‘ความหรูหรา’ พอพูดถึงคำนี้แล้วก็นึกถึงความโอ่อ่า ใหญ่โต แพงหูฉี่
แต่ Yidan Xiong ทำให้เราอยากนิยามคำนี้ใหม่ หลังได้เห็นฟาร์มสเตย์ไม้ไผ่เล็ก ๆ 3 หลังของเธอที่ ‘Yidan’s Farm’ ซึ่งมีทำเลที่อยู่ในทุ่งนาเขียวขจีพร้อมวิวภูเขา อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
Yidan เป็นสาวชาวจีนที่จากบ้านมาทำงานในกรุงเทพฯ ราว 6 ปีก่อน จนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เธอจึงลาออกจากงาน ท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ จนได้มาพบเจออำเภอเชียงดาวแห่งนี้
เชียงดาวทำให้ Yidan นึกถึงบ้านเกิดที่เธอได้อาศัยอยู่เพียงแค่ 7 ปีแรกของชีวิต
เมื่อเติบโตขึ้นหญิงสาวต้องเดินทางไปเรียนและทำงานในมหานครอย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง
เธอคิดถึงบ้านชนบท คิดถึงการเล่นดินโคลน นอนบนกองฟาง วิ่งไล่จับแมลง และตกปลา ซึ่งทุนนิยมกลืนกินไปสิ้น แม้เธอจะอยากกลับไปแค่ไหน แต่ไม่มีบ้านแบบนั้นให้ Yidan กลับไปอีกแล้ว

“7 ปีแรกของชีวิตเป็นช่วงที่ฉันรู้สึกมีความสุขที่สุดและเป็นอิสระที่สุด เชียงดาวทำให้ฉันนึกถึงความทรงจำเหล่านั้น ความทรงจำที่มีส่วนผสมระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ” เธอเล่าความคิด
Yidan ตัดสินใจใช้เงินเก็บมาเช่าที่ดินผืนหนึ่งในเชียงดาว เธอตัดสินใจจ้างคนมาสร้างบ้านไม้ไผ่ให้ตัวเอง 1 หลัง และระหว่างรอสร้างบ้าน เธอก็กางเต็นท์ตั้งแคมป์ที่กลางนากับสุนัขคู่ใจชื่อ ‘ลัคกี้’
“มีเพื่อนบ้านหลายคนเดินมาถามฉันว่า โอเคไหม ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ลองนึกภาพสาวจีนมานอนกางเต็นท์กลางนา ดูน่าเป็นห่วงมาก เพื่อนบ้านเลยเสนอให้ฉันไปนอนบ้านเขาแทน”
แต่ Yidan ก็ปฏิเสธ เพราะบ้านไม้ไผ่ใช้เวลาสร้างเพียง 10 วัน เธอก็ย้ายเข้าไปอยู่ได้แล้ว
ครึ่งปีแรกหลังจากบ้านหลังแรกสร้างเสร็จเรียบร้อย เธอไม่ได้ทำอะไรมากนัก แค่ใช้เวลาพูดคุยกับตัวเองและอยู่กับธรรมชาติ ค่อย ๆ ปล่อยให้ความคิดทำงานว่าจะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ต่อไปดี
มิตรภาพโตไวพอ ๆ กับต้นไผ่
เธอทดลองปลูกพืช ซึ่งอัตราการรอดของต้นไม้ที่เธอปลูกก็ไม่สูงนัก เพราะขาดประสบการณ์ แต่ก็เพราะความผิดพลาดเหล่านี้แหละ เธอจึงค่อย ๆ เรียนรู้ลักษณะนิสัยของต้นไม้แต่ละชนิด และเอาใจพวกมันเก่งขึ้น เธอเริ่มด้วยการปลูกข้าว ปลูกผักผลไม้ที่ชอบกิน และปลูกต้นไผ่เพื่อให้ร่มเงา
“ไม้ยืนต้นทั่วไปอาจใช้เวลาเติบโตนานกว่าจะให้ร่มเงาได้ แต่ถ้าปลูกไผ่ ไม่นานก็โต”
จากท้องนาโล่งก็มีบ้านและสวนเล็ก ๆ มิตรภาพของเธอและเพื่อนบ้านก็โตไวไม่ต่างจากต้นไผ่
“ความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเป็นส่วนสำคัญที่เปลี่ยนคนเมืองอย่างฉันให้กลายเป็นคนชนบทได้ไม่ยาก ตั้งแต่ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ ทุกคนพร้อมยื่นมือมาช่วย และถามไถ่เสมอว่าฉันต้องการอะไรหรือเปล่า ฉันอาจจะเป็นคนแปลกหน้า แต่คนที่นี่ปฏิบัติกับฉันราวกับเป็นคนคุ้นเคย” เจ้าบ้านเล่าด้วยรอยยิ้ม


เมื่อถามถึงเหตุผลว่าทำไม Yidan ถึงเลือกสร้างบ้านไม้ไผ่ เธอสาธยายให้เราฟังหลายข้อ
ข้อแรก บ้านไม้ไผ่เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย ช่องว่างระหว่างไม้ไผ่แต่ละท่อนทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศ (แต่ที่นี่ก็มีพัดลมให้นะ) เธอโฆษณาว่า ตอนกลางคืนอากาศดีมาก ๆ เลยล่ะ แม้ในช่วงฤดูร้อนที่สุดของปี ถ้าแขกอยู่ในบ้านก็ยังเย็นสบาย
Yidan ตั้งใจออกแบบให้บ้านกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ที่นี่มีวิวที่มองออกไปเห็นภูเขารายล้อม และอากาศภายในกับภายนอกบ้านก็ไหลเวียนได้ดี การอยู่ในบ้านลักษณะแบบนี้ทำให้ไม่รู้สึกอุดอู้


ข้อถัดมา บ้านไม้ไผ่ดูแลง่าย จะต่อเติมก็สะดวก จะโละส่วนไหนทิ้งก็ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม แม้บ้านดูผอมเพรียวแบบนี้ แต่เจอพายุก็ไม่หวั่น เพราะไม้ไผ่มีความยืดหยุ่นและระบายลมได้ดี
“เราต้องสานสัมพันธ์กับธรรมชาติเช่นเดียวกับบ้านไม้ไผ่ มันยืดหยัดอยู่กลางพายุได้ ไม่ใช่เพราะการต่อสู้ขัดขืน แต่เพราะการโอนอ่อนผ่อนตาม” คำตอบสั้น ๆ ของเธอชวนให้เราคิดต่อได้มากมาย
เพื่อนก็เริ่มจากคนแปลกหน้าทั้งนั้น
เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง Yidan ก็เริ่มเก็บภาพและวิดีโอชีวิตบ้านสวนของเธอในแต่ละวันเพื่อแบ่งปันลงในโซเชียลมีเดีย จึงมีทั้งคนรู้จักและคนแปลกหน้ามากมายส่งข้อความมาชมว่า บ้านน่าอยู่มากเลย และขอแวะมาเที่ยว ซึ่งเธอตอบว่า “ทำไมจะไม่ได้!” เราตกใจกับคำตอบของเธอเล็กน้อย รู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ช่างใจกว้างที่ให้คนแปลกหน้าเข้ามาพักในชายคาเดียวกัน แต่เธอยิ้มแล้วบอกเราว่า
“เพื่อนก็เริ่มจากการเป็นคนแปลกหน้าทั้งนั้นนี่คะ”
และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้บ้านของเธอเพิ่มจำนวนขึ้น จากบ้านไม้ไผ่ 1 หลัง กลายเป็นบ้านไม้ไผ่ 3 หลัง เพื่อให้เพื่อน ๆ แวะเวียนมาพัก และเธอค่อย ๆ พัฒนาต่อจนเป็นฟาร์มสเตย์



เธอยกบ้านทั้ง 3 หลังให้แขก พื้นที่ที่เหลือตั้งแคมป์ได้ ฟาร์มสเตย์ของเธอจุเพื่อนใหม่ได้ 10 – 12 คน บ้านของเธอมีทั้งบ้านไม้ไผ่ 2 ชั้น 1 หลัง กระท่อมไม้ไผ่ 2 หลัง หลังหนึ่งมีอ่างอาบน้ำไม้ให้ด้วย
เมื่อเราถามว่าไม่เสียดายเวลาสงบ ๆ และบ้านของตัวเองเหรอ
“ไม่เลย” เธอตอบทันที ก่อนอธิบายว่า “ฉันกลับดีใจที่บ้านของฉันดึงดูดผู้คนที่มีความคิดคล้ายกัน พวกเขาค้นหาชีวิตแบบเดียวกับฉัน และให้คุณค่ากับสิ่งเดียวกัน สิ่งนั้นคือจิตวิญญาณ ไม่ใช่วัตถุ”
ธรรมชาติคือความหรูหราที่จริงแท้
“ฉันไม่คิดว่าแขกที่เลือกพักที่นี่มองหาเตียงนุ่มสบายหรือห้องแอร์”
เธอมองว่าสิ่งสำคัญในชีวิตมีมากกว่าของนอกกาย สิ่งที่เธอเสนอให้แขกจึงเป็นความสบายทางใจ
เธอมอบความสงบให้ได้ยินเสียงความคิดของตัวเอง
เธอมอบมิตรภาพดี ๆ ให้คบหา
เธอมอบพื้นที่ให้แขกใช้ชีวิตช้าลง
เธอแบ่งธรรมชาติรอบบ้านให้ชื่นชม
เธอปันสวนครัว พร้อมหมา 3 ตัว แมวและแพะอย่างละ 4 ตัว ไก่ 20 ตัว และเป็ด 10 ตัว

“อยู่ที่นี่เธอจะได้เห็นท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ยามไก่ขันจนตะวันลับ เธอจะได้เห็นต้นไม้ต้นเดิมมีนกตัวใหม่แวะเวียนมาเกาะเสมอ พอตกกลางคืนพระจันทร์และดวงดาวก็พากันส่องแสง”
สำหรับ Yidan และเพื่อนของเธออีกหลายคน นี่แหละคือสิ่งที่หรูหราและมีค่าอย่างแท้จริง
ตารางกิจกรรมมันน่าเบื่อนี่นา
Yidan บอกแขกเสมอว่าที่นี่เป็นพื้นที่ที่เรามาแบ่งปัน สร้างสรรค์ร่วมกัน ใครอยากทำอะไรก็ได้
“ก็ตารางกิจกรรมมันน่าเบื่อนี่นา” เธอเปรยพร้อมเสียงหัวเราะ “ฉันไม่คิดว่าทุกคนเป็นแขกที่ฉันต้องบริการค่ะ ฉันรู้สึกเหมือนแขกทุกคนเป็นเพื่อน เลยอยากให้พวกเขามาสนุกด้วยกันก็เท่านั้นเอง”
ที่นี่จึงไม่มีโปรแกรมตายตัวว่าแขกมาแล้วทำอะไรได้บ้าง เพราะจะทำอะไรก็ได้ ดูหนัง เล่นบอร์ดเกม ปิ้งบาร์บีคิว ทำสวน ปลูกข้าว ร้องรำทำเพลง ขอแค่บอกเธอ ถ้าเธอทำได้ เธอยินดีทำ
เมื่อไหร่ที่หิวหรืออยากกินอะไรก็ทำเองได้ ทั้งอาหาร ค็อกเทล หรือขนม เพราะที่นี่มีครัว รอบ ๆ บ้านมีวัตถุดิบให้รังสรรค์จานอร่อย อยากกินไข่ก็ไปเก็บไข่ อยากกินผักก็ไปเก็บผัก หรือขอให้ Yidan ทำให้กินก็ยังได้ เธอมีเมนูที่ภูมิใจอยู่หนึ่งจาน คือเชิงเจียนเปา (Sheng Jian Bao) หรือเสี่ยวหลงเปาทอด


สิ่งหนึ่งที่เธอบอกว่าอยากทำให้ได้บ่อย ๆ และพยายามทำให้แขกทุก 3 เดือน คือกิจกรรม Body Mind Heart Retreat ที่เธอจัดมาแล้ว 2 ครั้ง ในเดือนสิงหาคมและเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
แต่ละครั้งใช้เวลา 1 สัปดาห์ ทุกวันมีเวิร์กช็อปอย่างการทำอาหาร ทำงานฝีมือ จนถึงโยคะ ทำสมาธิ อาบป่า แช่น้ำพุร้อน และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้กลับมาอยู่กับตัวเองจริง ๆ
“ฉันคิดว่าปัญหาของมนุษย์เกิดขึ้นเพราะเราห่างเหินจากธรรมชาติ เราห่างจากอะไรที่เป็นส่วนหนึ่งของเรา ทำให้เราวิตกกังวล หลงทาง และเกิดความโลภในสิ่งที่ไม่จำเป็นกับชีวิต”
เธออยากจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนกลับมาเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ผู้คน และตัวเองอีกครั้ง ผู้นำทำกิจกรรมก็มีทั้งคนในพื้นที่ เพื่อนของเธอ และคนอื่น ๆ ที่เห็นแล้วอยากเข้ามาแบ่งปันความรู้
“ฉันเชื่อว่าทุกคนมีพลังรักษาตัวเองได้ แค่ต้องปล่อยให้ตัวเองได้มองเห็น รับฟัง และยอมรับสิ่งต่าง ๆ ฉันไม่บังคับว่าเธอต้องเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างที่ฉันจัดขึ้น ฉันอยากให้เธอเลือกสิ่งที่คิดว่าดีกับตัวเธอ ฟังเสียงตัวเองให้มาก ถ้าพร้อมและอยากทำก็ค่อยทำ เมื่อไหร่ที่เหนื่อย ไม่อยากร่วมกิจกรรมก็พักได้”

Yidan บอกว่าเธอยังอยู่ในช่วงค้นหาว่าอะไรเหมาะกับฟาร์มสเตย์ หากใครอยากลองมาเป็นคนนำกิจกรรม หรืออยากร่วมกิจกรรมเธอยินดีต้อนรับ โดยติดต่อพูดคุยกับเธอได้ทาง Facebook : Yidan’s Farm
ไม่ต้องพักที่ฟาร์มก็ติดตามและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ เพราะ Yidan รู้ว่าฟาร์มของเธอไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางคนชอบที่พักที่สบายกว่านี้ แต่เธอก็ไม่ตัดสิน เพราะเชื่อว่าทุกคนมีที่ทางของตัวเอง
เพราะชีวิตคือศิลปะ
“ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาในฟาร์มแห่งนี้ ฉันมองเห็นศิลปะอยู่ในทุกสิ่ง ฉันอยากสร้างบ้านและพื้นที่แบบนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนอื่น ๆ ได้มองเห็นความสวยงามเหล่านี้เช่นเดียวกันกับฉัน” เธอเผยความตั้งใจ
ลวดลายบนใบไม้ ขนนกร่วงหล่นลงพื้น แผ่นฟ้ากำลังพลิ้วไหว ลมหายใจของสรรพสิ่ง
นั่นคือสิ่งที่ Yidan สัมผัสได้และรู้สึกขอบคุณในทุก ๆ วัน
“ฉันไม่เคยรู้สึกว่าฟาร์มสเตย์แห่งนี้เป็นธุรกิจเลยนะ ไม่เคยคิดว่าจะใช้บ้านทำเงิน ฉันมาที่นี่เพื่อจะมีชีวิตแบบที่ฉันอยากมี และฉันก็แค่แบ่งปันมันให้กับคนที่อยากมีชีวิตแบบนี้เหมือนกันแค่นั้นเอง”
Yidan กล่าวปิดท้าย ชวนให้คุณมาเป็นเพื่อนใหม่อีกคน มาหลงรักธรรมชาติเชียงดาว มาเล่นกับสรรพสัตว์ มาคุยกับตัวเอง ถ้าคุณเริ่มหลงรักชีวิตแบบเดียวกับเธอ มาพักที่ Yidan’s Farm ได้นะ

3 Things you should do
at Yidan’s Farm

01
ลองชิมเสี่ยวหลงเปาทอดฝีมือ Yidan

02
ลองทำตัวสบาย ๆ และกลับไปทำความรู้จักตัวเองอีกครั้ง

03
ลองนั่ง-นอนดูดาวรอบกองไฟ
