“ในยุครุ่งเรืองของสวนอาหารบนถนนรัชดาฯ มีสวนอาหารหน้าตาเหมือนกันอยู่ 10 กว่าร้าน เป็นเหมือนเลียบทางด่วนสมัยนี้เลย”
นี่คือภาพรวมของธุรกิจสวนอาหารย่านรัชดาภิเษกเมื่อ 40 – 50 กว่าปีที่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป สวนอาหารที่เคยมีลูกค้ามาทานอย่างอุ่นหนาฝาคั่งต่างปิดกิจการกันไป บ้างก็เปลี่ยนมือเจ้าของ เหลือเพียง
‘นาทอง เทอเรส บาร์ แอนด์ เรสเตอรองค์’ ที่ยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้เจ้าของคนเดิม อีกทั้งขยายอาณาจักรมาให้บริการที่หลากหลายยิ่งขึ้น
ปัจจุบันอาณาจักรนาทองมีทั้งหมด 4 บริษัท ได้แก่ นาทอง เคเทอริ่ง (ธุรกิจรับจัดงานเลี้ยงนอกสถานที่) นาทอง เทอเรส บาร์ แอนด์ เรสเตอรองค์ (ธุรกิจสวนอาหาร) เดอะ แบงเควท ฮอลล์ แอท นาทอง (ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่) และอีทด่วน บาย นาทอง (ธุรกิจร้านอาหารจานด่วน)
The Cloud จึงไม่พลาดนัดหมายกับ หม่วย-สุภาพร ธรรมมนุญกุล ทายาทรุ่นสองผู้สานต่อความยิ่งใหญ่ของสวนอาหารนาทองแห่งนี้


ธุรกิจ : นาทอง เทอเรส บาร์ แอนด์ เรสเตอรองค์
ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2527
ประเภท : ร้านอาหารและบริการจัดเลี้ยง
ผู้ก่อตั้ง : ธีรชัย งามนรารัต
ทายาทรุ่นสอง : สุภาพร ธรรมมนุญกุล
อดีตพ่อครัวเยาวราช
เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว ผู้ก่อตั้งสวนอาหารนาทองอย่าง ธีรชัย งามนรารัต เคยทำงานอยู่ในร้านอาหารย่านเยาวราช โดยเริ่มจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟ ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งมาเป็นพ่อครัว แล้วเก็บเงินสร้างธุรกิจแรกคือบริการรับจัดโต๊ะจีน จนกระทั่ง พ.ศ. 2527 ธีรชัยร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดธุรกิจสวนอาหารในย่านรัชดาฯ – ห้วยขวาง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ‘สวนอาหารนาทอง’
“เราเห็นคุณพ่อทำงานมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นทำทั้งโต๊ะจีนนอกสถานที่และสวนอาหาร ตอนเด็ก ๆ เราได้ช่วยหลายอย่าง ทั้งช่วยฝ่ายจัดซื้อในร้าน ช่วยเวลาพ่อไปทำงานนอกสถานที่” หม่วยเล่าย้อนความทรงจำในวัยเยาว์
“เราทำธุรกิจโต๊ะจีนมาตั้งแต่แรก เน้นรับรองลูกค้ากลุ่มใหญ่ตั้งแต่ 50 คน ไปจนถึง 1,000 คน พ่อจึงต้องสร้างมาตรฐานให้ทุกจาน โดยให้เชฟทำตามสูตรของเรา”

ธีรชัยยังนำเทคนิคนี้มาปรับใช้กับธุรกิจสวนอาหาร ด้วยการสร้างสูตรของทางร้านขึ้นมาโดยเฉพาะ ราวกับคัมภีร์อาหารที่พ่อครัวของนาทองทุกคนต้องทำตาม เพื่อไม่ให้รสชาติผิดเพี้ยนไปจากเดิมและไม่เปลี่ยนไปตามรสมือเชฟ ซึ่งนอกจากเรื่องสูตรอาหารแล้ว จุดแข็งอีกอย่างซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของธุรกิจที่ส่งต่อมายังรุ่นลูก คือเรื่อง ‘ความคุ้มค่า’
“คุณพ่อมีสโลแกนของเขาว่า ‘อร่อยคุ้มค่ามานาทอง’ คุ้มค่าคือลูกค้าจ่ายเงินแล้วรู้สึกพอใจ ซึ่งแต่ละคนมองไม่เหมือนกัน บางคนมองว่าคุ้มค่าคืออาหารจานใหญ่ บางคนนึกถึงเรื่องคุณภาพ หรือมาแล้วชอบบรรยากาศ ดังนั้น เราเลยต้องทำให้สมดุลกันทั้งรสชาติ คุณภาพ และราคา”

เรียนรู้และพัฒนา
เมื่อพูดถึง ‘ธุรกิจครอบครัว’ บ่อยครั้งเรามักจะนึกถึง ‘ระบบกงสี’ ที่ครอบครัวคนจีนส่วนใหญ่ใช้ดำเนินธุรกิจและแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ในมุมมองของธีรชัย การทำธุรกิจอย่างมืออาชีพควรแบ่งหน้าที่รับผิดชอบให้ชัดเจน เขาจึงแบ่งธุรกิจในเครือนาทองให้ลูกทั้ง 4 คนรับผิดชอบกันคนละบริษัท โดยมีลูกสาวคนโตอย่างหม่วยคอยช่วยดูภาพรวมของธุรกิจ

ด้วยความที่หม่วยเรียนจบด้านการจัดการการโรงแรม ทำให้เธอมีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดเลี้ยงเป็นทุนเดิม แต่ยังไม่ถนัดด้านธุรกิจอาหารมากนัก จึงต้องมานับหนึ่งใหม่ โดยเรียนรู้วิชาจากพ่อและทีมงานเดิม ตั้งแต่การควบคุมรสชาติอาหาร การติดต่อจัดซื้อ ไปจนถึงการบริหารจัดการวัตถุดิบ จนเข้าใจภาพรวมธุรกิจทั้งหมด
แม้ว่าเดิมทีสวนอาหารนาทองนั้นแข็งแรงและมีลูกค้าเก่าแวะเวียนกลับมาเยือนอยู่เป็นประจำ ทว่าหม่วยยังพบจุดที่พัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการเพิ่มเมนูที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างการปรับปรุงพื้นที่และขยายธุรกิจของนาทอง


จากสนามกอล์ฟสู่ The Banquet Hall
ย้อนเวลากลับไป ภาพที่หม่วยเห็นในทุก ๆ วันที่มาดูแลร้าน คือภาพสวนอาหารนาทองที่มีโต๊ะวางเรียงรายรอบบ่อน้ำขนาดใหญ่ คนส่วนมากจึงนิยมมาจับจองพื้นที่ริมน้ำ ขณะที่โต๊ะเก้าอี้รอบนอกนั้นว่างโล่ง บางแห่งกลายเป็นจุดอับที่ไม่มีคนนั่ง ส่วนการสั่งอาหารยังเป็นระบบจดด้วยมือที่มีโอกาสผิดพลาดได้ในวันที่ลูกค้าแน่นร้าน อีกทั้งชื่อ ‘สวนอาหารนาทอง’ แม้จะคุ้นหูลูกค้าเก่า แต่ก็ยากต่อการจดจำสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ ขณะที่พื้นที่โดยรอบมีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยมากขึ้นทุกวัน
แม้จะเห็นโอกาสการเปลี่ยนแปลงให้ธุรกิจดีขึ้นได้ แต่ถ้าปิดปรับปรุงร้านทันที แน่นอนว่าทั้งธุรกิจและพนักงานต้องขาดรายได้ไปพักใหญ่ หม่วยจึงตัดสินใจมองหาสิ่งที่ทำได้ก่อน นั่นคือเนรมิตบริเวณด้านหลังร้านอาหารจากสนามกอล์ฟสู่ห้องจัดเลี้ยงและสวนยุโรปที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด

“พื้นที่ตรงสวนอาหารนาทองกับด้านหลังที่เป็นสนามไดรฟ์กอล์ฟมีเจ้าของคนเดียวกัน แต่รายได้จากสนามไดรฟ์กอล์ฟไม่ค่อยมาก ด้วยความที่ตรงนั้นอยู่ลึก ต้องขับรถเข้าไปในซอย การจะทำธุรกิจจึงเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ยกเว้นว่าคุณจะทำอะพาร์ตเมนต์ บ้านจัดสรร แต่เราคงไม่ได้ทำธุรกิจนั้นอยู่แล้ว เลยคุยกันว่า เราถนัดการทำอะไรสเกลใหญ่ ๆ งั้นทำ The Banquet Hall สำหรับจัดงานเลี้ยง งานแต่งงานไหม เพราะคนมางานแต่งงานส่วนใหญ่นั่งรถยนต์ นั่งแท็กซี่มาอยู่แล้ว ถ้าพื้นที่อยู่ลึกก็คงไม่ได้มีผลมากเท่าร้านอาหาร ขอแค่สถานที่เราเหมาะสม สวยงาม มีที่จอดรถเพียงพอ คิดว่าน่าจะโอเค
“และทำเลนี้ค่อนข้างอยู่กลางเมือง อีกอย่างเราว่าเทรนด์มันเปลี่ยน ถ้าสัก 10 ปีที่แล้ว หลายคนจัดงานแต่งกันในโรงแรม แต่ช่วงหลังจะมีที่จัดงานสวย ๆ ทำเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานโดยเฉพาะ ทำเป็นเรือนไทยบ้าง ทรงยุโรปบ้าง ซึ่งเราทำมาตั้งแต่ยุคเริ่ม ๆ เทรนด์นี้เลย”
เมื่อมองอาคารขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนสไตล์ยุโรปอันแสนร่มรื่น เราไม่แปลกใจเลยที่สถานที่แห่งนี้จะเชื้อชวนให้ลูกค้าติดต่อเข้ามาจัดงานแต่งงานกันอย่างไม่ขาดสาย

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งช่วงโควิด-19 ที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ร้านอาหารและงานจัดเลี้ยงต้องหยุดชะงัก เช่นเดียวกันกับกิจการของนาทอง ทว่าหม่วยพลิกวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาส ด้วยการปรับปรุงบริเวณสวนอาหารอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น
ทั้งเปลี่ยนบ่อปลาขนาดใหญ่ให้เป็นเหมือนลำธารสายเล็ก เพื่อลดปัญหาเรื่องกลิ่นจากบ่อปลาและเพิ่มพื้นที่ให้กับร้าน โดยลูกค้ามองเห็นวิวน้ำและต้นไม้ได้ทุกจุดไม่ว่าจะนั่งอยู่ในมุมไหน ส่วนพื้นที่อับตามซอกมุมของร้านเปลี่ยนเป็นห้องจัดเลี้ยงแบบส่วนตัว มองออกไปแล้วเห็นแมกไม้สีเขียวชอุ่ม
เธอตั้งใจให้สวนแห่งนี้ไม่มีมุมไหนโดดเด่นสะดุดตามากไปกว่ากัน และไม่มีมุมที่ต้องถ่ายรูปเช็กอินเป็นพิเศษ เพราะอยากให้ลูกค้ามองมุมไหนก็รู้สึกสบายตา แม้ไม่ใช่หมุดหมายของนักท่องเที่ยว แต่เธอต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนร้านประจำอันแสนอุ่นใจของหลาย ๆ คนที่มาได้ทุกสัปดาห์หรือทุกโอกาสพิเศษโดยไม่รู้สึกเบื่อ
นอกจากรีโนเวตร้าน หม่วยยังเปลี่ยนจากชื่อ ‘สวนอาหารนาทอง’ มาเป็น นาทอง เทอเรส บาร์ แอนด์ เรสเตอรองค์ เพื่อให้ลูกค้าต่างชาติจดจำได้ง่ายขึ้น ซึ่งระหว่างปรับปรุงร้าน นาทองปรับมาขายอาหารจานด่วนชั่วคราวเพื่อสร้างรายได้ โดยใช้ชื่อว่า Eat Duuan by Nathong ร้านที่ขายอาหารจานด่วนรสเด็ดในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันต่อยอดไปเปิดที่ศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้า ครองใจลูกค้าทั้งกลุ่มวัยรุ่นและชาวต่างชาติ
“ถ้านึกถึงการจัดเลี้ยง จัดงาน คุณต้องนึกถึงนาทองเป็นที่แรก”


หม่วยเล่าถึงความตั้งใจหลังปรับภาพของนาทองได้ครบสมบูรณ์ ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างเป็นดั่งที่เธอบอก เพราะหม่วยพาอาณาจักรนาทองมาอยู่ในจุดที่ให้บริการครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าคุณอยากจัดงานรูปแบบไหน งบประมาณเท่าไร เพราะมีทั้งโต๊ะนั่งทานอาหารกับครอบครัว ห้องจัดเลี้ยงพร้อมคาราโอเกะสำหรับสายปาร์ตี้ ฮอลล์ใหญ่และสวนสวยที่ใช้ได้ตั้งแต่งานสัมมนาไปจนถึงงานแต่งงาน รวมทั้งบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ที่ต่อยอดมาจากบริการจัดโต๊ะจีน ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดด้านการจัดเลี้ยง
การค่อย ๆ ขยายธุรกิจอย่างรู้จังหวะ ทำให้นาทองไม่ต้องสูญเสียลูกค้าเดิมที่อุดหนุนกันมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ รวมทั้งขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ อย่างวัยรุ่นและชาวต่างชาติที่มาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในย่านแห่งนี้ ซึ่งเมื่อลูกค้าเหนียวแน่น ธุรกิจจึงแข็งแรงตามไปด้วย
แต่ในการเปลี่ยนแปลงมาตลอดหลายสิบปี สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคงจะเป็นแก่นหลักของธุรกิจที่ส่งต่อมาจนถึงรุ่นของหม่วย และเราเชื่อว่าหลายคนที่ได้แวะเวียนมาเยือนสถานที่แห่งนี้ก็สัมผัสได้เช่นเดียวกัน นั่นคือประโยคว่า
อร่อยคุ้มค่ามานาทอง

Website : www.nathong.com
