6 สิงหาคม 2024
2 K

หนึ่งในไฮไลต์ของ Thailand Coffee Fest คือการประกวดบรรจุภัณฑ์กาแฟ มีชื่อรางวัลทางการว่า Thailand Coffee Fest’s Packaging Awards 2024 

คอนเซปต์ของ Thailand Coffee Fest ปีนี้ คือ Regeneration เวทีประกวดนี้ยิ่งเข้มข้น หนึ่งในเป้าหมายของการจัดคือมอบกำลังใจและแรงสนับสนุนให้กับแบรนด์ที่ออกแบบแพ็กเกจจิง ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงสวยงาม แต่มุ่งสื่อสารและส่งต่อแนวคิดรักษ์โลกให้กับผู้คนได้ด้วย

ใครที่ไม่ได้ติดตามผล เราขอเฉลยไว้ตรงนี้เลยว่า ผู้ชนะคือ ‘Onibus Coffee Bangkok’ แบรนด์กาแฟจากโตเกียวที่มาเปิดสาขาในบ้านเราเมื่อปีก่อน บริหารโดย 2 เพื่อนซี้ ฮิว-ธีรจิต ล้วนพิชญ์พงศ์ และ ถิ-ถิรคุณ รติรัตนานนท์

มองภายนอก แพ็กเกจจิงที่ชนะรางวัลของ Onibus อาจดูสวยแบบเรียบ ๆ แต่เชื่อเถอะว่าภายใต้ความเรียบง่ายของถุงกาแฟในมือเรา มันผ่านกระบวนการคิดอย่างหนักของทีม Onibus ไทยและญี่ปุ่นที่ทำงานร่วมกัน การเสาะหาวัสดุและเทคโนโลยีใหม่ที่ประนีประนอมต่อสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ประนีประนอมเรื่องคุณภาพ

ถุงกาแฟโฉมใหม่ของ Onibus สื่อสารเรื่องความยั่งยืนจนคว้ารางวัลมาได้อย่างไร เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ ฮิวกับถิ 2 พาร์ตเนอร์ของ Onibus สาขากรุงเทพฯ จะฉีกถุงเพื่ออธิบายให้เราฟัง

Product / Sustainability / Community

มากกว่าการเป็นแพ็กเกจจิงที่ชนะรางวัล ถุงกาแฟใหม่ของ Onibus นั้นสะท้อนความเชื่อเบื้องหลังแบรนด์ได้อย่างเต็มเปี่ยม

สองหนุ่มบอกเราว่า แกนหลักทางธุรกิจของ Onibus Coffee Bangkok มี 3 ข้อ

ข้อแรก Product ซึ่งก็คือสินค้าที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเมล็ดกาแฟหรือแพ็กเกจจิงที่พวกเขาอยากคงคุณภาพให้ได้เทียบเท่าสาขาที่ญี่ปุ่น

ข้อสอง Sustainability ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่แทรกอยู่ในองค์ประกอบอื่น ๆ ทั้งถุงบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ ไปจนถึงแก้วในร้านที่ใช้ซ้ำได้ 

ข้อสาม Community การเป็นแบรนด์ที่ช่วยเชื่อมโยงคนกาแฟไว้ด้วยกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ก่อนหน้านี้ทีมงาน Onibus โตเกียว จะแวะไปเยี่ยมเยียนคนปลูกกาแฟที่ฟาร์มเสมอ เช่นเดียวกับสาขากรุงเทพฯ ที่พัฒนาสินค้าตัวพิเศษร่วมกับเกษตรกรและศิลปินไทยโดยเฉพาะ ทั้งเมนูโคล่าออร์แกนิกที่ขายแค่ช่วงหน้าร้อน ช็อกโกแลตจากเชียงใหม่ ไปจนถึงแก้วกาแฟสุดน่ารักฝีมือ aoon pottery 

Winning Green Packaging

หลังจากเปิดร้านที่กรุงเทพฯ มาได้ราว 1 ปี นี่คือปีแรกที่ Onibus Coffee Bangkok ได้เข้าร่วมงาน Thailand Coffee Fest และเป็นปีแรกที่พวกเขาลงประกวด Thailand Coffee Fest’s Packaging Awards 2024 เช่นกัน

“ก่อนหน้านี้เราสนใจเข้าร่วม Thailand Coffee Fest อยู่แล้ว แต่อยากทำร้านให้นิ่งก่อน พอร้านนิ่งเราก็เข้าร่วมเลย เพราะอยากแนะนำตัวกับลูกค้าหลายคนที่อาจจะรู้จัก Onibus Coffee อยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่ามาเปิดที่ไทย กับอีกกลุ่มคือไม่รู้จักว่า Onibus Coffee คือใคร” ถิเล่าถึงที่มาที่ไป ก่อนที่ฮิวจะเสริมต่อ

“เรารู้ข่าวจากในกลุ่ม Exhibitor ว่ามีงานประกวดแพ็กเกจจิงของ The Cloud เข้าไปอ่านรายละเอียดแล้วสนใจ เพราะครั้งนี้เขาเน้นเรื่องความยั่งยืนซึ่งเป็นแกนหลักของเราอยู่แล้ว เราอยากสื่อสารเรื่องนี้กับหลาย ๆ คน อยากไต่ระดับความยั่งยืนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่าเป็นการต่อยอดจากของเก่าแล้วกัน” 

ก่อนหน้านี้ Onibus Bangkok มีการพัฒนาถุงกาแฟฉบับใหม่ร่วมกับสาขาโตเกียวอยู่แล้ว พวกเขาจึงถือโอกาสนำมาเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้เสียเลย รู้ตัวอีกที ถุงกาแฟใหม่ของพวกเขาก็คว้ารางวัลชนะเลิศไปได้ 

แต่แพ็กเกจจิงของ Onibus นี้พิเศษที่ตรงไหน สองหนุ่มกางถุงทั้งใบให้เราดูแล้วค่อย ๆ ไล่เลียงรายละเอียดให้ฟัง

ถุง

คอกาแฟที่เคยแวะเวียนไปซื้อเมล็ดที่ร้านอาจรู้กันว่าบรรจุภัณฑ์ของ Onibus ใจดีกับสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ก่อนเข้าประกวดเสียอีก เพราะไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ถุงกาแฟของพวกเขาล้วนทำจากกระดาษพิเศษและแผ่นเคลือบ BioPBS ที่ย่อยสลายได้เอง

ถุงกาแฟแบบใหม่ที่เข้าประกวดรอบนี้ก็เช่นกัน นอกจากจะย่อยสลายได้ ถุงใหม่ยังปรับปรุงเรื่อง ‘กลิ่น’ ที่บางคนเคยฟีดแบ็กว่าถุงเดิมมีกลิ่นกระดาษแรงไปนิด แถมยังใช้เทคโนโลยี SilkBio ในการเคลือบ ทำให้ปกป้องเมล็ดกาแฟจากความชื้นและความร้อนได้อยู่หมัด

จนสุดท้ายก็ได้ถุงใหม่ที่ทั้งรักษ์โลก และมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิมให้ลูกค้า

สีสันและลวดลาย

บนถุงกาแฟใหม่ของ Onibus มีเฉดสีน้ำตาลที่ระบายซ้อนทับกันอยู่ ซึ่งเป็นเฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีของดิน (Soil) ในแหล่งปลูกกาแฟของ Onibus นั่นเอง

“Onibus มองว่าดินก็เหมือนกับคน ในดินมีจุลินทรีย์อยู่มากมาย ไม่ต่างจากคนในวงการกาแฟที่แตกต่างหลากหลายแต่อยู่ร่วมกันได้ ทั้งเกษตรกร คู่ค้า คนขาย คนกิน เราเชื่อมโยงถึงกันและร่วมมือกันสร้างสิ่งใหม่” ถิเล่าคอนเซปต์ แล้วชี้ให้เราดูประโยค Connections, One to Another บนถุง

“บนถุงมีคำว่า Connections, One to Another เพราะเราเชื่อว่ากาแฟคือเครื่องมือในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน สิ่งนี้ย้อนกลับไปตอบแกนหลักของ Onibus เรื่องคอมมูนิตี้ด้วย”

และเพราะเป็นถุงกาแฟที่ฝังกลบได้ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือสีที่ใช้พิมพ์ ซึ่งพวกเขาเลือกใช้สีที่ไม่ทิ้งสารตกค้างในดิน การฝังกลบและย่อยสลายนั้นจึงเป็นมิตรต่อโลกอย่างแท้จริง

รอยต่อ

โดยปกติแล้วหลังถุงกาแฟทุกถุงจะมี ‘วาวล์’ ทำหน้าที่ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเมล็ดกาแฟออกมาและป้องกันไม่ให้ถุงพองจนเกินไป

ปกติวาวล์ในถุงกาแฟส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก ไม่เป็นมิตรต่อโลก ทีม Onibus จึงทำวาวล์พิเศษจากวัสดุย่อยสลายได้ขึ้นมา ดังที่เราได้เห็นในแพ็กเกจจิงก่อนหน้านี้ของพวกเขา

แต่พวกเขาก็ยังไม่พึงใจ อยากดันเพดานความยั่งยืนให้ไปไกลกว่าเดิม ถุงกาแฟใหม่ล่าสุดนี้จึงไม่มีวาวล์อีกต่อไป เพราะทีมใช้เทคโนโลยีใหม่ชื่อ Timeless ผลิตถุงกาแฟที่มีรอยต่อ 

มองเผิน ๆ อาจดูคล้ายรอยต่อถุงทั่วไป แต่ความพิเศษของรอยต่อนี้คือมันทำหน้าที่ระบายก๊าซออกได้ไม่ต่างจากวาวล์เลย แถมยังทำให้หน้าตาหีบห่อดูสวยเนี้ยบขึ้นมาอีกระดับ

แม้ราคาจะสูงกว่าถุงกาแฟแบบวาวล์ แต่พวกเขาบอกว่ามูลค่าความยั่งยืนที่ร้าน (และโลก) ได้กลับมานั้นยิ่งกว่าคุ้ม

Sustainability for Coffee People

ไม่ได้สักแต่จะทำถุงรักษ์โลกให้เก๋ไก๋ แต่ที่สาขาโตเกียว คนญี่ปุ่นเขาก็มีการตั้งจุดเก็บถุงกาแฟ Onibus ที่ใช้แล้วนำไปฝังกลบให้ด้วย ซึ่งหลังจากย่อยสลาย ถุงเหล่านี้จะกลายเป็นปุ๋ยไปเลี้ยงกระเทียมและพืชผักต่าง ๆ ของคนแดนปลาดิบต่อไป (ฝั่งพี่ไทยของเราบอกว่าอยากทำบ้างเหมือนกัน แต่ระหว่างนี้ ลูกค้าคนไหนไม่อยากฝังดินเอง ก็คืนถุงที่ใช้ได้แล้วที่ร้าน Onibus Bangkok ย่านประตูผีก่อนได้เลย)

“เราค่อนข้างพอใจกับถุงกาแฟใหม่แล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากแตกไลน์ออกเป็นถุงที่มีขนาดเล็กกว่านี้อีก” ถิเกริ่นถึงทิศทางการพัฒนาในอนาคต

“แต่ ณ ตอนนี้ สิ่งที่เราคาดหวังคือถุงกาแฟใหม่จะช่วยสื่อสารออกไปได้ว่า Onibus มีความตั้งใจเรื่องความยั่งยืน และอยากสื่อสารเรื่องความยั่งยืนไปสู่คนวงกว้างกว่านี้อีก เพราะกาแฟเป็นสิ่งที่หลายคนกินทุกวัน แต่ไม่รู้ว่า Waste ที่เกิดขึ้นนั้นมีปริมาณมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบมากมายต่อคนในวงการ ทั้งราคากาแฟที่พุ่งสูง ผู้ผลิตลดน้อยลง สภาพอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อการปลูก

“หากเราละเลยมันและไม่ได้โฟกัสเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าเราอาจจะเหนื่อย อาจจะไม่มีกาแฟให้กินเลยก็ได้” ฮิวทิ้งท้าย

ใครอยากจับจองเมล็ดกาแฟพร้อมถุงใหม่ Onibus Bangkok มี 2 ไซซ์ให้เลือก คือ 500 กรัมและ 1 กิโลกรัม มีทั้งเมล็ดกาแฟ Single Origin (5 – 6 รสชาติที่หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ) และ Blend (เบสกาแฟที่ใช้ที่ร้าน) ตามไปช้อปกันได้ที่ช็อปย่านประตูผีได้เลย 

Onibus Coffee Bangkok
  • Once Again Hostel ซอยสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • Onibus Coffee Bangkok

Writer

พัฒนา ค้าขาย

นักเขียนชาวเชียงใหม่ผู้รักทะเลและหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender ความสัมพันธ์ และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน