตั้มไม่เคยบอกว่าเสื้อผ้าของเขาอยู่ในคอลเลกชันอะไร เพราะตั้งใจให้ทุกตัวสวมใส่ได้ทุกโอกาสและอยู่เหนือกาลเวลา

“เราใช้ประสบการณ์ในอดีตมาตีความและสื่อสารออกไปให้เกิดความก้าวหน้า PILA Studio มีสโลแกนว่า A History of Tomorrow หรือประวัติศาสตร์ของวันพรุ่งนี้ คือเมื่อวานกับวันนี้ เราคิดว่ามันคือความหมายของความยั่งยืน”

เป็นคอนเซปต์เดียวกันกับการทำฟาร์มสเตย์ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนด้านดีไซน์ มีโจทย์หลักคือการใช้สัจจะวัสดุในชุมชนมาออกแบบ เช่น เหล็ก สังกะสีลอนเล็ก ไม้ยุ้งข้าวรื้อทิ้ง ลูกฟักลายไทยแบบเชย ๆ ตามประสาเด็กที่เติบโตมากับบ้านสังกะสีของชาวนา และเจ้าของแบรนด์สินค้าเกษตรยั่งยืนที่สนับสนุนการขนส่งแบบ Low Carbon

“เวลาผ่านไปบ้านสังกะสีจะเกิดสนิม ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติแบบ Rustic Style” ดีไซเนอร์มักแววตาเป็นประกายกับของใกล้มือที่คนอย่างเรามองข้ามไปเสมอ 

ปัจจุบันบ้านไม้ชั้นเดียวมักถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างเป็นบ้านปูนทรงนอร์ดิกตามสมัยนิยม เป็นโอกาสของ STAY.PILAFarm ที่ชอบของเก่า ทำให้ตั้มได้ไม้กองใหญ่ที่คนรุ่นใหม่ไม่ใช้แล้ว ได้เสาทั้งต้นที่ไม่มีแม้แต่ปลวกหรือมอด พร้อมเล่าให้ชาวบ้านฟังว่าจะเอาไปทำอะไร นับเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ส่งต่อมรดกของหมู่บ้าน

ส่วนโจทย์รองของตั้มคือแพนโทนสีไม่ซ้ำใคร 

“ฟาร์มสเตย์เปลี่ยนคอลเลกชันบ่อยแบบเสื้อผ้าไม่ได้ เราเลยตีความแพนโทนจากการเกษตร ไม่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสของเทรนด์” เขาเล่าเหตุผลสำคัญ จนทำให้ได้สีดำถ่าน เหลืองขิง ม่วงข้าว เขียวยาสูบ แดงพริกเน่า น้ำเงินคราม น้ำตาลโกโก้ พอดิบพอดีกับบ้านทั้ง 7 หลังที่สร้างจากคอนเซปต์กาลเวลาเช่นเดียวกัน

“เวลาเราไปพักรีสอร์ตก็อยากเปลี่ยนที่ไปเรื่อย ๆ แต่ในมุมผู้ประกอบการ เราอยากให้ลูกค้าที่เคยพักแล้วอยากกลับมาอีก แต่มีประสบการณ์เปลี่ยนไป เราเลยสร้างบ้าน 7 วัน 7 แรงบันดาลใจ 7 สีจากพืชผลการเกษตร”

7 สิ่งมหัศจรรย์

ฟาร์มสเตย์แห่งนี้มีแนวคิดการออกแบบง่าย ๆ ด้วยตัว S เพียง 3 ตัว คือ Stay, Style, Sustainable 

หลังพูดคุยกับตั้มร่วมชั่วโมง เราขอสรุปความเอาเองว่าเป็นฟาร์มสเตย์ที่พักผ่อนได้เต็มที่ ด้วยการออกแบบสุดเก๋ไก๋ฝีมือดีไซเนอร์ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม

หากโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของ อำเภอหล่มสัก โดยมีรายนามแสนไพเราะเพราะพริ้งพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนี้

STAY.EverGreen (บ้านเขียวนิรันดร์) เป็นบ้านที่ได้แรงบันดาลใจจากสีเขียวเข้มของใบยาสูบ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของอำเภอหล่มสัก นับเป็นบ้านหลังแรกที่ตั้มทดลองใช้สัจจะวัสดุในการก่อสร้าง คือสังกะสีและไม้ โดยนำชานพักไว้นอกตัวบ้าน นำระเบียงใหญ่ไว้ในห้องนอน จำลองการไหลของน้ำจากหลังคามาสู่อ่างล้างหน้า มีอ่างแช่น้ำไม้สักจากฝีมือของช่างในชุมชน โดยซึมซับความเขียวชอุ่มของเพชรบูรณ์ได้จากทิวทัศน์ภูทับเบิกและเขาค้อได้อย่างเต็มที่

STAY.Chilli (บ้านพริกจินดาแดง) บ้านนี้หลังไซซ์ใหญ่จุใจ รองรับได้ถึง 4 ท่าน ตั้มได้แรงบันดาลใจมาจากปัญหาของเกษตรกรสวนพริกที่ขายผลผลิตไม่ได้ แล้วพริกที่ใกล้เน่าเสียจะมีสีแดงก่ำเหมือนไวน์ ภายในจึงตกแต่งด้วยสีแดงเบอร์กันดี อบอุ่น มีพลัง แต่ก็ให้ความสนุกสนานจากสีสันเผ็ดร้อน 

STAY.Indigo (บ้านคราม) บ้านสีครามเข้มนี้รองรับได้ 4 ท่านอีกเช่นกัน แต่จะให้ความสงบ เงียบขรึมขึ้นมาหน่อย ซึ่งเฉดสีครามเป็นสีของเสื้อผ้าคอลเลกชันแรกที่ตั้มออกแบบประกวด ทำให้เขาได้เรียนรู้วิถีการย้อมผ้าธรรมชาติฉบับดั้งเดิม โดยบ้านหลังนี้สร้างจากไม้มะค่า ไม้เนื้อแข็งมีมูลค่าที่คุณพ่อของตั้มเก็บสะสมมานาน นับเป็นบ้านที่ลูกกับพ่อสลับกันโยนไอเดียและผสมผสานความทรงจำของทั้งคู่ไว้อย่างลงตัว 

STAY.Charcoal (บ้านถ่านไบโอชาร์) ตั้มกระซิบว่าบ้านหลังนี้คือหลังโปรดของเขา เพราะถือเป็นหนึ่งในความฝันของวัยรุ่นหลายคน แต่ขอสงวนให้คนเท่ ๆ เข้าพัก 2 ท่านเท่านั้นนะ โดยตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลักสมชื่อ ผ้าปูสีดำ ผนังสีดำ โชว์อิฐเปลือย เข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในถ้ำ ผสมผสานการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูหรูหราแต่ก็คลาสสิก นอกจากได้กลิ่นอายของถ่าน ยังสะท้อนให้เห็นปัญหาการเผาถ่านสร้างฝุ่นควัน PM 2.5 ได้อีกด้วย 

STAY.Cacao (บ้านโกโก้) บ้านหลังนี้ตกแต่งด้วยโทนสีช็อกโกแลต ล้อมรอบด้วยสวนมะพร้าวน้ำหอมแสนร่มรื่น ตั้มเล่าว่าโกโก้เป็นพืชที่ชาวเพชรบูรณ์เคยถูกนายทุนหลอกให้ซื้อต้นพันธุ์ จนผลโกโก้ออกเต็มต้นแต่ไม่มีใครรับซื้อ ทั้งที่มันเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้ดีในจังหวัด การใช้สีน้ำตาลเข้มและเลือกเปลือยพื้นผิวธรรมชาติจึงเป็นเหมือนตัวแทนเกษตรกรที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน 

STAY.Riceberry (บ้านข้าวไรซ์เบอร์รี) เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างกับบ้านสีสดใสสบายตา ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนออร์แกนิก ได้รับแรงบันดาลใจจากข้าวไรซ์เบอร์รี ภายในตกแต่งด้วยเฉดสีของข้าวที่ผ่านการนึ่งมาแล้ว จากม่วงเข้ม ม่วงอ่อน เป็นชมพู ตัดกับสีน้ำตาลของไม้ ซึ่งทุกเช้าที่ฟาร์มจะเสิร์ฟข้าวดำลืมผัวสายพันธุ์เพชรบูรณ์ให้ลองเทียบเคียงสีสันกันดูด้วย

และ STAY.Ginger (บ้านขิงหล่มสัก) สีเหลืองทองอร่ามได้แรงบันดาลใจจากสวนขิงที่ปลูกล้อมบ้าน นับเป็นพืชส่งออกของเพชรบูรณ์ โดยตั้มเปลี่ยนความเผ็ดร้อนให้กลายเป็นความสดใส สดชื่น สว่างไสว ซึ่งหลังนี้เป็นหลังสุดท้ายที่ให้ความเป็นส่วนตัวสุด มองเห็นทุ่งนาข้าวอันกว้างใหญ่ไพศาล และภูเขาล้อมรอบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักหรือคู่เพื่อนสนิท

และเพื่อนซี้ 4 ขา! เพราะทุกห้องของที่นี่เป็น Pet-friendly พร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยงของทุกคน 

ตั้มเข้าใจเป็นอย่างดีว่าพวกมันเป็นส่วนประกอบในสังคม Inclusive ที่คนในชุมชนกับนักเดินทางอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขด้วยเช่นกัน

เปิบประสบการณ์ 

ตั้มบอกว่าหนุ่มสาววัยเบญจเพสอย่างเราเป็นตัวแทนกลุ่มลูกค้าหลักของเขาก็ว่าได้ เพราะโครงสร้างและคอนเซปต์ค่อนข้างโมเดิร์น แต่พอเอาเข้าจริง ๆ กลับเจอกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กตัวเล็ก สัตว์เลี้ยงตัวใหญ่ นอกจากจะได้พักผ่อนเอนกาย แล้วยังมีกิจกรรมให้ทำเพียบตลอดทั้งวัน 

ฟาร์มสเคปของที่นี่แบ่งเป็นโซนที่พัก โซนแปลงผักออร์แกนิก และโซนปศุสัตว์ มีทั้งม้า ห่าน นกยูง หมูป่า ไปจนถึงบ่อปลา หรือหากอยากออกกำลังกายให้ได้เหงื่อ ตั้มขอแนะนำเส้นทางเทรลสำหรับนักปั่น วิ่ง เดิน โดยในฟาร์มมีระยะทาง 1 กิโลเมตร รอบหมู่บ้าน 6 กิโลเมตร หรือ 8 กิโลเมตรเมื่อทะลุไปถึงอ่างเก็บน้ำ 

แต่เชื่อเถอะว่ามาถึงแล้วกิจกรรมที่เคยวางแผนไว้จะเหลือเพียงการพักผ่อน ตั้มบอกว่าเขาเคยถูกจองต่อจนถึง 7 คืนก็มี

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอาหารท้องถิ่นรสเลิศที่เสิร์ฟแบบจุใจตั้งแต่เช้าตรู่ เขาสารภาพตามตรงว่าเคยมีการพัฒนาสูตรอาหารให้ถูกปากคนกรุง สุดท้ายไม่พ้นต้องเลือกอาหารพื้นบ้านที่กินแล้วอร่อย เพราะอยากสะท้อนวัฒนธรรมชาวไทหล่ม ซึ่งใกล้เคียงกับความเป็นหลวงพระบางของลาว นำเสนอในเซตพาข้าวหย่องหน้าตาละม้ายคล้ายขันโตกภาคเหนือ ทั้งเมนูแกงลาว ลาบลืมผัว ไก่ย่างข้าวเบือ ปลาส้มทอดพิลาฟาร์มจากฝีมือแม่ครัวในชุมชน แอ้มผักสดปลอดสารพิษ เป็นการยกระดับวัฒนธรรมดั้งเดิมให้มีมูลค่าอย่างที่เขาถนัดมือ

“พนักงานเราก็คือชาวบ้าน อาหารท้องถิ่นที่กินแล้วอร่อย เราก็อยากนำเสนอให้ลูกค้าแบบนี้ ไม่อยากให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามโรงแรมใหญ่ที่มีรูปแบบของการนำเสนอ เราอยากให้เขาเป็นตัวของตัวเอง”

ตั้มนิยามทีมงานทั้งหมดของเขาว่าเป็น Comtemporary Team ฟังแล้วดูคล้ายศิลปินในแวดวงศิลปะ แต่นั่นหมายถึงทีมงานร่วมสมัยที่รวบรวมคน 3 ยุคไว้ด้วยกัน ทั้งวัยรุ่นอายุ 20 ต้น ๆ ที่พร้อมรับช่วงต่อ วัยกลางคนที่ยังเต็มไปด้วยไอเดียพลุ่งพล่าน ไปจนถึงวัยเกษียณที่ไม่ยอมเกษียณเสียที 

ข้อดีของการมีพนักงานเป็นคนในชุมชนทั้งหมด คือการที่ทุกคนมีจิตสำนึกรักบ้านเกิดเป็นทุนเดิม โดยวิถีชีวิตพวกเขาใช้ทรัพยากรน้ำใต้ดินทั้งอุปโภค-บริโภค ไหลเวียนกลับสู่พื้นที่ภาคการเกษตร ขยะที่เกิดจากชุมชนจึงน้อยมากเมื่อเทียบกับคนเมืองหลวงที่บริโภคมหาศาล

นอกจากนี้ จากเคยมีรายได้จากการเกษตรแค่ทางเดียว การดึงเด็กรุ่นใหม่ที่ออกไปตามหาความฝันให้กลับมาทำงานในหมู่บ้านก็สร้างเศรษฐกิจย่อม ๆ หรือ Microeconomics ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี หรืออาจกล่าวได้ว่า STAY.PILAFarm เป็นกิจการที่พาคนทั้งชุมชนเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันคือของขวัญ

จากผู้ประกอบการร้านสูต ตั้มเข้าสู่โลกธุรกิจท่องเที่ยวเต็มตัว และพบว่านักเดินทางไม่ได้เดินทางตลอดเวลา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของดีไซเนอร์ที่นิยมแฟชั่นเหนือกาลเวลา

“บริเวณรอบ STAY.PILAFarm เป็นฟาร์มเกษตร ช่วงนี้ต้นข้าวกำลังอ่อน มองเห็นทุ่งเขียวขจี ช่วงปลายปีเกี่ยวข้าวก็เป็นทุ่งข้าวสีเหลือง ช่วงปลูกยาสูบก็จะเป็นทุ่งใบยาสูบสีเขียวเข้ม แล้วก็ปรับไปสู่การปลูกข้าวโพด ต่อให้มา PILA Farm ช่วงไหน รูปที่ถ่ายก็จะไม่เหมือนเดิม”

โปรเจกต์ในอนาคตที่เราฟังแล้วยังตื่นเต้นคือการสร้าง The Lobby ตั้มตั้งใจให้เป็นโถงรับแขกที่มีสินค้าการเกษตรจัดจำหน่าย มีร้านตัดสูท PILA Studio ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ใช้เป็นพื้นที่ Co-working Space สำหรับเวิร์กช็อปย้อมผ้าหรือหัตถกรรมเบา ๆ เสริมทักษะ ไม่ทิ้งลายดีไซเนอร์จากโลกอนาคต ซึ่งเราคงได้เห็นกันเร็ว ๆ นี้

“ถ้าวันหนึ่งไม่มีเรา ความเป็นฟาร์มสเตย์แนวคิดเหนือกาลเวลาจะยังอยู่ คำว่าอนาคตของเราคือฆ่าไม่ตาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งการประกอบกิจการในรูปแบบวิสาหกิจ การออกแบบ แนวคิด นี่คือสิ่งที่เราตกผลึกและถ่ายทอดออกมาใน STAY.PILAFarm”

3 Things you should do

at STAY.PILAFarm

01

ปั่นจักรยานรอบหมู่บ้านโสกเดื่อ สำรวจวิถีชีวิตร่วมสมัยของชุมชนพหุวัฒนธรรม

02

ลิ้มรสความนัวของอาหารที่ผสมผสานระหว่างอีสาน เหนือ ลาว แบบฉบับเพชรบูรณ์ 

03

จุดประกายไอเดียและสร้างคอลเลกชันของตัวเอง หลังเข้าพักฟาร์มสเตย์ของดีไซเนอร์ 

STAY.PILAFarm

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ธีระพงศ์ คำแดง

ช่างภาพอิสระ โปรดิวส์เซอร์และผู้ช่วยผู้กำกับ ที่ชื่นชอบการเดินทาง และเป็นมนุษย์เป็ดที่แข็งแรง