“จะจดเอาเหรอ” คนตรงข้ามถามด้วยสีหน้าตกใจ เพราะเห็นเราหยิบสมุดปากกา
“เอาไว้จดแค่ประโยคสำคัญ ๆ ค่ะ” เราอธิบาย ถ้าให้จดทุกสิ่งที่คุยกันนับจากวินาทีนี้ มือเราคงตายในหน้าที่ เราหยิบมือถือโชว์ซึ่งจะทำหน้าที่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น
ถ้าบอกว่าเราคุยกับ แตร บุญยะเลี้ยง ต้องมีคนงงและไม่คุ้นชื่อนี้ แต่ถ้าบอกว่าเธอคือ กระแต อาร์สยาม เสียงอ๋อคงตามมาทันที นักร้องลูกทุ่งหญิงที่มีเพลงฮิตนับไม่ถ้วน ถึงขนาดมียุคหนึ่งที่เพลงของเธอเปิดในงานโรงเรียนบ่อย จนได้ฉายาว่าเป็นเจ้าแม่เพลงงานโรงเรียน
“เราร้องเพลงมาเกือบ 20 ปี สไตล์เดิม ๆ เราอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำ คนเราเกิดมาต้องหาสีสันให้ชีวิต ทดสอบตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าจะทำได้ถึงไหน”
กระแตในวัย 36 ย่าง 37 ปี ตัดสินใจย้ายบ้านที่อยู่ตั้งแต่เริ่มอาชีพนักร้องอย่างอาร์สยาม มาค่ายใหม่ Be On Cloud ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน และจากผลงานที่ผ่านมาดูไม่มีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่กระแตทำ เจ้าตัวบอกว่าเลือกที่นี่เพราะความสนุกของเจ้าของค่ายอย่าง ปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช
“เราเชื่อมั่นว่าเขาคงเห็นอะไรในตัวเราถึงชวนมาอยู่ด้วย พี่ปอนด์คงมองเห็นว่าจะพาเราเดินไปทางไหน ตัวเราก็ยังไม่รู้เลยนะ แต่รับรู้ได้ว่าน่าจะสร้างความสนุกให้ชีวิตเรา”
เราได้คุยกับกระแตก่อนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 1 วัน แม้จะมีข่าวออกมาก่อนหน้านั้น แต่เจ้าตัวยังคงขอเก็บบางอย่างไว้เป็นความลับ (ตอนที่ได้อ่านบทความนี้คงรู้กันแล้วว่าความลับที่ว่ามีอะไรบ้าง) ไม่เป็นไรเลย เพราะนอกจากความเปลี่ยนแปลงนี้ ชีวิตของกระแตยังมีมุมอื่น ๆ ที่เราขอเข้าไปทำความรู้จัก ตั้งแต่เด็กหญิงวัย 5 ขวบที่ตัดสินใจร้องเพลงช่วยครอบครัวหาเงิน (เธอบอกว่าจริง ๆ ร้องเพลงได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่) ย่างเข้าวัย 11 ปี สวมนวมขึ้นชกมวย ก่อนเข้าเส้นทางนักร้องที่กินเวลามาถึงทุกวันนี้ และอนาคตต่อไปอีก
กระแตบอกว่าชีวิตตอนนี้เป็นผลผลิตที่เกิดจากการหว่านเมล็ดไว้ ต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะออกดอกผล แต่มันหอมหวาน ทำให้ชีวิตของเจ้าตัวนับจากนี้เดินไปด้วยความสนุกและไปให้สุดในทุก ๆ ทาง

คุณมักเรียกแทนตัวเองว่ากระแต แต หรือแตร
แตนะ มาจากกระแต ชื่อจริงเราคือ แตร บุญยะเลี้ยง เปลี่ยนมาจาก นิภาพร บุญยะเลี้ยง พระอาจารย์ท่านตั้งให้ เป็นการเปรียบเปรยว่าทำอะไรก็จะดังเหมือนเสียงแตร แปลกเนอะ ชื่อเล่นดันยาวกว่าชื่อจริง
กำลังมี KT KRATAE เพิ่มเข้ามาในรายชื่อของคุณด้วย
ใช่
คุณอยู่กับชื่อกระแต อาร์สยามมาเกือบ 20 ปี อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจย้ายมาอยู่ค่าย Be On Cloud
หมดสัญญาพอดี และเราเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง ชื่อ KATHY COSMETICS เป็นแบรนด์เครื่องสำอาง ต้องมีการรีวิว การนำเสนอขายสินค้าต่าง ๆ อาจกระทบกับสัญญาได้ จึงตัดสินใจบอกค่ายว่าขอไม่ต่อสัญญานะ แต่ยังทำงานด้วยได้เหมือนเดิม
จุดไหนของ Be On Cloud ที่ทำให้คุณตัดสินใจย้ายมาอยู่
เราชอบความสนุกของพี่ปอนด์ บวกกับเชื่อมั่นว่าเขาคงเห็นอะไรในตัวเราถึงชวนมา พี่ปอนด์คงมองเห็นว่าจะพาเราเดินไปทางไหน ตัวเราเองก็ยังไม่รู้เลยนะ (ยิ้ม) แต่รับรู้ได้ว่าน่าจะสร้างความสนุกให้ชีวิต ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราสู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้ว่าค่ายเดิมนะ เพราะเขามีศิลปินที่ต้องดูแลเยอะ อาจดูแลเราไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์
เราคุยกับพี่ปอนด์ บอกตรง ๆ เลยว่าต้องการอะไร แล้วเขาต้องการอะไร ที่ผ่านมาพี่ปอนด์ทำงานแต่กับผู้ชาย อยากลองทำงานกับผู้หญิงบ้าง ไม่ได้อยากทำแค่ซีรีส์หรือภาพยนตร์ อยากทำงานเพลงด้วย ถ้าได้คนที่พร้อมทำงานเลยก็ง่ายดี ต่างคนต่างมาเติมเต็มสิ่งที่อีกฝ่ายขาด
เราตั้งใจอยากไประดับโลกด้วย เราร้องเพลงในไทยเกือบ 20 ปี ร้องแนวเดิม ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยน อยากลองหาอะไรใหม่ ๆ เราเชื่อในฝีมือพี่ปอนด์ด้วยเพราะเขาทำได้แล้ว อย่าง น้องมาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง กับ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ตอนนี้มีแฟนคลับทั่วโลกเลย
ฝันที่อยากไประดับโลกเข้ามาในตัวคุณได้อย่างไร
มันเป็นความฝันเรา ยิ่งมาทำธุรกิจของตัวเองเลยคิดว่า ถ้าตัวเราไปได้ไกล แบรนด์เราตามมาแน่นอน เหมือน Fenty Beauty ของ Rihanna เขาเป็นนักร้องระดับโลก แบรนด์เครื่องสำอางก็ระดับโลกเหมือนกัน เราพยายามคิดว่าทำยังไงให้ไปถึง
ตอนนี้ฝึกหลายอย่าง ฝึกร้องเพลง ฝึกภาษา และเรียนการแสดงด้วย เราไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อน เกิดมาก็ร้องได้เลย สงสัยได้มาจากพันธุกรรมพ่อแม่ (หัวเราะ) แต่พอเราเปลี่ยนแนวเพลงตั้งแต่ สะบัด, วิลิศมาหรา, Burning For You มีความสากลเข้ามา เราต้องเรียนเทคนิคการร้องเพิ่ม ตอนนี้เรียนอย่างเดียวเพื่อเพิ่มทักษะให้มากที่สุด

KT KRATAE แตกต่างจาก กระแต อาร์สยาม อย่างไร
แค่ชื่อก็ต่างแล้ว สิ่งที่คนจะได้เห็นแน่ ๆ คือผลงานทางการแสดงและผลงานเพลงในรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใน กระแต อาร์สยาม จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องมาก เดี๋ยวรอติดตามดีกว่า (หัวเราะ) ยังอยู่ในช่วงโยนไอเดีย ต่างคนต่างฟุ้ง มีสิ่งที่อยากทำเต็มไปหมด เราตั้งไว้เป็นความฝันก่อนว่าอยากทำอะไร พยายามทำให้เป็นจริง ใช้เวลาหน่อย แต่เราจะไม่หยุดแน่ ๆ เพราะเชื่อว่าทุกอย่างต้องลองก่อน มันเป็นไปได้เสมอถ้าเราเชื่อ
คุณเป็นนักมวยก่อนมาเป็นนักร้อง อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กสาวอายุ 12 ปีสนใจกีฬาชนิดนี้
บ้านเราจน อยากช่วยพ่อแม่หาเงิน อะไรที่ทำแล้วได้เงินเราไปหมด ข้างบ้านทำค่ายมวยเลยรู้ว่า อ้อ ต่อยมวยก็ได้เงินนะ ไปลองเตะเล่น ๆ ครูมวยมาเห็นว่าเชิงมวยได้จับขึ้นเวทีเลย ตัวเราสนุกด้วย ท้าทายแถมได้เงิน เป็นนักมวยอาชีพตั้งแต่นั้น ขึ้นชกตามงานต่าง ๆ สมัยก่อนต่างจังหวัดจะมีงานวัดที่มีเวทีชกมวย ยุคนั้นยังไม่มีมาตรฐานอะไร เอาคนมายืนเปรียบกันข้างเวที เห็นว่าโอเคก็ขึ้นชกเลย จำได้ว่าชกครั้งแรกได้เงิน 300 บาท แต่ตัวนี่เขียวไปหมด (หัวเราะ)
การต่อยมวยให้อะไรเรามากนะ คนจะคิดว่าเป็นเรื่องของพละกำลังอย่างเดียว จริง ๆ ต้องใช้สมองด้วย ต้องคิดว่าจะแก้มวยคู่ต่อสู้ยังไง แล้วเขาจะแก้มวยเรายังไง มีวินัยสูง เพราะนักมวยฝึกหนักมาก ๆ ทำให้เวลาแตจะทำอะไรจะฝึกฝนเยอะ ๆ
ที่มาที่ไปของ ‘น้ำหวานน้อย ศักดิ์บุญมา’ ฉายานักมวยของคุณ
คุณแม่ชื่อน้ำหวาน เราเชื่อเรื่องการบูชาพ่อแม่ คิดว่า ถ้าใช้ชื่อพวกท่านยังไงก็เป็นมงคล ตอนชกครั้งแรกไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าจะได้ชก พอเขาถามชื่อ นึกอะไรไม่ออกเอาชื่อคุณแม่แล้วกัน
เราเจอข้อมูลว่าคุณขึ้นชกประมาณ 40 กว่าครั้ง แพ้ไป 2 ครั้ง คิดว่าอะไรเป็นความได้เปรียบของคุณ
ความสวยค่ะ (หัวเราะ) ล้อเล่นนะ เพราะเราซ้อมหนักมาก ๆ เชื่อว่า ถ้าฝึกฝนมากพอ ความผิดพลาดจะน้อยลง หลักการนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง คนเราต้องมีความบ้าคลั่งในสิ่งที่ทำ ตอนเป็นนักมวยเราก็ไปให้สุด ได้แชมป์ที่โน่นที่นี่ มาเป็นนักร้องก็ไปให้สุดเหมือนกัน ถ้าทำแล้วไม่ไปให้สุดก็ไม่รู้จะทำไปทำไม หรือทำเล่น ๆ ก็เสียเวลา


เส้นทางนักมวยของคุณดูไปได้ดี ถึงขั้นได้แชมป์มวยไทยหญิงแห่งประเทศไทย ทำไมถึงตัดสินใจเบนมาเป็นนักร้อง
ต่อยมวยตอนอายุ 11 แต่เริ่มร้องเพลงตั้งแต่ 5 ขวบ ไปช่วยแม่ร้องเพลงตามงานต่าง ๆ งานทำบุญ งานวัด งานขึ้นบ้านใหม่ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวนักร้อง คุณแม่คุณพ่อร้องเพลงหมดเลย ตัวเราน่าจะร้องเพลงได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ (หัวเราะ) ไม่เคยเรียนร้องเพลงเลย แต่ฝึกฝนมาตลอด ชอบฟังเพลง แม่ผึ้ง-พุ่มพวง ดวงจันทร์ ฟังเทปแล้วมาซ้อมร้องกับพ่อแม่
ร้องเพลงได้ทิปเยอะมาก ๆ ขึ้นเวทีหนึ่งเราได้ 2,000 – 3,000 บาท แบงก์ร้อยปลิวเลย เพราะเวลาเด็กร้องเพลงมันน่ารักน่าเอ็นดู ผู้ใหญ่เลยให้ทิป ทำให้เรารู้สึกว่าร้องเพลงได้เงินง่าย ช่วยแม่ร้องมาตลอด มาถึงจุดที่อยากเป็นนักร้องเพราะมีโอกาสไปเป็นแดนเซอร์ให้ พี่เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ตอนนั้นดังมาก เดินสายร้องเพลงจังหวัดต่าง ๆ เขามาลำปางพอดี เราอยู่หลังเวที ได้ยินเรื่องค่าตัวว่าออกงานทีได้เป็นแสน! ฉันเต้นได้ 300 บาทเอง (หัวเราะ) ความรู้สึกแรกโอเค ฉันจะทำแบบนั้น ฉันจะไปเป็นนักร้องบ้าง
ไล่ประกวดทุกที่ที่คิดว่าจะทำให้คนเห็นความสามารถเรา เคยได้ถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เคยไปประกวด KPN Award โชคดีมีผู้ใหญ่เห็น พี่เณร-ศุภชัย นิลวรรณ ตอนนั้นเป็นผู้บริหารค่ายอาร์สยาม เขาโทรมาชวนเรา คงเพราะเห็นว่าเราแปลกด้วยมั้งเป็นทั้งนักร้องและนักมวยในตัวคนคนเดียว ยังไม่ค่อยมีใครทำแบบนี้
ยังจำความรู้สึกที่สายนี้โทรเข้ามาได้ไหม
กรี๊ดเลย ดีใจมาก เป็นความฝันของเราอยู่แล้ว เรานั่งรถทัวร์จากลำปางมากรุงเทพฯ มีเรื่องดราม่าเยอะนะ ดราม่าหมายถึงความน่าสงสาร เพราะตอนแรกเราคิดว่าเป็นนักร้องจะรวย ปรากฏจนกว่าเดิม เพราะเราไม่มีเงินไง มากรุงเทพฯ ทีก็ต้องขอยืมเงินญาติจ่ายค่าเดินทาง ค่าที่พัก ติดหนี้เป็นแสนจนหลัง ๆ ญาติไม่ให้ยืม
เราเริ่มจากเป็นนักร้องหญิง 4 คน ลูกทุ่ง 4-ทีน เวลาออกงานครั้งหนึ่งได้เงินเท่าไรต้องหาร 4 คน สมมติได้ 30,000 บาท หักทุกอย่างแล้วเราได้ประมาณ 2,000 บาท รู้สึกท้อมากเพราะไม่ได้เงินสักที นั่งรถมาทำงานก็เสียไปแล้ว 4,000 บาท เลยหยุด ไปเรียนเทควันโดแทน ตอนนั้น วิว-เยาวภา บุรพลชัย กำลังดัง เรามีฐานเดิมจากต่อยมวยด้วยคิดว่าคงไม่ยาก แล้วก็ไม่ยากจริง ๆ ก็เหมือนเดิม ไล่แข่งทั่วภาคเหนือ ตอนนั้นการกีฬาแห่งประเทศไทยติดต่อมาจะให้เก็บตัวไปเป็นทีมชาติ
ถ้าเป็นทีมชาติฉันก็จะไม่ได้มาเป็นนักร้องแล้ว จังหวะนั้นพี่เณรโทรมาชวนกลับไปร้องเพลงพอดี โอเค ตัดสินใจกลับไปร้องเพลงอีกครั้ง ได้เพลง เปิดใจสาวแต เป็นอัลบัมพลิกชีวิต ทำให้ปลดหนี้ได้หมดเลย จากนั้นเป็นนักร้องมายาว ๆ เล่าเรื่องดราม่าเยอะเลย (ยิ้ม)
ไม่ได้ตั้งใจดำ เปิดใจสาวแต จ้างมันเต๊อะ ตัวอย่างเพลงคุณที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คิดว่าเพลงเหล่านี้ทำให้คนฟังมีภาพจำกับคุณอย่างไร
นักร้องลูกทุ่ง นักร้องนักมวยสาวเหนือ จบ เพลง ไม่ได้ตั้งใจดำ อาจารย์แต่งเพลงมาจากตัวเรา ตอนนั้นผิวคล้ำ คุณแม่ก็ผิวเข้ม เขาเลยแต่งท่อนประมาณว่าแม่พาดำ ซึ่งเราไม่ชอบเพลงนี้ มีหลายเพลงที่ดังแล้วเราไม่ค่อยชอบ แต่เพลงไหนที่ชอบก็คือไม่ดัง (หัวเราะ) เพลง ไม่ได้ตั้งใจดำ ไม่ชอบเพราะเนื้อหาเหมือนว่าแม่เรา มันเป็นปมเราด้วยตอนเด็ก ๆ ถูกล้อเรื่องนี้บ่อย เป็นคนเหนือต้องผิวขาวสิ ทำไมดำ แต่เพลงดันติดหูคนเฉยเลย
เพลง เปิดใจสาวแต ก็ไม่ชอบ เพราะเนื้อเพลงเป็นคำเมืองเลยใครจะฟังออก ตอนแรกบอกพี่เณรว่าหนูไม่ร้องแล้วได้ไหม หนูขอกลับไปเล่นเทควันโดดีกว่า เพราะหนูรู้เลยเพลงนี้ออกมาไม่ดังหรอก เพลงที่ดังมันต้องเป็นเพลงแนวฉันรักเธอ คิดถึง หรือมีอะไรที่คนทั่วไปฟังได้ ปรากฏว่าดันดังคนชอบอีก คิดว่าจังหวะปล่อยเพลงดีด้วย สมัยนั้นเพลงลูกทุ่งยังไม่ค่อยมีใครเอามาทำเป็นเพลงแดนซ์เท่าไร เราโดนวิจารณ์เยอะเลย โดนแอนตี้ด้วย
คุณมักโดนวิจารณ์ว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งแต่ทำไมขายเซ็กซี่ ในมุมคุณคิดว่าเป็นเพราะอะไรที่ 2 อย่างนี้ไปด้วยกันไม่ได้
เพราะวัฒนธรรมเมืองไทยแค่นั้นเลย เป็นนักร้องลูกทุ่งต้องเรียบร้อย พอเราเอาความสากลความป๊อปมาใส่ คนแอนตี้ เขารู้สึกว่าเรากำลังทำเพลงลูกทุ่งเสื่อมเสีย การแต่งตัวของเราเริ่มมีความเซ็กซี่ด้วย โอ้โห ตอนนั้นดราม่าเยอะมาก


ความเซ็กซี่เป็นตัวตนคุณอยู่แล้ว หรือเป็นสิ่งที่ค่ายกำหนดมา
เราชอบ มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ร่างกายเราผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักด้วย (ยิ้ม) ยุคนั้นเริ่มมีกระแสผู้หญิงมีกล้าม ต่างจากเมื่อก่อนที่ผู้หญิงคนไหนมีกล้ามจะโดนล้อ เราก็เคยโดนล้อ เลยไม่มั่นใจ ไม่กล้าใส่ขาสั้นแขนสั้น
พอฝรั่งนิยมมีกล้าม คนไทยก็รับมา รู้สึกว่าถึงคิวข้าแล้วเพราะข้ามีกล้าม (ยิ้ม) เราว่ามันเป็นความเท่ของผู้หญิงด้วยในการโชว์สรีระตัวเอง โชว์ความแข็งแรง
คุณเริ่มเป็นนักร้องเพราะอยากหาเงินเยอะ ๆ การทำอาชีพนี้มานานเข้าทำให้เรารู้สึกกับมันอย่างไร
เป็นตัวเราที่สุดโดยไม่ต้องพยายาม เราฝึกร้องเพลงมาตั้งแต่ในท้องแม่แล้ว (หัวเราะ) เป็นความสุข แต่บางทีมีจุดที่เราเบื่อ อย่างที่บอกว่าเราร้องเพลงมาเกือบ 20 ปี สไตล์เดิม ๆ เราอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำ คนเราเกิดมามันต้องหาสีสันให้ชีวิต ทดสอบตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าจะทำได้ถึงไหน
เป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นจากคุณในอนาคต
ใช่ แต่อาจไม่ได้ร้องลูกทุ่งจ๋าเท่าเมื่อก่อนนะ และมีความเป็นตัวเราใส่ลงไป
ความเป็นกระแตที่จะใส่ลงไปในเพลง
ศิลปินระดับโลกทุกคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ใส่วัฒนธรรมที่เขาเติบโตมา อย่าง Tyla เป็นแอฟริกัน ก็เอาวัฒนธรรมแอฟริกาใส่ในเพลง เรามาจากเมืองไทยก็จะเอาความเป็นไทยใส่ลงไป เช่น การเอื้อน ฝรั่งทึ่งนะว่าทำได้ยังไง
2 – 3 ปีนี้คุณทำเพลงที่มีกลิ่นอายลาตินอเมริกา นี่เป็นความตั้งใจที่คุณเคยบอกว่าอยากทำเพลงลูกทุ่งให้เข้าถึงคนมากขึ้นไหม
ใช่ ยุคแม่ผึ้งก็โดนแอนตี้เหมือนกันช่วงปล่อยเพลง กระแซะเข้ามาซิ เขาเป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรก ๆ ที่เอาความเป็นสากลเข้ามาใส่ในเพลงลูกทุ่ง สุดท้ายคนก็ยอมรับ วัยรุ่นเข้ามาฟังลูกทุ่งมากขึ้น เราอยากทำแบบนั้นบ้าง อยากให้เพลงลูกทุ่งเข้าถึงคนได้มากกว่านี้
คุณรู้สึกยังไงกับการที่มีคนแปลกใจเวลาฟังนักร้องลูกทุ่งร้องเพลงป๊อปหรือเพลงต่างประเทศ
ถ้าเราเป็นคนฟังก็เซอร์ไพรส์เหมือนกันเป็นเรื่องปกติ คนชอบมองว่านักร้องลูกทุ่งร้องได้แค่เพลงลูกทุ่ง หรือเช่นกัน นักร้องเพลงป๊อปมาร้องลูกทุ่งคนก็ว้าว ทุกคนเข้าใจว่าเป็นนักร้องแนวนี้ก็จะร้องได้แค่แนวนี้ เราอยากลองทำเพลงหลาย ๆ แนว แต่ต้องยอมรับว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งมาร้องสากลยากจริง ๆ
ยากยังไง
เรื่องของการออกเสียง การใช้เสียง การร้องเพลงลูกทุ่งจะใช้เสียงนาสิก ถ้าเป็นสากลจะใช้เสียงจากท้อง วิธีการแตกต่างกัน
แล้วมีความได้เปรียบไหม
ได้เปรียบตรงร้องเพลงแนว R&B สบายเลย ทำ Adlib ง่าย คิดว่าถ้าได้ทำจริง ๆ อาจจะเอาลูกทุ่งมาผสม R&B


เจอประวัติการศึกษาคุณว่าจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้
ชอบเล่นเกม The Sims มาก (ลากเสียง) ไม่กินข้าวกินปลานั่งเล่นอยู่หน้าคอม พอโตขึ้นไม่ได้เล่นแล้ว อยากกลับไปเล่นอยู่นะแต่กลัวไม่ได้ทำงาน (หัวเราะ) ตอนที่เลือกว่าจะเรียนคณะอะไรก็ขอเลือกสิ่งที่เราชอบ บ้านเราก็ออกแบบเอง ไปช่วยเพื่อน ๆ ในวงการที่สนิทบ้าง ถ้าใครรู้ก็มาขอให้เราช่วยบ่อย ๆ
คิดจะต่อยอดทางนี้ไหม
มีคิดไว้ว่าอีกสักปีสองปีอยากทำหมู่บ้าน กำลังดูลู่ทางอยู่
ที่ผ่านมาคุณมักเลือกทำอะไรสักอย่างโดยมีเงินเป็นปัจจัยหลัก ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไป สิ่งที่คุณอยากทำคืออะไร
โอ้โห อะไรดีล่ะ (นิ่งคิด) ก็คงเป็นนักร้องอยู่ดี จริงอยู่ที่ครอบครัวเราจนเลยต้องร้องเพลง แต่ถ้าครอบครัวไม่จนเราก็คงโตมาร้องเพลงอยู่ดี เพราะเป็นครอบครัวนักร้อง ถ้าให้เลือกทำอะไรสักอย่างโดยไม่มีความชอบมาเกี่ยวข้อง คงเลือกเป็นนักธุรกิจเพราะได้ตังค์เยอะ (หัวเราะ) แต่ถ้าเอาความชอบเป็นที่ตั้งก็เป็นนักร้อง เพราะชอบร้องเพลง
คุณบอกว่าตัวเองนับถือศาสนาฮินดู คุณค้นพบสิ่งนี้ได้อย่างไร
นับถือทั้งศาสนาพุทธและฮินดู ส่วนค้นพบได้ยังไง เพราะเห็นคนในวงการไหว้พระพิฆเนศ เราเป็นพวกอยากรู้อยู่แล้ว ไปศึกษาว่าเขาไหว้อะไร ไหว้ทำไม คราวนี้ไปสุดเลยจากไหว้พระพิฆเนศเป็นไหว้ทั้งครอบครัว ตัวเราศรัทธาพระแม่หลาย ๆ องค์
ทั้งพุทธและฮินดูมีที่มาจากแหล่งเดียวกัน แต่มีรายละเอียดต่างออกไป พุทธก็ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ให้อยู่กับความเป็นจริง ซึ่งเป็นเรื่องจริง เราเอาหลักคำสอนมาใช้ในชีวิตได้ แต่ความโลภของเรายังมีไง เลยไปขอพรกับเทพด้วย (หัวเราะ) ไม่งั้นคงไม่ร้องเพลงละทางโลกไปแล้ว เราเลือกเดินทางสายกลาง เชื่อตัวเอง 70 เปอร์เซ็นต์ ขอพรอีก 30 เปอร์เซ็นต์
คุณพูดบ่อย ๆ ว่าเป็นคนที่ทำอะไรก็ไปให้สุดเสมอ มีเรื่องที่ไปที่สุดในชีวิตแล้วหรือยัง
(นิ่งคิด) ยังไม่สุดเลยในทุก ๆ เรื่อง ถ้าสายตาคนอื่นมองมาจะชอบคิดว่ากระแตเต้นเก่งจัง แต่จริง ๆ มีคนที่เต้นเก่งกว่าฉันมาก มันยังไม่ถึงจุดที่เรารู้สึกว่าไปสุดแล้ว ยังต้องฝึกอีก ทำธุรกิจเหมือนกัน มีเรื่องที่เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ
สิ่งที่เพิ่งค้นพบตอนอายุ 36 ปี
สิ่งที่เราหว่านผลไว้กำลังงอกงามมาก ๆ (ยิ้ม) ค้นพบว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา ค้นพบว่ายังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ เคยคิดว่าพอ 36 เราคงพอใจกับชีวิตแล้ว แต่เปล่าเลย ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ รอสัก 70 ค่อยว่ากัน
ใช้เวลาเกือบ 20 ปี
ใช่ มันหอมหวานมากเลยนะ เราชอบทำคลิป Unbox เปิดบ้าน ถ้าเป็นคนอื่นทำจะมีคอมเมนต์ประมาณว่าอวดรวย แต่ของเรา 90 เปอร์เซ็นต์คนคอมเมนต์ว่า ให้นางเถอะ นางผ่านอะไรมาเยอะแล้ว ทุกอย่างต้องใช้เวลาจริง ๆ ฉะนั้น ไม่ต้องรีบร้อน มันอาจจะนานหน่อย แต่ถ้าสำเร็จแล้วชีวิตต่อจากนั้นจะสนุกมาก ๆ เลยนะ ชีวิตเราไม่มีอะไรให้ต้องห่วงละ ไปให้สุดได้แล้ว

