เจ้าสาวอยากได้ชุดเซ็กซี่ แต่แม่สามีช็อตฟีล
After Party สนุกเกิน ชุดเปื้อนไวน์ทำยังไงดี
จะทำยังไงเมื่อเจ้าสาวสูงกว่าเจ้าบ่าว
สารพัดข้อสงสัยที่คนมีต่อชุดแต่งงาน แล้วบางคำถามใช่ว่าจะหาคำตอบในกูเกิลเจอ คงเป็นเหตุผลว่าทำไมช่อง ‘Ganit Wedding’ ใน TikTok ถึงได้รับความนิยม

กนิษฐ์-สาวิตรี อัครมาส เจ้าของช่อง ผู้เปิดห้องเสื้อ Ganit ทำชุดราตรี-ชุดแต่งงานมากว่า 20 ปี จนมีวัตถุดิบเรื่องเล่าเบื้องหลังผืนผ้าและเส้นด้ายให้เราฟัง แต่ที่มาที่ไปของการสร้างช่องนี้อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ (เราเป็นหนึ่งในนั้น) คือกนิษฐ์ตั้งใจเปิดช่องเพื่อปิดห้องเสื้อ โละชุดแต่งงานที่ยังมีเหลืออยู่ประมาณ 70 ชุด
“ตอนนี้เหลือประมาณ 50 จาก 70 ชุด” เธออัปเดตสถานการณ์ให้ฟัง พร้อมชี้ไปที่ชุดแต่งงานที่เรียงรายอยู่ชั้นล่างของห้องเสื้อ ส่วนที่เหลืออยู่ชั้น 2 ที่เป็นที่เก็บและที่ทำงาน เป้าหมายที่เธอตั้งไว้ดูจะสำเร็จ แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิด คือช่องนี้ได้รับความนิยมจนคนดูตามมาตัดชุดใหม่ เพราะช่องให้ข้อมูลที่คนอยากรู้ และน้ำเสียงเล่าเรื่องที่ทำให้คนเชียร์ไปเปิดช่อง YouTube ด้วยเลย
ก่อนจะไปรู้ว่ากนิษฐ์ทำช่อง TikTok ยังไงให้ได้รับความนิยม เราอยากพาทุกคนไปรู้จักที่มาที่ไปของกนิษฐ์เพื่อเข้าใจช่วงเวลาปัจจุบันของเธอ
EP. 1 วัยเด็กของกนิษฐ์
“กนิษฐ์ชอบแต่งตัวตั้งแต่เด็ก ๆ ที่บ้านมีห้องหนึ่งทำเป็นตู้เสื้อผ้าไว้ วัน ๆ เราก็นั่งในห้องนี้ ดูเสื้อผ้า จับมา Mix and Match เรียงเป็นเซต ๆ ไว้ใส่ในแต่ละวัน”
ครอบครัวของกนิษฐ์ทุกคนให้ความสนใจกับการแต่งตัวเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะคุณแม่ที่ชอบแต่งตัวและเก็บสะสมเสื้อผ้าทุกชิ้น พี่สาว 2 คนที่มีคาแรกเตอร์แต่งตัวเป็นของตัวเอง
“พี่สาวคนหนึ่งทำเสื้อขาย เขาจะไปเดินสำเพ็งเพื่อซื้อผ้าแล้วเอาแบบไปให้ช่างตัด เราเห็นก็แอบไปสำเพ็งซื้อผ้าให้ช่างตัดบ้าง อยากใส่แบบไหนก็บอกช่างไป” ในวัย 11 ปี กนิษฐ์เริ่มออกแบบเสื้อผ้าใส่เอง เธอบอกว่ารูปร่างและสไตล์การแต่งตัวทำให้หาเสื้อผ้าใส่ยาก เธอนิยามว่า “มันล้ำยุคไปหน่อย”
“เราเน้นตัดชุดใส่เอง หรือบางทีก็เอาของที่ซื้อมาดัดแปลงหน่อย เราชอบการสร้างสรรค์ มันเป็นความสนุกตั้งแต่เด็ก ๆ และสไตล์เราล้ำกว่าคนอื่นหน่อย อย่างใส่เข็มขัด 3 – 4 เส้น ไปเดินสยามทีคนแหวกทางให้เลย เพื่อนก็ไม่เดินด้วยนะ เขาจะให้ไปเดินห่าง ๆ คนมองเยอะเกิน” เธอหัวเราะระหว่างเล่าความทรงจำวัยเด็กที่ผ่านมาเกือบ 30 ปีที่กนิษฐ์ไม่เขินอายในการเป็นตัวเอง พร้อมกับถือคติว่า ถ้ากล้าแต่งก็ไม่ต้องกลัวคนมองมาจนถึงทุกวันนี้
“แม่เราเป็นคนไม่ทิ้งเสื้อผ้า ในตู้แม่มีเสื้อผ้าหลาย ๆ แบบที่เขาฮิตในยุคนั้นอย่างกางเกงเอวต่ำ มายุคเราไม่มีใครนิยมแล้ว ส่วนใหญ่ชอบใส่เอวสูงกัน เราอยากใส่บ้างเลยไปให้ลุงช่างตัดกางเกงที่ตัดให้ประจำทำให้ ลุงบอกไม่ทำเพราะน่าเกลียด เขาด่าเราเลย ไม่ยอมตัดให้”

นิสัยหนึ่งที่กนิษฐ์มี คืออยากได้อะไรก็ต้องได้ ต้องมุ่งมั่นทำให้สำเร็จจนได้ ยิ่งอายุน้อย ความเข้มข้นของนิสัยนี้ก็มาก กนิษฐ์ตื๊อจนลุงยอมตัดให้แบบพบกันครึ่งทาง โดยเธอยอมปรับขอบกางเกงให้ต่ำที่สุดเท่าที่ลุงจะทำให้ได้
ความชอบแต่งตัวทำให้กนิษฐ์เริ่มขายสินค้าชิ้นแรกสมัยมัธยม เป็นโบติดผม สมัยนั้นนักเรียนหญิงนิยมโบติดผมที่มีลักษณะจับจีบ เธอลงทุนกับเพื่อนซื้อผ้ามาตัดเย็บโบขายให้เพื่อนคนอื่น ๆ กิจการนี้ไปได้สวยก่อนที่กนิษฐ์จะสอบเอ็นทรานซ์เข้าคณะครุศาสตร์ สาขาศิลปะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอน ม.4 เธอเลยต้องโบกมือลาชีวิตมัธยมไปเริ่มต้นเป็นนิสิต

“ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร แต่รู้ตัวว่าชอบศิลปะ พอเอ็นทรานซ์ เขาให้เลือกคณะได้ 5 อันดับ เราเลือกสายศิลปะหมดเลย ปรากฏติดครุฯ เลยได้เรียน พอจะไปเรียนต่อก็ลังเลว่าจะไปสายจิวเวลรีหรือเสื้อผ้าดี เลยลองไปฝึกงานทำจิวเวลรี เราชอบออกแบบนะ แต่การทำงานชิ้นเล็ก ๆ ไม่ใช่สไตล์เลย เราชอบทำอะไรที่ใหญ่ ๆ มีความเวอร์วัง และไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ เวลาทำตุ้มหู้ 2 ข้างเลยออกมาไม่เคยเหมือนกัน จะได้ไอเดียใหม่ ๆ ตลอด สุดท้ายออกมาเป็นจี้แทน
“และกลายมาเป็นคาแรกเตอร์ว่า เราไม่ชอบทำอะไรซ้ำ และไม่ชอบทำอะไรที่ชาวบ้านเขาชอบทำกัน”
เมื่อได้ปริญญาตรีมา 1 ใบ กนิษฐ์รู้สึกว่าตัวเองยังมีความรู้ไม่มากพอที่จะเอาตัวรอดในโลกใบนี้ เธอจึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เริ่มจากระดับอนุปริญญาสาขา Textile & Theatre Art ที่ London College of Fashion ก่อนจะต่อปริญญาโทด้าน Textile Design จาก Central Saint Martins College of Art & Design
“การเรียนปริญญาโทช่วยเพิ่มทักษะคิดวิเคราะห์ในการทำงาน ทำให้เรารู้ว่าจะผลิตสินค้าสักชิ้นต้องไปศึกษาและสำรวจตลาดก่อน ทำให้เรามองโลกลึกขึ้นไม่ใช่แค่ผิว ๆ”
EP. 2 เปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเอง
“ด้วยความที่ทุกอย่างในชีวิตเราเกิดขึ้นเร็ว พอเรียนจบปริญญาโทเลยคิดว่าจะพักไปเที่ยวสักปีหนึ่ง จะได้รอเพื่อน ๆ ไปด้วย”
กนิษฐ์ไม่ได้พักอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ไปเริ่มทำงานแรก คือเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สอนเรื่องสิ่งทอ (Textile) ตามที่ร่ำเรียนมา และย้ายไปทำงานที่แบรนด์หนึ่งในตำแหน่งดีไซเนอร์ จนมาเปิดห้องเสื้อของตัวเองชื่อว่า ‘Ganit (กนิษฐ์)’ ในปี 2002

“เราออกแบบชุดราตรีใส่เอง เพราะยังไม่มีห้องเสื้อไหนทำชุดราตรีได้ตอบโจทย์เรา เพื่อนเห็นก็จะชอบทักว่า ตัดจากไหน ใครทำให้ จะมาขอให้ช่วยทำให้ แรก ๆ ก็ทำให้ จนตัดสินใจเปิดห้องเสื้อของตัวเอง”
ห้องเสื้อกนิษฐ์ไม่มีสไตล์เฉพาะตัว นอกจากสไตล์ที่ใช่และเหมาะสมกับลูกค้า เป็นสิ่งที่กนิษฐ์ตกตะกอนได้ในระยะเวลาที่ผ่านมา คือไม่มีเสื้อผ้าไหนที่จะเหมาะสมกับทุกคน แต่เราทำเสื้อผ้าให้เหมาะกับคนคนนั้นได้
ชุดแต่งงานกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงของห้องเสื้อกนิษฐ์ ส่วนหนึ่งเพื่อตอบสนองความต้องการเจ้าของที่ชอบทำงานเวอร์วัง


“จุดยืนของห้องเสื้อเราคือทำตามใจลูกค้า เพราะเราทำงานแบบ Tailor-made ถ้าออกคอลเลกชันถึงตามใจตัวเองได้ ในเมื่อลูกค้าเป็นคนใส่ เมื่อไหร่ที่เขาแฮปปี้ก็จบ ถ้าเขาไม่แฮปปี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำให้เขาแฮปปี้ สำหรับเราชุดแต่งงานเลยเป็นความสุข ไม่ใช่แค่ชุดชุดหนึ่ง แต่เป็นความสุขของคนใส่ในวันสำคัญของเขา ซึ่งเขาควรจะสวยที่สุดและได้เป็นตัวเองที่สุด
“ชุดแต่งงานคือชุดที่ใส่ความเวอร์วังลงไปได้ เราเลยสนุกกับการทำสิ่งนี้ ยิ่งยุคนั้นคนฮิตชุดแต่งงานแบบเวอร์วัง ยิ่งเวอร์เท่าไรลูกค้ายิ่งชอบ ในพจนานุกรมเราเลยไม่มีคำว่าน้อยหรือ Less is More”
ลูกค้าของห้องเสื้อกนิษฐ์เลยเป็นคนที่ใจตรงกัน พวกเขาเองก็ไม่เจอห้องเสื้อไหนที่ตอบโจทย์ความต้องการได้เหมือนที่นี่ ชื่อเสียงห้องเสื้อกนิษฐ์ค่อย ๆ ขยายไปทั้งในไทยและต่างประเทศ อันเป็นผลจากที่กนิษฐ์ทำเว็บไซต์ให้ข้อมูลห้องเสื้อทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ลูกค้าต่างชาติที่ค้นเจอแล้วสนใจ ก็จะติดต่อมาขอให้ตัดชุด

EP. 3 สร้างช่อง TikTok เพื่อปิดห้องเสื้อ
22 ปี คืออายุของห้องเสื้อกนิษฐ์ตอนนี้ ซึ่งช่วง 10 ปีแรกเดินทางมาด้วยความสนุกและท้าทาย มีชุดที่กนิษฐ์ไม่เคยตัดมากมาย บางชุดก็ท้าทายความสามารถเจ้าตัว ไฟในการทำงานลุกโชติช่วง แต่เข้า 10 ปีหลัง เริ่มเกิดภาวะอิ่มตัว ความท้าทายระหว่างทำงานลดลง เสื้อผ้าเริ่มซ้ำกับที่เคยทำ กนิษฐ์อยากออกไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ให้ชีวิตตามประสาคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ อย่างแต่งบ้าน เปิดคาเฟ่ หรือทำธุรกิจที่เขาใหญ่
จนกระทั่งการสูญเสียคนสำคัญในชีวิตอย่างคุณยายมาถึง ทำให้กนิษฐ์มีภาวะซึมเศร้าจนต้องหาทางเยียวยาตัวเอง เธอเลือกวิธีโค้ช (Coaching) ที่ไม่เพียงช่วยให้จิตใจดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้เจอแพสชันใหม่ เธอจึงตัดสินใจไปต่อในเส้นทางนี้ ลงเรียนศึกษาจนเริ่มโค้ชให้คนอื่น ๆ เปิดคอร์สอบรม สวนทางกับงานห้องเสื้อที่ไฟค่อย ๆ มอดลง
“หลัง ๆ งานห้องเสื้อกินเนื้อเรานะ พอยุคสมัยเปลี่ยนมาเป็นออนไลน์เยอะขึ้น เราตามไม่ทัน ลูกค้าก็น้อยลง ยิ่งโควิดมา ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนหมดเลย ตลาดชุดแต่งงานเปลี่ยนไป สมัยก่อนคนชอบความเวอร์วัง เปลี่ยนมาเน้นความเรียบง่ายมินิมอลเพราะจ่ายน้อยกว่า คนไม่ได้ให้ความสำคัญกับชุดแต่งงานเท่าเมื่อก่อน ยิ่งมีตลาดจากจีนเข้ามาอีก เราว่าที่ยืนตรงนี้น้อยจัง ไม่มีใครเห็นค่าสิ่งนี้แล้ว
“เราไม่อยากแบกรับส่วนนี้ต่อไปแล้ว จึงจัดการเคลียร์กิจการ จ่ายเงินจ้างลูกน้องออกเหลือแค่ 2 คน คือเลขากับช่างตัดเสื้อ 1 คน แล้วประกาศเลยว่าปิดห้องเสื้อจ้า จากนั้นก็ลดราคาชุดแต่งงานให้เช่าที่เหลืออยู่ทั้งหมด ไลฟ์ขายแบบเคลียร์สต็อก ลด 80 – 90% จากราคาจริง บางชุดราคาหลักร้อย 500 บาทก็มี”
กนิษฐ์เดินหน้าเต็มที่เพื่อปิดฉากบทนี้ของชีวิต จนเหลือชุดแต่งงานในคลังอีกประมาณ 70 ชุด บวกกับได้เจอ แพรวพรรณ พิมพาภรณ์ ที่มาร่วมคอร์สอบรม แพรวทำงานรับสร้างช่อง TikTok ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่อยากให้ตัวเองเป็นที่รู้จักมากขึ้น กนิษฐ์สนใจงานของแพรวและอยากสนับสนุนเลยชวนแพรวทำช่อง TikTok ให้ตัวเอง โดยตั้งโจทย์ว่าเพื่อขายชุดที่เหลือให้หมด
“จริง ๆ ชุดพวกนี้ผ่านการทำกำไรมาหมดแล้วนะ เพราะเป็นชุดตัดเช่า แต่ด้วยความเสียดายงานตัวเองกว่าจะทำออกมาแต่ละชุด แล้วทุกชุดมีเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งเราจำได้ทั้งหมด สมมติหยิบตัวหนึ่งขึ้นมา เราเล่าได้เลยว่าลูกค้าเป็นใคร กระบวนการตัดชุดนี้เป็นยังไง

“เราบอกโจทย์แพรวไป แพรวก็ไปศึกษาว่าตลาดชุดแต่งงานใน TikTok มีอะไรที่คนยังไม่ทำ พบว่ายังไม่ค่อยมีคนให้ความรู้เรื่องการทำชุดแต่งงาน ส่วนใหญ่จะเป็นการโชว์ชุดมากกว่า เลยตัดสินใจทำคอนเทนต์คุยเรื่องการทำชุดแต่งงาน แพรวก็จะมีเรื่องมาถามส่วนเราเป็นคนตอบ ไม่ต้องมีสคริปต์เพราะทุกอย่างอยู่ในหัวเรา”
คนถามเป็นคนนอกวงการที่มีข้อมูลเป็นศูนย์ ทำให้การถามเลยแทนใจคนที่ไม่รู้เหมือนกัน บวกกับการเล่าเรื่องของกนิษฐ์ที่ทำให้คนอยากฟังต่อ เป็นผลให้ช่อง Ganit Wedding โตขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนเป้าหมายที่อยากขายชุดที่เหลือก็ยังดำเนินอยู่ ตอนนี้เหลืออีกประมาณ 50 ชุด
สิ่งที่นอกเหนือจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือคนดูติดต่อขอให้กนิษฐ์ช่วยทำชุดแต่งงานให้ แรก ๆ เธอเอาชุดที่มีอยู่มาดัดแปลงตามความต้องการลูกค้า แต่มีบางกรณีที่ลงมือตัดชุดให้ใหม่เลย ไฟในการทำชุดเลยค่อย ๆ กลับมา แม้ไม่ถึงขั้นที่จะกลับไปทำห้องเสื้อเต็มรูปแบบเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็เปลี่ยนให้เป็นงานอดิเรกได้
“แพรวเคยถามว่า ถ้าขายชุดหมดแล้วจะเอายังไงต่อ เราบอกไม่ต้องห่วง มีคอนเทนต์เล่าอีกเยอะ ยิ่งช่วงหลังที่เรามาทำ Coaching สนใจเรื่องความสัมพันธ์ด้วย เคยมีลูกค้าเข้ามาจะตัดชุดแต่งงาน แต่คุยไปคุยมาเขาขอเรา Coaching แทนก็มี
“ถ้ามองในมุมธุรกิจ การทำช่อง TikTok ไม่ค่อยคุ้มทุนนะ สมมติเลือกปล่อยห้องเสื้อให้คนเช่าต่อ ไม่กี่เดือนอาจจะได้เงินค่าชุดที่เหลืออยู่แล้ว แต่การทำ TikTok เราสนุกและได้รู้ว่ามีเรื่องที่เรารู้แต่คนอื่นเขาไม่รู้กันนะ อย่างการตัดหางชุดแต่งงานสำหรับเช่า คนไม่ค่อยรู้กันว่าร้านตัดให้ได้นะ แก้ให้ความยาวชุดพอดีกับคนใส่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่เจอร้านที่ไม่ทำให้”
EP. 4 ขยายไปเปิดช่อง YouTube
ตอนนี้เรื่องเล่าในช่อง Ganit Wedding นอกจากเป็นเบื้องหลังการตัดชุดแต่งงาน ข้อสงสัยต่าง ๆ ยังพูดคุยไปถึงเรื่องการจัดการกับความสัมพันธ์ เป็นแผนอนาคตที่กนิษฐ์จะต่อยอดงาน Coaching ด้วยการเปิดคอร์สและทำช่อง YouTube
“ทุกคลิปชอบมีคอมเมนต์ประมาณว่า พี่อย่าเพิ่งปิดห้องเสื้อนะ รอหนูแต่งงานก่อน หรือขอหนูหาแฟนก่อนนะพี่ โอเค งั้นเดี๋ยวเราเปิดคลาสให้เลย”
สารภาพว่าตอนฟังประโยคนี้จบ เราเข้าใจว่าเปิดคลาสสอนทำชุดแต่งงาน แต่เจ้าตัวอธิบายต่อว่า เปิดคอร์สสอนหาแฟน จะได้แต่งงานไว ๆ แล้วมาใช้บริการห้องเสื้อ ค่อนข้างหักมุมในความรู้สึกคนฟังแบบเรา
“จริง ๆ มีเพื่อนขอให้ทำคอร์สสอนเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเราบอกเสมอว่าเราได้สามีมาด้วยการ Manifest ถึงแม้จะมีคนจีบเยอะมาก แต่เราเสกมาได้คนนี้ เลยว่าเดี๋ยวเปิดคลาสสอนให้”
ท้ายที่สุดแล้วห้องเสื้อกนิษฐ์ไม่ได้ปิดถาวร หลังจากที่เธอมองเป็นงานอดิเรก ทำให้เธอบริหารงานส่วนนี้ต่อได้โดยไม่กระทบตัวเอง ปัจจุบันมีช่างตัดเสื้อประจำ 1 คน ที่เหลือจ้างคนนอกเป็นครั้ง ๆ ไป ห้องเสื้อน่าจะยังอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่เธอยังสนุกที่จะทำ
ชุดที่เจ้าตัวใส่มาคุยกับเราในวันนี้เป็นเดรสลายดอกสีสดใส ซึ่งเป็น Ready to Wear คอลเลกชันแรกของกนิษฐ์ที่จะเปิดขายเร็ว ๆ นี้ ถึงยังไงความชอบในเสื้อผ้ายังคงไม่หายไปจากตัวเธอ แม้จะไม่ได้ทำอาชีพที่เกี่ยวกับเสื้อผ้า แต่เธอก็จะยังแต่งตัวแบบที่ชอบต่อไป หรือไม่ก็มีเสื้อผ้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
“ทุกอย่างเป็นความท้าทายในชีวิตของเรา อย่างที่บอกว่าเราไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ ตั้งแต่เสื้อผ้ามาจนถึงทำคอร์ส Coaching เราก็เปลี่ยนรายละเอียดทุกรอบที่เปิดนะ มันสนุกกับการครีเอตสิ่งใหม่ ๆ ถ้าทำซ้ำก็น่าเบื่อนะ”

