13 สิงหาคม 2024
1 K

ขอบอกก่อนว่า ตั้งแต่เขียนคอลัมน์ Mind Their Own Business! ครั้งนี้เป็นการตอบรับจากเจ้าของเรื่องที่ฉันเองถึงกับต้องเดินหนีและเกือบต้องวิ่งหนี เพราะมันเป็นเรื่องจาก รปภ. ของธนาคาร

เวลาเราคุยสัพเพเหระเพื่อให้เขาคายเรื่องออกมานั่นก็เรื่องหนึ่ง ไม่ล่อแหลมและไม่ยากเท่าไหร่ ถึงจะถามไปถึงว่า ถ้าคิดจะปล้นธนาคาร ทางรอดมีแค่ไหนคะ เขาก็ยังคงตอบเป็นอย่างดี 

แต่พอขอถ่ายรูปปั๊บ เขาไม่ยอมท่าเดียว และเปลี่ยนเป็นดุมาก คราวนี้ฉันเองก็เอาล่ะสิ จะเอารูปที่ไหนให้คุณ บ.ก. ช่างภาพ ฮือ เพราะคอลัมน์นี้ไม่รู้จะเอาภาพอะไรประกอบ

ไม่ใช่แค่ รปภ. นะคะ เหล่าแม่บ้านประจำธนาคารก็ไม่แพ้กัน 

ครั้นจะแอบภาพแบบถ่ายรูปเฉย ๆ ในธนาคาร มันก็มีกฎห้ามถ่ายรูป หรือจะลองไปถ่ายหน้าธนาคารเขาก็ตามประกบ จนมีแบงก์หนึ่งเป่านกหวีดวิ่งมาเลยทีเดียว เพราะไปเซลฟี่หน้าตู้เอทีเอ็ม 

อืม ท่าทางฉันเองก็ลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ เพราะตื่นเต้น ฉันเลยวิ่งหนี (ทีนี้ฉันจะไปธนาคารนี้จริง ๆ ยังไงคะ)

อย่างไรก็ตาม ทำให้อุ่นใจขึ้นมาว่า รปภ. เมืองไทย บทเขาจะดุ เขาดุมาก โดยเฉพาะเหล่าพี่ที่มีปืน (ถึงเขาจะบอกว่าการใช้ปืนใช้ได้แค่ภายในธนาคารเท่านั้น ตามไปยิงนอกธนาคารไม่ได้ ฉันก็เกรงใจอยู่ดี) 

โดยรวม เป็นคอลัมน์ที่สนุกค่ะ และสุขภาพดี เพราะได้เดิน (หนี) เยอะ เข้าเรื่องดีกว่า 

รูปนี้ขอพี่พนักงานแบงก์ถ่ายโต๊ะทำงานเขามาค่ะ 

ด้วยความที่ฉันเองหาเลี้ยงชีพด้วยการทำธุรกิจ เพราะฉะนั้น สถานที่หนึ่งที่ต้องไปบ่อย ๆ แทบทุกสัปดาห์ ก็คือ ธนาคาร 

เนื่องจากเวลาความคิดตันหรือเริ่มเซ็ง การแวะไปธนาคารเป็นสิ่งที่เปลี่ยนโหมดความคิดได้ดีที่หนึ่ง สำหรับฉัน การนั่งทำงานนาน ๆ แล้วได้ออกไปเจอคนจริง ๆ ที่อยู่นอกวงของการรับผิดชอบของฉันอย่างพนักงานในออฟฟิศ ช่วยให้ความคิดแล่นเหมือนกัน 

การไปธนาคารเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ความคิดแล่น 

ถึงธุรกรรมทั้งหลายที่ต้องทำจะทำออนไลน์ได้ทั้งหมด แต่ฉันเองก็ติดการหาเรื่องออกไปเจอคนเหมือนกัน 

ธนาคารเป็นสิ่งที่พอดีกับการเจอคน เพราะฉันได้รับการบริการอย่างดี มี Small Talk เรื่องต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับตัวฉันหรืองานของฉัน 

เช่นกับ รปภ. ที่สนิท บางทีเขาก็เล่าเรื่องก่อนมาเป็น รปภ. บางคนเป็นนักมวยมาก่อน บางคนทำนา บางคนเป็นทหารมาก่อน ฯลฯ 

หรือช่วงก่อนหวยออก พนักงานที่เคาน์เตอร์บางคนที่สนิทกันบอกว่า พี่ไม่ต้องแทงหวยหรอกค่ะ ซื้อกองทุนดีกว่า แบบความเสี่ยงระดับ 5 ขึ้นไป ลุ้นเหมือนกัน (ฉันเอ๊ะในใจเหมือนกันว่ากองทุนเกี่ยวอะไรกับหวย แต่คิดดี ๆ เออว่ะ เหมือนกัน ไม่แน่นอนเหมือนกัน) 

ตัวฉันเองมีบัญชีมากมาย หลายธนาคาร ไปธนาคารทีพกสมุกบัญชีเป็นปึก มีเยอะแบบอีกนิดจะเป็นพวกรับจ้างบัญชีม้าแล้ว ที่มีบัญชีหลายบัญชีนี่ไม่ใช่ว่าเป็นมิจฉาชีพแต่อย่างใด แต่การที่มีบัญชีหลายส่วนก็เพื่อความง่ายดายในการจัดการเฉย ๆ 

พอไปธนาคารบ่อย ๆ ก็จะเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากับคนในแบงก์ (ในที่นี้หมายถึง ธนาคาร เพราะเป็นการหลากคำเฉย ๆ แก้เบื่อ ไม่ใช่ว่าจ้องธนบัตรนานจนเริ่มทำความรู้จัก) เริ่มจะเห็นการทำงานของพนักงานแต่ละฝ่าย เพราะเวลานั่งรอ เราทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอ จะให้เล่นมือถือรอทุกครั้งมันก็เบื่อนะคุณ การดูคนในธนาคาร ดูลูกค้าที่มา สนุกนะ ยิ่งถ้าเป็นแบงก์สีชมพูหรือสีฟ้ายิ่งสนุก เพราะคนที่มาหลากหลายมาก มีทั้งสนิทกับพนักงานมาก มาถึงพยักเพยิดแล้วเสร็จเลย หรือมาแล้วกดบัตรเฉย ๆ แล้วเดินออกไปแบบกะเวลาแล้วกลับมาใหม่ หรือมาด้วยหน้าตาคร่ำเครียดพร้อมกับกดบัตรคิวสินเชื่อ 

ป้ายนี้ ทั้งพนักงาน รปภ. และแม่บ้านจะชี้ให้คนที่กดคิวสินเชื่อที่ธนาคารดู และอธิบายอย่างจริงจัง ซึ่งฉันเห็นด้วย นี่คือสาขาต่างจังหวัด 

ที่บอกว่าหน้าดำคร่ำเครียดนี่จริงนะคะ มันเห็นความทุกข์ฉาบบนใบหน้าเหมือนเป็นฟิล์มดำ ๆ ความทุกข์บางทีเป็นรูปธรรมเหมือนกันนะ มันเห็นได้ จับต้องได้ เพราะถ้าเราอยู่ใกล้พอและนานพอ 

ส่วนใหญ่ธุรกรรมที่ฉันเอาใจช่วยและอารมณ์ดีไปด้วย มักจะเป็นเวลาที่ได้ยินว่าเขาเอาหวยไปขึ้นเงิน มาแลกเงินเพื่อจะไปเที่ยวต่างประเทศ หรือมาขึ้นเช็คก้อนใหญ่ที่รอมานาน 

ส่วนเวลาที่เห็นแล้วบีบหัวใจมาก ๆ คือเวลาที่ลูกหลานเข็นผู้สูงอายุในครอบครัวมาเบิกเงิน มาปิดบัญชี มาจัดการเรื่องเงินเป็นครั้งสุดท้าย 

ส่วนพนักงานแต่ละก็มีทั้งดี ธรรมดา และไม่ค่อยเวิร์ก แต่ขอไม่เจาะจง เพราะแต่ละคนย่อมมีวันที่ดีและไม่ดี การเจอบางคนส้นเท้ามาก ๆ เราอาจจะเจอในวันที่ไม่ดีของเขาก็ได้ 

แต่ก็อาจจะมีจริง ๆ เหมือนกันที่ทุกวันของเขาคือ Bad Day (Heel and Foot)

นั่นเป็นเพียงข้อสังเกตคร่าว ๆ ในการไปธนาคาร ซึ่งมีหน้าที่จัดการเงินของเราและบริการเรา 

สำหรับฉัน สนุกเหมือนกันนะคะ เวลาไม่นาน ไม่เกินครึ่งชั่วโมง มีสิ่งต่าง ๆ เกิดมากมาย และคนที่ฉันชอบได้สังเกตที่สุด คือ รปภ. ประจำธนาคาร เพราะส่วนใหญ่แล้วเขาคือด่านหน้าของธนาคาร 

ฉันบอกได้เลยว่า ถ้า รปภ. ที่ไหนจัดการดี พูดจารู้เรื่อง แบ่งคิวได้ รู้เรื่องธุรกรรมด้วย รับรองว่าแบงก์นี้สนุกค่ะ เพราะคนที่ไป ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกล เขาจะเลือกคุยกับ รปภ. ก่อนเลย บางทีธุรกรรมที่ต้องการทำก็จบได้ที่ รปภ. โดยไม่ต้องเข้าไปในธนาคาร 

ขอเปลี่ยนสีเป็นขาวดำเพื่อไม่ให้รู้ว่าเป็นธนาคารสีอะไรนะคะ แต่นี่คือพี่ รปภ. เขาจะแนะนำเราได้มากมาย และลึกมาก นี่คือลึกถึงหน้าบัญชีของเรา 
คุณแม่บ้านท่านนี้บอกเรื่องธุรกรรมได้อย่างดี บอกได้ว่าจะกู้เงินต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง หรือวิธีคำนวณเงินกู้ เขาก็บอกเราได้เหมือนกัน 

แต่ไม่ใช่ทุกธนาคารจะมี รปภ. นะคะ จากการถามพนักงานมาว่าในห้างไม่มี รปภ. หรือคะ บางที่บอกว่าในห้างไม่มีค่ะ เพราะมีของห้างอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นสาขาในห้าง ส่วนใหญ่กำลังสำคัญเวลาคนล้นธนาคารคือแม่บ้าน 

คุณแม่บ้านในธนาคารเขารู้ขั้นตอนธุรกรรมพื้นฐานอย่างมากนะคะ อย่างน้อยพวกการตั้งค่าแอปฯ ต่าง ๆ หรือต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เขาตอบได้สบายค่ะ ฉันถามเขานะว่าทางธนาคารอบรมมาหรือเปล่า แม่บ้านบอกว่าไม่ต้องอบรมหรอก ที่รู้เพราะอยู่ในแบงก์ไม่ต่ำกว่าวันละ 8 ชั่วโมง มันรู้เรื่องโดยปริยาย เพราะคนที่มาที่ธนาคารเองมักจะเป็นเคสซ้ำ ๆ 

ส่วนสาขาที่อยู่ในย่านการค้าอย่างตลาดสดมักจะมี รปภ. ถ้าสังเกตดี ๆ บางสาขา รปภ. พกปืนด้วย ฉันเคยถามเหมือนกันว่าทำไมบางทีพกปืนได้ บางที่ไม่พก 

เขาบอกว่าที่พกปืนต้องเป็นสาขาที่เงินสดเยอะหรือมีเซฟในตัวธนาคาร ส่วนการพกปืนจะเป็น รปภ. แบบพิเศษ เนื่องจากปกติผู้ที่จะพกปืนให้เห็นต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณคิดจะปล้น ดูปืนที่เอว รปภ. ให้ดีนะคะ เพราะเขาใช้ปืนเป็น แถมชำนาญด้วย เลือกเอาที่ที่เขาไม่พกปืนดีกว่า 

พอถามต่อว่า คุณพี่คะ ถ้าเกิดคิดจะปล้น ทางธนาคารมีขั้นตอนอะไรบ้าง จะสู้มั้ย หรือจะปล่อยให้ปล้น และสาขาไหนปล้นง่ายสุด 

คำถามเหล่านี้ถามมาไม่ต่ำกว่า 3 สาขา คุณ รปภ. เขาจะมองหน้าฉันนิ่ง ๆ ไม่ตอบ บางคนก็ยิ้ม แต่ไม่ตอบ จนฉันต้องบอกว่าไม่ได้คิดจะปล้นเอง รวมถึงไม่ได้จะส่งต่อให้คนอื่นปล้นด้วย อยากรู้ขั้นตอนเฉย ๆ จริง ๆ

มีสาขาหนึ่งแถบเสือป่า ฉันใช้บริการสาขานี้บ่อยมาก เพราะคุ้นเคยกับพนักงานที่นั่นเป็นอย่างดี เขาตอบง่ายเลย ๆ ว่า ถ้าปล้นจริง ๆ รปภ. จะไม่สู้กับโจรเลย แต่จะทำอย่างไรก็ได้ให้โจรไปให้เร็วที่สุด ไม่ขัดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น เอาชีวิตของพนักงานและลูกค้าไว้ก่อน 

เหตุผลสำคัญ คือธนาคารทุกธนาคารมีกล้องและมีประกันภัย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสี่ยงสู้กับโจร มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่พร้อมทั้งกำลังคน ความสามารถ และอำนาจทางกฎหมายที่จะติดตามต่อไปอีกมากมาย 

อืม ฉันดวงตาเห็นธรรมเลย ไม่ใช่ช่องทางการปล้นนะคะ แต่เห็นว่าถ้าเกิดการปล้น เอาตัวรอดไว้ก่อน อย่าสู้ 

พี่ รปภ. พูดต่อขำ ๆ ว่าปล้นธนาคารไม่คุ้มแล้ว เพราะขั้นตอนยาก กล้องเกลิ้งมีพร้อม เงินสดก็ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน เพราะกระจายแต่ละลิ้นชัก ส่วนเงินสดอยู่ในเซฟใหญ่ ถ้าจะปล้น ตามไปปล้นคนที่มาเบิกเงินสดดีกว่า เพราะมีคนที่มาเบิกเงินสดเยอะ ๆ พี่ รปภ. บอกว่าสังเกตคนที่ถือซองใหญ่และหนีบไว้กับรักแร้ ไม่ก็ใส่กระเป๋าไว้และหนีบไว้กับรักแร้ หรือไม่ก็คนที่ใช้กระเป๋าที่ธนาคารแจกและเอาไว้ใกล้ตัว อันนั้นก็เงินสดเยอะเหมือนกัน แต่จะมีเอกสารในนั้นด้วย 

ฉันถ่ายคุณป้าคนนี้หน้าธนาคาร เขาเบิกเงินสดไปปึกใหญ่จริง ๆ ตามที่เคยถามพี่ รปภ. เป๊ะ ฉันปรับเป็นภาพขาวดำเพื่อให้ไม่รู้ว่าธนาคารไหน 

อันนั้นคือเงินสดก้อนใหญ่ เขาบอกว่าการหนีบไว้กับรักแร้เป็นการตะโกนบอกทุกคนว่า ฉันมีเงินสดก้อนใหญ่นะ ฉันถามว่าเคยมีคนตามไปปล้นไหม พี่เขาตอบว่าเคยมีเหมือนกัน เหตุการณ์นั้นเกิดมากกว่า 10 ปีแล้ว

ในตอนนั้นยังก้ำกึ่งระหว่าง Analog กับ Digital แต่นั่นไม่เยอะมาก ไม่กี่แสน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับธนาคารแล้ว เพราะปล้นกันนอกธนาคาร ตามไม่ได้และจับไม่ได้ด้วย แต่พี่เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก เพราะคนที่คิดจะปล้นแบบนี้ไม่ได้มีทั่วไปในสังคมเหมือนกัน จำนวนคนที่สุจริตยังมีมากกว่าอยู่ดี 

เออ ฉันเห็นด้วยนะ การระวังและโฟกัสอะไรมาก ๆ จะดูพิรุธ เพราะฉะนั้นคนเรายังไงก็ต้องทำหน้าตายไร้ความรู้สึกให้เป็น 

มีอีกนิด มีสิ่งที่ชอบคิดเสมอเวลาไปเจอธนาคารหรือร้านทอง และเจอ รปภ. ที่ดูแล้วไม่น่าจะวิ่งตามฉันทัน ฉันจะพล็อตการปล้นในหัวเสมอ ไม่ไช่การปล้นแบบใช้ปืนนะคะ แต่เป็นการแย่งเงินจากผู้ที่มาเบิกเงินสดเยอะ ๆ ยิ่งถ้าผู้เบิกเป็นคนชราที่ฉันว่าน่าจะสู้ได้ (แต่นั่นอาจผิดพลาดก็ได้ค่ะ เพราะผู้สูงอายุหลายท่านแข็งแรงเหลือเกิน อย่างการเดินขึ้นดอยสุเทพ ตัวฉันเองกิโลท้าย ๆ คือใกล้ตาย แต่เหล่าผู้สูงอายุเหล่านั้นยังเดินตัวปลิวอยู่เลย ขอคารวะ)

เมื่อคิดถึงทางหนีทีไล่ จริง ๆ คิดดี ๆ มีทางนะคะ แต่ที่ไม่ทำ ไม่เกี่ยวกับศีลธรรม แต่เพราะว่าไม่คุ้มกับการต้องโทษค่ะ 

ทั้งหมดนี้ ความคิดเหล่านี้ เกิดขึ้นภายใต้หน้าตาที่เป็น Poker Face หรือหน้าตายมาก ๆ ค่ะ ไม่งั้น ฉันจะดูพิรุธ ศิริจรรยา มาก (ถ้าคุณเข้าใจก็ขอขอบคุณ ถ้าไม่เข้าใจ ไปบรรทัดใหม่เลยค่ะ) 

และเป็นผู้ต้องสงสัยในที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่ดีค่ะ 

ขอให้ทุกคนมีการเงินที่ดี 

ไปละ บาย 

Writer & Photographer

ทิตยา ลิม

ชอบเล่าเรื่อง ชอบเขียนตั้งแต่เด็ก มองหาความสนุกจากทุกอย่างทั้งการเรียน งาน และการเขียน ชอบเล่นไพ่นกกระจอก (Mahjong) รักสัตว์ ชอบอ่านมาก อาศัยอยู่เชียงใหม่ ไป ๆ มาๆ กรุงเทพฯ โดยเฉพาะคลองถมเพราะกิจการยังอยู่ที่นั่น มีผลงานหนังสือชื่อ ‘คลองถมโทเปีย’