26 กันยายน 2024
3 K

ตำนานเล่าขานว่าอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เต็มไปด้วยสิ่งลี้ลับ เนื่องด้วยเส้นทางทางภูมิศาสตร์มีความเลี้ยวลดคดเคี้ยวยากจะเดินทาง อีกทั้งในสมัยก่อนเมืองลับแลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูเขาและป่า จึงมีบรรยากาศสุดแสนเยือกเย็น จนได้ชื่อว่า ‘เมืองลับแล’ หรือเมืองที่มองไม่เห็นนั่นเอง
ถึงแม้เราจะไม่ใช่คนในพื้นที่ลับแลโดยตรง แต่วันนี้เราก็มีโอกาสเดินทางลัดเลาะเสาะหา ผ่านภูเขาลูกยักษ์ ป่าไม้สีเขียวกว่า 4 ไร่ และค่อย ๆ เดินตรงเข้าไป เห็นอะไรกลม ๆ หนาม ๆ หน้าตาอันตราย ทันใดนั้น เราลองขยับเข้าใกล้สิ่งไม่พึงประสงค์อีกสักนิด สุดท้ายก็ถึงบางอ้อว่า อ๋อ นี่มันทุเรียนนี่เอง!
นอกเหนือจากเสน่ห์ลึกลับ ผลไม้ขึ้นชื่อของที่นี่ก็หนีไม่พ้นราชาผลไม้อย่างทุเรียน วันนี้เราอยู่ที่ ‘สวนป้าเรียน’ สวนทุเรียนพร้อมบริการปอกเปลือก นั่งกินได้ทันที ถ้าขยับไปด้านหน้าอีกนิดมี ‘Summer Green Cafe’ คาเฟ่ขนมหวานที่เน้นทำจากผลทุเรียน เสิร์ฟกาแฟ ของคาว และของหวานต่าง ๆ


“ทุเรียนทานไม่ยาก ถ้ามาทานที่สวนป้าเรียน” ปุ้ม-สุกัญญา มีรัตน์ หญิงสาวผมสั้นอารมณ์ดี ลูกสาวของป้าเรียน พ่วงตำแหน่งเจ้าของร้าน Summer Green Cafe เปรยกับเราด้วยรอยยิ้ม
เธอเล่าว่าข้อเสียของการกินทุเรียนคือเปลือกที่ปอกยาก แต่ถ้ามากินที่นี่ จะปอกเปลือก จัดใส่กระจาดให้พร้อมทาน แถมได้ดื่มด่ำบรรยากาศสวนผลไม้ ซึ่งวันนี้อากาศดี ฟ้าฝนเป็นใจ ทุเรียนสีทองอร่ามมาเสิร์ฟตรงหน้า เราอยากชวนฟังเรื่องราวของสวนป้าเรียน และ Summer Green Cafe ด้วยกัน

ต้องเท้าความก่อนว่าก่อนจะเป็นสวนป้าเรียน ป้าเรียนประกอบอาชีพขายทุเรียนอยู่แล้ว เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งของบ้านปุ้มเป็นสวนผลไม้ที่ทำมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า จึงได้ทุเรียนคุณภาพดีมาขายเสมอ 

“แม่ของปุ้มหรือป้าเรียน แกไม่ใช่นักธุรกิจอะไรหรอก นึกง่าย ๆ ป้าเรียนเริ่มต้นจากการเป็นแม่ค้าทุเรียนตามตลาดเลยค่ะ ส่วนคุณพ่อช่วยดูแลสวน เรื่องการเกษตรต้องให้เขาเลย กลับกัน คุณแม่เป็นคนที่ขายของเก่งมาก มีฐานลูกค้าโดยไม่ต้องทำการตลาดเหมือนสมัยนี้ ถือว่าผลตอบรับดีมากในยุคนั้น

“มีช่วงหนึ่งก็ค่อย ๆ ขายดีขึ้นเรื่อย ๆ จากขนทุเรียนแค่รถเข็น 1 คัน กลายเป็น 4 – 5 รถกระบะแทน แต่ด้วยร่างกาย ถ้าให้กลับไปขนแบบนั้นทุกวันไม่ไหว แถมต้องใช้ทรัพยากรคนมากขึ้น แกก็บอกว่าแกเป็นแม่ค้า ไม่ใช่นักธุรกิจ บริหารอะไรไม่ได้มากมายขนาดนั้น เลยเปลี่ยนมาขายที่บ้านแทนดีกว่า บ้านเราก็เป็นสวนอยู่แล้ว เลยเป็นที่มาของการขายทุเรียนที่สวนป้าเรียนค่ะ” ปุ้มเล่าไปยิ้มไป

ส่วนปุ้มเป็นคนรุ่นใหม่ ช่วยดูแลด้านการจัดการ ต่อยอด ขยายพื้นที่ รวมถึงช่วยจ้างพนักงานเพื่อแบ่งเบาภาระผู้เป็นพ่อแม่ ซึ่งพื้นที่ที่เรานั่งสนทนากันอยู่เรียกว่าโซน ‘ใต้ถุนบ้าน’ ลักษณะบ้านป้าโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมลับแล ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมือนกินทุเรียนที่บ้านจริง ๆ 

ในขณะที่เรานั่งกินทุเรียน ก็มีลูกค้าแวะเวียนไม่ขาดสาย ปุ้มเล่าว่าที่นี่มีทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ จนวันนี้ แม้ย้ายทำเลเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ต้องใช้เวลาเดินทาง แต่ลูกค้าเก่าของป้าเรียนก็ยังแวะมาอุดหนุนถึงบ้าน ลูกสาวว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบุคลิกอันสดใสและเป็นกันเองของป้าเรียน

“พอเราย้ายมาบ้าน ก็เห็นข้อดีว่าเราชวนลูกค้ามานั่งกินในบ้านได้ เลยเพิ่มบริการปอกเปลือกให้เพราะปกติขายที่ตลาด ก็ซื้อกลับบ้าน ลูกค้าต้องแกะเอง พอเราเห็น Pain Point ตรงนี้ เลยจัดใส่กระจาดให้เลยค่ะ นับว่าเป็นเจ้าแรกในลับแลที่ขายทุเรียนที่มีบริการปอก นั่งทาน พร้อมชมสวน”

ส่วนตัวเราชอบกินทุเรียนอยู่แล้ว พอลองทุเรียนพันธุ์ ‘ลับแล’ ที่เป็นเอกลักษณ์ที่นี่ บอกเลยว่ารสชาติแตกต่าง ถ้าต้องอธิบายให้เข้าใจ เราขอเบิกตัวคุณปุ้มมาเผยเคล็ด (ไม่) ลับของทุเรียนลับแล

“ถ้าให้พูดตามตรงนะคะ ทุเรียนลับแลเริ่มมีปลูกในจังหวัดอื่น ๆ แล้ว แต่ถ้าความออริจินัล ก็ต้องยกให้ที่นี่แหละ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดิน แร่ธาตุในดิน ส่งผลต่อรสชาติ ทำให้ทุเรียนของเราอร่อยไม่เหมือนใคร ซึ่งทุเรียนลับแลแบ่งเป็น 3 พันธุ์ คือหมอนทองลับแล หลงลับแล และหลินลับแล ถ้าถามว่า รสชาติแต่ละพันธุ์แตกต่างกันยังไง เราขอเปรียบเทียบให้ฟังเหมือนตอนกินไก่นะคะ

“หมอนทองลับแล เนื้อแน่น ฟู เหมือนกินอกไก่ หลงลับแล เนื้อน้อยกว่า เข้มข้นกว่า เปรียบเสมือนน่องไก่ กินอร่อย เคี้ยวมัน หลินลับแล เนื้อน้อยที่สุด แต่ก็อร่อยที่สุดเช่นเดียวกัน เป็นเหมือนปีกไก่ค่ะ”

ปุ้มบอกว่าฉายาของทุเรียนหลงลับแล ชาวบ้านเรียกว่า ‘ทุเรียนเทวดาเลี้ยง’ เพราะได้ทำเลดี ปลูกบนภูเขา ได้รับการดูแลอย่างดีจากเกษตรกร รสชาติจึงมีเอกลักษณ์และอร่อยเหาะราวกับเทวดาเลี้ยง

ส่วนตัวเราที่ได้ทาน ขอบอกเลยว่าทุเรียนหลินลับแลนี่มัน Rare สมชื่อจริง ๆ ด้วยขนาดลูกที่ค่อนข้างเล็ก แต่มีรสชาติเข้มข้น แถมหายาก ถ้าใครมีโอกาสมาอุตรดิตถ์อยากชวนให้ลิ้มลอง ในขณะเดียวกัน เราก็ได้สอบถามปุ้มว่า ปุ้มชอบทานพันธุ์อะไรที่สุด ก็ได้คำตอบเดียวกันคือพันธุ์หลินลับแล

“ปุ้มก็ชอบกินหลินนี่แหละค่ะ แต่นาน ๆ ที ไม่งั้นเดี๋ยวจะไปแย่งลูกค้ากิน” ปุ้มหัวเราะ

ระหว่างที่คุยไป กินทุเรียนไป มองไปรอบ ๆ เราเห็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ มีผลไม้หลากหลายชนิด นอกเหนือจากทุเรียนก็มีทั้งลองกอง ลางสาด มะยงชิด คละกันไป พอมองถัดจากโซนใต้ถุนบ้านที่เรานั่งอยู่ เราก็สะดุดตากับ Summer Green Cafe คาเฟ่สีเขียวมินิมอล บรรยากาศดูโล่งโปร่ง น่าเข้าไปเยี่ยมชม

Summer Green Cafe คือคาเฟ่ที่ตั้งต้นจากการนำทุเรียนมาเป็นวัตถุดิบหลัก ทว่าผลผลิตของสวนป้าเรียนไม่ได้มีแค่ทุเรียน แต่ยังมีผลไม้อื่น ๆ ด้วย ปุ้มนำประโยชน์ตรงนี้มาต่อยอดเป็นเมนูคาว-หวาน เช่น ผัดไทยมะยงชิด หรือขนมหวานอย่างไอศกรีมโฮมเมดทุเรียน ไอศกรีมลองกอง และรสผลไม้อื่น ๆ

แล้ว Summer Green Cafe มีที่มาที่ไปอย่างไรคะ – เราถามสาวเจ้าของร้าน

“มันเชื่อมโยงมาจากสวนป้าเรียนค่ะ จากตอนแรกที่คุณแม่มีลูกค้าเก่ามาใช้บริการอยู่แล้ว เราเห็นเขากินทุเรียนเสร็จ กินน้ำตาม กลับบ้าน แล้วก็จบ เราเลยอยากบริการเขาให้ครบวงจรมากขึ้น ยิ่งหลัง ๆ มีชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น เขาอุตส่าห์เสียเงิน เสียเวลามา เราก็อยากให้เขาได้ใช้เวลากับพื้นที่นี้มากขึ้น

“เราว่ากาแฟกับการมาท่องเที่ยวคือของคู่กัน เลยเริ่มจากเสิร์ฟแค่กาแฟก่อน ตอนแรกพ่อกับแม่ไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ยอม หลังจากนั้นปุ้มเลยคิดรังสรรค์ไปเรื่อย จนต่อยอดผลทุเรียนให้เป็นเมนูอื่น ๆ คนที่มาที่นี่เขาจะได้เห็นว่ามีตัวเลือกในการกิน ไม่ใช่แค่ผลทุเรียน แต่กินเป็นไอศกรีมก็ได้”

ตัวเราที่เป็นผู้มาเยือน เมื่อได้อ่านเมนูแล้วก็พบว่าที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟแค่ขนมที่ทำจากทุเรียน แต่มีเมนูหลากหลายเหมาะกับใครก็ตามที่เดินทางมาเหนื่อย ๆ แล้วอยากหาอะไรดื่มให้สดชื่น ๆ เติมพลัง 

“ปุ้มอยากทำให้เห็นว่าที่นี่คือ Cafe of Fruit and Nature” ปุ้มพูดด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

ขณะที่กำลังนั่งเสพบรรยากาศใน Summer Green Cafe พร้อมชิมไอศกรีมไปหลายรส เราเหลือบไปเห็นโซนของฝากที่แสนตระการตา มีตั้งแต่ขนมเปี๊ยะทุเรียน กล้วยกวน จนถึงเสื้อผ้าสไตล์ลับแล

“นอกเหนือจากผลไม้ที่ได้คุณภาพ เราก็อยากโชว์ให้ทุกคนเห็นว่าอำเภอลับแลยังมีเสน่ห์อะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องเล่า เรื่องตำนาน ความขลัง จนถึงทำเลภูมิศาสตร์ ความสมบูรณ์ของดิน เราอยากจะงัดออกมาให้ทุกคนได้เห็นผ่านสินค้า อย่างน้อย ๆ ถ้าลูกค้ามาจะได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย”

หลังจากอิ่มหนำ ปุ้มพาเราเดินเล่นชมสวน เธอเล่าว่านอกเหนือจากทุเรียน ลองกอง ลางสาด ที่เห็น ๆ กันอยู่ ทางสวนก็มีปลูกมังคุดและมะยงชิดด้วยเช่นกัน โดยเวียนไปตามฤดูกาลของผลไม้นั้น ๆ 

“ปุ้มพยายามทำให้ที่นี่เป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักทุเรียน เห็นตั้งแต่มันอยู่บนต้น เห็นผลของมัน ปอกเปลือก รวมถึงเห็นกระบวนการที่ทุเรียนต้องผ่านการแปรรูปเป็นขนม เป็นทุเรียนทอด เป็นไอศกรีม”

ที่นี่ยังเปิดให้องค์กรที่ต้องการมาชมสวน มาเยี่ยมเยียน ทำกิจกรรม หรือจัดเวิร์กช็อปก็ได้เช่นกัน โดยล่าสุด ททท. ก็เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองลับแล

“เราเปิดรับทุกองค์กรที่อยากแวะมาชมสวนเราค่ะ เราจัดกิจกรรมให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มได้เลย บางทีมีเวิร์กช็อปปั่นน้ำทุเรียน บางทีก็ให้เข้ามาชมผลไม้ไทย แม้ตอนนี้เรายังไม่มีกิจกรรมเป็นของตัวเอง แต่อนาคตไม่แน่ เรากำลังริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมถ้าเป็นไปได้ รอจังหวะและเวลาที่เหมาะสมค่ะ”

เรามองว่าสิ่งที่ปุ้มและป้าเรียนริเริ่ม มอบคุณค่าให้ผู้มาเยือนมากกว่าแค่การเป็นคาเฟ่ นั่งจิบกาแฟ กินขนมแล้วจบ แต่ที่นี่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นถึงเสน่ห์ของเมืองลับแล นอกจากนี้ยังเป็นเสมือนสถานที่ที่ช่วยทำให้สินค้าท้องถิ่นได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย เราถามคำถามสุดท้ายกับปุ้มก่อนจากกัน 

พี่ปุ้มรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เมืองลับแลเป็นที่รู้จักมากขึ้น – เราถาม 

“รู้สึกมีคุณค่าค่ะ” ปุ้มยิ้ม “เหมือนเราเห็นสิ่งนี้มาตั้งแต่เล็ก ๆ เห็นตั้งแต่แม่ขายในตลาด เห็นพ่อตอนอยู่ในสวน แล้วเราเองก็ชอบกินทุเรียน เหมือนได้ส่งต่อความชอบให้กับคนอื่น พอเห็นคนอื่นชอบ เราก็อยากจะสร้างสรรค์ต่อ อยากให้คนอื่นรับรู้เพิ่มขึ้น และเราอยากทำให้คนที่มาเห็นว่า มันคุ้มค่านะกับการเดินทางมา 4 – 5 ชั่วโมงหรืออาจมากกว่านั้น มาถึงร้านเราก็จะแนะนำให้เขาไปวัดพระแท่นศิลาอาสน์ต่อ ไปเดินเล่นชมเมืองต่อนะ ทุกคนก็จะได้เห็นเสน่ห์ของที่นี่ จะได้รู้เหมือนปุ้มว่าอุตรดิตถ์ไม่ได้เป็นจังหวัดที่เป็นแค่ทางผ่านไปภาคเหนือนะ แต่มีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลย”

ปัจจุบันปุ้มต่อยอดกิจการของคุณแม่และตัวเองไปถึงเชียงใหม่และพัทยา โดยเปิดร้านชื่อว่า ‘หอมหวาน’ คาเฟ่ที่ขายขนมทุเรียนเป็นหลัก ปุ้มไม่เคยหยุดนิ่งและพร้อมจะรังสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

แม้ปุ้มมองว่าตนเองยังมีเป้าหมายที่ต้องพิชิต แต่จากที่เราได้เห็นและฟังเรื่องราวแสนอร่อยของสวนป้าเรียนและ Summer Green Cafe ในวันนี้ นั่นทำให้เรารับรู้ได้ทันทีว่าสวรรค์ของคนรักทุเรียนไม่ได้ตั้งอยู่บนฟ้า แต่ตั้งอยู่ในเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ – บ้านเกิดของปุ้มและป้าเรียนนี่แหละ

สวนป้าเรียน และ Summer Green Cafe

Writer

วรรณิกา อุดมสินวัฒนา

ติดบ้าน ชอบดื่มชา เล่นกีฬาไม่ได้เรื่อง

Photographer

อำนาจ คชนิล

ช่างภาพอิสระ ที่ชอบดนตรี กีฬา การท่องเที่ยว อนาคตอยากออกเดินทางรอบโลก