ขอบอกก่อนว่า ตั้งแต่เขียนคอลัมน์ Mind Their Own Business! ครั้งนี้เป็นการตอบรับจากเจ้าของเรื่องที่ฉันเองถึงกับต้องเดินหนีและเกือบต้องวิ่งหนี เพราะมันเป็นเรื่องจาก รปภ. ของธนาคาร
เวลาเราคุยสัพเพเหระเพื่อให้เขาคายเรื่องออกมานั่นก็เรื่องหนึ่ง ไม่ล่อแหลมและไม่ยากเท่าไหร่ ถึงจะถามไปถึงว่า ถ้าคิดจะปล้นธนาคาร ทางรอดมีแค่ไหนคะ เขาก็ยังคงตอบเป็นอย่างดี
แต่พอขอถ่ายรูปปั๊บ เขาไม่ยอมท่าเดียว และเปลี่ยนเป็นดุมาก คราวนี้ฉันเองก็เอาล่ะสิ จะเอารูปที่ไหนให้คุณ บ.ก. ช่างภาพ ฮือ เพราะคอลัมน์นี้ไม่รู้จะเอาภาพอะไรประกอบ
ไม่ใช่แค่ รปภ. นะคะ เหล่าแม่บ้านประจำธนาคารก็ไม่แพ้กัน
ครั้นจะแอบภาพแบบถ่ายรูปเฉย ๆ ในธนาคาร มันก็มีกฎห้ามถ่ายรูป หรือจะลองไปถ่ายหน้าธนาคารเขาก็ตามประกบ จนมีแบงก์หนึ่งเป่านกหวีดวิ่งมาเลยทีเดียว เพราะไปเซลฟี่หน้าตู้เอทีเอ็ม
อืม ท่าทางฉันเองก็ลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ เพราะตื่นเต้น ฉันเลยวิ่งหนี (ทีนี้ฉันจะไปธนาคารนี้จริง ๆ ยังไงคะ)
อย่างไรก็ตาม ทำให้อุ่นใจขึ้นมาว่า รปภ. เมืองไทย บทเขาจะดุ เขาดุมาก โดยเฉพาะเหล่าพี่ที่มีปืน (ถึงเขาจะบอกว่าการใช้ปืนใช้ได้แค่ภายในธนาคารเท่านั้น ตามไปยิงนอกธนาคารไม่ได้ ฉันก็เกรงใจอยู่ดี)
โดยรวม เป็นคอลัมน์ที่สนุกค่ะ และสุขภาพดี เพราะได้เดิน (หนี) เยอะ เข้าเรื่องดีกว่า

ด้วยความที่ฉันเองหาเลี้ยงชีพด้วยการทำธุรกิจ เพราะฉะนั้น สถานที่หนึ่งที่ต้องไปบ่อย ๆ แทบทุกสัปดาห์ ก็คือ ธนาคาร
เนื่องจากเวลาความคิดตันหรือเริ่มเซ็ง การแวะไปธนาคารเป็นสิ่งที่เปลี่ยนโหมดความคิดได้ดีที่หนึ่ง สำหรับฉัน การนั่งทำงานนาน ๆ แล้วได้ออกไปเจอคนจริง ๆ ที่อยู่นอกวงของการรับผิดชอบของฉันอย่างพนักงานในออฟฟิศ ช่วยให้ความคิดแล่นเหมือนกัน
การไปธนาคารเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ความคิดแล่น
ถึงธุรกรรมทั้งหลายที่ต้องทำจะทำออนไลน์ได้ทั้งหมด แต่ฉันเองก็ติดการหาเรื่องออกไปเจอคนเหมือนกัน
ธนาคารเป็นสิ่งที่พอดีกับการเจอคน เพราะฉันได้รับการบริการอย่างดี มี Small Talk เรื่องต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับตัวฉันหรืองานของฉัน
เช่นกับ รปภ. ที่สนิท บางทีเขาก็เล่าเรื่องก่อนมาเป็น รปภ. บางคนเป็นนักมวยมาก่อน บางคนทำนา บางคนเป็นทหารมาก่อน ฯลฯ
หรือช่วงก่อนหวยออก พนักงานที่เคาน์เตอร์บางคนที่สนิทกันบอกว่า พี่ไม่ต้องแทงหวยหรอกค่ะ ซื้อกองทุนดีกว่า แบบความเสี่ยงระดับ 5 ขึ้นไป ลุ้นเหมือนกัน (ฉันเอ๊ะในใจเหมือนกันว่ากองทุนเกี่ยวอะไรกับหวย แต่คิดดี ๆ เออว่ะ เหมือนกัน ไม่แน่นอนเหมือนกัน)
ตัวฉันเองมีบัญชีมากมาย หลายธนาคาร ไปธนาคารทีพกสมุกบัญชีเป็นปึก มีเยอะแบบอีกนิดจะเป็นพวกรับจ้างบัญชีม้าแล้ว ที่มีบัญชีหลายบัญชีนี่ไม่ใช่ว่าเป็นมิจฉาชีพแต่อย่างใด แต่การที่มีบัญชีหลายส่วนก็เพื่อความง่ายดายในการจัดการเฉย ๆ
พอไปธนาคารบ่อย ๆ ก็จะเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากับคนในแบงก์ (ในที่นี้หมายถึง ธนาคาร เพราะเป็นการหลากคำเฉย ๆ แก้เบื่อ ไม่ใช่ว่าจ้องธนบัตรนานจนเริ่มทำความรู้จัก) เริ่มจะเห็นการทำงานของพนักงานแต่ละฝ่าย เพราะเวลานั่งรอ เราทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอ จะให้เล่นมือถือรอทุกครั้งมันก็เบื่อนะคุณ การดูคนในธนาคาร ดูลูกค้าที่มา สนุกนะ ยิ่งถ้าเป็นแบงก์สีชมพูหรือสีฟ้ายิ่งสนุก เพราะคนที่มาหลากหลายมาก มีทั้งสนิทกับพนักงานมาก มาถึงพยักเพยิดแล้วเสร็จเลย หรือมาแล้วกดบัตรเฉย ๆ แล้วเดินออกไปแบบกะเวลาแล้วกลับมาใหม่ หรือมาด้วยหน้าตาคร่ำเครียดพร้อมกับกดบัตรคิวสินเชื่อ

ที่บอกว่าหน้าดำคร่ำเครียดนี่จริงนะคะ มันเห็นความทุกข์ฉาบบนใบหน้าเหมือนเป็นฟิล์มดำ ๆ ความทุกข์บางทีเป็นรูปธรรมเหมือนกันนะ มันเห็นได้ จับต้องได้ เพราะถ้าเราอยู่ใกล้พอและนานพอ
ส่วนใหญ่ธุรกรรมที่ฉันเอาใจช่วยและอารมณ์ดีไปด้วย มักจะเป็นเวลาที่ได้ยินว่าเขาเอาหวยไปขึ้นเงิน มาแลกเงินเพื่อจะไปเที่ยวต่างประเทศ หรือมาขึ้นเช็คก้อนใหญ่ที่รอมานาน
ส่วนเวลาที่เห็นแล้วบีบหัวใจมาก ๆ คือเวลาที่ลูกหลานเข็นผู้สูงอายุในครอบครัวมาเบิกเงิน มาปิดบัญชี มาจัดการเรื่องเงินเป็นครั้งสุดท้าย
ส่วนพนักงานแต่ละก็มีทั้งดี ธรรมดา และไม่ค่อยเวิร์ก แต่ขอไม่เจาะจง เพราะแต่ละคนย่อมมีวันที่ดีและไม่ดี การเจอบางคนส้นเท้ามาก ๆ เราอาจจะเจอในวันที่ไม่ดีของเขาก็ได้
แต่ก็อาจจะมีจริง ๆ เหมือนกันที่ทุกวันของเขาคือ Bad Day (Heel and Foot)
นั่นเป็นเพียงข้อสังเกตคร่าว ๆ ในการไปธนาคาร ซึ่งมีหน้าที่จัดการเงินของเราและบริการเรา
สำหรับฉัน สนุกเหมือนกันนะคะ เวลาไม่นาน ไม่เกินครึ่งชั่วโมง มีสิ่งต่าง ๆ เกิดมากมาย และคนที่ฉันชอบได้สังเกตที่สุด คือ รปภ. ประจำธนาคาร เพราะส่วนใหญ่แล้วเขาคือด่านหน้าของธนาคาร
ฉันบอกได้เลยว่า ถ้า รปภ. ที่ไหนจัดการดี พูดจารู้เรื่อง แบ่งคิวได้ รู้เรื่องธุรกรรมด้วย รับรองว่าแบงก์นี้สนุกค่ะ เพราะคนที่ไป ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกล เขาจะเลือกคุยกับ รปภ. ก่อนเลย บางทีธุรกรรมที่ต้องการทำก็จบได้ที่ รปภ. โดยไม่ต้องเข้าไปในธนาคาร


แต่ไม่ใช่ทุกธนาคารจะมี รปภ. นะคะ จากการถามพนักงานมาว่าในห้างไม่มี รปภ. หรือคะ บางที่บอกว่าในห้างไม่มีค่ะ เพราะมีของห้างอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นสาขาในห้าง ส่วนใหญ่กำลังสำคัญเวลาคนล้นธนาคารคือแม่บ้าน
คุณแม่บ้านในธนาคารเขารู้ขั้นตอนธุรกรรมพื้นฐานอย่างมากนะคะ อย่างน้อยพวกการตั้งค่าแอปฯ ต่าง ๆ หรือต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เขาตอบได้สบายค่ะ ฉันถามเขานะว่าทางธนาคารอบรมมาหรือเปล่า แม่บ้านบอกว่าไม่ต้องอบรมหรอก ที่รู้เพราะอยู่ในแบงก์ไม่ต่ำกว่าวันละ 8 ชั่วโมง มันรู้เรื่องโดยปริยาย เพราะคนที่มาที่ธนาคารเองมักจะเป็นเคสซ้ำ ๆ
ส่วนสาขาที่อยู่ในย่านการค้าอย่างตลาดสดมักจะมี รปภ. ถ้าสังเกตดี ๆ บางสาขา รปภ. พกปืนด้วย ฉันเคยถามเหมือนกันว่าทำไมบางทีพกปืนได้ บางที่ไม่พก
เขาบอกว่าที่พกปืนต้องเป็นสาขาที่เงินสดเยอะหรือมีเซฟในตัวธนาคาร ส่วนการพกปืนจะเป็น รปภ. แบบพิเศษ เนื่องจากปกติผู้ที่จะพกปืนให้เห็นต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณคิดจะปล้น ดูปืนที่เอว รปภ. ให้ดีนะคะ เพราะเขาใช้ปืนเป็น แถมชำนาญด้วย เลือกเอาที่ที่เขาไม่พกปืนดีกว่า
พอถามต่อว่า คุณพี่คะ ถ้าเกิดคิดจะปล้น ทางธนาคารมีขั้นตอนอะไรบ้าง จะสู้มั้ย หรือจะปล่อยให้ปล้น และสาขาไหนปล้นง่ายสุด
คำถามเหล่านี้ถามมาไม่ต่ำกว่า 3 สาขา คุณ รปภ. เขาจะมองหน้าฉันนิ่ง ๆ ไม่ตอบ บางคนก็ยิ้ม แต่ไม่ตอบ จนฉันต้องบอกว่าไม่ได้คิดจะปล้นเอง รวมถึงไม่ได้จะส่งต่อให้คนอื่นปล้นด้วย อยากรู้ขั้นตอนเฉย ๆ จริง ๆ
มีสาขาหนึ่งแถบเสือป่า ฉันใช้บริการสาขานี้บ่อยมาก เพราะคุ้นเคยกับพนักงานที่นั่นเป็นอย่างดี เขาตอบง่ายเลย ๆ ว่า ถ้าปล้นจริง ๆ รปภ. จะไม่สู้กับโจรเลย แต่จะทำอย่างไรก็ได้ให้โจรไปให้เร็วที่สุด ไม่ขัดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น เอาชีวิตของพนักงานและลูกค้าไว้ก่อน
เหตุผลสำคัญ คือธนาคารทุกธนาคารมีกล้องและมีประกันภัย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสี่ยงสู้กับโจร มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่พร้อมทั้งกำลังคน ความสามารถ และอำนาจทางกฎหมายที่จะติดตามต่อไปอีกมากมาย
อืม ฉันดวงตาเห็นธรรมเลย ไม่ใช่ช่องทางการปล้นนะคะ แต่เห็นว่าถ้าเกิดการปล้น เอาตัวรอดไว้ก่อน อย่าสู้
พี่ รปภ. พูดต่อขำ ๆ ว่าปล้นธนาคารไม่คุ้มแล้ว เพราะขั้นตอนยาก กล้องเกลิ้งมีพร้อม เงินสดก็ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน เพราะกระจายแต่ละลิ้นชัก ส่วนเงินสดอยู่ในเซฟใหญ่ ถ้าจะปล้น ตามไปปล้นคนที่มาเบิกเงินสดดีกว่า เพราะมีคนที่มาเบิกเงินสดเยอะ ๆ พี่ รปภ. บอกว่าสังเกตคนที่ถือซองใหญ่และหนีบไว้กับรักแร้ ไม่ก็ใส่กระเป๋าไว้และหนีบไว้กับรักแร้ หรือไม่ก็คนที่ใช้กระเป๋าที่ธนาคารแจกและเอาไว้ใกล้ตัว อันนั้นก็เงินสดเยอะเหมือนกัน แต่จะมีเอกสารในนั้นด้วย

อันนั้นคือเงินสดก้อนใหญ่ เขาบอกว่าการหนีบไว้กับรักแร้เป็นการตะโกนบอกทุกคนว่า ฉันมีเงินสดก้อนใหญ่นะ ฉันถามว่าเคยมีคนตามไปปล้นไหม พี่เขาตอบว่าเคยมีเหมือนกัน เหตุการณ์นั้นเกิดมากกว่า 10 ปีแล้ว
ในตอนนั้นยังก้ำกึ่งระหว่าง Analog กับ Digital แต่นั่นไม่เยอะมาก ไม่กี่แสน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับธนาคารแล้ว เพราะปล้นกันนอกธนาคาร ตามไม่ได้และจับไม่ได้ด้วย แต่พี่เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก เพราะคนที่คิดจะปล้นแบบนี้ไม่ได้มีทั่วไปในสังคมเหมือนกัน จำนวนคนที่สุจริตยังมีมากกว่าอยู่ดี
เออ ฉันเห็นด้วยนะ การระวังและโฟกัสอะไรมาก ๆ จะดูพิรุธ เพราะฉะนั้นคนเรายังไงก็ต้องทำหน้าตายไร้ความรู้สึกให้เป็น
มีอีกนิด มีสิ่งที่ชอบคิดเสมอเวลาไปเจอธนาคารหรือร้านทอง และเจอ รปภ. ที่ดูแล้วไม่น่าจะวิ่งตามฉันทัน ฉันจะพล็อตการปล้นในหัวเสมอ ไม่ไช่การปล้นแบบใช้ปืนนะคะ แต่เป็นการแย่งเงินจากผู้ที่มาเบิกเงินสดเยอะ ๆ ยิ่งถ้าผู้เบิกเป็นคนชราที่ฉันว่าน่าจะสู้ได้ (แต่นั่นอาจผิดพลาดก็ได้ค่ะ เพราะผู้สูงอายุหลายท่านแข็งแรงเหลือเกิน อย่างการเดินขึ้นดอยสุเทพ ตัวฉันเองกิโลท้าย ๆ คือใกล้ตาย แต่เหล่าผู้สูงอายุเหล่านั้นยังเดินตัวปลิวอยู่เลย ขอคารวะ)
เมื่อคิดถึงทางหนีทีไล่ จริง ๆ คิดดี ๆ มีทางนะคะ แต่ที่ไม่ทำ ไม่เกี่ยวกับศีลธรรม แต่เพราะว่าไม่คุ้มกับการต้องโทษค่ะ
ทั้งหมดนี้ ความคิดเหล่านี้ เกิดขึ้นภายใต้หน้าตาที่เป็น Poker Face หรือหน้าตายมาก ๆ ค่ะ ไม่งั้น ฉันจะดูพิรุธ ศิริจรรยา มาก (ถ้าคุณเข้าใจก็ขอขอบคุณ ถ้าไม่เข้าใจ ไปบรรทัดใหม่เลยค่ะ)
และเป็นผู้ต้องสงสัยในที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่ดีค่ะ
ขอให้ทุกคนมีการเงินที่ดี
ไปละ บาย
